“ฮัลโล! คุณธรรเหรอคะ ขิมนะคะ คุณธรรเห็นคุณกรณ์หรือเปล่าคะ ขิมพยายามจะโทรหาแต่ไม่เปิดมือถือค่ะ”
เทียมหทัยพูดกรอกสายโทรศัพท์ไป
“เอ่อ! เ้ากรณ์ไปดูงานที่ต่างประเทศได้หลายอาทิตย์แล้วครับคุณขิม ผมให้เขาไปแทนผมพอดีมีงานด่วนมา นี่เ้ากรณ์มันไม่ได้บอกคุณขิมเหรอครับ เ้านี่แย่จริงๆ เลย ถ้ากลับมาแล้วผมจะจัดการให้นะครับ คุณขิมไม่ต้องเป็ห่วงนะครับ”
อลงกรณ์พูดเสียงตามสาย ทั้งๆ ที่คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขานั้นคือธรรทรนั่นเอง
“ครับถ้ามันมาแล้วผมจะให้ติดต่อไปหาคุณขิมนะครับ สวัสดีครับ” เขาวางสายลง
“เอายังไงเ้านาย ผมสงสารคุณขิมจะแย่อยู่แล้วนะ”
เขาถามธรรทร ทั้งๆ ที่เขาเองก็รู้คำตอบอยู่แล้วว่ายังไง เขาแทบจะไม่อยากจะเชื่อเลยว่าทั้งเขาและธรรทรนั้นช่วยกันแก้ไขปัญหามาสารพัด แต่ก็ไม่อาจจะแก้ปัญหาเื่หัวใจได้
เพราะคุณหญิงรสรินทร์พอถูกลูกชายขัดใจนั้นถึงขั้นช๊อกเขาโรงพยาบาล หมดสติไปตั้งหลายวัน จนทำให้ธรรทรนั้นต้องยอมแต่งงานกับชุติมาหลังจากที่รสรินทร์ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งๆ ที่หมอได้วินิจฉัยว่าถ้าไม่ฟื้นก็คงจะต้องเป็เ้าหญิงนิทราไปตลอดชีวิต
แต่เมื่อปาฏิหาริย์ ทำให้เธอฟื้นขึ้นมา เขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะขัดใจแม่เลย เขายอมทำตามทุกอย่างถึงแม้ว่าเขาจะบอบช้ำมากแค่ไหน
“อะไรจะเกิดเราก็ต้องปล่อยให้มันเกิดเถอะกรณ์ งั้นฉันจะไปรับคุณแม่ที่โรงพยาบาลก่อนนะ ถ้าคุณขิมเขาโทรมาอีกก็บอกว่าติดต่อฉันไม่ได้ก็แล้วกัน”
“แล้วคุณธรรจะปิดเธอไปอีกนานแค่ไหน”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ก็ดูว่าความรักของเธอที่มีให้ฉันมันนานแค่ไหน ฉันก็จะปิดไปแค่นั้นล่ะ ไปล่ะนะ”
ธรรทรบอกพร้อมเดินออกจากห้องทำงานของอลงกรณ์ด้วยอาการของคนที่ไร้ซึ่งความสุข สังเกตได้จากการแต่งตัวของเขา หนวดเคราที่ปล่อยให้ขึ้นรุงรัง รู้สึกั้แ่ที่รสรินทร์เข้าโรงพยาบาล
จนถึงวันนี้เขาไม่ได้ดูแลตัวเองเอาเสียเลย ก่อนวันที่เขาจะตัดสินใจยอมแต่งงานนั้น เขาไปขลุกอยู่ที่บ้านพักตากอากาศที่เขาเคยบอกรักเทียมหทัยเป็อาทิตย์ปล่อยให้อลงกรณ์นั้นคอยดูแลแม่แทนเขา
อลงกรณ์เองแทบไม่อยากเชื่อเมื่อไปพบสภาพเ้านายตัวเองอยู่ในบ้านหลังนั้น เขาสูญเสียน้ำตาของลูกผู้ชายให้อลงกรณ์เห็นอย่างไม่อาย อลงกรณ์นั้นได้รับรู้ถึงความเ็ปที่เขาได้รับจากการต้องตัดใจจากเทียมหทัยทุกวี่วัน
เขาระบายความในใจลงในขวดเหล้า ขวดแล้วขวดเล่าเปรียบจะให้เหล้านั้นช่วยแก้ไขปัญหาให้ก็ไม่ปาน ข้าวปลาอาหารนั้นไม่ยอมแตะแม้แต่น้อย เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าเ้านายตัวเองนั้นจะรักเทียมหทัยมากถึงเพียงนี้
เพราะั้แ่เขารู้จักกับธรรทรนั้น นอกจากวันที่พ่อของเขาเสียไปแล้ว เขาก็ไม่เคยเห็นน้ำตาของเ้านายอีกเลยจนกระทั่งวันที่เขาไปตามธรรทรที่บ้านพักตากอากาศ
“ฉันรักคุณขิม รักมาก รักจนไม่เหลือหัวใจให้ใครได้อีกแล้วกรณ์ แกรู้มั้ยว่ามันเ็ปมากแค่ไหน ที่ต้องสูญเสียเธอไป ฉันไม่เคยรักผู้หญิงคนไหนมากเท่ากับเธอเลย แกรู้มั้ยว่ามันเจ็บๆ มากๆ จนฉันไม่สามารถจะพูดออกมาเป็คำพูดให้แกได้รับรู้ได้ เธอคือชีวิตของฉัน ฉันรักเธอ แกได้ยินมั้ยไอ้กรณ์”
นั่นคือคำพูดประโยคแรกของธรรทรที่เขาได้ยินทันทีที่เขาไปถึง พร้อมกับน้ำในตาของธรรทรที่ไหลออกมาเหมือนกับเด็กที่สูญเสียของรักก็ไม่ปาน
“ไปเร็วยัยขิม เดี๋ยวจะได้เวลาประชุมแล้วนะ”
กรรชัยเร่งหลังจากที่รถจอดหน้าล็อบบี้โรงแรมหรู เพื่อที่จะเข้ามาประชุมสมาคมการท่องเที่ยวไทย
“แล้วทำไมเราไม่ให้คนอื่นมาคะพ่อ ไม่เห็นต้องมาเองเลย” เธอสงสัย
“ขิมไม่รู้อะไร การมาที่นี่ทำให้เราได้อะไรหลายๆ อย่างกลับไปนะลูก เพราะส่วนใหญ่นักธุรกิจใหญ่ๆ เขาจะมางานนี้กันรู้มั้ย”
กรรชัยอธิบายให้ฟัง
“อ้าว! คุณหญิงสวัสดีครับ มากันเยอะแยะเลย ได้ข่าวว่าจะมีข่าวดีแหม ไม่ทันไรก็มีลูกชายโตจนจะแต่งการแต่งงานซะแล้ว”
กรรชัยเอ่ยทักรสรินทร์เพราะเจอกันโดยบังเอิญที่ล็อบบี้ ซึ่งผู้เดินมาด้วยนั้นก็คือชุติมา สายชล อลงกรณ์และดวงแก้วนั่นเองการเจอกันโดยบังเอิญนี้ทำให้คนทั้งสามนั้นสีหน้าไม่ค่อยจะสู้ดีนัก
“คุณกรรชัย สวัสดีค่ะ ไม่เจอกันนานแล้วนะสบายดีหรือเปล่าคะ! พอดีดิฉันมาดูที่จัดงานแต่งเ้าธรรน่ะค่ะ”
“อ้าว! ยัยขิมไหว้คุณหญิงสิลูกนี่แม่คุณธรรทรไงลูก เคยพบกันหรือยังครับคุณหญิง”
กรรชัยรีบบอกลูกสาว
“ไหว้พระเถอะแม่คุณ ฉันเคยเจอแล้วล่ะคุณกรรชัย คนนี้ใช่มั้ยที่บอกว่าเก็บมาจากสถานเลี้ยงเด็กั้แ่เล็กๆ”
รสรินทร์รับไหว้เทียมหทัยอย่างเสียไม่ได้ พร้อมทั้งทำสีหน้าที่ไม่เป็มิตรเอาเสียเลย ซึ่งทั้งกรรชัยและเทียมหทัยเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
“อ้อ! นี่ฉันจะแนะนำให้รู้จักนี่หนูชุติมาว่าที่ลูกสะใภ้ฉันไงคะ คุณกรรชัย”
“สวัสดีครับ”
กรรชัยรับไหว้ชุติมา ชื่อนี้ทำให้เทียมหทัยสงสัยยิ่งนัก เพราะเท่าที่เธอรู้นั้นดวงแก้วคือคู่หมั้นธรรทรไม่ใช่ชุติมาคนนี้แน่นอน
“แล้วนี่พอดีเลย ไหนๆ ก็เจอกันแล้วงั้นดิฉันขอเสียมารยาทแจกการ์ดแต่งงานเ้าธรรตรงนี้เลยก็แล้วกันนะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเอาไปให้ที่บ้าน”
รสรินทร์พูดแล้วก็รับการ์ดจากสายชลและยื่นให้กรรชัย
“อ้าว! แล้วนี่เ้าธรรไปไหนล่ะหนูชุ” รสรินทร์ถามเพราะไม่เห็นลูกชายเดินตามมา
“พี่ธรรไปเข้าห้องน้ำค่ะ นั่นไงคะมาพอดี พี่ธรรทางนี้ค่ะ”
ชุติมาร้องทักธรรทร ซึ่งทำให้เทียมหทัยงงและหันไปดูคนที่ถูกเรียกว่าธรรทรให้เห็นเต็มๆ ตา หลังจากที่เธอยืนงงกับการสนทนาของคนทั้งสองอยู่นาน ก็หันหน้าไปสบตากับคนที่เธอนั้นเฝ้าตามหาเขามานับเดือน
เพราะจู่ๆ เขาก็หายไปเลย ถามอลงกรณ์ก็เอาแต่บอกว่าติดต่อเขาไม่ได้ อาการที่แทบช๊อคของเธอนั้นทำให้ธรรทรถึงกับหน้าเปลี่ยนสีเพราะไม่นึกว่าจะมาเจอกันโดยบังเอิญขนาดนี้
ทั้งๆ ที่เขาพยายามที่จะหลบหน้าและไม่ให้การแต่งงานเป็ข่าวมากที่สุด เพื่อไม่ให้เธอนั้นเจ็บมากเกินไปและที่สำคัญไม่ให้เขาเองเจ็บไปมากกว่านี้ด้วย
“อ้าว! คุณธรรทรพักนี้ไม่ค่อยเห็นหน้าเลยนะ ผมเห็นแต่รายงานของผลประกอบการสนามกอล์ฟไปได้สวยนะ ผมนี่มองคุณไม่ผิดเลยจริงๆ”
กรรชัยเอ่ยทักธรรทรเมื่อเขาเดินมาที่กลุ่มพร้อมทั้งชุติมาเดินไปเกาะแขนแสดงความเป็เ้าของ
“ผมไม่ค่อยจะว่างครับคุณลุง” เขาบอกออกไป
“อ้าว! ยัยขิมทำไมทำหน้ายังงั้นน่ะลูก ทำเหมือนไม่รู้จักคุณธรรทรยังงั้นล่ะ”
“ค่ะคุณพ่อ! ขิมแทบจะไม่รู้จักเลยค่ะ! คุณพ่อคะพอดีขิมนึกได้ว่านัดลูกค้าไว้ค่ะ งั้นคุณพ่อประชุมคนเดียวนะคะ ขิมขอตัวค่ะ! สวัสดีค่ะคุณหญิง สวัสดีค่ะคุณธรรทร”
เทียมหทัยพูดพร้อมทั้งมองหน้าธรรทรด้วยความผิดหวังและเจ็บช้ำ และโดยไม่ทันจะฟังอะไรต่อไป เธอก็รีบวิ่งกลับออกจากโรงแรมด้วยน้ำตาที่นองหน้าและความเ็ปในหัวใจ
“คุณขิมเดี๋ยวก่อนครับๆ”
ธรรทรร้องเรียกและวิ่งตามเธอออกมา ซึ่งทำให้กรรชัยและชุติมาที่ไม่ได้รู้เื่ราวนี้ออกอาการงงไปตามๆ กัน หากแต่ใบหน้าของคุณหญิงรสรินทร์นั้นมีอาการสะใจเหลือเกินที่ได้เห็นภาพที่เธออยากจะเห็น
คือวันที่เทียมหทัยได้รู้ความจริงเกี่ยวกับการแต่งงานของธรรทรนั่นเอง ส่วนอลงกรณ์ สายชลและดวงแก้วนั้น มองตามคนทั้งสองด้วยความเข้าใจและเห็นใจเป็ที่สุด เพราะสุดท้ายเื่ที่ทั้งหมดกลัวก็มาถึง
“คุณขิมผมอธิบายได้นะครับ เื่ที่เกิดขึ้นผมไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิด คุณขิมครับรอผมก่อน”
เขาวิ่งออกมาและคว้าแขนเธอได้ในที่สุด
“ปล่อยค่ะ! นี่สำหรับคำหลอกลวงของคุณ ฉันคงจะโง่ในสายตาของพวกคุณมากสินะ คุณคงจะสะใจนะที่ได้แสดงละครให้คนโง่ๆ อย่างฉันดู”
เธอตบเข้าที่หน้าของเขาอย่างแรงด้วยความโกรธ และแสดงถึงแววตาแห่งความผิดหวัง เสียใจ ออกมาให้เขาได้เห็น
“คุณกำลังเข้าใจผิดครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะหลอกคุณนะให้โอกาสผมอธิบายบ้างเถอะครับ”
เขาอ้อนวอนหล่อน แต่รู้สึกว่าจะไม่เป็ผลเอาเสียเลย
“มีอะไรที่คุณยังไม่ได้บอกดิฉันอีกคะคุณธรรทร”
เธอพูดพร้อมสายตาที่มองมาที่เขานั้นส่อประกายของความเฉยชา ก่อนจะวิ่งไปขึ้นแท็กซี่จากเขาไป
กรรชัยเดินเข้ามาในห้องของเทียมหทัยหลังจากที่เขาเคาะประตูอยู่นานแต่ไม่มีเสียงตอบรับ เขากวาดสายตาไปเห็นลูกบุญธรรมที่นั่งลงกับพื้นคว่ำหน้าลงกับเตียงนอน
เมื่อเดินเข้าไปใกล้เขาก็รู้ว่าเธอกำลังร้องไห้ซึ่งเขาเองก็ยังไม่เข้าใจว่าอะไรเป็อะไร พอไต่ถามธรรทรก็บอกว่าจะมาเรียนให้รับรู้วันหลัง
“ขิม! เป็อะไรไปลูก! แม่รอกินข้าวด้วยแน่ะ คุณย่าด้วย มีอะไรบอกพ่อได้มั้ย คุณธรรทรเขาทำอะไรให้ขิมโกรธหรือลูก บอกพ่อได้มั้ย”
ผู้เป็ลูกแหงนมองผู้เป็พ่อแล้วก็ปล่อยให้น้ำตาแห่งความเสียใจไหลรินออกมา
“คุณพ่อคะวันนี้ที่เราเจอเขาที่โรงแรมใครคื่อคุณธรรทรกับคุณกรณ์คะในความรู้สึกของคุณพ่อ”
เธอถามเพราะไม่แน่ใจตัวเองว่าผู้เป็พ่อนั้นจะโดนหลอกเหมือนกับเธอหรือไม่
“ทำไมล่ะยัยขิม เราทำงานกับเขามาตั้งนานแล้ว ทำไมถามพ่ออย่างนี้ล่ะลูก”
กรรชัยทำหน้างงกับคำถามลูกสาวนอกไส้พร้อมนั่งลงบนเตียงเอามือไปลูบหัวลูกสาวที่เขารัก
“ตอบขิมมาเถอะค่ะคุณพ่อ ขิมอยากรู้” เธอพูดด้วยสีหน้าที่ราบเรียบแต่น้ำตานั้นเอ่อ! นองใบหน้า
“คุณกรณ์ก็คือคนที่เราเจอตอนแรกที่เดินมาพร้อมคุณหญิงรสรินทร์ ไงลูก ส่วนคุณธรรทรก็คนที่เดินมาสมทบทีหลังและวิ่งตามขิมออกมาไงล่ะ แล้วขิมเข้าใจยังไงหรือลูกถึงได้ถามพ่ออย่างนี้”
เขาตอบลูกสาวในที่สุด และก็อดสงสัยไม่ได้
“งั้นคุณพ่อก็ไม่ได้ถูกหลอกสิคะ คงจะมีแต่ขิมคนเดียวมั้งคะ ที่ถูกพวกเขาเห็นเป็ตัวตลก”
พูดไปแล้วน้ำตาก็ไหลพรั่งพรูออกมา
“มันอะไรกันขิม เล่าให้พ่อฟังได้มั้ย พ่อกับแม่ไม่สบายใจเลยที่ขิมต้องร้องไห้ ใครทำอะไรให้ลูกพ่อต้องเสียใจบอกพ่อมา”
กรรชัยถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“เขาทำให้ขิมเข้าใจว่าคุณธรรทรคือคนที่เราพบตอนแรกที่เดินมาพร้อมกับคุณหญิงรสรินทร์ ส่วนคุณกรณ์นั้นความเข้าใจของขิมคือคนที่เดินมาสมทบค่ะพ่อ ขิมเข้าใจอย่างนั้นมาโดยตลอด และขิมก็เข้าใจว่าพ่อก็เข้าใจอย่างนี้ เพราะตลอดเวลาคุณพ่อกับขิมจะเจอเขาสองคนไม่ค่อยจะพร้อมกันเลย ขิมเองก็ไม่ได้เอะใจอะไร แล้วที่ขิมเคยบอกพ่อว่าไปทำงานกับคุณธรรทรและคุณกรณ์พ่อก็ไม่ได้ซักถามอะไรเลยค่ะ”
“แล้วถ้าขิมเข้าใจผิด ทำไมเขาไม่บอกให้ขิมเข้าใจได้ถูกต้องล่ะลูก ทำไมเขาปิดบังขิม เห็นทีพ่อจะต้องเรียกมาคุยให้รู้เื่ทั้งสองคนแล้ว”
กรรชัยทำน้ำเสียงโมโหแทนลูก
“นั่นเป็เพราะเขาคงเห็นว่าขิมเป็ตัวตลกมั้งคะพ่อ” เธอบอกแล้วน้ำตาก็ไหลรินออกมา
“ขิม! พ่อถามลูกตรงๆ ได้มั้ยลูก” กรรชัยตัดสินใจถาม
“มีอะไรคะพ่อ”
เธอบอกไม่เต็มปาก ประหนึ่งจะรู้ว่าผู้เป็พ่อนั้นจะถามคำถามที่เธอไม่อยากจะตอบ
“ขิมรักคุณธรรทร หรือคุณกรณ์ในความเข้าใจของขิมใช่มั้ยลูก” เขาถามในที่สุด
“มันคงไม่มีประโยชน์อะไรแล้วล่ะค่ะคุณพ่อ ในเมื่อเขาก็กำลังจะแต่งงานแล้ว”
เทียมหทัยไม่ได้รับปากแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ ซึ่งนั่นก็ทำให้กรรชัยนั้นหนักใจแทนเธอไม่น้อย
“คุณท่านคะ คุณธรรทรมาขอพบค่ะ บอกว่ามีเื่สำคัญจะเรียนให้ทราบค่ะ”
เตยเด็กรับใช้เข้ามาบอก
“จะเอายังไงลูก” กรรชัยถามความเห็นเธอ
“ขิมไม่อยากเจอใครทั้งนั้นค่ะพ่อ ขิมอยากจะอยู่คนเดียวค่ะ พ่อช่วยบอกให้เขากลับไปด้วยนะคะ ต่อไปนี้ขิมกับเขาจะไม่เกี่ยวข้องกันอีก ไม่ว่าจะเป็เื่งานหรือเื่ส่วนตัว ขิมจะโอนงานสนามกอล์ฟทั้งหมดให้คุณชาญชัยรับ่ต่อ”
เทียมหทัยพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
“งั้นพ่อก็ตามใจขิมนะ แล้วเราค่อยคุยกันใหม่นะลูกไม่ต้องคิดอะไรมาก”
กรรชัยยกมือลูบหัวลูกด้วยอาการเอ็นดูและห่วงใย
========================
??“???“???“? Promotion Valentine's Day จ้า??“???“???“?
shorturl.at/irC26 <= ในรอยรักร้าว 389 เหลือ 259บ.
shorturl.at/kmR15 <= อาญาซาตาน 490 เหลือ 199บ.
shorturl.at/afJUV <= วิมานสอยดาว 467 เหลือ 199บ.
shorturl.at/oqAT8 <= ร้อยดาวฯ 460 เหลือ 199บ.
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
========================
