เกิดใหม่อีกครั้ง สู่ช่วงวันวานแสนมั่งคั่งในยุค 70 [จบ]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 127 ยุวปัญญาชนมาหา

            ช่วงค่ำทั้งครอบครัวล้อมโต๊ะเพื่อกินข้าวด้วยกัน หัวข้อในการสนทนาบนโต๊ะอาหารจึงเป็นเรื่องยุวปัญญาชนหลายคนที่รับมาวันนี้ และเอ่ยถึงเด็กหนุ่มร่างท้วมที่ชื่อซ่งปิงด้วย

            เจิ้งเฉวียนกังรู้มากกว่าเจิ้งเจวียนนิดหน่อย เขาได้ยินมาจากหัวหน้าในคอมมูนว่าพื้นเพของครอบครัวซ่งปิงคนนี้ดีมาก คุณพ่อเป็นถึงเจ้าหน้าที่รัฐในมณฑล ส่วนรายละเอียดลงลึกกว่านั้นเขาไม่รู้แล้ว แต่อย่างไรก็เป็นข้าราชการที่มีตำแหน่งค่อนข้างสูงอยู่ดี เพราะขนาดลูกชายต้องไปชนบท คุณพ่อของซ่งปิงยังย้ายลูกชายมาที่คอมมูนของพวกเขาโดยเฉพาะได้ และเนื่องจากแต้มของกองหยางหลิวที่เจิ้งเฉวียนกังดูแลสูงกว่ากองอื่นๆ ทั้งยังติดกับตัวอำเภอ คุณภาพชีวิตจึงค่อนข้างดี ถึงไม่ค่อยแปลกใจเท่าไรนักที่ซ่งปิงถูกส่งมาที่นี่ แถมหัวหน้ายังย้ำเจิ้งเฉวียนกังให้คอยดูแลเด็กคนนี้เป็นพิเศษอีกด้วย

            “พ่อเขาตำแหน่งสูงขนาดนั้น ยังต้องมาชนบทอีกเหรอ?” เจิ้งเจวียนประหลาดใจ “ฉันว่าแล้ว ไม่แปลกที่จะกินจนอ้วนขนาดนี้”

            “ตำแหน่งใหญ่โตแค่ไหนก็ต้องเชื่อฟังผู้นำประเทศอยู่ดี นี่คือนโนบายของประเทศ ให้ไปชนบทเธอก็ต้องไปชนบท” เจิ้งเฉวียนกังไม่พอใจคำพูดของเจิ้งเจวียน เขาหยุดคีบอาหารแล้วตำหนิเจิ้งเจวียนว่า “มาชนบทไม่ดีตรงไหน แม้จะลำบาก แต่ประธานาธิบดีกล่าวไว้ว่าให้ปัญญาชนพวกนี้เรียนรู้จากชาวนายากจน ถือเป็นเรื่องดี!”

            ไฉนเลยเจิ้งเจวียนจะกล้าเถียงผู้เป็นพ่อ เธอลนลานและรีบเอ่ย “ค่ะๆๆ คุณพ่อพูดถูกแล้ว” แล้วค่อยถามต่อว่า “หัวหน้ากำชับมาแบบนี้แล้ว งั้นพ่อจะจัดสรรงานอะไรให้เจ้าอ้วนทำล่ะคะ?”

            เจิ้งเฉวียนกังอดขมวดคิ้วอย่างกังวลไม่ได้ อันที่จริงเขาไม่อยากรับเผือกร้อนอย่างซ่งปิงไว้เลยสักนิด ตามความเห็นเขา ในเมื่อมาชนบทแล้วก็ควรเข้ารับการศึกษาให้ดีๆ หากมาเสวยสุขถึงชนบท นโยบายประเทศจะยังมีอยู่เพื่ออะไร?

            เจิ้งหยวนเป่าโจ๊กเบาๆ เมื่อได้ที่แล้วจึงค่อยๆ จิบมัน ก่อนเอ่ยต่อ “คนนุ่มนิ่มอย่างซ่งปิง น่าจะทำงานหนักไม่ไหวมั้ง?” แล้วหันไปถามเจิ้งเจวียนบ้าง “ภาษากลางเขาเป็นยังไงบ้าง? ถ้าพูดเก่งก็ให้ไปประกาศเสียงตามสายที่สถานีวิทยุสิ สถานีวิทยุของกองพวกเรามีผู้ประกาศหญิงคนเดียวไม่ใช่เหรอ มีผู้ชายเพิ่มเข้ามาคู่ด้วยคงจะดีนะ มีคำกล่าวว่าชายหญิงทำงานร่วมกันจะเหนื่อยน้อยลงไม่ใช่เหรอคะ”

            เจิ้งเฉวียนกังขบคิดตามก็รู้สึกว่าเป็นความคิดที่ดี

            แม้เจิ้งเจวียนจะเคยเรียนพินอิน [1] มาก่อนบ้าง แต่ด้วยระดับการศึกษาของชนบท ไฉนเลยเธอจะรู้ว่าภาษากลางที่ออกเสียงได้มาตรฐานเป็นอย่างไร อาจารย์แถวนี้ไม่พูดภาษากลางเสียด้วย เธอจึงเอ่ย “ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าภาษากลางเขาเป็นยังไง แต่ถึงสำเนียงเขาจะต่างจากพวกเรานิดหน่อย ฉันก็ฟังเขาเข้าใจทุกคำนะ”

            ระบบพินอินเพิ่งกำหนดมาได้เพียงสิบปีเท่านั้น ต่อให้ตอนนี้ผู้คนจะเรียนพินอิน แต่ปกติก็ไม่ใช้ภาษากลางคุยกัน แค่ใช้อ่านบทความตอนเรียนเท่านั้น และใช้ภาษาถิ่นคุยเล่นในชีวิตประจำวันแทน เจิ้งหยวนที่อยู่ยุคปัจจุบันจนชินจึงพูดภาษากลางค่อนข้างคล่อง เลยถามพลาดไปโดยไม่ตั้งใจ แต่พวกเขาล้วนเป็นคนภาคเหนือ สำเนียงทางเหนือกับภาษากลางไม่ได้ต่างกันเท่าไรนัก คนส่วนใหญ่จึงฟังสำเนียงของแต่ละพื้นที่กันเข้าใจ ยิ่งเมืองเอกมณฑลอยู่ไม่ห่างจากที่นี่ คนต่างถิ่นฟังสำเนียงเลยแยกความแตกต่างระหว่างสำเนียงของตนกับเมืองเอกมณฑลไม่ออก

            ในจังหวะที่พวกเขากำลังสนทนากัน อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูสองสามครั้ง

            พวกเขาชะงักไปพักหนึ่ง คิดว่าหูฝาดกันเอง ผลปรากฏว่าเสียงเคาะลั่นอีกหลายครั้งและดังกว่าเมื่อกี้ด้วย

            ซึ่งเป็นเรื่องแปลกใหม่มากทีเดียว เพราะคนชนบทเมื่อไปเยี่ยมบ้านคนอื่นก็มักจะเปิดพรวดเข้าไปในลานบ้าน ไม่ค่อยเห็นใครเคาะประตูเท่าไรนัก เลยได้ยินเสียงเคาะกันน้อยครั้ง

            “บ้านเราไม่ได้ล็อกประตูนี่?” เจิ้งเทียนหมิงพึมพำอย่างสงสัย ค่อยชะเง้อคอตะโกนไปทางประตู “ใครครับ ประตูไม่ได้ล็อก เข้ามาเลย!”

            สิ้นเสียง เจิ้งหยวนก็หันไปมองด้วยเช่นกัน และเห็นเด็กร่างท้วมผิวขาวดูนุ่มนิ่มเดินเข้ามา ในมือเด็กคนนั้นถือห่อผ้าห่อใหญ่ เขาชะโงกหัวด้อมๆ มองๆ น่าจะรู้สึกเก้อกระดากเลยแค่ส่งยิ้มทักทาย เมื่อเห็นพวกเขากำลังกินข้าวอยู่ก็เกาศีรษะแกรกๆ ก่อนเอ่ยกับคนที่รู้จักเพียงสองคนว่า “คุณอา เจิ้งเจวียน พวกคุณทานข้าวกันอยู่เหรอครับ?” ว่าแล้วเขาก็ถอยหลังสองก้าว “งั้นอีกเดี๋ยวผมค่อยมาใหม่นะครับ?”

            “มาแล้วก็กินข้าวด้วยกันเถอะ” เจิ้งเฉวียนกังลุกขึ้น แนะนำให้ครอบครัวรู้จัก “นี่คือสหายซ่งปิงที่เพิ่งเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกองเรา” และแนะนำกับซ่งปิงต่อ “นี่คืออาสะใภ้ของนาย นั่นลูกชายของฉัน เทียนหมิงกับเฝิงหมิงเยว่ ภรรยาของเขา แล้วก็ลูกสาวฉัน เจิ้งหยวน เจิ้งเจวียน นายเคยเจอแล้วเมื่อตอนกลางวัน และลูกชายคนเล็ก เทียนเลี่ยง ส่วนเด็กสองคนข้างล่างคือหลานชายกับหลานสาวของฉันเอง… ซ่งปิง นายกินข้าวหรือยัง ยังไม่กินก็กินด้วยกันเถอะ เจวียนจื่อ ไปตักข้าวให้ซ่งปิงในครัวหน่อย”

            “ไม่เป็นไรครับๆ” 

            ซ่งปิงรีบเอ่ยลนลานปฏิเสธ แต่เจิ้งเจวียนวิ่งแจ้นเข้าครัวไปเสียแล้ว

            เจิ้งหยวนหาเก้าอี้พักมาวางไว้ตรงปลายเท้าเขาแล้วสังเกตเด็กหนุ่มร่างท้วมแวบหนึ่ง ก่อนคิด มิน่าเจิ้งเจวียนถึงไม่ชอบเขา แม้หุ่นเด็กคนนี้ไม่ได้อ้วนจนกลมเหมือนลูกบอล แต่น่าจะเจ้าเนื้อจนหนักเกือบสองร้อยจินแล้ว แถมตัวยังไม่สูงมาก พอๆ กันกับเธอ เมื่อพินิจมองเครื่องหน้า กลับมองเห็นไม่ชัด เพราะโดนเนื้อบีบจนเปลี่ยนรูปทรง บอกได้แค่เขามีดวงตาสองชั้น ดั้งจมูกโด่ง อ้วนและตัวเตี้ย ว่ากันว่าคนอ้วนเป็นคนที่มีศักยภาพ ไม่รู้เขาจะใช่แบบนั้นหรือเปล่า เจิ้งเฉวียนกังค่อยๆ กดไหล่ให้เขานั่งลง มองออกทันทีเลยว่าเขากำลังกระวนกระวายและหน้าบางจนขึ้นสีเลือดฝาดจางๆ

            เขายื่นของบางอย่างมาให้อย่างกล้าๆ กลัวๆ แล้วว่าเสียงตะกุกตะกัก “นี่... นี่เป็นของที่ผมนำมาจากบ้านครับ คุณพ่อคุณแม่บอก... บอกให้ผมมอบให้กับครอบครัวคุณอาเฉวียนกัง ไม่ใช่ของดีอะไร แค่ของกินกับเครื่องดื่มนิดๆ หน่อยๆ ครับ…”

            แต่ทว่าเฉินชุ่ยอวิ๋นกลับไม่รับ และเอ่ยปฏิเสธ “เธอมาก็พอแล้ว ยังนำของมาให้อีก”

            ถึงกระนั้น ซ่งปิงก็ยังดึงดันจะให้อยู่ดี

            ดูท่าจะเป็นภารกิจที่คุณพ่อคุณแม่ของซ่งปิงกำชับมา เมื่อให้ของไม่ได้ใบหน้าซ่งปิงจึงพลันแดงก่ำ ดวงตาฉ่ำน้ำเหมือนคนจะร้องไห้ ก่อนจะโน้มน้าวคนสกุลเจิ้งต่อ “อาสะใภ้คุณรับไว้เถอะ ไม่ใช่ของมีราคาจริงๆ ครับ”

            เฉินชุ่ยอวิ๋นรับมาคลี่ดูแวบหนึ่งก็ตกใจจนสะดุ้งโหยง พระเจ้า มีเนื้อรมควันห่ออยู่ข้างใน! นอกจากนี้ยังมีพวกเมล็ดสน ถั่วเจินจื่อ [2] ผลไม้อบแห้งอีกอย่างละนิดอย่างละหน่อยด้วย เจิ้งหยวนจึงชะโงกหน้ามาดูด้วย เธอตกใจจนอ้าปากพะงาบๆ

            เห็นดังนั้น เฉินชุ่ยอวิ๋นจึงไม่กล้ารับยิ่งกว่าเดิม ของพวกนี้มีค่ามากเกินไป

            แต่ซ่งปิงยังพยายามอธิบายเกลี้ยกล่อม “ครอบครัวผมมีญาติอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ นี่เป็นอาหารป่าที่เขาส่งมาให้ เขาอาศัยอยู่บนภูเขา ของพวกนี้หาได้ทั่วไปน่ะครับ ก็เลยส่งมาให้ประจำ ไม่นับเป็นของมีค่าอะไรสำหรับผม แต่อาจจะค่อนข้างหายากสำหรับคนอื่นๆ ฉะนั้น คุณแม่ถึงให้ผมนำมาฝากครับ”

            เขาพูดอย่างจริงใจด้วยดวงตาฉ่ำวาว

            เฉินชุ่ยอวิ๋นใจอ่อนยวบกับท่าทางอันน่าสงสารของเขา “เฮ้ๆๆ เข้าใจแล้ว อาสะใภ้จะรับไว้นะ” และเธอแอบตัดสินใจว่าอนาคตจะต้องดีกับเด็กอ้วนคนนี้ให้ดีๆ หน่อย จากนั้นจึงค่อยยื่นห่อผ้าให้เจิ้งเจวียนนำไปวางไว้ในบ้าน ก่อนชวนซ่งปิงกินนู่นกินนี่พลางชวนคุย “เธออายุเท่าไรเหรอ คุณพ่อคุณแม่ถึงให้มาชนบทน่ะ?”

            “ผมอายุสิบหกครับ” เขาตอบ เดิมทีซ่งปิงไม่ค่อยอยากกินข้าวเท่าไรนัก แต่เขายังไม่ได้มื้ออาหารจากค่ายยุวปัญญาชน ทั้งยังอยู่ในช่วงวัยเจริญเติบโตด้วย ตอนนี้เลยเกิดหิวขึ้นมาเสียอย่างนั้น กับข้าวของสกุลเจิ้งกลิ่นหอมมากจนเขาอดหยิบตะเกียบไม่ได้ พอได้ลิ้มลองคาดไม่ถึงว่าจะอร่อยขนาดนี้! “อาสะใภ้ กับข้าวบ้านคุณอร่อยมากเลยครับ! อร่อยกว่าอาหารที่แม่ผมทำเสียอีก” ก่อนว่าต่อ “เดิมทีคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้อยากให้ผมมา แต่ผมดื้อมาเองครับ”

            ตอนแรกเจิ้งเฉวียนกังไม่ชอบที่พ่อของซ่งปิงใช้เส้นสาย แถมเขายังกินจนอ้วนท้วนสมบูรณ์ เมื่อได้ยินว่าเขาเป็นคนขอมาเอง มุมมองที่มีต่อยุวปัญญาชนคนนี้จึงเปลี่ยนไปนิดหน่อย อย่างน้อยก็พอยืนยันได้ว่าเด็กคนนี้เต็มใจรับความลำบากและมีจิตสำนึกที่ดี

            เฉินชุ่ยอวิ๋นมองเด็กชายร่างท้วมอย่างใจดี “ถ้าคิดว่ากับข้าวบ้านอาสะใภ้อร่อยก็มาทานบ่อยๆ นะ”

            ดวงตาเจ้าเด็กร่างท้วมพลันเป็นประกาย “ได้เหรอครับ?”

             

            เชิงอรรถ

            [1] พินอิน หมายถึง ระบบการถอดเสียงภาษาจีนด้วยตัวอักษรละติน ซึ่งก็คือตัวอักษรภาษาอังกฤษ A - Z ที่คนไทยเราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ปัจจุบันการออกเสียงระบบพินอินใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศจีน สิงคโปร์ ไต้หวัน รวมทั้งมีการเรียนการสอนให้นักเรียนชาวต่างชาติที่เรียนภาษาจีนทั่วโลก โดยพินอินถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ชาวต่างชาติเรียนภาษาจีนกลางได้อย่างสะดวกรวดเร็วและออกเสียงได้อย่างถูกต้อง 

            [2] ถั่วเจินจื่อ หมายถึง ถั่วเฮเซลนัต

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่อีกครั้ง สู่ช่วงวันวานแสนมั่งคั่งในยุค 70 [จบ] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730