ตอนที่ 7 สุนัขที่เห่าไม่กัดคน
ถ้อยคำด่าทอและถากถางนับไม่ถ้วนดังไปทั่วห้องซอมซ่อเล็กๆ ได้ยินคำด่าทอเหล่านี้ มือของชิวเอ๋อร์ที่กำลังจัดแต่งผมดำขลับให้อิ่งเม่ยสะบัดแรงทีหนึ่ง ดวงตาใสเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความโกรธขึ้นมาทันใด นางขยับตัวไปยืนบังปกป้องอยู่ตรงหน้าอิ่งเม่ยราวกับแมวน้อยพองขนตัวหนึ่ง
หลังหวีเส้นผมดำสลวยเสร็จ อิ่งเม่ยก็ลุกขึ้นยืน มือเรียวสวยตบไหล่ชิวเอ๋อร์เบาๆ การกระทำที่ไม่นับว่ายิ่งใหญ่กลับให้ความรู้สึกปลอดภัยแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
คิ้วดำเลิกขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมเหล่มองอี๋เหนียงรองที่เดินนำเข้ามาในห้อง ผงชาดหนาทึบบนใบหน้าอีกฝ่ายไม่อาจปกปิดความแก่เอาไว้ได้ มุมปากยกขึ้นปรากฏรอยยิ้มเย็นมาดร้าย
กวาดสายตามองไปยังกลุ่มอี๋เหนียงและบุตรสาวสายรองที่จอแจอยู่ในห้อง อิ่งเม่ยเชยดวงตาราบเรียบขึ้นมา รูม่านตาหดลึกทว่าเยือกเย็นดุจอาวุธแหลมคม
“ข้านึกว่าผู้ใดมาเยือนเรือนข้าแต่เช้า ที่แท้ก็เป็เหล่าอี๋เหนียงและน้องสาวสายรองนี่เอง!” อิ่งเม่ยเอ่ยปาก ตั้งใจลงเสียงหนักที่คำว่า ‘อี๋เหนียง’ และ ‘น้องสาวสายรอง’ สองคำนี้ มองรอยยิ้มแข็งค้างบนใบหน้าของพวกนาง น้ำเสียงของอิ่งเม่ยเปลี่ยนเป็เยือกเย็นหนาวเหน็บเข้ากระดูก “ข้าได้ยินอยู่บ่อยๆ ว่าสุนัขที่เห่าไม่กัดคน สุนัขที่กัดคนไม่เคยเห่าไปเรื่อย วันนี้นับว่าเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว เป็เช่นนี้จริงๆ ด้วย”
“เ้าเอ่ยอันใด สตรีชั่วเยี่ยงเ้า คิดว่าตนเองเป็ธิดาสายหลักของจวนแม่ทัพใหญ่แล้วจริงๆ หรือ ความจริงชีวิตต้อยต่ำยิ่งกว่าใคร คาดไม่ถึง ตายไปครั้งหนึ่งแล้วกลับปากกล้า ให้อี๋เหนียงสั่งสอนเ้าให้ดี ว่าอะไรที่เรียกว่าความกตัญญู” อี๋เหนียงรองได้ยินวาจาเสียดสีอย่างโจ่งแจ้งของอิ่งเม่ย ดวงตาเบิกโพลงอย่างเดือดดาล นางกำมือแน่นเดินเข้าไปใกล้ เอ่ยพลางยกมือตบแก้มขาวสะอาดของอิ่งเม่ยเต็มแรง
แสงอันเย็นเยือกดุร้ายส่องผ่าน อิ่งเม่ยยื่นมือออกไปคว้าจับมือของอี๋เหนียงรองเอาไว้ ตวัดมือฟาดกลับไปยังใบหน้าของอีกฝ่ายเต็มแรง
เสียง “เพี๊ยะ” ดังขึ้น ทุกคนราวกับถูกมนต์สะกด ยืนนิ่งอยู่กับที่อย่างตกตะลึง มองภาพตรงหน้าโดยไม่อยากจะเชื่อ
คนไร้ค่าอ่อนแอผู้นั้นกล้าเอาคืนหรือ พวกนางตาฝาดไปหรือไม่
“คนชั้นต่ำ เ้ากล้าตบข้าหรือ” อี๋เหนียงรองยกมือกุมหน้า ผิวหย่อนยานสั่นไหวเพราะความโกรธ กรีดร้องเสียงดังอย่างบ้าคลั่งราวกับคนบ้า แยกเขี้ยวกางเล็บพุ่งเข้าหาอิ่งเม่ย
“หึ” อิ่งเม่ยยิ้มเย็น เท้าเรียวสวยคล้ายยกขึ้นอย่างเชื่องช้า ทว่าถีบออกไปอย่างรวดเร็ว ปะทะเข้ากับท้องของอี๋เหนียงรองอย่างเต็มแรง
“กรี๊ด!” เสียงกรีดร้องเ็ป ร่างของอี๋เหนียงรองเหมือนอุกกาบาต พุ่งชนกลุ่มคนที่หลบไม่ทันด้านหลังอย่างแรง ร่างสวยหยาดเยิ้มล้มต่อกันทีละคนเหมือนตัวหมี่นั่ว[1]
“โอ๊ย~” เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกคนขยับเอวที่เกือบถูกกระแทกหักและประคองกันขึ้นมา ใบหน้าเปี่ยมด้วยความเ็ป
มองภาพวุ่นวายตรงหน้า อิ่งเม่ยยิ้มร้าย ใบหน้าเ็าเชิดขึ้นอย่างหยอกล้อ “อี๋เหนียงและน้องสาวสายรองทั้งหลายก็ไม่ระวังเหลือเกิน ไยจึงล้มลงไปกองกับพื้นกันเล่า พวกเ้าล้มไปก็ไม่เป็ไร หากทำของในห้องของข้าพังแล้ว พวกเ้าต้องชดใช้ด้วยนะ”
“เ้า...” อี๋เหนียงรองรีบลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล ยามนี้ผมของนางยุ่งเหยิงหลุดลุ่ย แป้งที่ทากลายเป็ชิ้นๆ อยู่บนใบหน้านาง ดูน่ากลัวเหมือนปีศาจ
“ข้าทำไมหรือ” อิ่งเม่ยก้าวขึ้นไปหนึ่งก้าว มองต่ำลงไปยังอี๋เหนียงรอง น้ำเสียงเ็าดุจปีศาจร้ายดังขึ้นข้างหูทุกคน “อี๋เหนียงรอง เ้ากล้าเอ่ยถึงความกตัญญูต่อหน้าข้า ข้าเป็คุณหนูสายตรงของจวนนี้ และตัวเ้าเอ่ยให้น่าฟังสักหน่อยคืออี๋เหนียง เอ่ยไม่น่าฟังก็เรียกว่าสาวใช้อุ่นเตียงเท่านั้น วันนี้แม้ข้าจะตีเ้าให้ตาย อย่างมากข้าก็ได้ชื่อว่าชั่วร้าย แต่เ้าเล่า ชีวิตของตนคงไม่เหลือแล้ว”
การหยอกล้อทว่าน้ำเสียงเ็าคล้ายคมมีดที่แหลมคม ตัดสติของผู้คนอย่างรุนแรง ความอบอุ่นในฤดูใบไม้ผลิแรก เริ่มจับตัวเป็น้ำแข็งในทันใด ทุกคนตัวสั่นสะท้าน รู้สึกเพียงว่าเด็กสาวตรงหน้าดูเ็าดุร้ายอย่างไรอย่างนั้น คล้ายกับเทพแห่งความตายที่เดินเก็บเอาชีวิตในยามค่ำคืนโดยไร้ความรู้สึก ‘นาง’ ไม่ใช่ฮวาอิ่งเม่ยที่อ่อนแอรังแกได้เช่นแต่ก่อนอีกแล้ว
ชิวเอ๋อร์จ้องมองแผ่นหลังบอบบางอ่อนแอตรงหน้าด้วยแววตาตกตะลึง จนลืมความหวาดกลัวและคำพูดไปชั่วขณะ
“ไปให้พ้น ไสหัวออกไปจากห้องข้า” สายตาเย็นเฉียบของอิ่งเม่ยกวาดมองผู้คนที่อยู่ในห้องหนึ่งรอบ มองสายตาพวกนางที่เผยความหวาดกลัวออกมา ดวงตาหงส์ดำขลับเชิดขึ้นเผยรอยยิ้มร้าย
“เ้า...เ้า...” อี๋เหนียงรองกุมท้องด้วยความเ็ป มือสั่นเทาชี้ไปยังอิ่งเม่ย ใบหน้าร้ายกาจเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและบ้าคลั่ง นางกรีดร้องเอ่ยเสียงดังโดยไม่สนใจสิ่งใด “กำเริบ กำเริบแล้ว เ้ากล้าตบข้า”
“ตบเ้าหรือ” อิ่งเม่ยส่งเสียงหยัน เดินเอื่อยเฉื่อยสบายๆ มาอยู่ตรงหน้าอี๋เหนียงรอง ขยับเข้าใกล้อีกฝ่าย ทุกคนััได้ถึงสายลมเย็นที่หนาวเหน็บเข้ากระดูกพัดปะทะเข้ามา ฟันสีขาวกระทบกัน ร่างกายก้าวถอยหลังโดยไม่อาจควบคุมได้
อิ่งเม่ยโน้มตัวลงไป ทันใดนั้นยื่นมือไปคว้าจับปลายคางของอี๋เหนียงรองเอาไว้ หัวเราะเย้ยหยัน น้ำเสียงราวกับธารน้ำแข็งที่ไม่ละลายมาหมื่นปี เ็าถึงที่สุด “ดูเหมือนอี๋เหนียงรองจะฟังภาษาคนไม่ออกจริงๆ เช่นนั้นข้าไม่ลังเลที่จะใช้การกระทำที่แท้จริงเพื่อให้เ้าได้ััความโหดร้ายทารุณอย่างแท้จริงสักหน่อย”
อิ่งเม่ยเอ่ยพร้อมตวัดมือตบหน้าอี๋เหนียงรองอย่างแรง ค่อยๆ ยืดตัวยืนขึ้น เท้าเรียวสวยยกขึ้นทันใด เหยียบหนักๆ ลงบนนิ้วมือเรียวของอีกฝ่าย
เชิงอรรถ
^ ตัวหมี่นั่ว หมายถึง โดมิโน