อาชาสีขาวสะอาดตาวิ่งทะยานเคืองคู่อาชาสีนิลแวววาวไปตามทางคดเคี้ยวตามการชักนำของผู้กำบังเหียน หลัวเจิ้งเหยียนกับสหายแยกตัวออกจากขบวนส่งสินค้าล่วงหน้าเพื่อสำรวจเส้นทางและการดักปล้นของโจรูเา แม้ว่าสินค้าจะถูกส่งไปถึงที่หมายเรียบร้อยแต่ทางสำนักคุ้มภัยหยางจิ่วไม่คิดจะประมาทละเลยเื่เล็กน้อยๆ
“หากเ้าเป็ห่วงที่บ้านขนาดนี้กลับไปก่อนดีไหม อีกไม่กี่ลี้จะถึงเมืองหลวงแล้ว ที่เหลือข้าจัดการเอง”อี้หย่งหยางเจี๋ย บุตรชายคนโตของอี้หย่งหยางเฉิน ควบม้าเข้ามาใกล้เอ่ยบอกสหายด้วยความเห็นใจ ตลอดการเดินทางสหายผู้นี้มักมีสีหน้าวิตกอยู่บ่อยครั้ง ก็แน่ล่ะ ลำพังครอบครัวสกุลหลัวก็น่าห่วงพอแล้ว มาครานี้มีน้องชายนิสัยเสียอย่างอี้หย่งเพ่ยซานอยู่ด้วย เขาไม่รู้จะช่วยเหลือยังไงได้แต่ฝากฝังมารดากับพี่น้องสหายกับศิษย์น้องดูแลให้ชั่วคราวเท่านั้น หวังว่าเ้าพวกนั้นจะพึ่งพาได้นะ
หลัวเจี้ยงเหยียนนิ่งคิดสักพัก ชั่งน้ำหนักถึงผลได้ผลเสีย ก่อนมุมปากได้รูปจะยกยิ้มขอบคุณ “ขอบใจเ้ามากหยางเจี๋ย”
“เื่เล็กน่า ฝากเ้ารายงานท่านพ่อแทนข้าด้วย”
“ได้”รับคำแล้วควบม้าห่างออกไป คุณชายใหญ่ตะกูลอี้หย่งได้แต่ถอนหายใจตามหลังสหายไป หวังว่าอี้หย่งเพ่ยซานจะไม่ก่อเื่เลวร้ายอันใดอีกนะแค่ไล่มารดากับพี่น้องสามีออกจากเรือนก็มากเกินพอแล้ว
ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวันอาชาสีขาวสะอาดตาก็มาหยุดยังหลังจวนตะกูลหลัว หลัวเจิ้งเหยียนตั้งใจมาหามารดาก่อนค่อยไปรายงานผลกับท่านเ้าสำนัก เนื่องจากไม่สนิทใจกับใครนอกจากมารดากับพี่น้องเรือนเดียวกันจึงเลี่ยงเข้าออกทางหน้าจวนโดยตรงเปลี่ยนมาสัญจรทางหลังจวนแทน ร่างสูงเหวี่ยงกายลงจากม้ายัดยืนบนพื้นดินอย่างมั่นคงแล้วจูงม้าไปผูกไว้ยังที่ประจำ
หลังจวนตะกูลหลัวเป็ป่าและทะเลสาปผู้คนไม่ค่อยสัญจรจึงไม่ต้องห่วงว่าม้าจะถูกขโมย หรือหากมีคนมาขโมยจริงเ้าไป๋หู่ของเขาย่อมไม่มีทางให้ใครหน้าไหนขึ้นขี่หลังมันได้แน่นอน ซึ่งเป็เช่นนั้นมาตลอดั้แ่ได้ม้าพยศตัวนี้มา
หลัวเจิ้งเหยียนก้าวเดินไปตามทางที่คุ้นเคย ั้แ่เขารู้ความป่าด้านหลังจวนคือสถานที่ฝึกฝนชั้นดี เขาเห็นมารดาโดนรังแกบ่อยครั้งแต่ป่วยการเด็กตัวเล็กๆไร้กำลังจะทำสิ่งใดได้ ความไร้เดียงสาของเด็กน้อยค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็ความไม่ยินยอมจะอยู่ในสถานะเช่นเดิมอีกต่อไปพลักดันให้เด็กตัวเล็กๆดิ้นรนหาทางหลุดพ้นจากจวนแห่งนี้สุดกำลัง นานวันความเกียจชังเริ่มกัดกินจิตใจจนกลายเป็ความคับแค้นรอวันเอาคืน
ตั่งใหญ่ปูฟูกนุ่มใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าเรือน อันจื่อเทาเหยียดกายยาวอย่างเกียจคร้านสองตาหลับพริ้มเข้าสู่นิทราแสนสบายหลังจากทานมื้อกลางวันเสร็จ สายลมพัดผ่านกายโอบอุ้มเอากลิ่นพฤษานานาพันธุ์ร่างระหงที่นอนหงายในคราแรกพลิกตะแครงหามุมสบายดำดิ่งสู่นิทราลึกกว่าเดิม
เสียงฝีเท้าหลายคู่ดังใกล้เข้ามาไม่ได้ทำให้คนหลับรู้สึกตัว สองโจรย่องเท้าอย่างระมัดระวัง ในมือหัวหน้าขบวนการถือแท่นหมึกกับพู่กันไว้มั่น สายตาพราวระยับจับจ้องใบหน้าเนียนใสของคนหลับ
“ข้าว่าเขาเหมือนแมวป่า”ม่อหวังฟันกระซิบกระซาบ
“ข้าว่าเขาเหมือนปีศาจจิ้งจอก”หลัวเจี้ยนฮ่าวแย้งเสียงเบา
“อืม….ถือว่าใกล้เคียงกัน เช่นนั้น….”ม่อหวังฟันฉกพู่กันในมือหัวหน้าขบวนการจุ่มหมึกพอติดแล้วลงมือวาดหนวดแมวสองข้าง จุดจมูกสีดำเล็กน้อย เจี้ยนฮ่าวแย่งพู่กันไปบ้างเติมเขาปีศาจกลางหน้าผากเนียน
ขนพู่กันแ่เบาดุจขนนกปัดผ่าน คนหลับผินหน้าเล็กน้อยส่งเสียงในลำคอเบาๆทำเอาผู้กำลังละเลงหน้าคนอื่นหัวใจหล่นวูบนั่งเกร็งจนลืมหายใจ สองสหายร่วมอุดมการณ์มองหน้ากันเสียงเป็เอกฉันท์ว่าควรถอยทัพได้แล้ว สองคนข้างคนงามค่อยๆคลานออกห่างอย่างพร้อมเพรียง
“กลัวแล้วยังหาเื่ใส่ตัวอีกนะ”จ้าวหย่าหวังกอดอกพิงต้นมู่หลันมองสองหน่ออย่างอ่อนอกอ่อนใจ ว่างมากขนาดไหนถึงรนหาที่ตายกันกลางวันแสกๆ
“ชู่ววว อย่าเสียงดังไปประเดี๋ยวคุณชายตื่นแล้วจะยุ่ง”ม่อหวังฟันะโดหย่งไปปิดปากเพื่อนรักพลางจุ๊ปากส่งสายตากดดันตามไปด้วย จ้าวหย่าหวังส่ายหน้าดีดหน้าผากสหายไปเน้นๆ ม่อหวังฟันละมือไปกุมหน้าผากจ้าวหย่าหวังได้โอกาสดีดกายขึ้นนั่งบนกิ่งไม้รอดูเื่สนุกที่จะตามมาในอีกไม่ช้า
เสียงการเคลื่อนไหวดังพอให้คนหลับรู้สึกตัว ม่อหวังฟันถลึงตาใส่สหายกำลังจะชวนผู้ร่วมขบวนการเผ่นไปให้ไกล ทว่าคนที่เคยหลับลึกก่อนหน้ากำลังยันกายขึ้นนั่ง ท่วงท่าเอื่อยเฉยเกียจคร้านหากแต่ทำเอาผู้ร้ายหนีไม่ทันกระวนกระวายะโเข้าหากันร่วมใจถอยพร้อมกันทีละก้าวด้วยขาแข็งๆ
จ้าวหย่าหวังหลุดขำเสียงดังเรียกสายตาคู่งามเหลือบขึ้นมอง ชายหนุ่มจึงโยนกระจกไปให้คุณชายด้วยความหวังดี สองผู้ร่วมอุดมการณ์ตาโตแทบถลนจะหันไปคาดโทษคนก็ไม่กล้าได้แต่กุมมือกันแน่นขึ้น เมื่อยามมือเรียวหยิบกระจกขึ้นมาขนในกายต่างลุกชันพร้อมเพรียงกัน
ดวงหน้างามไม่ปรากฏเสี้ยวอารมณ์ใดเมื่อเห็นสิ่งที่สะท้อนในกระจกมองตำหนิที่แต่งแต้มลงมากลับไม่ได้ทำให้คนดูน่าเกลียดแม้แต่น้อย มุมปากสีอ่อนกระดกขึ้นหรี่ตามองสองคนที่กุมมือกันแน่น ไม่ต้องเดาก็รู้ได้ว่าฝีมือใคร
“พวกเ้าคงว่างกันมาก”กระจกถูกโยนคืนเ้าของ สองเท้าขาวผ่องััพื้นหญ้าโดยตรงแค่ทำท่าจะลุกขึ้นสองผู้ร่วมอุดมการณ์ก็ถอยกรูไปหลายก้าวแล้ว อันจื่อเทานึกขันยกขาขึ้นไขว้กันพาดแขนข้างหนึ่งขวางกับต้นขาอีกที มืออีกข้างยกขึ้นท้าวคางมองด้วยสายตาเ็า
“หน้าท่านจืดชืดข้าเลยช่วยแต่งแต้ม”หลัวเจี้ยนฮ่าวหน่วยกล้าตายตอบกลับเสียงสั่น ม่อหวังฟันพยักหน้าเออออตามคอแทบหัก
อันจื่อเทาคล้ายกำลังมองเื่ขำขันดวงตาคู่งามเหลือบมองคนบนต้นไม้แวบหนึ่ง “จ้าวหย่าหวัง”
“ขอรับคุณชาย”เ้าของชื่อตอบรับฉะฉานะโลงมารอรับคำสั่งอย่างว่าง่าย
“จับโจร”
“รับทราบ”จ้าวหย่าหวังก้าวเท้าได้ข้างเดียวสองโจรก็พากันวิ่งเตลิดไปแล้ว เขาทั้งขำทั้งสมน้ำหน้าหันกลับไปมองคุณชายอย่างขอความเห็น
“หนีได้หนีไป หากจับได้ทีหลังโดนเป็สิบเท่า”จ้าวหย่าหวังแสร้งทวนคำคุณชายเสียงดังกว่าเดิมอีกรอบ ทำเอาขาที่สับกันเป็ระวิงสะดุดอากาศล้มหน้าคว่ำทับกันตุบตับ
จ้าวหย่าหวังหลุดขำพรืด อันจื่อเทากำมือยกปิดริมฝีปากผินหน้าไปอีกทางหลุดยิ้มออกมาอย่างอดไม่อยู่
สองโจรที่พยายามลุกอาจไม่ทันมอง จ้าวหย่าหวังหันหลังให้หัวเราะเยาะคนไม่มีทางเห็น ทว่าผู้ลอบมองมาได้สักพักเห็นเต็มตา
หลังจวนอันรกร้างเต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าเป็ภาพชินตาสำหรับหลัวเจิ้งเหยียน ทว่ายามนี้สถานที่แห่งเดิมทำให้เขามึนงงไปแล้ว สถานที่เคยรกรุงรังบัดนี้ผิดหูผิกตาไปมาก ที่ราบปกคลุมไปด้วยหญ้าเล็กๆประปรายมีดอกไม้หลากสีปลูกไว้เป็ระยะ เดินไปอีกสักพักถึงหน้าทะเลสาปที่เคยว่างเปล่บัดนี้มีเรือนหลังงามตั้งตระหง่านรายล้อมด้วยสวนดอกไม้หลากสีสันแข่งกันชูช่อเบ่งบานส่งกลิ่นหอมอ่อนๆลอยไปตามลม
คงไม่พ้นเรือนใหม่ของลูกรักคนใดคนหนึ่ง นึกหยันในความลำเอียงของบิดา เป็ลูกรักอยากได้สิ่งใดหลัวเฉิงไห่เนรมิตรให้ทุกสิ่ง หายไปไม่ถึงสามเดือนดีที่รกร้างแปรเปลี่ยนเป็เรือนงามแล้ว เหอะ!! มองมายังตนและมารดามีเพียงเรือนซ่อมซ่อซ้ำยามนี้ยังถูกยึดครองด้วยบุรุษน่ารังเกียจไม่แพ้คนผู้นั้นเลย
หลัวเจิ้งเหยียนสะอิดสะเอียนไม่อยากอยู่ที่แห่งนี้นาน ปลายเท้าสะกิดทยานขึ้นเร่งกลับเรือนหามารดาและพี่น้องอันเป็ที่รัก ในขณะกำลังจะพ้นเรือนหลังใหม่ดวงตาคมดุจพญาอินทรีพลันสะดุดกับคนคุ้นตาเข้า ปลายเท้าหยุดลงลอบสังเกตการณ์อยู่บนต้นไม้ใหญ่ซึ่งอยู่ห่างไม่ไกลแต่สำหรับผู้ฝึกวรยุทธััเฉียบคมห่างเพียงเท่านี้ย่อมชัดเจนทั้งภาพและเสียง
สีหน้าหลากหลายยามมองเหตุการณ์ด้านล่าง คิ้วคมเลิกขึ้นเมื่อเห็นน้องชายและศิษย์น้องร่วมสำนักทำตัวลับๆล่อๆไปจนแต้มพู่กันลงบนหน้าคนหลับ ร่างโปร่งของผู้ถูกกระทำหลัวเจี้ยนฮ่าวจำได้ดี ในหัวคิดเพียงว่าคงจะเอาคืนคุณชายน่าชังผู้นี้หลังจากอดกลั้นมานานจึงมองเงียบๆรอช่วยทั้งสองหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ทว่าเมื่อคนหลับตื่นกลับสร้างความแปลกใจให้ไม่น้อย อี้หย่งเพ่ยซานไม่โวยวาย ไม่มีสีหน้าเกรี้ยวกราดเช่นที่ควรจะเป็ ไม่มีแม้แต่วาจาร้ายกาจหลุดออกมา มีเพียงความนิ่งสงบบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยหมึกสีดำ บรรยากาศรอบกายไร้ซึ่งความน่าเข้าใกล้เช่นที่ผ่านมา กระทั่งคนผู้นั้นผินหน้ามาทางเขาพอดีหลัวเจิ้งเหยียนถึงกับตกตะลึง
อันจื่อเทาหุบยิ้มฉับพลันปลายเท้าสะกิดก้อนหินขึ้นมารับไว้ด้วยมืออย่างแม่นยำจากนั้นขว้างไปยังคนแปลกหน้าที่ไม่ทราบมาั้แ่เมื่อไหร่เต็มแรง
หลัวเจิ้งเหยียนดีดกายจากต้นไม้หมุนกลางอากาศ ก่อนลงมายืนอย่างมั่นคงตรงหน้าสองคนที่ยังลุกจากพื้นไม่ได้ เผชิญหน้ากับอันจื่อเทา สองสายตาดุดันฟาดฟันกันอย่างเอาเื่
“ศิษย์พี่หลัว!?”จ้าวหย่าหวังผู้อยู่ระหว่างกลางเหงื่อแตกพลักค่อยๆถอยฉากออกไปก่อนรีบเข้าไปดึงเพื่อนรักให้ลุกขึ้น
หลัวเจี้ยนฮ่าวมองแค่แผ่นหลังก้จำได้ในทันที เด็กหนุ่มดีดกายขึ้นเร็วไวประหนึ่งเมื่อครู่ไม่เคยตะเกียกตะกายบนพื้นมาก่อนะโเสียงดังด้วยความตื่นเต้นยินดี“พี่รอง!! ท่านแม่ ท่านพี่ พี่รองกลับมาแล้ว!!!!”
“ศิษย์พี่หลัวกลับมาแล้ว!”ม่อหวังฟันยิ้มระรื้นซับเหงื่อบนหน้าผาก กระแอมสองทีแกล้งเปลี่ยนเื่ถามถึงการงานคุ้มกันสินค้าในครั้งนี้ก่อนเลย
สองคนยังคงไม่ละสายตาจากกัน แรงกดดันรอบกายทำเอาคนใกล้เคียงเหงื่อแตกพลักกระนั้นยังใจดีตอบคำถามศิษย์น้อง“ก็ดี”
ม่อหวังฟันน้ำตาปริ่มมาขอบบ่อแล้วครั้นได้ยินเสียงหวานใสราวกับระฆังช่วยชีวิตก้รีบเก็บมันกลับเข้าที่ดึงสหายหลบฉากออกห่าง
“อาเหยียน!”สองสายตาละมองผู้มาใหม่หลัวผู่เยว่ประคองเฉินซือเยว่เดินเร็วๆเข้ามา เลี่ยงชิงวิ่งตามหลังมาแยกตัวไปหาเ้านาย
“ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้ว"เฉินซือเยว่มองลูกชายให้เต็มตาเมื่อพบว่าไม่าเ็ตรงไหนจึงโอบกอดลูกเต็มอ้อมแขน ได้เห็นดวงใจอีกคนกลับมาปลอดภัยไม่าเ็นางโล่งใจจนอดกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ หลัวเจิ้งเหยียนกอดร่างเล็กของมารดาไว้หลวมๆ มุมปากประดับยิ้มอ่อนโยนที่มีให้เพียงคนในครอบครัวเท่านั้น หลัวผู่เยว่ก็ไม่ต่างกันเข้าไปกอดน้องชายกับมารดาแนบหน้าไปกับไหล่แกร่ง สลับกันถามสาระทุกข์สุขดิบงึมงำกันอยู่สามคน
“เ้าไม่เข้าไปร่วมวงด้วยรึ?”อันจื่อเทาละสายตาจากสามแม่ลูกหันมาเอ่ยถามลูกศิษย์แสนซนที่เขยิบมาหาตน คล้ายว่าลืมเื่ก่อนหน้าไปหมดสิ้นแล้ว
หลัวเจี้ยนฮ่าวขยับเข้าไปใกล้พี่สะใภ้ยิ่งกว่าเดิมยืดอกเชิดหน้าอย่างมาดมั่น “ข้าโตแล้ว แค่มองอยู่ห่างๆก็พอ”
ม่อหวังฟันตะกุยแขนจ้าวหย่าหวังมองผู้ร่วมอุดมการณ์ที่ยังไม่รู้ตัวด้วยสายตาไว้อาลัย ไปดีนะน้องรัก….
อันจื่อเทาร้อง อ้อ ออกมาคำเดียว “เช่นนั้นก็มานี่”
หลัวเจี้ยนฮ่าวไม่ทันย่อยรูปประโยคดีใบหูก็ถูกกำลังมหาศาลดึงเข้าเสียแล้ว เด็กหนุ่มเหงื่อแตกพลักๆระลึกได้แล้วว่าก่อนหน้าตนทำอะไรไว้
“อ๊ากกกก หลุดแล้วหลุดแล้ว! หูข้าหูข้า พี่ม่อช่วยข้าด๊วยยยย!!”
เสียงโหยหวนจากเด็กหนุมเรียกสายตาทุกคนให้หันกลับไปมอง ม่อหวังฟันทำตัวเล็กตัวลีบแทบสิงสหายรักขานรับอืออาในลำคอ
สามแม่ลูกผละกอดจากกัน เห็นเจี้ยนฮ่าวย่อตัวนั่งยองข้างเท้าอันจื่อเทาหลับหูหลับตาะโลั่น ส่วนคนเป็อาจารย์นั่งมองศิษย์ตัวแสบบนตั่งมือยังคงดึงหูคนค้างไว้
สองสตรีตาโตปรี่เข้าไปหาสองศิษย์อาจารย์
“ตายแล้วเพ่ยเอ๋อร์! เหตุใดหน้าเ้าเลอะเทอะเช่นนี้?!”มือเรียวลูบใบหน้าเปื้อนไปด้วยหมึกอย่างถนอม
หลัวผู่เยว่ขนาบอีกข้างมองด้วยสายตาปวดใจ“โธ่ หน้างามๆของเ้าไปโดนสิ่งใดมา”
อันจื่อเทาดึงหูผู้กระทำแทนคำตอบ หลัวเจี้ยฮ่าวร้องโหยหวนเรียกผู้ร่วมอุดมกาณ์ยกใหญ่พร้อมซัดทอดเสร็จสรรพ
“อาฮ่าว! คุณชายม่อ! แกล้งเพ่ยเอ๋อร์ทำไม!”เ้าของชื่อหดคอเป็เต่า เจี้ยนฮ่าวพับเพียบเรียบร้อยข้างเท้าอาจารย์ ม่อหวังฟันเกาะหลังสหายกลายร่างเป็ลิงเรียบร้อยแล้ว
“เขาบอกหน้าคุณชายจืดชืดเลยช่วยแต่งแต้ม”จ้าวหย่าหวังช่วยขยายความราวกับกลัวว่าเื่จะไม่วุ่ยวายพอ
“อาฮ่าว!!”หลัวผู่เยว่เอ็ดเสียงเขียว ก่อนถูกเฉินซื่อเยว่สั่งสอนไปอีกหลายประโยค ทำเอาคนมีความผิดตัวหดตัวเล็กยอมจำนนต่อหลักฐานและพยานบุคคล
หลัวเจิ้งเหยียนผู้ถูกลืมไปชั่วขณะกลายเป็ไปไก่แล้วมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความสับสนไปหมด
ศาลาหลังน้อยกลางทะเลสาปอันจื่อเทานั่งจิบชามองท้องน้ำถูกลมพัดเป็คลื่นเล็กๆอย่างไม่รู้สึกเบื่อ ตรงข้ามโต๊ะเตี้ยตัวยาวที่มีของว่างวางเรียงไว้หลัวเจิ้งเหยียนนั่งอยู่ตรงนั้น หัวโต๊ะมีโต๊ะขนาดเท่ากันวางขวางเป็แนวยาวถูกจับจองโดยหลัวเจี้ยนฮ่าว
หลัวเจี้ยนฮ่าวใคร่ร่ำไห้แต่ไร้น้ำตาเมื่อต้องคัดตัวอักษรถึงร้อยตัวโดยห้ามดูตำรา ปกติดแค่คัดตามตำรากว่าจะถึงร้อยก็เต็มกลืนแล้วมาบัดนี้ให้คิดเอาเองเข้าจะเอาปัญญาที่ไหนไปทำได้ล่ะ! ทางม่อหวังฟันก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไหร่ปั่นจิ้งหรีดสลับลุกนั่งอยู่หน้าเรือนจำนวนเท่ากัน มีจ้าวหย่าหวังคอยนับจำนวนให้
หลัวเจิ้งเหยียนประสบหลายเื่จนมึนงงไปหมด มองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ ไม่รู้ควรเริ่มจากคำถามไหนก่อนดี มองน้องชายคัดตำราทั้งน้ำตา มองไปด้านนอกศิษย์น้องสายในลุกนั่งน้ำตานองหน้าไม่ต่างกัน ความสงสัยมากมายเกิดขึ้นในใจ
เหตุใดทุกคนถึงยอมทำตาม? ใช่เขาจะไม่รู้สึก สีหน้าแม้จะเหมือนทุกระทมเพียงใดทว่าแววตากลับทอประกายถึงความสนุกความสุขอย่างบอกไม่ถูก ไม่ว่าจะมองกี่ทีก็ยังเหมือนเดิม
หลัวเจิ้งเหยียนไม่เข้าใจ เขาไม่อยู่แค่ไม่นานไฉนกลับมาทุกสิ่งเปลี่ยนไปได้มากถึงเพียงนี้ ไม่ว่าจะมารดาหรือพี่สาวที่เกิดรักใคร่คุณชายนิสัยเสียราวกับไข่ในหิน กว่าจะยอมไปพักได้ก็ยามที่เช็ดคราบหมึกดำออกจนหมด ก่อนไปยังกำชับให้เขาดูแลให้ดีห้ามให้ใครมาแกล้งได้อีก ซึ่งใครที่ว่าก็คือบุตรชายคนเล็กของนางเอง ทางด้านพี่สาวฝาแฝดก็รีบไปทำขนมมาให้คนละชุดแน่นอนว่าไม่มีส่วนของคนมีความผิดทั้งสอง
เรือนใหญ่ที่ตนนั่งอยู่ มารู้ภายหลังเรือนนี้เป็เรือนหอของตนกับอี้หย่งเพ่ยซาน ไม่ใช่เรือนบุตรคนใดของหลัวเฉิงไห่ ยิ่งไปกว่านั้นเรือนปีกซ้ายยกให้มารดาและพี่น้องเขาทั้งหมด หลัวเจิ้งเหยียนได้ยินยังไม่อยากจะเชื่อหู คนร้ายกาจเช่นอี้หย่งเพ่ยซานอยู่ๆจะเปลี่ยนไปภายในเวลาไม่กี่เดือนได้อย่างไรบุรุษผู้นี้ต้องคิดจะทำสิ่งใดอยู่แน่ หลัวเจิ้งเหยียนผู้เคยััความร้ายกาจของอี้หย่งเพ่ยซานมาทุกรูปแบบไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด
“พี่สะใภ้ ข้าหิว”เขียนไปได้แค่ห้าตัวอักษรศิษย์แสนซนของอันจื่อเทาก็นอนพาดตัวไปกับโต๊ะเตี้ยมองขนมตรงหน้าพี่สะใภ้ตาละท้อย
หลัวเจิ้งเหยียนตื่นใอย่างหนักกับสิ่งที่ได้ยิน ก่อนหน้าว่าเจอเื่เหลือเชื่อมาจนหมดแล้วคิดไม่ถึงจะยังมีเื่อัศจรรย์ให้เขาได้ใอีก
พี่สะใภ้คนงามดื่มชาไปหนึ่งอึกกินขนมอีกหนึ่งคำอย่างสบายใจหางตาเห็นเด็กซนมองตามน้ำลายหมดแหมะๆอดนึกเอ็นดูขึ้นมาไม่ได้ “ครบสิบตัวก่อน”
“ข้าได้หิวตายพอดี”เด็กหนุ่มกระเง้ากระงอดส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปให้พี่ชาย “พี่รอง…”
คนเป็พี่ชะงักยังมึนงงไม่หาย ครั้นจะเอ่ยปากถามเสียงของคนตรงข้ามก็ดังขึ้นมาก่อน
“หลัวเจี้ยนฮ่าว”น้ำเสียงไม่เบาไม่ดังแต่ทำคนฟังหดคอเป็การตอบสนอง “เวลากินไม่กินเอาแต่หาเื่แกล้งคนไม่ก็หาทางหนีเรียน หากยังไม่เลิกเกเรอีกข้าจะเตะก้นเ้า”
คำว่าเตะก้นมีอานุภาพรุนแรงถึงขั้นส่งให้เด็กหนุ่มดีดตัวนั่งหลังตรงคัดอักษรออกมาได้อีกห้าตัวภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งจิบชา ต่างจากห้าตัวก่อนหน้าที่กินเวลาไปถึงครึ่งชั่วยาม ส่วนสาเหตุที่ทำให้เจี้ยนฮ่าวขยาดถึงเพียงนี้เป็เพราะเคยโดนมาแล้วน่ะสิ!
ตอนนั้นเขาี้เีท่องอักษรเลยแอบหนีไปเล่นที่อื่นตอนพี่สะใภ้งีบหลับ ในเมื่อมีครั้งแรกแล้วไม่เกิดอะไรขึ้นนอกจากถูกพี่สะใภ้แช่แข็งด้วยสายตาครั้งต่อไปจึงเริ่มตามมาติดๆ จำได้ว่าพี่สะใภ้ออกปากเตือนเขาแค่ครั้งเดียว ครั้งต่อมาคือเตะก้นเขาโดยไม่มีการเตือนแม้แต่คำเดียว เตะคือเตะจริงๆนะ ตกศาลากลางน้ำตูมใหญ่เลย
เขาไม่อยากโดนพี่สะใภ้เตะก้นอีกแล้ว!
ครบตามกำหนดอันจื่อเทาจึงยกขนมของตัวเองให้ เจี้ยนฮ่าวตะบปทีเดียวสามชิ้นยัดเข้าปากทั้งหมดเคี้ยวพอหยาบๆก็กลืนลงท้อง ก่อนยกทั้งกาชาจานขนมวิ่งฉิวไปหาม่อหวังฟันที่หน้าเรือน
“ถือสิทธิอะไรมาตีน้องข้า!”
ขู่น้องต่อหน้าพี่ชายเขาไม่พอ ดูจากท่าทางของน้องตัวเองชัดเจนว่าเคยโดนมาก่อน จะไม่รังแกกันไปหน่อยหรือ
หลัวเจิ้งเหยียนโกรธแล้วจริงๆ อคติที่มีทำให้ไม่คิดหาเหตุผลอื่นมาหักล้างแม้จะมีมากก็ตาม เหมือนคนที่รอจับผิดถึงจะรู้เหตุผลของการกระทำแต่ไม่คิดจะมองมันชี้แค่จุดผิดพลาดเท่านั้น นั่นคือหลัวเจิ้งเหยียนในตอนนี้
“เขาเป็ศิษย์ของข้า ข้าเป็อาจารย์ของเขา”อันจื่อเทาเริ่มมีน้ำโหแล้วเหมือนกัน ใช่ว่าจะไม่รู้ตัวว่าคนผู้มองเขายังไง เล่นตัดสินกันแบบนี้ไม่เกินไปหน่อยหรอ
“คนอย่างเ้าน่ะหรือจะเป็อาจารย์ใครได้”
ถ้วยชาในมือถูกขว้างออกไป หลัวเจิ้งเหยียนมือไวรับได้ทันท่วงที ดวงตาคมกล้าดุดันกดเสียงต่ำ“เ้า!”
“หลัวเจิ้งเหยียน อย่าให้มันมากเกินไปนัก”อันจื่อเทาลุกยืนดวงตาคู่งามเ็าแฝงด้วยจิตสังหารมองต่ำอย่างดูแคลน “เกลียดข้าก็ต่างคนต่างอยู่ อย่าได้มาหาเื่อีก”
*******************************