ข้ามฟ้าเพื่อมารัก

    #1-ตื่นเต้น

    “ปลาทอง ทางนี้” เสียง ยูรี โบกมือเรียกฉัน ยูรี สาวน้อยลูกครึ่งเกาหลี สุดแสนเซ็กซี่ ต่างกับฉัน ที่ใส่แว่นหนาเตอะ เพราะสายตาสั้น 600 แน่ะ แต่หุ่น ผิว และหน้าตาก็พอไปวัดไปวาได้อยู่นะ พ่อกับแม่ของยูรีทำธุรกิจอยู่ที่เกาหลี ต้องเดินทาง ไปดูงานที่ต่างประเทศบ่อยๆ จึงส่งยูรีมาอยู่กับยายที่ประเทศไทย ฉันกับยูรีสนิทกันมา๻ั้๹แ๻่เรียนมัธยม เราเรียนโรงเรียนเดียวกัน เรียนห้องเดียวกัน สอบเข้ามหาลัยเดียวกัน แต่เรียนคนละคณะ ยูรีเรียนคณะนิเทศศาสตร์ ส่วนฉันเรียนเศรษฐศาสตร์ “สอบเป็๲ยังไงบ้าง” ฉันถามยูรี หลังจากนั่งลงที่ม้านั่งฝั่งตรงข้าม

    “สบายมาก แกล่ะ” ยูรีถามฉันบ้าง สงสัยจะเห็นสีหน้าอันอิดโรยของฉัน

    “ยากอยู่นะ แต่ก็คงผ่านแหละ ฉันคิดว่า”

    “เข้าข้างตัวเองหรือเปล่า ฮ่าๆๆๆ” ยูรีแซวฉัน

    “แกอ่ะ ฉันยิ่งหวั่นๆ อยู่”

    “หยอกน่า เออ แล้วแกบอกป้ากับพี่เทียนแกหรือยัง ที่จะไปกับฉัน๰่๭๫ปิดเทอม”

    “บอกแล้ว”

    พี่เทียน ชื่อเต็มว่า เปลวเทียน เป็๞พี่ชายฉันเอง เราอายุห่างกัน 5 ปี พี่เทียนทำงานที่ Studio แห่งหนึ่ง เป็๞ตากล้องบ้าง งานกราฟิกบ้าง ฉันกับพี่เทียนอาศัยอยู่กับป้า (พี่สาวของแม่) ป้าฉันเป็๞สาวโสด จึงอาสาเลี้ยงดูพวกเราทั้ง 2 คน เพราะพ่อกับแม่ของเราประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว

    “แล้ว ให้ไปมั้ย” ยูรีถามฉันอย่างตื่นเต้น

    “ไปได้สิ ก็ไปกับแกไม่มีใครห้ามหรอก แต่เค้าก็แอบเป็๞ห่วงแหละ” ยูรี ไม่ได้สนิทแค่กับฉันหรอกนะ แต่สนิทกับที่บ้านฉันด้วย ทั้งกับป้าและพี่เทียน เหมือนกับว่าเป็๞น้องสาวและหลานสาวอีกคน

    ยูรี จะบินไปหาพ่อกับแม่๰่๥๹ปิดเทอม แต่ไม่ได้ไปทุกปีหรอกนะ จะได้ไปก็๰่๥๹ปีที่พ่อกับแม่ของยูรีไม่มีโปรแกรมออกต่างประเทศแค่นั้นแหละ บางครั้งก็ 1 ปี บางครั้งก็ 2 ปี ไปครั้งหนึ่งก็ 1 เดือน แต่ปีนี้ พ่อกับแม่ของยูรีให้ชวนฉันไปด้วย

    ท่านบอกว่าเคยเจอแต่ผ่านทางวิดีโอคอล ไม่ได้เจอกันจริงๆ สักที วันนี้สอบวันสุดท้าย เรานัดกันว่าหลังสอบ 3 วันถึงจะบิน

    “รอก่อนนะ ชามินโฮ (차민호) ที่รักของฉัน” ชามินโฮ เป็๲ลูกครึ่งไทย-เกาหลีแต่ไปเป็๲ดาราที่เกาหลี เป็๲ทั้งนักร้อง นักแสดง ที่ฉันชอบมากถึงมากที่สุด ^^

    ฉันชื่อ ปลาทอง อายุ 22 ปี กำลังจะเดินทางไปเกาหลีกับเพื่อนสนิทของฉัน ในวันจันทร์หน้า ฉันก็ได้แต่ฝันไปว่า อาจจะได้เจอ ชามินโฮ (ของฉัน) โดยบังเอิญ ซึ่งมีความเป็๞ไปได้แค่ 0.01 เปอร์เซ็นต์ (^^)

    วันจันทร์ เวลา 6.00 น.

    พี่เทียนขับรถพาฉันมารับยูรีที่บ้าน และอาสาพาไปส่งที่สนามบิน

    “สวัสดีค่ะ ยาย คิดถึงจังเลย” ฉันเข้าไปกอดยายของยูรี ฉันเข้าออกบ้านยูรีได้เหมือนเป็๲หลานสาวอีกคนเช่นกัน

    “ยายก็คิดถึงหนูเหมือนกันลูก ปลาทอง สอบเป็๞ยังไงบ้าง อ่านหนังสือหนักหรอลูก ก่อนสอบไม่แวะมาหายายบ้างเลย”

    “คิดว่าผ่านนะคะ แต่ไม่รู้ว่าหนูคิดไปเองหรือเปล่าค่ะ” ฉันตอบยายแบบเขินๆ

    “ผ่านอยู่แล้วลูก”

    “ขอบคุณค่ะ”

    “โม้อะไรให้ยายฟังล่ะ แก” เสียงยูรีแซวฉัน

    “เสร็จแล้วหรอ แก ไปกัน เดี๋ยวไม่ทัน”

    “แหม ตื่นเต้นนะแกอ่ะ ไปๆ”

    “ไปนะคะ ยาย สวัสดีค่ะ” ฉันหันไปสวัสดียาย แล้วช่วยยูรียกกระเป๋าไปขึ้นรถ

    “ยูไปนะคะ ยาย ฝากด้วยนะคะพี่พิม ฝากด้วยนะคะป้าแมว มีอะไรโทรหายูนะคะ” พี่พิมเป็๞พยาบาลที่แม่ของยูรีจ้างมาดูแลยาย ส่วนป้าแมวเป็๞แม่บ้านที่คอยดูแลยายและยูรีมา๻ั้๫แ๻่เด็ก ยูรีหอมแก้มยายแล้วก็ยกกระเป๋าเดินตามฉันมาขึ้นรถ

    ณ สนามบิน

    “ดูแลตัวเองกันดีๆ นะ” พี่เทียนบอกพวกฉัน

    “รับทราบค่ะ” ฉันกับยูรีรับปากพร้อมกัน

    “มากอดหน่อย ไปตั้ง 1 เดือน” พี่เทียนพูดพร้อมอ้าแขนรอ

    “ได้ค่า...” ฉันเดินไปกอดพี่เทียน

    “ยูกอดด้วยกันมั้ย” ฉันหันไปถามยูรี

    “บ้าหรอแก ฉันกอดได้หรอ” ยูรีถามเขินๆ

    “ได้สิ ยูก็เหมือนน้องสาวพี่แหละ” พี่เทียนตอบพร้อมอ้าแขนไปทางยูรี

    “ไปนะ ถึงแล้วหนูจะโทรหา พี่ก็กลับได้แล้ว ป้าฝากซื้อของไม่ใช่หรอ เดี๋ยวโดนบ่นหรอก แล้วที่สำคัญห้ามพาสาวคนไหนไปนอนบ้านตอนหนูไม่อยู่นะ เสื้อผ้าหนูที่ยืมให้เค้าไปใส่ ไม่ได้คืนหลายชุดแล้วนะ” ฉันบอกพี่เทียน

    “ได้ๆ จะพยายาม เอาล่ะ เดินทางปลอดภัย พี่ฝากด้วยนะยู อย่าปล่อยให้หลุดไปไหนล่ะ ไม่ค่อยจะซนซะด้วย”

    “ไม่ต้องห่วงค่ะ พี่เทียน บายค่ะ” ฉันกับยูรีโบกมือให้พี่เทียน แล้วก็ออกเดินทาง Let’s Go

    ณ สนามบินนานาชาติอินชอน กรุงโซล

    “โอ๊ย เมื่อยมากเลย ไปไหนต่ออ่ะแก” ฉันบิดตัวไปมาถามยูรี

    “พ่อบอกว่าให้คนที่บ้านมารับ มารออยู่แล้วนะ ไปๆ ตามมา” ยูรีเรียกให้ฉันเดินตามไป

    “คุณหนูยูรี ทางนี้ครับ” คุณลุงคนหนึ่งยืนโบกไม้โบกมือมาทางเรา พูดสำเนียงภาษาไทยที่ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่

    “นั่นไง พ่อบ้านชิน คนของที่บ้าน” ยูรีวิ่งนำฉันไปหาคุณลุงชิน

    “สวัสดีค่ะ ลุงชิน รอนานมั้ยคะ” ยูรีทักทายลุงชินอย่างคุ้นเคย ฉันยกมือไหว้ตามยูรี

    “อ่อ ลืมแนะนำ นี่ปลาทองค่ะ เพื่อนยูเองค่ะ แก นี่ลุงชินหรือคุณพ่อบ้านชินซอง คนดูแลพ่อกับแม่ฉันเอง” ยูรีแนะนำฉันกับลุงชิน คงเพราะเห็นลุงชินยืนมองฉัน แล้วทำหน้า งง งง

    “อ่อ ยินดีที่ได้พบครับ ผมรอคุณหนูไม่นานครับ มาๆ ส่งกระเป๋ามาให้ผมได้เลยครับ” ลุงชินใจดีจัง

    “ไม่เป็๞ไรค่ะ พวกหนูมีเป้มาแค่คนละใบ เดี๋ยวสะพายไปเองก็ได้ค่ะ” ยูรีบอกลุงชิน

    “ได้ครับ คุณหนู ตามผมมาทางนี้นะครับ รถจอดอยู่ทางด้านนี้” ลุงชินเดินนำพวกฉันไปขึ้นรถ

    เครื่องบินออกจากสนามบินตอน 8.00 น. ระยะเวลาในการเดินทางจากไทยมาที่นี่ประมาณเกือบ 6 ชั่วโมง มาถึงที่นี่ก็ประมาณเกือบ 4 โมงเย็น เวลาที่นี่เร็วกว่าที่ไทย 2 ชั่วโมง ตอนนี้ที่ไทยก็คงจะประมาณ บ่ายโมงกว่าๆ บ้านของพ่อแม่ยูรีอยู่ในเมืองโซล ซึ่งห่างจากสนามบินประมาณ 50 กิโลเมตร น่าจะใช้เวลาเดินทางเกินกว่า 30 นาที ของีบสักหน่อยละกันนะ (- -)zzz

    ...ตืด...ตืด...ตืด....ตืด.....ตืด.....(เสียงโทรศัพท์สั่น)

    “ค่ะ พี่เทียน”

    “อ้าว ยู แล้วปลาทองล่ะ”

    “นี่ไง (หันกล้องโทรศัพท์ไปทางปลาทองที่นั่งอยู่ข้างๆ) หลับไปแล้ว สงสัยเพลียค่ะ พี่เทียนฝากข้อความอะไรไว้มั้ยคะ”

    “บอกว่าพี่โทรมาละกันนะ”

    “ได้ค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ ถึงบ้านแล้วยูจะบอกให้ค่ะ”

    “โอเค งั้นเท่านี้นะ”

    “บายค่ะ”

    “แก ถึงบ้านพ่อแม่ฉันแล้ว” เสียงยูรีปลุกฉัน

    “หือ ถึงแล้วหรอ” ฉันงัวเงีย

    “ใช่ๆ นี่แหละบ้านพ่อแม่ฉัน ไป ลงกันได้แล้ว เดี๋ยวลุงชินจะได้เอารถไปเก็บ” ยูรีกึ่งดึงกึ่งลากฉันลงจากรถ

    โห....บ้านสวยมาก ไม่ได้ใหญ่โตเท่าที่คิดไว้ ถ้าเทียบกับบ้านที่ไทยขนาดน่าจะพอๆ กัน แต่สวยงามมาก รอบๆ บ้าน

    มีสวนหย่อม มีสนามหญ้าไว้นั่งพักผ่อน หน้าบ้านมีสระว่ายน้ำที่ไม่ได้ใหญ่จนเกินไป ริมสระว่ายน้ำมีศาลาให้นั่งพักผ่อนอีกด้วย

                   “มาถึงกันแล้วหรอลูก มาๆ นั่งพักก่อน” เสียงแม่ของยูรีกล่าวทักทาย

                   “แม่ๆๆๆๆ คิดถึงจังเลย” ยูรีวิ่งเข้าไปกอดฟัดแม่เหมือนแมวอ้อนเ๽้าของ โดยมีพ่อนั่งมองแล้วยิ้มอยู่ข้างๆ

                   “สวัสดีค่ะ” ฉันไหว้พ่อกับแม่ของยูรี

                   “หนู ปลาทองใช่ไหม” พ่อยูรีถามฉันด้วยสำเนียงที่ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ แต่ก็พอฟังรู้เ๱ื่๵๹ ทุกคนในบ้านจะพูดภาษาไทยได้ เพราะแม่ของยูรียังอยากจะพูดภาษาไทยอยู่ จึงสอนให้ทุกคนในบ้านพูดภาษาไทยด้วย ส่วนยูรีพูดได้ทั้งสองภาษา

                   “ใช่ค่ะ”

                   “หิวไหม แม่เตรียมอาหารไว้สำหรับทำในมื้อเย็นวันนี้แล้วนะ” พ่อถามต่อ

                   “แหม พ่อ ห่วงปลาทองมากกว่ายูอีกหรอ” ยูรีเดินมานั่งกอดพ่อบ้าง

                   “ก็ปลาทองเป็๲ผู้มาเยือน ก็ต้องต้อนรับ ยูหิวก็ไปกินได้ เพราะยูรู้ว่าของกินอยู่ตรงไหน” พ่ออธิบาย

                   “ยูหยอกเล่นค่ะ ยังไงพ่อก็รักยูแหละ ยูรู้”

                   “เดี๋ยวหนูเอากระเป๋าไปไว้ แล้วขออาบน้ำให้สดชื่นก่อนนะคะ” ฉันตอบพ่อ

                   “ได้สิลูก เดี๋ยวให้ยูพาไปเลย ยู พาปลาทองไปห้อง อาบน้ำให้สดชื่นก่อนไปลูก” แม่พูดเพราะจัง

                   “ได้ค่ะ ไปๆ ห้องกัน” ยูรีรับปากแม่ แล้วหันมากวักมือเรียกฉันให้เดินตามไป

                   “ขอตัวก่อนนะคะ” ฉันสะพายกระเป่าเดินตามยูรีไป

                   ฉันกับยูรีนอนคนละห้อง แต่อยู่ตรงข้ามกัน ฉันเก็บของเข้าที่แล้วทิ้งตัวลงบนที่นอน นั่งมาตั้งเกือบ 6 ชั่วโมง เมื่อยสิ

                   ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก... (เสียงเคาะประตูห้องฉัน)

                   “แก ไปกินข้าวกัน พ่อกับแม่ให้มาตาม” ยูรีเปิดประตูเข้ามานั่งข้างๆ ฉัน

                   “ไปสิ” ฉันดีดตัวลุกจากที่นอน เดินตามยูรีลงไปข้างล่าง

                   ณ ห้องอาหาร

                   “ยูรี พรุ่งนี้จะพาปลาทองไปเที่ยวที่ไหนเป็๞ที่แรก” พ่อถามยูรี

                   “แกอยากไปไหน” ยูรีทำท่าคิด แล้วหันมาถามฉัน

                   “ฉันอยากไปสวนสนุก”

                   “ก็ดีนะลูก ไปผ่อนคลาย ไปลองดูซิ ว่าที่เกาหลีกับที่ไทย ที่ไหนสนุกกว่ากัน” แม่สนับสนุน

                   “ถ้าสวนสนุกพ่อแนะนำ ล็อตเต้เวิลด์ กับ วอมิโดล” พ่อสนับสนุนบ้าง

                   “แล้วสองที่ต่างกันยังไงหรอคะ” ฉันถาม

                   “ล็อตเต้เวิลด์ใหญ่กว่า คนเยอะกว่า เปิดทุกวัน๻ั้๫แ๻่ 9 โมงครึ่ง ถึง 4 ทุ่ม ส่วนวอมิโดล เป็๞สวนสนุกขนาดมินิ เปิดทุกวัน๻ั้๫แ๻่ 10 โมง แต่วันหยุดกับวันทำงานจะปิดคนละเวลา วันทำงานปิด 1 ทุ่ม วันหยุดปิด 3 ทุ่ม อ่อ แล้วที่วอมิโดลเป็๞สถานที่ยอดนิยมของการถ่ายทำรายการวาไรตี้แหละ” ยูรีอธิบาย

                   “งั้นไป ล็อตเต้เวิลด์” ฉันตอบแบบไม่คิด

                   “ทำไมอ่ะ คิดว่าจะอยากไปวอมิโดลซะอีก เพราะมีการถ่ายทำวาไรตี้” ยูรีสงสัย

                   “ก็ล็อตเต้ เวิลด์ใหญ่กว่า คนก็น่าจะเยอะกว่า โอกาสได้เจอ....ใครต่อใครก็น่าจะมากกว่า มั้งนะ ฉันคิดว่าอย่างนั้น”

                   “ปลาทองมีเพื่อนอยู่ที่นี่ด้วยหรอ” แม่ถามแล้วทำหน้า งง งง

                   “ไม่มีหรอกค่ะ แม่ แต่ปลาทองแอบ............” ยูรีกำลังจะพูดต่อ แต่ฉันตักข้าวใส่ปากยูรี เลยทำให้พูดต่อไม่ได้

                   “ไม่มีอะไรค่ะ แม่ ยูรีก็พูดไปเรื่อยค่ะ” การหยอกกันของฉันกับยูรีทำให้พ่อกับแม่หัวเราะพวกเรากันใหญ่ เป็๞การกินข้าวที่มีความสุขดีจัง

                   ณ สวนหน้าบ้าน ตอนนี้เวลา 2 ทุ่ม ที่ไทยก็ประมาณ 6 โมงเย็น

                   “บ้านแกอากาศดีจัง” ฉันกับยูรีพากันออกมานั่งเล่นหลังจากช่วยกันเก็บจานล้างจานกันเสร็จแล้ว

                   “ใช่ เวลาฉันมา ฉันก็ชอบออกมานั่งเล่นตรงนี้แหละ ก่อนจะขึ้นห้องนอน”

                   “โทรหาป้ากับพี่เทียนดีกว่า ป่านนี้คงกลับบ้านแล้วแหละ” ฉันกำลังกดโทรศัพท์

                   “เออ พูดถึงพี่เทียน ฉันลืมบอกแกว่าพี่เทียนโทรมาตอนแกหลับบนรถ”

                   “ไม่เป็๞ไรหรอก อย่างน้อยก็รู้ว่าถึงเกาหลีโดยสวัสดิภาพ”

                   ตืด...........ตืด...........ตืด...........

                   “ว่ายังไง” พี่เทียนรับสายวีดิโอคอล ฉันเห็นพี่เทียนกำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่

                   “พี่เทียน กลับบ้านแล้วใช่มั้ย หนูขอคุยกับป้าหน่อยบอกป้าหรือยังว่าหนูมาถึงแล้ว”

                   “บอกแล้วๆ ป้าทำกับข้าวอยู่ รอเดี๋ยว พี่กำลังเดินไปหาป้าให้” พี่เทียนปิดน้ำแล้วเดินไปที่ครัว

                   “ปลาทอง เป็๲ยังบ้างลูก หนาวมั้ย” ป้าถามฉันทั้งที่มือยังถือตะหลิวกวัดแกว่งไปมา โดยมีพี่เทียนถือโทรศัพท์ให้

                   “หนาวกว่าบ้านเราค่ะ ป้า แต่ทนได้ ป้าไม่ต้องห่วงนะ หนูอยู่ได้สบายมาก”

                   “ป้าไม่ห่วงหนูหรอก ห่วงทางบ้านยูรีเค้าจะยุ่งยากกับหนูสิ ฮ่าๆ” ป้าพูดจบก็หัวเราะชอบใจใหญ่เลย

                   “แหม ป้าอ่ะ หนูไม่ดื้อสักหน่อย ถามยูรีได้เลย ใช่มั้ย แก” ฉันบอกป้าแล้วหันโทรศัพท์ไปทางยูรี

                   “สวัสดีค่ะ ป้า ไม่ต้องห่วงนะคะ เดี๋ยวยูดูแลให้ ตอนนี้ยังไม่มีปัญหาอะไรค่ะ”

                   “แสดงว่าอนาคตอาจจะมีใช่มั้ย ยู” พี่เทียนหันโทรศัพท์มาคุยเองบ้าง

                   “ไม่มีสักหน่อย อนาคตก็จะไม่มีปัญหาอะไรหรอกน่า...แค่นี้แหละ” ฉันหันมาคุยเองบ้าง

                   “ฮ่าๆๆๆ” พี่เทียนกับยูรีพากันหัวเราะก่อนจะวางสายไป

                   “แกว่า ฉันจะมีโอกาสได้เจอ ชามินโฮมั้ยนะ” ฉันหันมาคุยกับยูรีต่อ

                   “ฉันว่า....มันเป็๞ไปได้ยากอยู่นะแก ถ้าบุพเพไม่อาละวาดจริงๆ” ยูรีตอบแบบปลอบใจฉัน ที่นั่งทำหน้าเป็๞หมาหงอยอยู่

                   “เอาน่า แกมีเวลาอยู่นี่อีกตั้ง 1 เดือน อาจจะมีสักวันก็ได้ที่แกอาจจะได้เจอเค้า” ยูรีปลอบใจ

                   “นั่นสิ ไปนอนกันเถอะ เผื่อฉันจะฝันถึงพี่มินโฮ เจอกันฝันก็ได้”

                   “ฮ่าๆ แกนี่จริงๆ เลย เป็๲เอามาก ไปนอน พรุ่งนี้ จะได้ไปเที่ยวกัน” ยูรีเดินมากอดคอฉัน

    จริงอย่างยูรีพูด มันเป็๞ไปได้ยาก ที่ฉันจะได้เจอกับชามินโฮ โซลตั้งกว้างขวาง ฉันแค่อยากได้เจอตัวจริงๆ ของเค้าสักครั้ง แค่นั้นเอง