จางซิ่วอิงและสามีมาถึงสำนักงานที่ดินก่อนเวลาปิดทำการครึ่งชั่วโมงพอดีหญิงสาวเข็นรถพาสามีเข้าไปด้านในสำนัหงานด้วยกัน ซึ่งเธอเดินเข้าไปติดต่อซื้อบ้านกับพนักงานคนเดิมที่แนะนำให้เธอในวันนั้นเพราะเธอมั่นใจว่ายุคนี้น่าจะมีการให้เปอร์เซ็นต์การขายกับพนักงานไม่ต่างจากยุคที่เธอจากมาแน่นอน
ในเมื่อพนักงานคนนี้ไม่ได้รังเกียจสภาพมอมแมมราวกับขอทานของเธอในวันนั้นแถมยังบริการอย่างเต็มใจ มีหรือคนอย่างจางซิ่วอิงจะไม่ตอบแทน
และเมื่อหญิงสาวยืนยันว่า้าซื้อบ้านราคาสองพันหยวนพนักงานสาวก็มีท่าทีดีใจเป็อย่างมาก หลังตกลงทุกอย่างเรียบร้อยพร้อมกับเอกสารซื้อขายและจ่ายเงินเรียบร้อยแล้วพนักงานแจ้งว่าอีกประมาณหนึ่งสัปดาห์จะได้เอกสารแสดงสิทธิ์ ซึ่งยังแจ้งอีกว่าเ้าของคนใหม่สามารถย้ายเข้าอยู่ก่อนได้เลย
แต่จางซิ่วอิงทำเพียงแค่ตอบรับและบอกว่าในวันที่เอกสารมาถึงเธอจะมารับอีกครั้งด้วยตนเองแล้วค่อยย้ายเข้าอยู่จะสบายใจมากกว่า ซึ่งพนักงานสาวก็ยิ้มรับอย่างเข้าใจ
ซึ่งเธอเข้าใจดีว่าในยุคนี้เอกสารสิทธิ์ต่างๆ ล้วนต้องใช้เวลาพอสมควรอีกทั้งระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ตกลงกันก็ถือว่าเร็วมากแล้วสำหรับยุคที่บ้านเมืองที่กำลังอยู่ใน่ฟื้นฟูเช่นนี้
ระหว่างทางกลับบ้านหยางซีห่าวขอให้ภรรยาเล่าเื่การค้าของเธอให้เขาฟังบ้างซึ่งหญิงสาวก็ไม่ขัดข้องเสียงใสเจื้อยแจ้วเกี่ยวกับการติดต่อค้าขายตลอดหลายวันที่ผ่านมาอย่างลื่นไหลโดยเลี่ยงเื่มิติเอาไว้ให้รู้กันเพียงแค่สองคนเท่านั้นซึ่งหยางซีห่าวก็ตั้งใจฟังสิ่งที่ภรรยากำลังเล่าอย่างดีั้แ่ต้นจนจบในใจก็นึกทึ่งในความคิดก้าวหน้าของภรรยาที่เขาเองยังคิดไม่ถึงด้วยซ้ำ และก็อดขำกับความเ้าคิดเ้าแค้นที่เธอมีต่อผู้จัดการร้านผ้าคนนั้นไม่ได้
“ตอนนั้นฉันโมโหมากจริง ๆ นะคะ คุณยังจะขำอยู่อีก”ใบหน้าเรียวเล็กงอง้ำแสร้งไม่พอใจกับท่าทางขบขันของสามีทว่าตลอดเวลาที่เล่าเื่เ่าั้ออกไปเธอล้วนภูมิใจกับเม็ดเงินที่แลกมาด้วยหนึ่งสมองและสองมือไม่น้อยดังนั้นรอยยิ้มเล็ก ๆ จึงปรากฎตามมาในตอนท้าย
“อย่าไปมีเื่กับใครอีกนะครับ ตัวคุณก็แค่นี้เองผมเป็ห่วง”ไม่เพียงแค่พูดด้วยน้ำเสียงที่เจือความห่วงใยอย่างเต็มเปี่ยมภรรยาเขาตัวเล็กทั้งยังบอบบางขนาดนี้ แม้จะเคยเห็นตอนที่เธอจับหัวของป้าสะใภ้โขกเสามาแล้วแต่หากอีกฝ่ายลงมือหนักกว่านั้นมีหวังผิวขาว ๆ คงมีรอยช้ำให้ได้เห็นบ้างล่ะ คิดมาถึงตรงนี้ชายหนุ่มก็รู้สึกปวดใจไม่น้อย
ทว่ามือหนายื่นไปลูบผมนิ่มของภรรยาอยู่หลายครั้งก่อนจะสบกับเข้าแววตาเปล่งประกายสดใสที่เจือความซุกซนอยู่ไม่น้อย
“งั้นก็รีบรักษาตัวให้หายไว ๆ นะคะเพราะหากฉันมีเื่กับใครอีกฉันจะวิ่งมาฟ้องคุณคนแรกเลย”ดวงตาคู่เรียวมองสามีอย่างออดอ้อนเปลือกตาสีไข่กระพริบขึ้นลงถี่รัว
การแสดงความรักเพียงเล็กน้อยเพื่อกลั่นแกล้งสามีนั้นทำให้เธอรู้สึกมีความสุขมากจริงๆ ยิ่งเห็นร่างหนาแสร้งกระแอมกระไอกลบเกลื่อนอาการขัดเขินเธอยิ่งรู้สึกอารมณ์ดีมากขึ้นเป็กอง
“ผมจะเชื่อฟังภรรยาทุกคำเลยล่ะครับ”เพื่อให้แผลที่ขาดีวันดีคืน เขาจะทำตามคำแนะนำของภรรยาทุกคำเชียวล่ะ
ใบหน้าเรียวคลี่ยิ้มพึงพอใจกับท่าทางตั้งอกตั้งใจของสามีหุ่นล่ำ
“คุณเล่าเื่ตอนที่ไปทำงานให้ฉันฟังบ้างสิคะ”
เมื่อเห็นอาการกระอักกระอ่วนของสามีหญิงสาวจึงโพล่งประโยคต่อมาในทันที“เล่าแค่ที่เล่าได้ก็พอค่ะฉันอยากฟัง นะคะ”
มือเรียวเกอะกุมท่อนแขนแกร่งพลางออกแรงเขย่าเบาๆ น้ำเสียงออดอ้อนแกมขอร้องในที่สุดก็ทำให้สามียอมจำนวนจนได้
“ได้สิครับ!!”เสียงทุ้มตอบรับแทบจะทันทีเขาพึ่งรู้ตัวก็วันนี้ว่าตนเองนั้นแพ้ท่าทางขี้อ้อนของภรรยาอย่างราบคาบ พลันคว้ามือเรียวที่เล็กกว่ามือของเขามากมากุมเอาไว้ก่อนจะเริ่มเล่าเื่ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นั้แ่เขาตัดสินใจเข้าไปสมัครเป็ทหารการทดสอบร่างกาย รวมถึงการฝึกฝนทุกแขนง ตลอดจนภารกิจต่าง ๆ ที่เสร็จสิ้นไปแล้วโดยเว้นการพูดถึงภารกิจในปัจจุบันที่ยังไม่สำเร็จและภารกิจลับที่ไม่สามารถนำออกมาพูดภายนอกได้
จางซิ่วอิงตั้งใจฟังเื่เล่าของสามีด้วยท่าทีตื่นเต้นแววตาที่มองชายหนุ่มนั้นเต็มไปด้วยการยกย่องชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง
“คุณมีแผลเพิ่มมาอีกกี่แผลกันคะรอบนี้?”
หยางซีห่าวรับรู้ได้ถึงความเป็ห่วงของภรรยาจึงตอบออกไปอ้อมๆ เพื่อไม่ให้ร่างบางเป็กังวล ทั้งที่จริงแล้วนอกจากแผลที่ขาตรงกลางหลังก็พึ่งจะตกสะเก็ดเมื่อไม่กี่วันนี้เอง “ไม่มากครับ”
“แต่ก็เจ็บมากอยู่ดี”น้ำเสียงและแววตานั้นแสดงถึงความเป็ห่วงและสงสารเขาอยู่ลึกๆในชาติก่อนพี่ซีห่าวเป็นักธุรกิจที่ใช้สมองทำงานเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็หาเงินได้ไม่รู้ตั้งเท่าไหร่แต่ชาตินี้เขาต้องสละร่างกาย หรือในอนาคตอาจจะต้องสละชีวิตก็ไม่อาจรู้ได้
เธอคิดว่าชาติก่อนเขาทำเพื่อเธอมากแล้วแต่ก็เทียบกับชาตินี้ไม่ได้เลย
“ผมเต็มใจ และภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่นี้”หยางซีห่าวยิ้มตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พลางลูบลงบนหลังมือเรียวเล็กให้เธอคลายกังวล
หญิงสาวเปลี่ยนสีหน้าให้ดูจริงจังขึ้นก่อนจะบีบมือใหญ่ของสามีเอาไว้อย่างหมายมั่น “ฉันภูมิใจในตัวคุณนะคะแต่ถ้าหากวันหนึ่งคุณไม่อยากเป็ทหารแล้ว จำคำของฉันไว้นะคะ…”
“อะไรหรือครับ?”ท่าทางที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันทำให้ชายหนุ่มงุนงงไม่น้อยทว่าประโยคถัดมาของภรรยานั้นทำให้เขาถึงกับหลุดขำออกมาเสียงดัง
“คุณเป็สามีคนเดียวของฉัน ฉะนั้นฉันเลี้ยงคุณได้ค่ะ”จางซิ่วอิ่งระบายยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวครบทุกซี่ช่างเป็รอยยิ้มไร้เดียงสาสำหรับคนมองเสียจริง
“คุณน่ารักเกินไปแล้วนะครับ!!”เขาหมั่นเขี้ยวภรรยาจนอยากคว้าร่างนุ่มนิ่มเข้ามากอดแรงๆ แต่ก็คงไม่เหมาะ เอาไว้ถึงบ้านก่อนค่อยทำตามใจก็แล้วกัน
“สามี ฉันไม่ได้พูดเล่นนะคะ”
“เชื่อแล้วครับ ภรรยาผมเก่งที่สุด”
ใบหน้างอง้ำพร้อมกับสองแขนเรียวที่ยกขึ้นมากอดอกขณะที่แก้มที่เริ่มมีเนื้อขึ้นมาเล็กน้อยกำลังพองลมนั้นทำให้ภรรยาของเขาน่ารักมากทีเดียว
ทว่าการกระทำกลับไวกว่าความคิดเพราะรู้ตัวอีกทีสันจมูกโด่งก็ฝังลงบนแก้มป่อง ๆ นั้นเสียฟอดใหญ่
“คุณ!”จางซิ่วอิงตาโตจนแทบหลุดออกมาจากเบ้าเธอไม่คิดว่าชายหนุ่มยุคโบราณจะกล้าแสดงความรักนอกบ้านเช่นนี้
“คุณน่ารักเกินไป ผมอดใจไม่ไหว”หยางซีห่าวอธิบายหน้านิ่งราวกับไม่รู้สึกรู้สากับการกระทำเมื่อครู่แต่จริง ๆตรงนี้เป็ทางเข้าหมู่บ้านซึ่งสองข้างทางนั้นเต็มไปด้วยป่ารกร้างไร้ผู้คนส่วนคุณลุงที่ขับเกวียนก็กำลังมองทางข้างหน้าฉะนั้นเื่นี้จึงมีเพียงเขากับภรรยาเท่านั้นที่รู้เห็น
จางซิ่วอิงที่ได้ยินคำตอบของสามีก็อ้าปากค้างนี่เขาหอมเธอหน้าตาเฉย ทั้งที่ตัวเธอเองหัวใจแทบจะวายอยู่รอมร่อนี่มันไม่ยุติธรรมสักนิด
ชายหนุ่มนั่งมองใบหน้าของภรรยาที่กำลังแดงซ่านเพราะความขัดเขินก็รู้สึกอารมณ์ดีริมฝีปากหยักยิ้มกริ่มไปตลอดทาง จนผ่านไปราวสิบนาทีเกวียนก็เคลื่อนมาหยุดอยู่บ้านหลังสุดท้ายของหมู่บ้านในเวลาเย็นย่ำ
“ขอบคุณนะคะคุณลุง”ก่อนเข้าบ้านหญิงสาวไม่ลืมกล่าวขอบคุณคุณลุงคนขับเกวียนอย่างคนมารยาทดีซึ่งเรียกรอยยิ้มเบาบางบนใบหน้าเหี่ยวกร้านแดดได้เป็อย่างดี
“ไม่เป็ไร ๆ ลุงไปล่ะ ขอบใจมาก”ชายวัยกลางคนโบกมือไปมาก่อนจะขับเกวียนกลับบ้านไปด้วยรอยยิ้ม เพราะค่าจ้างที่ได้รับวันนี้นั้นมากพอ ๆกับค่าจ้างประมาณสามวันเห็นจะได้ผู้ว่าจ้างใจกว้างเช่นนี้มีหรือคนรับจ้างจะไม่พอใจ
“วันนี้คุณอยากกินอะไรเป็พิเศษหรือเปล่าคะ?”เธอทำอาหารตามใจตัวเองมาหลายมื้อแล้วจึงอยากถามสามีดูบ้างเผื่อเขาอยากทานอะไรนอกเหนือจากที่เธอเคยทำแม้จะรู้ว่าคนอย่างหยางซีห่าวนั้นทานง่ายที่สุดแล้ว
“ผมกินอะไรก็ได้ครับ คุณทำมาเถอะ”ชายหนุ่มตอบกลับไปอย่างไม่เื่มากชายชาติทหารเลือกกินได้หรือ ในเมื่อมีให้กินก็ดีมากแล้วแถมยังวันละสามมื้อนี่ไม่ใช่ว่าภรรยาเขาร่ำรวยเทียบเท่าครอบครัวหมื่นหยวนไปแล้วล่ะ
“งั้นกินฉันแล้วกันนะคะ”คนเป็ภรรยาไม่ลืมกล่าวหยอกเย้าสามีก่อนจะเดินมายืนตรงหน้าของชายหนุ่มและยื่นหน้ามาใกล้เขาอย่างที่ชอบทำเป็ประจำ
หยางซีห่าวนั้นมีหรือจะปล่อยให้โอกาสเสียเปล่าเขารั้งแขนเรียวเล็กให้เข้ามาใกล้ขึ้น ก่อนจะประคองท้ายทอยของภรรยาบดจูบริมฝีปากอิ่มน้ำ สอดลิ้นเข้าไป่ชิงลมหายใจตักตวงความหวานในโพรงปากเล็กอยู่เนิ่นนาน
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวเริ่มหายใจไม่ทันจึงถอนจูบออกอย่างเชื่องช้าโดยไม่ลืมตอบกลับภรรยาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าจนคนฟังใจสั่น
“คุณพูดแล้วนะ…ภรรยา”