เวลาผ่านไปพวกเขาจึงได้เดินทางเพื่อออกจากอุโมงค์แห่งนี้ พร้อมเก็บขยะที่ดูเหลืออยู่ออกพอสมควรไปด้วยจนถุงเต็ม เขาจึงได้เอามาใส่ในกระเป๋าส่วนตัวของเขาแทน พวกเขาลุยน้ำไปเรื่อยๆ โชคดีที่เจอกับตัวประหลาดเพียงแค่สองตัวทำให้จัดการได้ไม่ยาก
ภัทรรู้สึกว่าการร่ายเวทมนตร์ของนกน้อยนั้นดีมาก ลืมไหล และใช้งานได้จริง เมื่อประสานเข้ากับคาถากำแพงดินของนัท ทำให้เขาจัดการได้โดยไม่ต้องเหนื่อยมากนัก
จนมาที่ห้องเล็กสำหรับจัดอุปกรณ์ก่อนถึงโถงใหญ่ที่มีทางขึ้นไป้า ก็พบพวกของภูมิรพี พวกเขายังคงใส่เสื้อผ้าสะอาดสะอ้าน ยกเว้นชายที่มีผมปิดหน้ายืนพิงกำแพงที่ดูจะมีคราบโคลนมากกว่าคนอื่นๆ ส่วนหญิงสาวอีกคนก็ใช้ไม้กายสิทธิ์ล้างทำความสะอาดรองเท้าของเธอด้วยสีหน้าขยะแขยง
ภัทรแปลกใจกับการกระทำของคนพวกนี้ที่น่าจะต้องรีบหนีขึ้นไป้าก่อนคนอื่น ไม่ใช่รอพวกเขาหรือคนอื่นแบบนี้
ภูมิรพีเหล่มองภัทรก่อนหันไปที่นัทและพูด “ทำงานได้ดีนี่ แต่ฉันวานให้เก็บของที่มีค่าหน่อยไม่ใช่เหรอ ไหงไปเก็บ ‘ขยะ’ ชิ้นใหญ่นี่มาได้ล่ะนั่น”
“ทำไมนายทิ้งนกน้อยให้เจอกับตัวประหลาดจนเธอเกือบจะเป็อันตราย นายเก่งที่สุดไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ปกป้องเธอ” นัทพูดด้วยอารมณ์โมโห
ภูมิรพีทำหน้าเบื่อหน่าย
“แล้วยังไงล่ะ มันเป็งานของเธอที่จะต้องดูแลพวกเราอยู่แล้วนี่ อีกอย่างก็เห็นอยู่ว่าเธอไม่เป็อะไรนี่ ใช่มั้ยเจนนี่” เขาหันมาที่หญิงสาวด้านข้าง
“ใช่แล้วล่ะภูมิ นกน้อยมานี่ซะ มาจัดทรงผมให้ฉันใหม่หน่อย ดูซิเนี่ยมันเสียทรงหมดแล้ว” คนที่ชื่อ เจนนี่ พูดอย่างหงุดหงิด
“ค่ะ แต่... แต่ว่า....” นกน้อยสับสนพยายามจะพูดอะไรสักอย่าง
“เดี๋ยวนี้!” เจนนี่รำคาญ เธอชูแหวนที่มีมณีสีแดงขึ้นมา มันเปล่งแสงสีแดงอ่อน ทำให้นกน้อยทรุดล้มลงกับพื้นด้วยสีหน้าเ็ปที่แขนที่มีกำไล พอแสงนั้นดับลง นกน้อยก็หายจากความทรมานชั่วคราว ก่อนจะลุกขึ้นมาทำท่าขอโทษ
ภัทรก่อนไปช่วยเจนนี่ทำผมด้วยมือที่สั่นเทา
นัททำหน้าตาโกรธอย่างมากแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะนกน้อยเป็ 'คนรับใช้ของเจนนี่' และเข้าใจถึงความหมายดีอยู่แล้ว
“อะไร เดี๋ยวนี้เก่งขึ้นแล้วเหรอ อ๋อเจอพวกเดียวกัน คงลืมไปแล้วสินะว่าตานายสั่งอะไรไว้ เอายังไง” ภูมิรพีทำหน้ายียวน
นัทเองก็ทำหน้าสับสน หันมามองภัทร แล้วคิดอะไรสักอย่างก่อนตอบ “ไม่ ฉันคิดเองได้ว่าฉันควรอยู่ตรงไหน”
“งั้นเหรอ”
สิ้นเสียง ภูมิรพีก็หยิบไม้กายสิทธิ์สีดำแดงเป็เงาขึ้นมาชี้ไปที่ภัทรอย่างรวดเร็วจนภัทรตั้งตัวไม่ทัน
“เรพัลโซ (Repulso)”
ลำแสงสีขาวพุ่งกระแทกภัทรจนกระเด็นเข้าไปในประตูด้านหน้า เขาตกลงบนกองขยะในชั้นล่างที่อยู่ต่ำลงไปประมาณสองเมตร
ภัทรตกลงมายังช่องที่ใช้กักเก็บน้ำเน่าที่ใช้รองรับมวลน้ำที่เพิ่งมาใหม่ ซึ่งมีน้ำแค่ระดับหัวเข่า แม้ว่าเขาจะตกลงมาในบ่อที่มีน้ำ และขยะลอยอยู่รองรับทำให้เขาไม่กระแทกรุนแรงมากนัก แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เขาเจ็บแปลบที่ขาขวา
เขามองไปยังประตูที่มีบันไดทอดไป้าที่ถูกเวทมนตร์กระแทกออกมา พร้อมสายตาเยาะเย้ยของภูมิรพี เวทมนตร์นั้นดูรุนแรงเกินกว่าเวทมนตร์ละดับต่ำทั่วไปจะทำได้
แกรสสสสส!
เสียงร้องของตัวประหลาดดังขึ้นทำให้เขาต้องรีบตั้งสติ พยายามลุกขึ้นมาเมื่อหันไปทางต้นเสียงเขาก็ต้องใ
ตัวประหลาดตัวนี้เหมือนกับที่เขาเจอ้าของอุโมงค์ระบายน้ำ แต่!!! มันมีขนาดใหม่มาก ตัวมันใหญ่อย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่าสามเมตร แต่สิ่งที่ทำให้ภัทรหนักใจคือ มันมีดวงตาสีเหลืองไม่ต่ำกว่าสิบดวง มันเป็ไปไม่ได้เลยที่จะเอาชนะมันได้ด้วยตัวเองคนเดียว
เขาได้แต่พูดกับตัวเอง ‘มิน่าล่ะ มันถึงไม่ยอมออกไปก่อน ภูมิรพี ฉันจะจำเื่นี้ไว้’
ภัทรได้ยินเสียงการโต้เถียงกัน้าด้วยอารมณ์ที่รุนแรงจึงเงยหน้าไปมอง นัทพูดด้วยความโมโห “นายทำบ้าอะไร นายไม่ควรทำแบบนั้น!”
“แล้วไง มันก็แค่เด็กเืสกปรกไม่คู่ควรต่อหน่วยงานเราด้วยซ้ำ ก็แค่หนูโสโครกตัวหนึ่ง จะอยู่หรือตายก็ไม่เกี่ยวกันฉัน ถ้านายห่วงมันมากนักก็ลงไปช่วยมันเองเลยสิ!”
“นี่!!!” นัทได้แต่โกรธ นกน้อยที่เห็นเหตุการณ์ก็ได้แต่น้ำตาไหลเงียบๆ จัดทรงผมให้เจนนี่ต่อไป
ภัทรได้ยินการทะเลาะนั่นก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง แม้ว่านัทจะดูห่วงเขาแต่ก็กลัวเกินกว่าจะลงมาช่วย ซึ่งภัทรเข้าใจในจุดนั้นดี จึงะโขึ้นไป
ภัทระโบอกนัท “นัท นายไม่ต้องลงมา ถ้าฉัน้าให้นายร่ายคาถาอะไร ฉันจะะโบอกเอง!”
“เข้าใจแล้ว!” นัททำหน้ามุ่งมั่นถือไม้กายสิทธิ์ที่ดูสั้นสีน้ำตาลเข้มเตรียมพร้อม ส่วนภูมิรพีก็หัวเราะเยาะ พร้อมใช้คาถาบางอย่างตัดบันไดลิงโลหะที่พาดอยู่ใกล้ตัวเขาให้ตกลงมาเช่นกัน ทำให้เหลือบันไดที่ใช้ออกด้านนอกซึ่งอยู่ด้านหลังตัวประหลาดเพียงอย่างเดียว
ตัวประหลาดเองก็กำลังคืบคลานอย่างเชื่องช้าเข้ามาที่ภัทร ภัทรหยิบพลั่วออกมาค้ำยันตัวเอง รีบเดินกะเผลกตะลุยน้ำไปยังพื้นที่ที่แห้งหน่อยในบ่อนั้น
ฟิ้วววว!
รยางค์ขนาดเท่าขาคนพุ่งมาหาภัทร ทำให้เขาต้องะโหลบไปกับกองขยะอย่างยากลำบาก เขาพยายามทรงตัวขึ้นมา ลองเอาพลั่วฟาดไปที่รยางค์นั้น แม้ปลายรยางค์จะแตกออกก็จริง แต่เหมือนกับว่าเขาเอาไม้ฟาดกระสอบทราย ทำให้มือเขาชาไปหมด
เขาสังเกตเห็นว่าบนเส้นรยางค์นั้นก็มีดวงตาอยู่ด้วยเช่นกันแม้จะแอบอยู่แต่ก็เป็จุดที่ปูดนูนมีขนาดใหญ่กว่าส่วนอื่นๆ ของรยางค์ เขาเห็นดังนั้นจึงไม่รอช้าที่จะปรับพลั่วให้กลายเป็อีเต้ออีกครั้ง
ภัทรมองสำรวจโถงที่เต็มไปด้วยน้ำเน่าอย่างรวดเร็ว ผนังส่วนใหญ่มีท่อจาก้าลงมามากมาย เขามองเห็นบริเวณหนึ่ง นั่นมัน ‘น้ำวน’
รยางค์เส้นที่สองพุ่งเข้ามาหาเขาอีกครั้งขณะที่ภัทรกำลังสำรวจ แต่เขาเตรียมรับไว้แล้ว เขาพุ่งสวนไปทางตัวประหลาดเช่นกันก่อนจะฟาดอีเต้อไปยังจุดที่มีดวงตาสุดแรง
โพละ!!
เสียงแตกของดวงตาทำให้รยางค์เส้นนั้นตกลงน้ำทั้งเส้น แตกกระจายกลายเป็เศษขยะ ภัทรคิด ‘หรือว่ามันเป็การรวมตัวของตัวเล็กๆ รวมตัวกันเป็โคโลนี แต่ทำไมมันดูมีสติปัญญาล่ะ’ ภัทรยังไม่เข้าใจในจุดนี้
กริ๊สสสสสส!
ตัวประหลาดที่ดูเหมือนไม่มีสติปัญญาในตอนแรกกลับส่งเสียงร้อง ทำให้ภัทรต้องประเมินสถานการณ์ใหม่ เขาขยับไปใกล้ตรงที่มีน้ำวนอีกนิด เตรียมรับมือ ตัวประหลาดนั้นส่งรยางค์มาทางเขาทีเดียวสองเส้น ทำให้ภัทรตั้งตัวไม่ทัน
“นัท ทางขวาฉัน!”
“ได้เลยภัทร ฉันรอเวลานี้มานานแล้ว! โอแบคซ์ ลูทรูม!”
ลำแสงสีน้ำตาลพุ่งไปยังด้านข้างภัทรทำให้เกิดกำแพงโคลนจากตะกอนดินและเศษขยะที่ดูใหญ่กว่าก่อนหน้านี้เล็กน้อย
แต่ด้วยขนาดของรยางค์ กำแพงนั่นแทบจะพังลงในทันที ภัทรไม่แปลกใจเลยแม่แต่น้อยเขาใข้โอกาสนี้ หลบรยางค์แรกได้อย่างง่ายดายแล้วเข้าไปตีดวงตารยางค์ที่สองแทน
โพละ!
ดวงตาที่สองแตกอย่างง่ายดาย รยางค์จึงได้แตกลงไปด้วย ตอนนี้มันเหลือรยางค์เพียงสองข้างแล้ว ภัทรมองไปที่ตัวประหลาด ดูเหมือนมันจะขยับตัวแปลกๆ มันดูดรยางค์กลับไปก่อนจะสร้างรอยแยกบนลำตัวขึ้นมาในแนวนอนก่อนจะแยกออกเป็ปาก ที่มีแท่งไม้โลหะเรียงตัวเหมือนฟัน
ภัทรใจนเกือบทำพลั่วหลุดมือ เสียงอุทานด้านหลังก็ดังเหมือนกัน ไม่มีใครคิดว่ามันจะกลายร่างได้ แต่สิ่งที่ภัทรสังเกตเห็นอีกอย่างหนึ่งคือดวงตาสีเหลืองในปากที่มีขนาดใหญ่มาก!!!
มันเปลี่ยนกลยุทธ์ด้วยการเข้ามาหาภัทรด้วยตัวเองแทน เขาค่อยๆ ขยับถอยหลังไปยังจุดที่มีน้ำวน มอง้าหาอะไรสักอย่าง นั่นไงคันโยก! ภัทรเห็นคันโยกอันหนึ่ง เขาแกะเชือกพันด้ามจับที่ชีตาห์พันให้เขาออก ปรับให้กลายเป็อีเต้อก่อนจะผูกปมใหม่มั่น แล้วมัดอีกด้านกับมือตัวเอง
เมื่อมันเคลื่อนที่มาที่จุดน้ำวนมันก็หยุดนิ่งเหมือนติดอะไรบางอย่าง เพราะร่างกายของมันส่วนใหญ่เป็โคลนและเศษขยะจึงถูกดูดออกอย่างง่ายดาย
‘ตอนนี้ละ!’ ภัทรรีบเหวี่ยงอีเต้อใช้แทนตะขอ ไปที่คันโยก้า ประตูน้ำที่ทำให้เกิดน้ำวนก็เปิด เขาและตัวประหลาดตกลงไปที่ช่องประตูน้ำนั้น แต่เขาผูกตัวเองกับเชือกจึงไม่ได้ตกลงไปด้วย ส่วนตัวประหลาดตกลงไปประมาณครึ่งตัว
กริ๊สสสสสสส!
เสียงร้องของมันดังขึ้นมาด้วยความโมโห ภัทรเหวี่ยงตัวไปมาและะโลงมาบนพื้นที่น้ำลดลงไปแล้วจนพื้นไม่มีน้ำขัง
ซีดดดด!
ภัทรกัดฟันแน่นเพราะไม่มีน้ำรองรับน้ำหนัก ทำให้เขาเจ็บขาขวามากขึ้นอีก เขาพยายามดึงพลั่วที่ติดอยู่แต่ทำไม่ได้จึงต้องทิ้งไว้ก่อนแล้วคลานขึ้นไปข้างบน เขาหยิบที่คีบขึ้นมาแทน เพื่อใช้ค้ำยัน
ในขณะที่ภัทรมองรอบๆ หาเศษวัสดุที่ต้องเก็บอยู่นั้น ก็มีเสียงะโเตือนของนัท
“ภัทร ระวัง!!!”
กรีสสสส!!!
ตัวประหลาดส่งเสียงร้องดัง เขาหันไปที่ตัวประหลาดในทันที ตอนนี้มันดูโกรธมาก และพยายามปีนขึ้นมาแต่ทำไม่สำเร็จ มันเห็นภัทรเป็ภัยคุกคามแล้วมันจึงโจมตีเขาโดยการสร้างรยางค์จากจุดต่างๆ บนตัวที่โผล่พ้นประตูน้ำขึ้นมาเกือบสิบอันพุ่งไปหาภัทรอย่างรวดเร็ว
เขาเองได้แต่ใ ทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน เอาที่หนีบมาบังไว้ด้านหน้าและะโบอกนัท “นัท กำแพง!”
“ดะ ได้! โอแบคซ์ ลูทรูม"
กำแพงโคลนพยายามจะสร้างตัวเองขึ้นมาแต่เพราะตะกอนส่วนใหญ่ไหลไปกับประตูน้ำหมดแล้ว ทำให้สร้างได้บ้างและไม่แข็งแรงเอาเลย มันถูกทำลายอย่างง่ายดายโดยไม่มีท่าทีว่าจะทำให้ช้าลง
รยางค์หลายเส้นมันใกล้จะมาถึงภัทรแล้ว เขาทำหน้าสิ้นหวังมากๆ นัททำหน้าใร้องะโ
“ภัทรรรรร!"
ภูมิรพีทำสีหน้าสะใจอย่างไม่ปิดบัง เจนนี่ไม่ได้สนใจภัทรแม้แต่น้อย ส่วนนกน้อยเอามือปิดปากร้องไห้ เสียงร่ายคาถาที่นุ่มเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“เวนตัส เทอร์บินิส (Ventus Turbinis)”
อยู่ๆ ด้านหน้าภัทรก็มีกระแสลมแรงหมุนวนด้านหน้าของเขา เมื่อรยางค์หลายสายมาถึงมันได้ถูกปัดออกเหมือนปัดน้ำฝน แต่กระนั้นก็ไม่เพียงพอจะลดความรุนแรงทั้งหมด มันกระแทกมาที่ตัวภัทรอย่างดุดัน แขนของเขาที่ยืดกันแรงกระแทกถูกกระแทกเข้าหาลำตัว ตัวที่คีบที่ทำจากโลหะบุบเข้ามากระแทกหน้าอกเขาจนเจ็บมากๆ ตัวเขากระเด็นกระแทกกับกำแพงอย่างจัง
โครม!!!
ความเ็ปแล่นมาจากกลางหลัง ภัทรไม่มีแรงขยับเลยแม้แต่น้อย ส่วนตัวประหลาดก็พยายามยืดรยางค์ออกมาเพื่อดึงตัวเองขึ้นไป จนเผยให้เห็นดวงตาสีเหลืองขนาดใหญ่กว่าลูกฟุตบอล ‘ไม่มีทาง ฉันทำลายได้แน่ ต่อให้ฉันจะมีแรงสมบูรณ์ก็ไม่มีทาง’ เขารู้ตัวดีว่าต้องทุ่มสุดตัวเพื่อทำลายดวงตาขนาดเท่าฝ่ามือแต่นี่ห่างกันเกือบครึ่งหนึ่ง เป็ไปไม่ได้เลยที่เขาจะทำลายมันได้
ภูมิรพีมองเพื่อนของเขาที่ผมปิดตาข้างหนึ่งด้วยอารมณ์หงุดหงิด
“กานต์ นายช่วยมันทำไม ไม่ปล่อยให้มันตายๆ ไปซะ”
“ต่อให้นายไม่ชอบมัน ก็ไม่ควรทำลายมันขนาดนี้หรอกมั้ง”กานต์เอามือจัดทรงผมพูด
“แล้วไง ถ้ามันตายก็แค่บอกว่าอุบัติเหตุ ใครจะมารู้”
“นายไม่ได้ยินเหรอ เสียงของสายฟ้าน่ะ” กานต์ตอบนิ่งๆ
“สายฟ้า.... หรือว่า!” ภูมิรพีทำตาโตมองไปทางอุโมงค์ด้านใน