ตอนที่ 16 ทุบหม้อข้าว เตรียมรวยเต็มกำลัง
หานซีหนิงจำได้ว่าตัวเองยังเล่นกับเสี่ยวทู่บนลานเรือนตอนนั้นเป็ฤดูใบไม้ร่วง แต่ไม่ทันไรวันนี้หิมะก็ตกเสียแล้ว
เมื่อเข้าฤดูหนาวที่หมู่บ้านแรงงานมักไม่ค่อยมีงานให้ทำมากนักดังนั้นผู้คนในหมู่บ้านเชียงหยุนส่วนใหญ่จึงว่างงานและหลบหนาวอยู่แต่ในเรือน
ส่วนหานซีหนิงและพี่ชาย ั้แ่อากาศเริ่มเย็นตัวลงสองพี่น้องก็ออกไปตลาดที่หมู่ติ่งลี่ นับดูแล้วก็เพิ่งผ่านมาสี่วันเอง
วันนั้นที่ตลาดหานซีหนิงนำเงินที่เก็บมาได้ทั้งหมดหกร้อยเงินขาวและเงินทองแดงที่เก็บได้หนึ่งเหรียญในเมืองเทียนชิงนำไปแลกเป็เงินขาวได้หนึ่งพันเงินขาวรวมกันแล้วตอนนี้หานซีหนิงก็มีเงินอยู่หนึ่งพันหกร้อยเงินขาว
เธอนำเงินที่มีใช้จ่ายออกไปทั้งหมด
ทว่าหานซีหนิงไม่ได้นำเงินไปลงทุนสิ่งใดแต่กลับทำสิ่งเหล่านี้แทน
่ที่ผ่านมาหานซีหนิงเรียนรู้โลกใบนี้ผ่านคำบอกเล่าผ่านตัวอักษร และที่ได้พบเห็นเองกับตา อีกทั้งยังตั้งใจศึกษาคนที่สามารถช่วยเธอทำงานได้
เริ่มจากฉีชวนเธอพบว่าลุงฉีรู้หนังสือ ทั้งยังรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของคนเป็อย่างดีมีไหวพริบพลิกแพลงเอาตัวรอด ที่สำคัญคือพูดโน้มน้าวเก่งหากเถียงสู้ฉีชวนได้นับว่าผู้นั้นสุดยอด
ยังมีซานเอ้อร์พี่ชายขอทานในเมืองเทียนชิง แม้เขาจะเป็แค่ขอทาน แต่ก็มีนิสัยตรงไปตรงมาอีกทั้งยังรู้จักเส้นทางลับมากมายในเมืองเทียนชิงเวลาเจอภัยก็สงบนิ่งประหนึ่งธารน้ำ ที่สำคัญคือ อ่านสีหน้าคนเก่ง
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายคนที่น่าสนใจหานซีหนิงจำชื่อพวกเขาไว้ในใจแล้ว เพียงแต่ 'งานต้องเลือกใช้คนให้เป็ ถึงจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด' หานซีหนิงจำมาจากคำพูดของครูต่างชาติ
ส่วนหานเซ่ออี้...
พระเอกคนนี้ย่อมฉลาดและเพอร์เฟกต์อยู่แล้วทว่าหากเธอหวังแต่พึ่งพี่ชายฝ่ายเดียว ...สักวันคงถูกขายเป็แน่แท้
ดังนั้นหานซีหนิงที่ทำการค้าขายไม่เป็ไม่มีหัวทางด้านเกษตรกรรม ที่ทำได้ก็แค่ปลูกพืชเล็กๆ น้อยๆ ไว้กินเองอีกอย่างงานเกษตรคงทำให้เธอรวยไม่ได้ภายในห้าปีรอเมื่อถึงตอนนั้นพวกเธอพี่น้องต้องหลุดพ้นจากสถานะแรงงานของตระกูลเจียงให้ได้
เพื่อเป็เครื่องรับประกันว่าเธอจะไม่ถูกขายในอนาคต
"เ้าแน่ใจแล้วหรือว่าจะไม่เก็บเงินจำนวนนี้ไว้"
หานซีหนิงพยักหน้าตอบพี่ชายอย่างแน่วแน่"ข้าแน่ใจเ้าค่ะ ถึงอย่างไรก็ทำให้เงินก้อนนี้งอกเงยไม่ได้เก็บไว้ก็เปล่าประโยชน์ เอามาใช้จ่ายจำเป็เถอะเ้าค่ะข้าอยากตัดชุดฤดูหนาวให้ท่านสักสองสามชุดด้วย"
"ข้าไม่ได้อยากได้ชุดฤดูหนาว"หานเซ่ออี้เหมือนจะไม่พอใจ
"..."
ถึงอย่างนั้นหานซีหนิงก็เอาเงินทั้งหมดซื้อเสื้อผ้าสำหรับฤดูหนาวเลือกผ้าเนื้อดีและให้ความอบอุ่นมาหลายพับจากนั้นก็นำไปฝากไว้ที่ร้านตัดชุดสั่งตัดชุดฤดูหนาวสองสามตัวรอถึงสิ้นเดือนต่อมาหานซีหนิงก็ไปรับเสื้อผ้าที่สั่งตัดไว้
เพื่อตอบแทนบุญคุณหานซีหนิงนำเสื้อหนาวที่ตัดได้ไปให้ลุงฉีหนึ่งตัวจากนั้นก็เข้าไปในเมืองเทียนชิงเพื่อเอาเสื้อหนาวอีกตัวไปให้ซานเอ้อร์ขอทานหนุ่มทั้งยังกระซิบบอกเขาว่า 'เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาเยือน' เธอจะทำเื่เื่หนึ่งที่ค่อนข้างต้องใช้แหล่งข่าวจำนวนมหาศาลระหว่างนี้ก็ให้ซานเอ้อร์บอกกล่าวพี่น้องขอทานของเขาไว้
ซานเอ้อร์ย่อมต้องทำตามที่หานซีหนิงบอกเขาสวมเสื้อหนาวที่เธอให้อย่างมีความสุขยืดอกอย่างผ่าเผยแล้วเอ่ยรับปากหานซีหนิงอย่างหนักแน่น"น้องซีหนิงไม่ต้องห่วง เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาเยือนอาณาจักรขอทานทั้งเมืองเทียนชิงจะเป็ของเ้า"
แสงตะวันสาดส่องใบหน้าเล็กสองแก้มนวลเนียนแดงระเรื่อ "อาณาจักรของข้าหรือ?" หานซีหนิงหัวร่อ พลางเกาศีรษะแกรกๆอย่างขัดเขิน "พี่ซานพูดหยอกข้าแล้ว"
พวกเขาพูดคุยกันต่ออีกไม่กี่ประโยคหานซีหนิงก็กล่าวลา
ครั้งนั้นที่ไปตลาดกับพี่ชายหานซีหนิงไม่ได้แค่สั่งตัดชุดฤดูหนาวเพียงอย่างเดียวแต่ยังมีชุดฤดูใบไม้ผลิที่เป็ทางการอีกสามชุด ต่างขนาดและต่างวัย ซึ่งเื่นี้เธอยังเก็บเป็ความลับไม่บอกใครแม้จะเคยเอ่ยกับพี่ชายแล้ว ทว่าไม่ได้บอกเจตนาที่แท้จริงของเธอออกไป
เช้าวันแรกหลังจากหิมะหยุดตก
หานซีหนิงสวมเสื้อหนาวตัวใหม่และหอบผ้านวมสองพับที่ซื้อมาด้วยราคาหกสิบเงินขาว บอกพี่ชายว่าจะออกไปที่ใดแล้วจากนั้นเธอก็เอาข้าวของ รวมทั้งผ้านวมสองพับใส่ในตะกร้าแล้วสะพายไว้บนหลังวิ่งลงจากเรือนเพื่อมุ่งหน้าเข้าหมู่บ้านเชียงหยุน
วันนี้ที่หมู่บ้านไม่มีงานผู้คนจึงอยู่แต่ในบ้าน พลอยทำให้ถนนทุกสายดูเงียบเชียบผิดหูผิดตา
หานซีหนิงแวะทักทายไปสองสามบ้านพร้อมส่งถุงมันเทศที่เธอปลูกให้พวกเขาเป็น้ำใจจากนั้นก็ตรงมาที่เรือนของหัวหน้าหมู่บ้าน
เจียงปิงฮั้วร้องทักทายเสียงดัง"แม่หนูน้อย เหตุใดวันนี้เ้าวิ่งฝ่าหิมะมาถึงเรือนข้าได้"
"ท่านลุงเจียงข้ามาฝากท้องกินข้าวที่บ้านท่านเ้าค่ะ" หานซีหนิงตอบอย่างตรงไปตรงมา
เจียงปิงฮั้วถึงกับหนวดกระตุกยิ้มเอียงๆ แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก ชี้นิ้วไปที่ครัว"ท่านป้าเ้าทำกับข้าวอยู่ในครัว หิวก็เข้าไปกินข้างใน"
หานซีหนิงเอ่ยขอบคุณทว่ายังเดินมาหาเจียงปิงฮั้ว จากนั้นก็นำผ้านวมสองพับจากในตะกร้ายังมีถุงมันเทศอีกสองถุงที่เหลือวางลงบนตั่งไม้หน้าเรือนที่เจียงปิงฮั้วกำลังนั่งจิบสุราคลายหนาว
"ท่านลุงหนิงเอ๋อร์เอาผ้านวมมาให้ท่านเย็บชุดฤดูหนาว ส่วนนี่เป็มันเทศที่ข้าปลูก ท่านดูหัวใหญ่กว่าศีรษะลูกสาวท่านอีก"
เจียงปิงฮั้วหัวเราะในลำคอมีมันเทศที่ไหนหัวใหญ่กว่าศีรษะคน เขาเลิกสนใจมันเทศั์ เอ่ยติดตลกว่า"มันเทศนี้ข้ายังพอรับได้ แต่ผ้านวมสองพับจะให้ข้าตัดชุดฤดูหนาวบุรุษเช่นข้าคงตัดเป็แต่ผ้าเช็ดหน้าแหละนะ ฮ่าๆ"
"ลุงเจียง!"หานซีหนิงหน้าแดงอย่างรู้สึกอับอาย "ใครให้ท่านตัดเองเล่าเ้าคะ"...เสียของหมดพอดี
เจียงปิงฮั้วหยอกพอแล้วก็ไม่พูดเื่นี้อีกเปลี่ยนเื่มาเอ่ยกับหานซีหนิง "เสื้อฤดูหนาวบ้านข้ายังเหลืออยู่เต็มหีบที่ไม่เคยใส่เลยก็ตั้งสองสามชุด เ้ากับพี่ชายเถอะ มีเสื้อผ้าดีๆ ใส่หรือไม่อีกอย่างผ้าสองพับนี้ก็คงราคาไม่ใช่น้อยๆ กว่าจะหาได้ก็ใช้เวลาตั้งครึ่งเดือนเ้าเอาเงินตั้งมากมายมาซื้อผ้าให้ข้าเช่นนี้ไม่เสียดายหรือ"
หานซีหนิงส่ายหน้า"ั้แ่พบท่าน ท่านลุงก็ดีกับข้าและพี่ชายมาตลอดข้ายังไม่ได้ตอบแทนอะไรท่านเลยเ้าค่ะ อีกอย่างข้า..."ข้าอยากตอบแทนท่านก่อนจะไปจากหมู่บ้านแห่งนี้
ประโยคท้ายหานซีหนิงอยากพูดเช่นนั้นแต่กับนิ่งเงียบ แล้วพูดว่า "อีกอย่างข้าก็มีเงินเหลืออยู่เยอะเ้าค่ะ นี่แค่เล็กน้อยรอถึงฤดูใบไม้ผลิ ข้าจะหาให้เยอะกว่านี้"
เจียงปิงฮั้วหัวเราะถูกใจยามนั้นเจียงฮูหยินเดินออกมาจากห้องครัวพอดี จึงแย้มยิ้มเอ่ย "ลุงหลานคู่นี้หัวเราะขบขันอะไรกันหืม"
"ฮูหยิน เ้าดูลูกสาวของเ้าสินางหาเงินได้แค่วันละสามเหรียญก็เริ่มนิสัยใช้เงินมือเติบแล้วนางซื้อผ้านวมราคาเกือบเจ็ดสิบเงินขาวมาให้เ้าตัดชุดฤดูหนาวสวมนี่ไม่เรียกว่าฟุ่มเฟือยแล้วให้เรียกว่าอะไร ฮ่าๆ ยายหนูนอกจากเ้าจะตะกละแล้วนิสัยเ้ายังเพิ่มมาอีกอย่างแล้วนะสตรีมือเติบใครมันจะกล้าแต่งเ้าเป็ภรรยา" เจียงปิงฮั้วเย้าพลางหัวเราะเหมือนพูดแดกดันภรรยาตัวเอง
เจียงฮูหยินบิดต้นแขนสามีจนเขียว
หานซีหนิงหน้าแดงเธอคิดว่าท่านลุงเจียงน่าจะเมาแล้ว อยากเอ่ยเหลือเกิน...ตระกูลว่าที่สามีข้ารวยมากเ้าค่ะต่อให้ข้ามือใหญ่แค่ไหน บ้านสามีก็ไม่มีวันล่มจม
กระนั้นเจียงฮูหยินก็คิดเป็จริงเป็จังผละห่างจากสามีแล้วเดินมาดูผ้าที่หานซีหนิงซื้อ ก่อนจะเอ่ยด้วยท่าทางเสียดาย"หนิงเอ๋อร์ ในเมื่อซื้อผ้ามาแล้วก็ดีไปแต่คราวหลังเ้าไม่ต้องซื้ออะไรพวกนี้มาให้ข้าแล้วนะเงินของเ้าหามาด้วยความยากลำบาก จะเอามาใช้จ่ายเช่นนี้ได้อย่างไร"
"ท่านป้าข้าอยากตอบแทนพวกท่าน"
"ข้ารู้ๆ"เจียงฮูหยินลูบศีรษะเล็ก "หนิงเอ๋อร์ของข้าเป็เด็กกตัญญูที่สุดเช่นนั้นผ้านี้ข้าจะรับไว้แต่เ้าต้องรับชุดที่ข้าตัดจากผ้านี้ไปหนึ่งชุดดีหรือไม่"
หานซีหนิงพยักหน้าเจียงฮูหยินถึงได้วางใจ แล้วนำผ้ากับมันเทศไปเก็บ
ในหนึ่งเดือนเจียงปิงฮั้วได้เงินค่าตำแหน่งเดือนละแปดร้อยเงินขาวและยังไม่รวมเงินบำรุงอื่นๆ ที่ตระกูลเจียงจ่ายให้เขาดูแลชาวบ้านความเป็อยู่ก็นับว่าสุขสบายกว่าลูกบ้านมากเจียงฮูหยินจึงนึกเสียดายเงินของหานซีหนิงเด็กน้อยควรนำเงินไปซื้อของให้ตัวเองถึงจะถูก
หลังทานมื้อกลางวันร่วมกันไปแล้วหานซีหนิงก็จูงมือเจียงว่านเสว่ยขึ้นไปที่ห้องหนังสือของเจียงปิงฮั้ว เมื่อเจียงปิงฮั้วอนุญาตแล้วหานซีหนิงก็อยู่ในห้องหนังสือจนกระทั่งตกเย็นจากนั้นจึงขอตัวกลับ
ทุกวันในฤดูหนาวผ่านไปอย่างรวดเร็ว
หานซีหนิงออกไปข้างนอกนับครั้งได้เธอนั่งนอนอยู่แต่ในเรือน อ่านตำราที่หยิบยืมมาจากห้องหนังสือของเจียงปิงฮั้วบางครั้งก็พากระต่ายขาวออกไปขุดบัวหิมะกินในป่าข้างหลังเรือน
บนทางเดินหน้าเรือนมีหิมะกองสูงหานซีหนิงก็จะใช้พลั่วตักออกทีละน้อยหานเซ่ออี้มักจะได้ยินเสียงสวบสาบกับก้อนหิมะที่ปลิวกระจายไปมากลางอากาศเมื่อเหลือบมองผ่านหน้าต่างออกไป เขาก็หัวเราะ ร่างเล็กๆของหานซีหนิงสวมเสื้อหนาวตัวหนาจนตัวกลมป้อม มีหมวกขนสัตว์สวมไว้ทั้งศีรษะปกปิดใบหูเล็กสองข้างให้อบอุ่นเป็อย่างดี
ภาพนี้เรียกว่าหานซีหนิงกำลังขุดหาสมบัติมากกว่าจะใช่การกวาดพื้นทางเดิน...
่เวลาเหล่านี้หานซีหนิงตั้งใจศึกษาอย่างมากเมื่อรอฤดูใบไม้ผลิมาเยือนเธอจะได้พร้อมรบ
และความพยายามของเธอก็ไม่นับว่าสูญเปล่าอาณาจักรของโลกใบนี้มีทั้งหมดเจ็ดแคว้นแปดดินแดนในทั้งหมดเจ็ดแคว้นมีสามแคว้นที่มีอาณาเขตติดต่อกับดินแดนที่เป็ป่าอสูรส่วนอีกสี่แคว้นที่เหลือก็ล้วนแต่มีจุดเด่นในเื่ทรัพยากรที่แตกต่างกันแต่หากนับตามอันดับความมั่งคั่ง ต้องยกให้กับแคว้นที่มีอาณาเขตติดกับดินแดนอสูรซึ่งมักจะได้เปรียบกว่าหลายๆ ด้าน เพราะนี่คือโลกของผู้ฝึกยุทธ์
ในทั้งหมดเจ็ดแคว้น ได้แก่แคว้นเทียน แคว้นตี้ แคว้นโซ่ว แคว้นไต้ แคว้นถาน แคว้นฝาง และแคว้นหวู่เสวียนซึ่งแคว้นที่มั่งคั่งที่สุดคือแคว้นตี้ แคว้นที่ตระกูลอวิ๋นเรืองอำนาจมาก
แน่นอนว่าสิ่งที่หานซีหนิงสนใจไม่ใช่การค้า...แต่เป็อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา!
เจ็ดแคว้นก็เจ็ดสกุลเงินและอัตราแลกเปลี่ยนแต่ละแคว้นก็แตกต่างกันด้วยซึ่งก็มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ค่าเงินเ่าั้ขยับขึ้นลงต่างกันอยู่ตลอดเวลา...
หานซีหนิงตัดสินใจแล้วเธอลุกขึ้นจากฟูกที่นอนแล้วกระชับเสื้อหนาวให้เข้าที่ก่อนจะเดินมายืนที่ข้างหน้าต่างสายตาจับจ้องพี่ชายที่กำลังฝึกยุทธ์อย่างตั้งใจบนลานเรือน
ตอนนี้พระเอกในนิยายเื่ 'จักรพรรดิหลั่งโลหิต' พลังยุทธ์ของเขาหยุดนิ่งที่ระดับกายหยาบขั้นเก้าและไม่สามารถทะลุไปถึงขั้นก่อกำเนิดปราณยุทธ์ได้อีกจนกว่าจะปลุกพลังสายเืหานซีหนิงจึงไม่อาจปล่อยให้เป็เช่นนี้ต่อไปได้
ดังนั้นเธอจึงคิดจะใช้ความรู้ทั้งหมดที่มีเกี่ยวกับการเก็งกำไรในอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของโลกก่อนมาปรับใช้ในโลกนี้แม้หลายอย่างจะค่อนข้างจำกัด อย่างเช่นไม่มีไฟฟ้าหรืออินเทอร์เน็ตแน่นอนว่าย่อมไม่มีตลอดให้เล่นแบบเรียลไทม์
แต่ขณะเดียวกันความรู้เกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนสกุลเงินของคนในโลกใบนี้ก็มีจำกัดอยู่แค่ในวงแคบเช่นกันยิ่งในโลกที่มีชนชั้นทาสและแรงงาน กับสังคมที่การศึกษายังเข้าไม่ทั่วถึงฉะนั้นคนที่รู้หนังสือจึงนับว่ามีเพียงแค่หยิบมือ
หานซีหนิงยกยิ้ม แววตาดูสงบนิ่งเพราะเื่นี้เธอถึงมองเห็นช่องว่างมากมายที่สามารถให้เธอใช้ทำเงินได้
หานเซ่ออี้ฝึกทักษะยุทธ์บนลานเรือนจนเหงื่อโชก
เขามองเห็นหานซีหนิงั้แ่ที่นางเดินออกมายืนอยู่ริมหน้าต่างแล้วจากนั้นก็คล้ายว่านางจะจมอยู่กับความคิดของตัวเอง
ยามนั้นหานเซ่ออี้หันไปหยิบกาน้ำอุ่นที่วางบนเก้าอี้ด้านข้างเทใส่ถ้วยแล้วยกขึ้นดื่ม พลางมองหานซีหนิงที่กำลังยืนเกาะขอบหน้าต่าง
สายตาของหานซีหนิงทอดมองต้นอู๋ถงกิ่งของมันยื่นเข้ามาในระเบียงเรือน
ระยะนี้หานเซ่ออี้ก็พอจะสังเกตเห็นอยู่บ้างน้องสาวของเขาเหมือนกำลังวางแผนทำอะไรสักอย่างนางมักจะถามเขาเกี่ยวกับเื่การค้านำเข้าและส่งออกในแคว้นเทียนกฎหมายเกี่ยวกับภาษี ใบอนุญาตต่างๆ และถามค่าความบริสุทธิ์ของวัตถุ อย่างเช่นค่าของทองคำ ค่าของเหล็ก ค่าของอัญมณี และยังมีอีกมากที่นางถาม
เขาไม่เข้าใจที่นางพูดคำที่นางเอ่ยมาแต่ละอย่างล้วนฟังดูแปลก แต่ก็ใช้อธิบายถึงสิ่งเ่าั้ได้ชัดเจนดีทว่าในเมื่อนางถาม จะให้เขาตอบว่าไม่รู้ก็ไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงพยายามตอบเท่าที่รู้ซึ่งค่าของวัตถุที่นางกล่าวมานั้นแทบไม่มีค่าหรือราคาอะไรเลย
สิ่งที่มีค่าซื้อขายมากที่สุดคือสัตว์อสูร ผลึกอสูร หินิญญา พืชิญญา ผลึกิญญา อาวุธทักษะยุทธ์และเคล็ดวิชาลับ ยาและเวทอาคมนี่ต่างหากถึงจะเป็ของที่มีค่าที่สุดในโลกของผู้ฝึกยุทธ์ส่วนอัญมณีที่หานซีหนิงเอ่ยถึง นางคงหมายถึงผลึกิญญาเจ็ดสีกระมัง
ผลึกิญญานอกจากจะนำมาใช้ในการซึมซับพลังปราณได้แล้วยังนำมาทำเป็เครื่องประดับให้เหล่าสตรีได้ด้วย
ถึงภายในใจของหานเซ่ออี้จะสงสัยเพียงใดแต่เขาก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้หานซีหนิงทำเื่ที่นางกำลังพยายามทำอยู่ขอเพียงสิ่งที่นางทำไม่ใช่สิ่งอันตรายหรือผิดกรอบที่โลกนี้วางไว้เขาก็พร้อมจะสนับสนุนนางเต็มที่
หานเซ่ออี้วางถ้วยน้ำลงบนเก้าอี้จากนั้นก็เดินออกไปฝึกยุทธ์ต่อ
ซึ่งเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเมื่อตกเย็นแล้ว ระหว่างที่หานซีหนิงกำลังนั่งกินข้าว นางจะเอ่ยถามประโยคนี้กับเขา
"ท่านพี่ท่านคิดบ้างหรือไม่ว่าหลังจากนี้จะปลุกพลังสายเือย่างไร"
"..."
หานเซ่ออี้ถึงกับอึ้งงัน