Thinking of 9
เงียบ
แบบนี้มันเงียบเกินไปฉันไม่ชอบ ภายในรถมีเพียงเสียแอร์ที่ทำงานอยู่ เลขาและคนขับรถนั่งด้านหน้าเงียบ ๆ คนข้าง ๆ ฉันก็เงียบ ส่วนคนดูแลเขาที่เหลือนั่งรถอีกคัน แต่ว่าฉันไม่ชอบอะ มันอึดอัดและกดดัน อยากจะนั่งกลับกับเพื่อนฝุ่นก็บอกให้มานั่งคันนี้ เพราะยังไงก็เจอกันที่คอนโดอยู่แล้ว แต่ตอนนี้อยากจะบอกให้เขาจอดรถแล้วขอไปนั่งกับเพื่อนมากกว่า
“เป็อะไรครับ” คนข้าง ๆ หันมาถามเสียงเบา มือก็จัดเสื้อแจ็คเก็ตของเขาให้คลุมร่างฉันดี ๆ
“มันเงียบอะ” ฉันตอบกลับเสียงอุบอิบ
“ให้เปิดเพลงไหม?”
“ค่ะ”
“ช่วยเปิดเพลงหน่อยครับ”
“ได้ครับบอส” เสียงตอบรับจากคุณเลขาพร้อมกับเสียงเพลงในรถที่เปิดคลอเบา ๆ ตอนนี้ฟ้าครึ้มด้วยเหมือนฝนจะตกแต่ก็คงจะไม่ใช่
“หนาวไหม?” คุณยูถามอีกครั้งพร้อมกับท่อนแขนที่รั้งให้ฉันเข้าไปซบเขา
“นิดหน่อยค่ะ”
“แล้วหิวหรือเปล่า ก่อนออกมาเห็นทานนิดเดียว”
“ไม่หิว” ฉันตอบ มือก็หยิบโทรศัพท์มากดเล่น คุยกับเพื่อนที่นั่งรถอีกคัน อรุณถ่ายคลิปที่ฝุ่นบ่นส่งมาให้ จับใจความได้ประมาณว่า อยากหยุดต่ออะไรแบบนั้นน่ะ ฉันขำน้อย ๆ ก่อนจะกดถ่ายรูปทำหน้ากวนๆ ส่งไปให้เพื่อนในกลุ่ม
“ไม่ง่วงเหรอ?” คนที่รั้งฉันเข้าไปซบเอ่ยถามเสียงเบา มือข้างที่ว่างยกขึ้นเกลี่ยผมออกจากใบหน้าให้ด้วยความนุ่มนวล
“ไม่ค่ะ คุณง่วงเหรอ?”
“นิดหน่อยครับ”
“งั้นก็นอนพัก เราจะนั่งดี ๆ ...”
“ไม่เอา อยากกอด พี่นอนได้” ว่าจบอีกฝ่ายก็ขยับตัวเล็กน้อยแล้วปรับเบาะให้เอนทั้งยังรั้งฉันให้เอนซบแผ่นอกเขาอีก ฝ่ามือร้อนลูบที่ไหล่ไปมา เมื่ออีกฝ่ายนิ่งเงียบไปฉันเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าเขาหลับไปแล้วแต่มือก็ยังโอบฉันไว้ ฉันนั่งคุยกับเพื่อนสักพักก็เริ่มง่วงจึงหลับไปอย่างง่ายดาย พอรู้สึกตัวตื่นรถก็ยังคงเคลื่อนไปช้า ๆ โดยที่ด้านนอกรถนั้นมีสายฝนปรอยปราย ตกจริง ๆ แล้วสินะเนี่ย ฉันขยับเบียดร่างเข้าหาไปอุ่นอีกครั้งก่อนจะหลับตาลง มันหนาวนี่นา
“หนาวเหรอ?” เสียงทุ้มกระซิบถามพร้อมกับวงแขนที่โอบฉันแน่นขึ้น
“ค่ะ”
“ผ่อนแอร์ให้หน่อยครับ”
“ครับบอส ฝนตกถนนลื่นเราอาจจะถึงช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้นะครับ”
“ครับ ค่อย ๆ ขับไปนี่แหละ แล้วรถของฝุ่นล่ะครับ”
“อยู่ด้านหน้าครับบอส”
“ครับ ดูแลพวกเขาด้วย”
คุณยูไม่ได้หลับต่อ แต่เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่นโดยที่แขนเขายังโอบฉันไว้ ทำให้มองเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของเขาได้อย่างชัดเจน เขาเลื่อนดูข่าวเศรษฐกิจและตารางหุ้นอะไรบางอย่างจากนั้นก็กดเข้าแอพลิเคชันไลน์ มีกลุ่มอะไรไม่รู้สองสามกลุ่มที่ยังไม่ถูกเปิดอ่านข้อความ รวมถึงช่องแชทที่อยู่บนสุดคิดว่าน่าจะถูกปักหมุดเอาไว้ เป็ช่องแชทที่มีรูปฉันโชว์อยู่ แต่ว่าชื่อที่ถูกบันทึกไว้เป็คำว่า “ตัวดื้อ♥”
“ไม่ได้ดื้อนะ” ฉันเงยหน้ามองเ้าของโทรศัพท์ เขาหัวเราะในคอเบา ๆ ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ปลายนิ้วเรียวกดเข้าช่องแชทที่เป็ภาษาญี่ปุ่น ฉันอ่านไม่ออกหรอกว่าแปลว่าอะไร คุณยูเปิดเข้าไปแล้วส่งรูปฉันที่นั่งพิงอกเขาหลับไปก่อนหน้านี้จากนั้นก็กดพิมพ์ข้อความ she’ s so cute เขินแฮะที่ต้องมาเห็นมาอ่านอะไรแบบนี้
“อะไรเนี่ย” ฉันเริ่มโวยวายน้อย ๆ
“ก็แม่ชอบขอรูป ดูสิ บอกว่าน้อยใจที่ไม่ยอมพาไปหาด้วย” เขาเลื่อนแชทให้ดู ให้เดานี่คงเป็ไลน์ครอบครัวเขาสินะ
“ไม่เอา ไม่ดูแล้ว คุณจะเข้ามาช่วยฝุ่นทำงานใช่ไหม”
“ครับ แล้วทำไมต้องเรียกคุณหือ?” เขาถามมือยกขึ้นบีบจมูกฉันอย่างมันเขี้ยว
“ก็มันชินนี่นา จะให้ฝุ่นเข้าไปตอนไหนนะคะ”
“ก็เดือนหน้า ที่จริงพี่จะให้เข้าไปอาทิตย์นี้ด้วยซ้ำแต่เพราะเรายังมีเรียนกันอีก พี่เลยกะว่าจะรอให้เคลียทุกอย่างเสร็จแล้วให้เข้าไป่เทอมสุดท้ายที่หนูจะจบ”
“เราไม่ไปทำได้ไหม เราไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับที่นั่นแล้ว” ฉันเองก็เลือกที่จะบอกเขาไปตรง ๆ เช่นเดียวกัน ฉันไม่อยากเข้าไปยุ่งกับพวกเขาแล้ว ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมฉันก็ไม่อยากข้องเกี่ยวกับพวกเขา
“ไม่ได้ครับ เพราะที่นั่นเป็ของเรากับฝุ่น เข้าไปทำ เข้าไปให้ทุกคนรู้ว่านั่นคือของหนูไม่ใช่ของคนอื่น พี่เชื่อว่าเราสองคนทำได้ พี่จะคอยดูใกล้ ๆ ”
“...” เนี่ย เขาก็ยังไม่ยอมให้ฉันได้ทำตามใจตัวเองอะ
“โอ๊ย! ตีทำไมเนี่ย” อีกฝ่ายถามอย่างสงสัยแต่ยังหัวเราะอยู่เมื่อถูกฉันตีบนแขนอย่างงอนๆ
“ไม่ชอบอะ ไม่อยากไป ไม่ชอบ” ฉันบอกอย่างเอาแต่ใจ แต่อีกฝ่ายยังใจเย็นรั้งฉันเข้าไปซบกอด
“ค่อย ๆ เรียนรู้ไปนะครับ เดี๋ยวพี่สอนนะ”
“เป็ไงนั่งรถมากับพี่ยู” เมื่อถึงคอนโด ฝุ่นก็ถ่ายถามมือเทก๋วยเตี๋ยวใส่ชามให้ทั้งฉันและตัวเอง
“ก็ไม่ไงอะ เขาบอกแค่ให้เข้าไปทำงานที่บริษัท”
“อือ ก็นั่นแหละเข้าไปด้วยกัน”
“ไม่อยากเข้าไปยุ่งเลยอะฝุ่น”
“เอาน่า ทนหน่อย ทานได้แล้วเส้นอืดหมด” ฝุ่นเลื่อนชามก๋วยเตี๋ยวมาให้ ฉันรับมาไม่ลืมเอ่ยชอบคุณพี่ชาย ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ฝุ่นปล่อยให้ฉันได้ทำตามใจโดยที่ไม่เอ่ยห้ามเลยสักคำ นั่นคือการซื้อหมอนรองคอ เ้าตัวคงรู้ว่าฉันกำลังเครียดเื่ที่จะต้องเข้าไปทำงานเลยใจดีไม่ห้ามไม่ดุ แต่พอถึงเวลาที่ต้องไปจริง ๆ ฉันก็งอแงจนฝุ่นส่ายหน้าและขู่ว่าจะเอาหมอนฉันไปทิ้งนั่นแหละถึงได้ยอมเดินตามฝุ่นเข้าบริษัท คุณยูไม่ว่างมารับแต่ส่งคนมารับเราสองพี่น้อง ส่วนตัวเขาเองจะไปรอที่บริษัท ฉันสวมหน้ากากอนามัยไว้เพราะไม่อยากให้ใครเห็นหน้าความจริงก็ไม่อยากปั้นหน้ายิ้มให้ใครนั่นแหละ หลังจากแนะนำตัวเสร็จฉันก็ถูกเชิญไปยังห้องทำงานที่อยู่ไม่ห่างจากฝุ่นมากเท่าไหร่ คุณยูพาฝุ่นไปเรียนรู้งานเบื้องต้นส่วนฉันให้พี่แต้ม พี่เลขาพ่วงตำแหน่งบอดีการ์ดฉันคอยแนะนำและดูแล ทุกอย่างคุณยูเป็คนจัดการให้หมดเลย พนักงานหลายคนเป็คนของฝ่ายคุณยูมีเพียงส่วนน้อยที่เป็คนของผู้หญิงคนนั้น
“คุณฝันอยากรับเครื่องดื่มอะไรไหมคะ?” พี่แต้มเอ่ยถามอย่างสุภาพ
“พี่แต้มไม่ต้องเรียกว่าคุณก็ได้ค่ะ มันกดดันเกินไปน่ะค่ะ” ฉันส่งยิ้มให้พี่แต้ม ถามว่าหน้ากากอนามัยไปไหนน่ะเหรอ นู่นเลยโดยคุณยูยึดไปแล้วเรียบร้อย
“เอ่อ ดิฉัน...”
“เรียกฝันว่าน้องแล้วแทนตัวเองว่าพี่ ถ้างั้นฝันจะไม่คุยกับพี่แต้ม” ฉันขู่เสียงเข้ม อีกฝ่ายยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะพยักหน้ารับ
“ได้ค่ะน้องฝัน แล้วตกลงรับอะไรดีไหม”
“ขอน้ำส้มก็ได้ค่ะ”
“งั้นรอพี่สักครู่นะคะ”
“ได้ค่ะ” คล้อยหลังพี่แต้มฉันก็หยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาตรวจดู แฟ้มห้าเล่มที่กองอยู่บนโต๊ะทำเอาฉันถอดใจไปเลยเหมือนกัน ฉันนั่งดูเอกสารไปเรื่อย ๆ ก็พอจะเข้าใจบ้าง เสียงปิดประตูดังขึ้นน่าจะเป็พี่แต้มที่กลับเข้ามาในห้องนั่นแหละ
“พี่แต้มคะ ช่วยดูตรงนี้หน่อยได้ไหมคะ” ฉันเอ่ยเรียกพี่แต้ม โดยที่สายตาและมือยังเปิดแผ่นกระดาษไปเรื่อย ๆ เสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้นั้นฉันแปลกใจอยู่เล็กน้อย กระทั่งกลิ่นหอมเย็น ๆ ที่เคยได้กลิ่นฉุดฉันให้เงยหน้าขึ้นมองแต่ก็เหมือนจะช้าไปเมื่อคนมาใหม่ขยับมายืนชิดฉันพร้อมกับอธิบายงานให้ฟัง เฮ้อ อุตส่าห์จะหนีจากเขาให้พี่แต้มสอนงานไม่รู้ทำไมเขาถึงยังมาห้องฉันอีก
“ที่อธิบายไปพอจะเข้าใจไหม?” คนตัวโตย้อนถาม
“ค่ะ”
“หึหึ เย็นนี้พี่มีบินไปญี่ปุ่นนะ”
“จริงเหรอ?” ฉันเงยหน้ามองอีกฝ่ายแววตาเป็ประกาย แต่คุณยูยิ้มขำน้อย ๆ ก่อนจะยกมือลูบผมฉันไปมา
“พี่จะไปนี่ดีใจขนาดนั้นเลยเหรอ”
============
น้องฝัน หนูลูก เก็บอาการหน่อยลุงยูจับทางได้หมดแล้วนะลูก อิชั้นก็ฌขินวนไปสิไทป์แฟนลุงมาก ฮื่อออ