ตอนที่ 16 แยกครอบครัว! (2)
หลินชิงอี้เฝ้าดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ด้านข้าง เขากำลังแอบหัวเราะเย้ยหยันอยู่เงียบๆ คงไม่สะดวกนักหากเขาจะลงมือด้วยตนเอง เพราะเวลานี้ โรงงานของเขากำลังอยู่ใน่ประเมินลูกจ้างเพื่อเฟ้นหาพนักงานดีเด่นประจำปี และหากทางโรงงานค้นพบว่า เขากำลังทำเื่ผิดศีลธรรมกับครอบครัวตัวเองเช่นนี้ รับรองได้ว่าเขาจะต้องถูกหักคะแนนจนหมดแน่
ตรงกันข้าม หากเป็ย่าอู๋ที่ลงมือทุบตีใครสักคน เื่นี้ย่อมไม่เกี่ยวข้องอะไรเลยกับตัวเขา ผลสุดท้าย ในสายตาของคนอื่น เื่นี้ก็จะกลายเป็เพียงการทะเลาะวิวาททั่วไประหว่างแม่สามีกับลูกสะใภ้เท่านั้น
ชุดความคิดในหัวของติงเสวี่ยเหม่ยค่อนข้างล้าหลังมาก การศึกษาเดียวที่เธอได้รับั้แ่ยังเด็กก็คือ การให้ความสำคัญกับสามีตัวเองเป็อันดับหนึ่ง และรู้จักกตัญญูต่อพ่อแม่สามีของเธอ
ด้วยเหตุนี้ ในวันที่เธอถูกแม่สามีทุบตีอยู่เสมอ ติงเสวี่ยเหม่ยจึงไม่สามารถรับมือจัดการได้ถูก เธอทำได้เพียงแค่อดทนไปเรื่อยๆเท่านั้น
แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ปณิธานอันมุ่งมั่นของเธอก็ยังคงไม่แปรเปลี่ยน
เธอจะต้องแยกครอบครัวให้ได้!
เพื่อลูกสาวและตัวเธอเอง เธอจึงไม่สามารถอ่อนแออย่างที่ผ่านมาได้อีกแล้ว!
ผู้หญิงจะอ่อนแอก็ไม่ใช่เื่ผิดอะไร แต่คนเป็แม่ต้องเข้มแข็ง!
มีหรือที่หลินจิงซูจะยืนมองแม่ตัวเองถูกย่าอู๋ตบหน้าตาเฉยๆโดยไม่ทำอะไร? เสี้ยววินาทีที่ฝ่ามือของย่าอู๋กำลังจะหวดกระทบเข้ากับใบหน้าของติงเสวี่ยเหม่ยนั้น เธอก็รีบกระชากแขนของผู้เป็แม่ดึงเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งเสียงร้องะโอย่างไร้เดียงสาว่า
“แม่ แม่เวียนหัวงั้นเหรอคะ? ได้ ได้ ถ้างั้นเรารีบกลับเข้าบ้านพักผ่อนกันดีกว่า!”
ถูกหลินจิงซูแทรกขัดจังหวะกะทันหันเช่นนี้ ทำให้ฝ่ามือของย่าอู๋ตบวืดเข้ากับห้วงอากาศแทน และเนื่องด้วยออกแรงมากจนเกินไป ทำให้ร่างของเธอหมุนติ้วเสียศูนย์ไปชั่วขณะ ก่อนจะล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปกับกองโคลนบนพื้นสนามหน้าบ้าน
“โอ๊ยย!! นังสารเลวสองตัวนี่…!!”
ย่าอู๋กัดฟันกรอดก่นด่าสาปแช่ง ดวงตาเหี่ยวชราคู่นั้นของเธอ จ้องมองประหนึ่งคมมีดที่้าทิ่มแทงอีกฝ่ายให้ตาย
หลินชิงอี้รีบตรงเข้าช่วยประคองร่างของย่าอู๋ลุกขึ้นโดยเร็ว ขณะที่เขากำลังจะหันไปด่าสั่งสอนนั้น เสียงเย็นะเืของหลินจิงซูก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน ทำเอาเขาถึงกับต้องกลืนคำพูดทั้งหมดลงลำคอไปจนแทบสำลักทีเดียว
“พ่อคะ พ่อเองก็เห็นไม่ใช่เหรอคะ? ย่าล้มลงไปเอง ไม่มีใครแตะเนื้อต้องตัวย่าเลยแม้แต่น้อย”
คิดจะััเครื่องลายคราม? ทำได้แค่ฝัน!
ติงเสวี่ยเหม่ยรวบรวมความกล้าทั้งหมด และพูดขึ้นอีกครั้ง
“ไม่ว่าจะแยกครอบครัวหรือไม่ แต่ฉันก็จะไม่ทำอาหารให้พวกคุณกินทุกมื้ออีกแล้ว! รวมถึงงานบ้านด้วย ฉันก็จะไม่ทำอีกแล้วเหมือนกัน!”
ถ้าอยากจะได้คนมาทำหน้าที่พวกนี้แทนฉัน ก็เชิญไปขอร้องอู๋ซิ่วเหลียนกับลูกสาวของมันที่รักกันสุดหัวใจมาทำแทนก็แล้วกัน!
หลินชิงอี้ยิ่งเดือดดาลโมโหมากยิ่งขึ้น จนปรากฏเส้นเืผุดขึ้นบนหน้าผากเด่นชัด เขาโพล่งออกมาเสียงดังว่า
“อาเหม่ย! พวกเราสองคนแต่งงานอยู่กินกันมาตั้งหลายปีแล้ว เธอ้าแบบนี้จริงๆใช่ไหม? ทั้งที่พวกเราเคยเป็ครอบครัวที่อบอุ่นรักใคร่กลมเกลียวกันมาก่อนแท้ๆ!”
เขาสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า ที่ผ่านมาทุกคนในครอบครัวของเขาล้วนรักใคร่สามัคคีกันดี
ติงเสวี่ยเหม่ยนิ่งเงียบไม่พูดอะไร
“แม่ กลับห้องไปพักผ่อนกันเถอะ”
หลินจิงซูพาติงเสวี่ยเหม่ยกลับไปที่ห้องนอนของเธอ ไม่ว่าย่าอู๋จะะโด่าทั้งถากถางหรือเสียดสีด้วยคำหยาบคายใดๆ สองแม่ลูกกลับไม่ให้ความสนใจใดๆอีกเลย
“แม่คะ วันนี้เราสองคนมานอนด้วยกันดีกว่า อยู่ใกล้กันไว้แบบนี้หนูจะได้ดูแลแม่ได้”
ติงเสวี่ยเหม่ยรู้สึกประหลาดใจอย่างมากกับความเปลี่ยนแปลงของลูกสาวคนนี้ ในอดีต แม้ว่าหลินจิงซูจะเป็เด็กเชื่อฟังและกตัญญูต่อตัวเธอมากเหมือนในตอนนี้ แต่สิ่งที่แตกต่างไปก็คือ เธอไม่ใช่คนที่มีนิสัยชอบต่อปากต่อคำ ตรงกันข้าม กลับเป็คนที่ชอบเก็บตัวไม่สุงสิงกับใคร
แม่ลูกคู่นี้ไม่ได้นอนเตียงเดียวกันมานานหลายปีแล้ว
ติงเสวี่ยเหม่ยรู้สึกโล่งใจใน่แรก แต่ต่อมา กลับมีแต่ความทุกข์เปี่ยมล้น
ว่ากันว่า เด็กที่แข็งแกร่งกล้าสู้คนล้วนถูกบ่มเพาะมาจากปัญหาในครอบครัว และการที่หลินจิงซูกลับกลายเป็เช่นนี้ ทั้งหมดเป็เพราะความอ่อนแอและไร้ค่าของตัวเธอเอง
ติงเสวี่ยเหม่ยรู้สึกล้มเหลวในฐานะที่เป็แม่
เห็นติงเสวี่ยเหม่ยนิ่งเงียบไปนาน หลินจิงซูก็เริ่มรู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน
“แม่ เป็อะไรไปคะ?”
ทุกครั้งที่ได้มองหน้าติงเสวี่ยเหม่ย มักจะมีเงาของความหมองหม่นปรากฏขึ้นภายในใจของเธอ และหวาดกลัวเหลือเกินว่าสักวันหนึ่ง จู่ๆเมื่อเธอจะตื่นขึ้นมาแล้วตระหนักว่าทุกอย่างเป็เพียงแค่ฝันไป
“แม่สบายดี” ติงเสวี่ยเหม่ยยิ้ม
ค่ำคืนนั้น หลินจิงซูและติงเสวี่ยเหม่ยนอนคุยกันจนดึกจนดื่น หลินจิงซูถึงกับผล็อยหลับไปทั้งที่ยังกอดเอวแม่ของเธอไว้แน่น ส่งเสียงกรนปนละเมอว่า
“แม่…ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นอย่าทิ้งหนูนะ…”
“ซูซูของแม่ แม่จะไม่ทิ้งลูกไปไหนแน่นอน”
เวลาผ่านไป หลินจิงซูก็ตกสู่ภวังค์หลับลึกภายใต้อ้อมแขนของติงเสวี่ยเหม่ย
พวกเธอสองแม่ลูกนอนกอดกันอย่างอบอุ่นและมีความสุขตลอดค่ำคืนนั้น