ณ กระท่อมกลางป่า เมืองซูโจว
เจิ้งฝูยังไปมาหาสู่บ้านชุนฮวาเป็ประจำ
ชุนฮวา: “ ท่านรู้ไหม ข้ามักจะฝันเห็นผู้หญิงอุ้มลูกยืนหันข้างให้โดยมองหน้าไม่ชัดเจนมิทราบนางเป็ใคร หรือข้าเป็บ้าไปแล้วกระมัง”
จือชาง : “ เ้าไม่บ้าหรอก เพราะข้าก็ฝันแปลกไม่ต่างจากเ้าข้ามักฝันว่ามีแม่ลูกอ่อน ยกลูกให้คนอื่นอุ้ม แล้วนางก็สลายร่างหายไปมิรู้นางเป็ใครเช่นกัน หรือว่านี่เป็โรคประหลาดของเราทั้งสองคน”
ขณะที่ทั้งคู่เผลอ ปีศาจก็มาครอบงำจือชาง
ปีศาจประจำตอนนี้ ปีศาจสลับิญญา (換魂魔)
พลังพิเศษ:สลับิญญาของเทพเซียนให้ไปอยู่ในร่างของผู้อื่นหรือแม้แต่สลับิญญาเทพเซียนบางองค์ให้ไปอยู่ในร่างสัตว์เพื่อสร้างความโกลาหลและความวุ่นวายภายในกลุ่ม
จุดอ่อน:การผนึกกำลังของเทพเซียนที่สามารถเชื่อมโยงจิติญญาเข้าหากันได้
จือชางถูกปีศาจสลับิญญาไปอยู่ในร่างนกส่วนิญญานกเข้าไปอยู่ในร่างจือชาง ชุนฮวาเห็นร่างขุนพลร้องจิ๊บ ๆ จึงถาม
“ท่านเป็อะไรไป ร้องเป็นกทำไม”
แต่จือชางไม่ตอบ ทำท่ากระพือปีก คล้ายพยายามจะบิน
ชุนฮวาพยายามซักถามอะไร แต่ก็คุยกันไม่รู้เื่
ณ พระราชวังบนเทือกเขาหวู่ยี่ซาน แคว้นิ่เยว่แถบฝูเจี้ยน
( 武夷山 閩越 福建 )
หยิ่งหยูซ่าน 郢餘善เ้าแคว้นิ่เยว่ กำลังนั่งว่าราชการในหอประชุม
ท่ามกลางเสนา อำมาตย์ ข้าราชการนับร้อย
ทันใดก็มีเ้าพนักงานวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามากระซิบข้างหูท่าน
“เรียนท่านอ๋อง คุณชายเกิดโรคประหลาดมีอาการคลุ้มคลั่ง ตามหมอหลวงมาตรวจแล้ว ยังไม่พบทางรักษา ขอเชิญท่านไปพิจารณาดูเถิด”
ท่านอ๋องจึงหันไปหาท่านเสนาบดี : “ท่านเสนาหวัง วานท่านดำเนินการประชุมไปก่อนนะ ข้าขอตัวไปดูอาการลูกชายข้าสักครู่ป่วยอะไรไม่ทราบ”
เสนาหวัง : “ โอ้ เชิญท่านเลยไม่ต้องห่วงทางนี้ข้าจัดการเอง ขอให้คุณชายหายโดยไว”
เมื่ออ๋องไปถึงห้องนอนของบุตรชายก็เห็นลูกนอนชักดิ้นชักงอ น้ำลายฟูมปาก ตาเหลือกลาน นิ้วมือหงิกงอ แขนขาเกร็ง
ท่านอ๋องหันไปถามหมอ : “ ทั้งเมืองนี้หาหมอที่รักษาลูกข้าไม่ได้เลยหรือ สาเหตุของโรคเกิดจากอะไร”
หมอหลวง : “ ข้าตรวจชีพจรดูก็ปกติดี ไม่มีไข้แต่ยังหาสมมติฐานของโรคมิได้ ข้าละอายจริง ๆ “
ฉับพลันก็มีเสียงใครบางคนดังมาจากหน้าห้อง
“หาก้าให้ลูกเ้าหายป่วย ข้าช่วยได้นะ”
เป็เซียวเยี่ยนหลง ที่บัดนี้กลายเป็จอมมารโลหิตม่วงนั่นเอง
“ถ้าเ้ายกมณีนักษัตรปีเถาะมาให้ข้ารับรองว่าลูกของเ้าหายเป็ปกติแน่นอน”
เ้าแคว้น : “เ้าเป็ใคร กล้าบังอาจมาต่อรองกับข้าหรือ”
จอมมาร: “ข้าเป็ใครเ้าไม่มีสิทธิรู้หากไม่ยอมให้ข้า ลูกแกไม่รอดแน่”
แล้วมารเืม่วงก็บันดาลให้ลูกเ้าแคว้นโวยวายดิ้นพร่าน ร้องโหยหวน น่าเวทนายิ่งนัก
ฮูหยินของอ๋องิ่เยว่เกรงลูกจะสิ้นชีพจึงเร่งเร้าสามี
“ท่านพี่รีบตัดสินใจมอบให้เขาไปเถอะค่ะจะรอดูลูกเราตายหรืออย่างไร”
เ้าแคว้นจึงยินยอมหันไปสั่งคนรับใช้
“ไปเอามณีนักษัตรมามอบให้เขาเดี๋ยวนี้”
เมื่อได้รับมณีวิเศษตาม้า จอมมารจื๋อเสว่หมัวจวินก็กล่าวทิ้งท้ายก่อนจากไป “ลูกเ้าจะหายภายในอึดใจหลังจากข้าไป ขอบใจที่มอบมณีให้ไปละ” ครั้นพูดจบก็หายวับไปท่ามกลางแสงสีม่วง
บุตรเ้าแคว้นลืมตาขึ้น เอ่ยกับมารดา “ท่านแม่ข้าหิวน้ำ”
ฮูหยิน: “โอ้ ลูกเราหายแล้ว ดีใจจริง ๆ “
ณ พระราชวังเทียนกง สรวง์
จือชางในร่างนกบินขึ้นไปบอกขุนพลชิงหลิง
“องค์หญิง ช่วยข้าด้วย ข้าจือชางนะ ปีศาจมันสลับร่างข้ากับนกตัวนี้ขอวานท่านช่วยข้าด้วย”
เซิ่งหมู่เจียงจวินจึงกล่าว : “ตามข้าไปหาเ้าแม่เสวียนหนี่ท่านคงช่วยเ้าได้”
เมื่อไปยังตำหนักเทพนารี
เจียงลี่ซือ ใช้กระจกส่องิญญาดูก็รู้ถึงฤทธิ์เดชและทางแก้คำสาปของปีศาจได้
“องค์หญิงท่านจงเชื่อมโยงจิติญญากับจือชาง จึงจะทำลายพลังปีศาจลงได้”
ชิงหลิงได้ฟังก็ทำตาม และก็ได้ผล
จือชางในร่างนกบินกลับไปยังร่างมนุษย์ของตนที่กระท่อมน้อยนกและคนต่างก็กลับคืนร่างเดิมได้
แต่... ยายของชุนฮวากล่าวกับชายหนุ่ม
“ท่านรู้หรือไม่ ระหว่างที่ท่านมีอาการตาค้างนั้นชุนฮวาถูกชาวบ้านจับไปเป็เครื่องสังเวยจอมมารม่ออ๋อง แลกกับการไม่ปล้นชิงหมู่บ้าน ท่านรีบไปตามหาเถิด”
จือชาง : “ โธ่ ชุนฮวา ท่านถูกจับไปยังที่ใดกันเล่า”
ขุนพลหนุ่มเหาะไปค้นหาทั่วดินแดนซูโจวแต่ก็ไม่พบร่องรอยของนางอันเป็ที่รัก แม้สอบถามจากชาวบ้านก็ไม่มีใครบอกได้
ณ ตำหนักจอมมาร
ชุนฮวาฟื้นจากสลบ เห็นตนเองถูกมัดติดกับเสาหิน
สมุนปีศาจจึงถามเ้านาย
“นายท่านจะให้ชำแหละนางสังเวยจอมเทพปีศาจเมื่อไรครับ”
หมัวหวางเห็นนางชาวป่าก็หลงรัก จึงกล่าว
“ยังไม่ต้องฆ่านาง แต่กักตัวไว้ก่อนข้าอยากได้นางเป็เมีย จัดห้องพัก เสื้อผ้า อาหาร และสาวใช้คอยปรนนิบัตินางให้ดี”
“ขอรับนายท่าน”
ชุนฮวาได้ยินดังนั้นจึงดิ้นรน ร้องบอก
“ข้าไม่ยอมเป็ของท่านหรอกจะสังหารข้าก็จงเร่งมือเถิด”
“เ้าอย่าเพิ่งคิดสั้น อย่าลืมว่าชีวิตยายของเ้ายังอยู่ในมือข้านะ”
ชุนฮวาได้ฟังก็หวั่นใจนัก มิกล้าขัดขืนยอมให้พาตัวไปห้องพักโดยดี
ณ ตำหนักเทพนารี
เจิ้งฝูกับชิงหลิงไปขอความช่วยเหลือจากเ้าแม่จิ่วเทียนเสวียนหนี่
“ขอความเมตตาเ้าแม่โปรดใช้กระจกวิเศษส่องให้รู้แหล่งกักขังชุนฮวาด้วยว่าอยู่ที่ไหน”ขุนพลหนุ่มกล่าวอ้อนวอน
องค์หญิงรู้สึกน้อยใจลึก ๆที่จือชางเป็ห่วงชุนฮวาอย่างออกนอกหน้าเพราะนางก็แอบชมชอบขุนพลหนุ่มผู้นี้มาแต่ยังเด็ก แต่ก็ช่วยพูดให้จือชาง
“ใช่ค่ะ อย่าให้จอมมารนำตัวนางไปสังเวยเลยนะคะ”
เจียงลี่ซือ ก็ใช้โล่ยันต์แปดทิศเปลี่ยนเป็กระจกส่องิญญา
ภาพที่ปรากฏ
“ชุนฮวาถูกจับขังไว้ในถ้ำใต้ดินของป่าเจ็ดสีเมืองผีเฟิงตู เขตเจียงโจว รัฐปา ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจงหยวน”
เจิ้งฝูเจียงจวินร้อนรนนัก
จือชาง : “เช่นนั้นข้าจะรีบไปช่วยเหลือนาง”
ชิงหลิง : “ข้าขอติดตามท่านไปช่วยอีกแรง”
ขุนพลหนุ่มรีบเหาะลงไปยังโลกมนุษย์
หนี่หวงอิ๊นเห็นดังนั้นก็รีบกล่าว
“เดี๋ยวสิ ให้ข้าไปด้วย” แล้วนางก็เหาะตามลงไป
ท่ามกลางเทือกเขาต้าปา ระหว่างแอ่งเสฉวนกับที่ราบลุ่มแยงซีเกียง
เมืองเจียงโจว ( 江州ปัจจุบันคือเมืองฉงชิ่ง )
แม่น้ำใสไหลคดเคี้ยวผ่านซอกเขา ลัดเลาะภายใต้ร่มไม้ใบบังของป่าดิบ
เจียวถิงแนะนำสถานที่ให้สองขุนพลได้ฟัง
“ที่นี่ยังมีป่าแห่งหนึ่ง ชื่อว่า ป่าเจ็ดสีเมืองผีเฟิงตู อันมีภูมิอากาศร้อนชื้น ฝนตกชุกตลอดปี
เหตุที่ได้ชื่อว่าป่าเจ็ดสี เพราะสีของต้นไม้นานาพรรณมีทั้งสีม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง ราวสายรุ้ง ดูงดงามชวนฝัน
แต่ภายใต้ความสวยงามกลับเต็มไปด้วยพิษร้ายทั้งจากอสรพิษนานาชนิด และจากไข้ป่า หมอกพิษจากไอปีศาจ”
ชิงหลิงเอ่ยชมเจียวถิง : “ช่างรอบรู้ละเอียดดีจริงสมแล้วที่เ้าเป็เทพนักรบผู้สอดส่องท่องเที่ยวไปช่วยเหลือเวไนยสัตว์ทั่วโลก”
ทั้งสามไปถึงซุ้มประตูหิน สลักว่าประตูสู่เฟิงตู
มีผีสาวตนหนึ่ง บนกายมีแต่ดอกไม้ประดับราวกับพวงหรีดมาต้อนรับ
“ท่านทั้งสามมาหาใคร”
“เราตามหาคนที่ถูกจอมมารจับมา แล้วเ้าล่ะ เป็ใคร“ จือชางถาม
นางผีดอกไม้ตอบ
“ข้าชื่อ สือม่านกุ่ย ชาวบ้านเรียกว่า ผีกินพวงหรีดเพราะครั้งยังมีชีวิตอยู่ ข้าชอบแอบไปขโมยดอกไม้ที่คนวางไว้บูชาพระพุทธเ้ามาประดับร่างกายเมื่อข้าตาย ก็กลายเป็เปรต ถูกลงโทษไม่ให้กินอาหารที่คนนำมาเซ่นไหว้จะกินได้แต่พวงหรีดดอกไม้เท่านั้น”
ชิงหลิงจึงถามต่อ “แล้วเมืองเฟิงตูนี้เป็เมืองแบบใด”
นางผีตอบ
“ในสมัยโบราณ คนแถบนี้สร้างเมืองให้ภูตผีิญญาเร่ร่อนได้อยู่อาศัย จะได้ไม่ไปรบกวนชาวบ้าน ชื่อว่าเมืองเฟิงตู
เดี๋ยวข้าจะนำท่านข้ามด่านทดสอบสามครั้ง จึงจะเข้าสู่ตำหนักมารได้ตามข้ามาสิ”
ผีสาวพาไปถึงสะพานหินแห่งหนึ่ง
“ด่านแรกนี่เรียกว่า สะพานอนาถา ผู้ตายจะต้องผ่านการทดสอบสามครั้งก่อนจะไปสู่ภพชาติต่อไปเป็การทดสอบความดีและความชั่ว ยมบาลจะอนุญาตหรือห้ามไม่ให้ผ่านคนดีจะได้รับอนุญาตให้ผ่านได้ในขณะที่คนชั่วจะถูกผลักลงสู่น้ำด้านล่างต้องอาศัยความดีของตนจึงจะรอด ไม่มีใครช่วยเหลือได้ จึงเรียกว่า สะพานอนาถา”
ทั้งสามเดินตามนางผีกินดอกไม้ผ่านด่านแรกไปได้อย่างง่ายดาย
“ด่านที่สองคือเนี่ยกุ่ยกวน หรือด่านตรวจผีเข้าเมือง ิญญาจะต้องแสดงตนเพื่อรับการพิพากษาจากเงี่ยมล่ออ๋องหรือพระยายมราช”
เทพ์ทั้งสามแสดงป้ายทองประจำตนยมบาลก็เชื้อเชิญให้ผ่านไปได้
“ด่านสุดท้ายคือทางเข้าพระราชวังเทียนจื่อ โดยิญญาจะต้องยืนบนหินก้อนหนึ่งด้วยเท้าข้างเดียวเป็เวลาสามนาที ถ้าเป็คนดีจะสามารถทำได้ในขณะที่คนชั่วจะล้มเหลวและถูกสาปให้ลงนรก”
สองขุนพลกับหนึ่งนักรบก็ปฏิบัติตามระเบียบจนผ่านได้หมดทั้งสามด่าน
“เอาล่ะท่านผ่านหมดทุกด่านแล้ว ต่อไปก็จะเป็ทางเข้าไปยังตำหนักของหมัวหวาง จงไปตามทางนั้นข้าหมดหน้าที่เพียงนี้ ขอให้ท่านโชคดี”
นางผีกล่าวแล้วก็หายวับไป
ทางเดินไปยังตำหนักมารต้องผ่านป่าไม้ที่มีลำต้นแปลกประหลาดลำต้นและกิ่งก้านใบ ล้วนเป็สีดำ มีสภาพหงิกงอ แลดูสมกับพงไพรของปีศาจ
แต่ละต้นมีขนาดลำต้นใหญ่โตกว้างหลายคนโอบใบไม้ปกคลุมแ่าจนแสงแดดยากจะลอดผ่านลงมาได้
และแล้วก็มาถึงหอคอยกลางป่า
เป็อาคารแปดเหลี่ยมหลายชั้นแต่ละชั้นมีหลังคากันสาดยื่นออกมาบังแดดบังฝน
ทวารบาลผู้รักษาประตูถามเทพทั้งสาม
“ทั้งสามท่านมาหาใครได้รับอนุญาตหรือยัง”
“เราเป็เทพมาจาก์้าเข้าพบท่านหมัวหวางเพื่อคารวะ” เจิ้งฝูกล่าวด้วยความนอบน้อม
“โปรดรอสักครู่ให้ข้าไปรายงานนายท่านก่อน”
ครู่หนึ่งปีศาจเฝ้าประตูก็ออกมากล่าว
“เชิญท่านเข้าไปได้จะมีพนักงานพาท่านไปพบหมัวหวาง”
“ขอบคุณท่านมาก”
เมื่อผ่านประตูตำหนักเข้าไปก็พบชายคนหนึ่งรูปร่างผอมสูง มาแนะนำตัว
“ข้าพเ้าเป็พ่อบ้านของที่นี่หมัวหวางให้มารับรองท่าน เชิญไปรอที่ห้องรับแขกก่อน ตามข้ามา”
ทั้งหมดเดินตามพ่อบ้านเข้าไปยังห้องใหญ่ที่ดูหรูหรามีเครื่องใช้ประดับห้องสวยงามมากมาย พื้นปูด้วยพรมอย่างดี ติดผ้าม่านตามหน้าต่างมีโคมไฟห้องระย้า
“โปรดรอสักครู่จะได้ไปจัดเครื่องดื่มมาต้อนรับท่าน” พ่อบ้านกล่าวแล้วเดินหายเข้าไปด้านหลังห้อง
ชิงหลิงก็กระซิบกับจือชาง
“พี่จือชางข้าว่ามันแปลก ๆ นะ ดูทุกสิ่งราบรื่นผิดปกติ ั้แ่สามด่านแรกแล้ว ข้าเกรงจะเกิดเื่ไม่ดีภายหลัง”
“อืมข้าก็ระมัดระวังตัวอยู่ รอดูต่อไปก็แล้วกัน” เจิ้งฝูกล่าวตอบ
“นี่ถ้าไม่ใช่เพราะพี่จือชางแล้วข้าไม่อยากมาด้วยหรอกนะ สถานที่แบบนี้” เจียวถิงกล่าวพลางกวาดสายตาไปรอบทิศ
พ่อบ้านกลับออกมากับสาวใช้อีกสองนางคนหนึ่งถือถาดป้านสุรา คนหนึ่งถือถาดอาหาร มีของกินสามอย่าง เกี๊ยวนึ่ง หมูกรอบ ก๋วยเตี๋ยวหลอด
“เชิญท่านรับประทานอาหารว่างก่อนหมัวหวางจัดการธุระเสร็จแล้วจะออกมาพบท่าน” พ่อบ้านกล่าว
เทพทั้งสามก็จ้องมองหน้ากันลังเลว่าจะดื่มกินสิ่งที่ตำหนักนำมาต้อนรับหรือไม่
เหมือนพ่อบ้านจะดูออกจึงกล่าว
“หากท่านไม่สบายใจข้าจะชิมให้ท่านดูว่าทุกสิ่งปลอดภัย”
เขาเทสุราใส่จอกต่างหากดื่มต่อหน้าและคีบอาหารใส่จานแยกชิมให้ดู
ทั้งสามเทพจึงเชื่อใจลงมือดื่มกินพอสมควรตามมารยาท
สักครู่ใหญ่จื้อจุนหมัวหวางก็เดินเข้ามาในห้อง
ผู้มาเยือนทั้งสามยืนขึ้นให้เกียรติเ้าของสถานที่
“เชิญท่านนั่งตามสบาย”หมัวหวางกล่าวต้อนรับ ก่อนจะนั่งลงในที่ของตน
“มิทราบทั้งสามท่านมีกิจธุระอันใดจึงมาเยือนตำหนักของข้า”
“ข้าได้ยินจากชาวบ้านว่าคนของท่านจับตัวสตรีผู้หนึ่งมานางชื่อว่าชุนฮวา ได้ข่าวว่าจะถูกนำมาสังเวยชีวิตแก่ท่านหมัวหวางมิทราบจริงเท็จประการใด” จือชางกล่าว
จอมมารหัวเราะก่อนตอบ“ ข้าต้องขอโทษแทนลูกน้องด้วยเป็ความจริงว่าแต่แรกพวกมันคิดจะจับนางมาเป็เครื่องสังเวยชีวิตให้ข้าแต่ครั้นข้าได้พบนาง ก็รู้สึกถูกชะตา จึงละเว้นไม่เอาชีวิต และให้อยู่ที่นี่ในฐานะแขกคนสำคัญของตำหนักไประยะหนึ่งก่อนพวกท่านมิต้องกังวลหรอก”
จือชาง: “ต้องขอบคุณที่ท่านเมตตาไว้ชีวิตนางชุนฮวา แต่ข้าก็ต้องขอความกรุณาท่านปล่อยนางกลับไปหายายที่บ้านเถิดด้วยนางเป็กำลังหลักคนเดียวในการเลี้ยงดูคนชราเท่านั้น”
หมัวหวาง: “หากข้าเห็นว่าเหมาะสมจะปล่อยนางเวลาใด ข้าจะตัดสินใจเอง มิต้องให้ใครมาสั่งหรอกข้ามีธุระต้องกระทำ ขอส่งท่านแค่นี้ พ่อบ้าน ส่งแขก” จอมมารกล่าวแล้วลุกขึ้นเตรียมจะหันเดินออกไป
แต่จือชางรีบเหาะไปขวางหน้าไว้
“ในเมื่อท่านดึงดันเช่นนี้คงต้องเสียมารยาทแล้ว ด้วยอำนาจของขุนพลเทพ์ ขอสั่งให้ท่านปล่อยคนเดี๋ยวนี้”
หมัวหวางโกรธจัดคว้าหอกที่ปักไว้ข้างห้องพุ่งเข้าใส่จือชาง แต่ขุนพลหนุ่มเสกของ้าวเล่มใหญ่ปัดหอกนั้นกระเด็นไป
จอมมารจึงยกฝ่ามือขึ้นซัดพลังมารเป็ลำแสงสีแดงเจ็ดสายพุ่งใส่ขุนพลเทพ
ทันใดนั้นมีพลังแสงสีม่วงในตัวของเจิ้งฝู เปล่งออกมาคล้ายม่านกำบังปกป้องตัวเขาพร้อมสะท้อนพลังของมารกลับไปหาหมัวหวางจนหลบแทบไม่ทันสิ่งของเครื่องใช้ประดับห้องแตกกระจายจากพลังที่ย้อนไปโดน
จอมอสูรใมากอุทาน
“อะไรกันนี่เ้าเป็เทพมิใช่หรือ ไฉนจึงมีพลังของมารปีศาจ เ้าเป็ใครกัน...?”
จบตอนที่5
(แต่งจบตอนวันที่7 ก.ค.68)
พยายามจะไปช่วยชุนฮวา แต่พลังสู้ม่ออ๋องไม่ได้
หมายเหตุ คำศัพท์จีนที่เกี่ยวข้องในเื่
ป่าไม้เจ็ดสี เมืองผีเฟิงตู( 七色森林 丰都鬼城 )
ผีกินพวงหรีด 食蔓鬼
สะพานอนาถา 窮橋
เนี่ยกุ่ยกวน 虐鬼關ด่านตรวจผีเข้าเมือง
พระราชวังเทียนจื่อ 天子宮ด่านประทับตราให้ผ่านแดนนรกได้