ตอนที่ 7 ส่งน้ำ
กัวเทียนกำเศษผ้าเ่าั้ไว้ก่อนหันไปหามู่เจ๋ออวี่อีกครั้ง จึงเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังยื่นมือขึ้นวางพาดเสื้อผ้า จังหวะนั้นเสื้อยืดสีดำก็เลิกขึ้นไปด้วย เผยให้เห็นกางเกงใน กัวเทียนพลันหางตากระตุก
“กางเกงในตัวนั้นผมใส่แล้วนะ”
มู่เจ๋ออวี่ที่กำลังตากผ้าอยู่ได้ยินเสียงดังมาจากด้านหลังจึงหันไปมอง จากนั้นรีบก้มมองกางเกงในที่สวมอยู่บนร่างตัวเอง
“ใส่...ใส่แล้วเหรอ” มู่เจ๋ออวี่ชะงัก
“ใช่ ถ้าคุณไม่ถือก็ใส่ไปเถอะ” กัวเทียนไม่ใส่ใจอยู่แล้ว หากไม่พอใส่ก็ค่อยออกไปซื้อกลับมาสักสองสามตัว
“ไม่...ไม่เป็ไร...ผมไม่ถือ” มู่เจ๋ออวี่ตื่นตระหนกขึ้นมาทันที รีบหันหลังให้กัวเทียน สายตามองกางเกงในที่อยู่บนร่าง ใบหน้าขาวนวลขึ้นสีแดงระเรื่อ
กัวเทียนไม่ได้สังเกตสีหน้าที่เปลี่ยนไปของมู่เจ๋ออวี่ เมื่อได้ยินอีกฝ่ายบอกว่าไม่ถือสาก็ผละออกมา ผ่านไปชั่วครู่ก็แบกจอบออกจากบ้านไป
“ใส่ไปแล้ว...” มือของมู่เจ๋ออวี่ดึงกางเกงในไปมา สีแดงเรื่อบนใบหน้าจางลงไปบ้างแล้ว
เขารู้อยู่แล้วว่านี่เป็สิ่งที่คนคนนั้นใส่ไปแล้ว แต่ตอนที่อีกฝ่ายพูดโพล่งออกมาโดยตั้งใจ เขาก็รู้สึกอับอายอยู่บ้าง
หลังมู่เจ๋ออวี่ตากผ้าเรียบร้อยก็กลับเข้าห้อง พอเห็นกางเกงชายหาดตัวหนึ่งวางอยู่บนหัวเตียงจึงเดินเข้าไปหยิบมาสวม ทว่าเอวกางเกงใหญ่เกินไปจึงต้องผูกเชือกให้แน่น
หลังออกจากห้องก็นั่งลงตรงหน้าประตูแล้วมองออกไปข้างนอก
ตอนนี้น่าจะบ่ายโมงแล้ว อาทิตย์ดวงโตข้างนอกส่องแสงจ้า คนตัวสูงนั่นออกไปทำงานเกษตรกรรมในวันที่อากาศร้อนขนาดนี้คงจะลำบากมากทีเดียว
มู่เจ๋ออวี่นั่งอยู่ครู่หนึ่งก็รู้สึกเบื่อจึงเดินสำรวจรอบๆ บ้าน ผ่านไปหลายนาที เขาหยิบกระบอกน้ำจากในบ้านออกมา จากนั้นเดินท้าตะวันดวงใหญ่ออกจากบ้านไป
เมื่อออกมาแล้ว มู่เจ๋ออวี่ก็ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน ที่จริงเขาคิดไว้ว่าจะไปส่งน้ำให้กัวเทียน ถือเป็การตอบแทนที่อีกฝ่ายเก็บเขามาแล้วยังช่วยจัดการาแให้ แต่หลังจากออกมาแล้วถึงพบว่าตัวเองไม่รู้เลยว่าชายหนุ่มทำเกษตรอยู่ที่ไหน
เขาตากแดดมองไปทางนั้นทีทางนี้ที ก่อนจะเห็นว่ามีชาวบ้านคนหนึ่งกำลังเดินอยู่ด้านหน้าจึงวิ่งเข้าไปถาม “สวัสดีครับ คุณลุงรู้ไหมว่า...”
มู่เจ๋ออวี่ชะงักไป เขาไม่รู้ว่าคนคนนั้นชื่ออะไร
ชาวบ้านเห็นเขาวิ่งมาหาแล้วพูดจาสองสามคำก็เงียบไป จึงรู้สึกแปลกใจ แต่ก็ยังถามกลับอย่างเป็มิตร “คุณมีเื่อะไรเหรอ”
มู่เจ๋ออวี่ได้สติ เขาชี้ไปยังบ้านของกัวเทียนพลางถามว่า “คุณลุงรู้ไหมครับว่าเ้าของบ้านนี้เขาไปทำงานที่ไหน”
ชาวบ้านมองไปยังทิศทางที่มู่เจ๋ออวี่ชี้ สีหน้าเผยถึงความเข้าใจ “อ้อ คุณหมายถึงเสี่ยวเทียนเองเหรอ ที่ของเขาอยู่ตรงนั้นไง หาไม่ยากหรอก เดี๋ยวลุงพาไปเอง”
ชาวบ้านนำทางมู่เจ๋ออวี่อย่างเป็มิตร เขาเองก็ไม่ปฏิเสธ
“คุณเป็เพื่อนของเสี่ยวเทียนเหรอ เด็กนั่นใช้ได้เลยนะ เป็คนกระตือรือร้นทีเดียว คนในหมู่บ้านชอบเขาทุกคนละ”
“ไม่ถือว่ารู้จักกันเท่าไรหรอกครับ เขาช่วยผมไว้น่ะ” มู่เจ๋ออวี่ตอบอย่างตรงไปตรงมา
“อ้อ อย่างนั้นเหรอ งั้นคุณก็คงโชคดีมากที่ได้พบกับเด็กจิตใจดีอย่างเสี่ยวเทียน เขามาอยู่หมู่บ้านเราได้ครึ่งปีกว่าแต่ทำเื่ดีๆ ไว้ไม่น้อยเชียว”
เมื่อพูดถึงกัวเทียน คุณลุงคนนี้ก็เหมือนพูดได้ไม่รู้จักจบ ล้วนแต่เป็การชื่นชมกัวเทียนทั้งนั้น เห็นชัดว่าเขาเป็ที่ต้อนรับอย่างดีในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้
“อ้าว เขาไม่ใช่คนในหมู่บ้านเหรอครับ” มู่เจ๋ออวี่แปลกใจ
“ไม่ใช่หรอก ตอนเขามาแรกๆ ก็เนื้อตัวสะอาดสะอ้านเหมือนคุณนี่แหละ ผ่านไปครึ่งปี ทำไร่ทุกวัน ตากแดดจนตัวดำ เนื้อตัวเลยหยาบกร้านไปหมด”
คำพูดของคุณลุงทำให้มู่เจ๋ออวี่รู้สึกเหนือความคาดหมาย เขาคิดว่าคนตัวสูงใหญ่คนนั้นเป็คนท้องที่ ไม่คิดเลยว่าจะไม่ใช่
“เอ้า ถึงแล้ว ตรงนั้นไง!” เสียงของคุณลุงดังขัดความคิดของมู่เจ๋ออวี่ เขามองไปตามที่อีกฝ่ายชี้ จึงเห็นกัวเทียนที่กำลังก้มตัวลงใช้จอบขุดดินอยู่จริงๆ
“ขอบคุณครับคุณลุง” อีกฝ่ายโบกมือแล้วเดินจากไป มู่เจ๋ออวี่เองก็ตรงเข้าไปหากัวเทียน
เมื่อก่อนตอนมู่เจ๋ออวี่ถ่ายละครก็เคยไปกองถ่ายต่างจังหวัด เคยเห็นเรือนกระจกขนาดใหญ่ที่คลุมแปลงผักหลายๆ เรือน แต่พื้นที่กว้างขวางของกัวเทียนสะอาดเรียบร้อยมากกว่า มองออกว่าได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็อย่างดี
ที่เขาสวมอยู่คือรองเท้าแตะหูหนีบของกัวเทียนซึ่งใหญ่มากทีเดียว ทำให้เดินไม่ถนัดเอาเสียเลย
เขาเดินตามคันดินจนไปถึงตัวกัวเทียน แล้วใช้มือข้างหนึ่งตบเบาๆ ที่หลังของอีกฝ่าย “ดื่มน้ำไหม”
กัวเทียนหันไปมองด้านหลัง มือข้างหนึ่งหยิบผ้าขนหนูที่วางพาดไว้บนไหล่ขึ้นมาเช็ดเหงื่อ ตอนที่เห็นมู่เจ๋ออวี่ยืนอยู่ข้างหลังก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
เขามองไปรอบๆ ก่อนมองมาที่มู่เจ๋ออวี่อีกครั้งแล้วถาม “หาที่นี่เจอได้ไง”
“ก็ที่คนเขาพูดกันว่าหนทางอยู่ใต้จมูก[1]ไง ไม่รู้เหรอ” มู่เจ๋ออวี่ยกกระบอกน้ำในมือขึ้นมา แล้วถามอีกครั้งว่า “ดื่มไหม เอามาให้”
กัวเทียนยกมุมปาก ยื่นมือออกไปรับกระบอกน้ำ เปิดฝาแล้วยกดื่ม
เชิงอรรถ
^ หมายถึง หากไม่รู้ก็แค่ถาม ซึ่ง “หนทาง” ในที่นี้ก็คือ “ปาก”