3 วันผ่านไป
อโลนชนะติดต่อกันเรื่อยๆอย่างง่ายดาย ทิ้งความสิ้นหวังและหวาดกลัวให้กับเหล่านักโทษที่เหลืออยู่
พวกเขากลัวอโลนว่าคนต่อไปที่จะได้ลงสนามคือตนเอง และจะถูกอโลนฆ่าอย่างเืเย็น ความจริงแล้วนอกจากจะฆ่าแล้วผู้เข้าร่วมคัดเลือกสามารถที่จะซื้อนักโทษคนนั้นเพื่อนำมาเป็ทาสได้ เพราะอย่างไรนักโทษพวกนั้นก็เป็แค่เศษเดนที่รอวันปะาเท่านั้น
แต่ใครล่ะจะเสียเงินมากมายไปกับนักโทษพวกนี้ สู้ฆ่าทิ้งให้ตายยังเสียจะดีกว่า ส่วนใหญ่แล้วในเมืองัศักสิทธิ์คำรามแห่งนี้ก็มีพ่อค้าทาสที่เร่ห์ค้าทาสอยู่ทั่ว แถมราคายังถูกกว่านักโทษพวกนี้หลายสิบเท่าด้วย
กลางดึกในคืนนั้น
อโลนเช่าห้องพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง
เนื่องเพราะชนะติดต่อกันเป็จำนวนมาก ทำให้เขาได้เงินมาจำนวนมหาศาล ความจริงแล้วนับั้แ่เริ่มจนถึงวันนี้ก็ครบ 3 วันพอดี อโลนเอาชนะมาแล้วทั้งหมด 56 คน นั่นถือว่าทำลายสถิติร้อยปีของการคัดเลือกเลยทีเดียว
นอกจากนี้อโลนยังไม่ได้ให้ความสนใจกับการประลองมากนัก ไม่อย่างนั้นเขาคงผ่านการคัดเลือกได้ในวันเดียวอย่างมากก็สองวัน!
เพราะเห็นว่านักโทษที่ผู้คุมกฏจัดหามาฝีมือก็ไม่เท่าไหร่ อโลนจึงค่อยๆหมดความสนใจ และให้ความสนใจกับการหาข้อมูลของอาณาจักรัศักสิทธิ์คำรามแทน
บนโลกแห่งนี้มีทั้งหมด 7 ทวีป 1 ในนั้นคือทวีปัศักสิทธิ์คำราม
ทวีปัศักสิทธิ์คำรามถือว่าสงบสุขที่สุดในบรรดาทั้ง 7 ทวีปแล้ว ภายในทวีปนี้มีาานามลูดัส เล ออเซียส กษัตริย์แห่งัศักสิทธิ์คำรามรุ่นที่ 19
อัศวินเวทย์ผู้ทำหน้าที่ปกป้องอาราจักรมีทั้งหมดหนึ่งแสนกว่าคน ในหนึ่งแสนกว่าคนนั้นมีจอมเวทย์ระดับ 5 ขึ้นไปเพียงแค่ 50 คน
กล่าวได้ว่าจอมเวทย์ระดับ 5 นั้นมีพลังพอที่จะทำลายเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งด้วยตัวคนเดียวเลย! นั่นแสดงให้เห็นว่าจอมเวทย์ระดับ 5 นั้นแข็งแกร่งเป็อย่างมาก อย่างไรก็ตามสำหรับจอมเวทย์ระดับ 5 แล้วมีศักดิ์เป็ได้เพียงแค่รองหัวหน้าหน่วยเท่านั้น หมายความว่าผู้ที่เป็หัวหน้าหน่วยย่อมมีพลังที่น่าหวาดกลัวมากกว่านี้
หลังจากกล่าวถึงจอมเวทย์ระดับ 5 ไปแล้ว รอบนี้จะกล่าวถึงจอมเวทย์ระดับ 7 หรือก็คือระดับของหัวหน้าหน่วย มีทั้งหมดเพียงแค่ 7 คน
ในอาณาจักรัศักสิทธิ์คำรามแห่งนี้มีสังกัดอัศวินเวทย์ทั้งหมด 7 หน่วย
นั้นก็คือ
หน่วยัศักสิทธิ์์
หน่วยธรณีพิชิตโลกา
หน่วยวารี 1 พันสาย
หน่วยอัคคีัเพลิง
หน่วยวายุบ้าระห่ำ
หน่วยโลกเนรมิตรลวงตา
และ หน่วยอสุราสีทมิฬ
ทั้ง 7 หน่วยนี้มีจอมเวทย์ระดับ 7 1คน และระดับ 5 3 คนเป็อย่างต่ำ หมายความว่าเพียงหน่วยเดียวก็สามารถถล่มได้เมืองใหญ่เมืองหนึ่งเลยทีเดียว!
หลังจากกล่าวเื่จอมเวทย์ระดับ 7 ไปแล้ว คราวนี้จะมากล่าวถึงจอมเวทย์ระดับที่สูงที่สุดที่อาณาจักรัศักสิทธิ์อยู่
นั่นก็คือ
จอมเวทย์ระดับ 9 ! นายเหนือของเหล่าจอมเวทย์ทั้งมวลมีทั้งหมดเพียง 3 คนในอาณาจักรัศักสิทธิ์ พวกเขาเดินทางร่อนเร่ไปทั่ว ไม่ค่อยคบค้าสมาคมกับอาณาจักรัศักสิทธิ์เสียเท่าไหร่ เพียงแต่หากเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงที่เป็อันตรายกับอาณาจักรพวกเขาจึงจะมา
กล่าวได้ว่าระดับเวทย์ที่สูงที่สุดนั้นมีเพียงแค่ 10 นั่นหมายความว่าจอมเวทย์ระดับ 9 ทั้ง 3 แทบจะเรียกได้ว่าอยู่บนจุดสูงสุดของโลกใบนี้
จอมเวทย์ระดับ 9 เพียงคนเดียวสามารถรับมือกับ 1 กองทัพที่มีจอมเวทย์ระดับ 7 ไม่มากกว่า 3 และจอมเวทย์ระดับ 5 ไม่มากกว่า 10 คนได้สบายๆ
เมื่ออโลนอ่านมาถึงตรงนี้ในใจก็เกิดความหวาดหวั่น เขาไม่คาดว่าภายในอาณาจักรัศักสิทธิ์จะมีคนที่แข็งแกร่งขนาดนี้อาศัยอยู่
ยังไงก็ตาม เมื่อเขาได้เข้าร่วมกับสักหน่วยใน 7 หน่วยนี้ก็คงจะได้พบกับจอมเวทย์ระดับ 5 หรือ 7 อย่างแน่นอน
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป
อโลนผลิกหน้าหนังสืออ่านหลายเล่ม เขาได้ข้อมูลเกี่ยวกับอาณาจักรัศักสิทธิ์มามากมายแล้ว แต่ไม่สามารถหาข้อมูลหนึ่งที่อยากรู้ไม่เจอเสียที
"รายชื่อกลุ่มจอมเวทย์ดำ"
"ประกาศจับที่ยังลอยนวลอยู่"
"อาชญากรระดับ S"
อโลนมองหาหนังสือที่เกี่ยวกับเื่พวกนี้ แต่ไม่มีสักเล่มที่บอกถึงสิ่งที่เขากำลังตามหา
ทันใดนั้นเอง
เสียงฝีเท้าก็ดังมาจากนอกห้อง อโลนหยุดสิ่งที่กำลังทำก่อนจะให้ความสนใจกับใครบางคนที่กำลังเดินมาทางห้องเขา
"ท่านอโลนครับ หัวหน้าอยากจะพบท่านครับ"
ด้านนอก อัศวินเวทย์ในชุดคลุมสีดำยืนเรียงรายกันอยู่ พวกเขาอย่างต่ำก็เป็จอมเวทย์ระดับ 3 แต่มี 2 คนที่มีออร่าและแรงกดดันสูงที่สุด
แม้แต่อโลนที่อยู่ภายในห้องยังรู้สึกถึงแรงกดดันได้
"นายมาที่นี่ทำไม?" อโลนกล่าวด้วยใบหน้าเ็าดุจน้ำแข็ง
ชายหนุ่มผู้มีเส้นผมสีดำ ที่ออร่าและแรงกดดันน่าหวาดกลัวที่สุดเผยรอยยิ้มร่า
"ไม่เอาน่า น้องชายอุส่าห์กลับมาทั้งที แถมยังลงสมัครคัดเลือกัศักสิทธิ์โดยไม่บอกอีก เป็ธรรมดาที่พี่ชายจะมาดูว่ามีปัญหาอะไรรึเปล่าไงล่ะ"
ชายหนุ่มผู้มีเส้นผมสีดำคนนี้ก็คือพี่ชายของอโลน เขาสวมชุดคลุมสีดำ ตรงชุดนั้นมีลายสลักรูปปิศาจสีดำปรากฏอยู่ นั่นหมายความว่าพี่ชายของอโลนอยู่หน่วยอัสวินเวทย์ของอสูรสีทมิฬนั่นเอง!
รอยยิ้มของชายหนุ่มดูน่ากลัวและน่าขนลุก
"ได้ข่าวมาแล้วนะ นายเอาชนะนักโทษพวกนั้นได้ 56 คนเลยนี่ ไม่เลวเลย พ่อคงภูมิใจนายแน่"
อโลนขมวดคิ้ว
"นายมาที่นี่ทำไม?"
เขาไม่มีความรู้สึกอยากจะอยู่กับชายหนุ่มคนนี้นานกว่านี้ ความรู้สึกที่อยากพบหน้ากับการจากกันนานแสนนานยิ่งไม่มี
เมื่ออโลนมองใบหน้าอันชั่วร้ายของชายหนุ่มผมสีดำตรงหน้า เขาก็พลันนึกถึงอดีตอันแสนโหดร้ายในตอนนั้นทุกครั้ง
พี่ชายของอโลนยังคงยิ้ม
"แหม ดูเหมือนน้องชายที่น่ารักของฉันจะไม่ค่อยรักฉันเท่าไหร่เลยแหะ น่าเศร้าจัง ช่างเถอะ งั้นฉันจะพูดเลยนะ นายมาเข้าหน่วยของฉันสิ"
"แน่นอนว่าต้องเป็หลังจากตอนที่นายชนะครบ 100 คนและผ่านการคัดเลือกแล้ว"
ใบหน้าของอโลนเ็า ไม่มีความรู้สึกว่าจะตอบตกลงแม้แต่น้อย
แต่ใบหน้าของพี่ชายเขาพลันเ็ายิ่งกว่า แม้จะยิ่งยิ้มอยู่แต่มันดูน่าสยองเหลือคณา "นายไม่มีทางปฏิเสธได้หรอกนะ"
"แล้วถ้าฉันปฏิเสธล่ะ?" อโลนกล่าว
ออร่าขมุกขมัว ปรากฏออกจากร่างของพี่ชายอโลน ดวงตาของเขาราวกับสัตว์ร้าย
"ถ้าถึงตอนนั้นฉันจะทำทุกวิถีทางเพื่อเอานายเข้ากลุ่ม ถึงแม้อาจจะต้องมีบางหน่วยที่ต้องเสียสละ แต่เพื่อเป้าหมายนั้น แค่หน่วยบางหน่วยถูกกำจัดทิ้งก็นับว่าคุ้มค่า" คำพูดนี้มีเพียงอโลนเท่านั้นที่ได้ยิน เพราะพี่ชายของอโลนใช้เวทย์สื่อสารทางจิต ทำให้คนภายนอกไม่สามารถรับรู้ได้
อโลนพลันกัดฟันกรอด
"เ้าสารเลว!" เขาลอบเผยแววตาร้าย จิตสังหารแทบจะพวยพุ่งออกมา
จากนั้นพี่ชายของอโลนก็เดินจากไป ผ้าคลุมสีดำสะบัดทีหนึ่ง ด้านหลังผ้าคลุมมีตัวอักษรหนึ่งเขียนไว้ "หัวหน้าหน่วย"
ที่แท้แล้ว พี่ชายของอโลนก็คือหัวหน้าหน่วยของอสูรสีทมิฬนี่เอง!
อโลนมองพี่ชายจากไปด้วยแววตาขุ่นแค้น ไม่รู้ว่าหมอนั่นวางแผนจะทำอะไร แต่ดูจากที่มันพูดแล้ว สิ่งนั้นจะต้องสำคัญมากแน่