หกปีผ่านไป ....
ร่างสูงใหญ่เอนกายลงนอนบนเก้าอี้ที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาสของสายการบิน เขากำลังขยายธุรกิจรถยนต์เข้าสู่เมืองไทยจำต้องเดินทางไปติดต่องานที่นั้น เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ทว่าเขาไม่อาจหลงลืมใบหน้าแสนสวยของหญิงสาวชายไทยได้เลยปรางค์ปรียาหากโชคชะตาสองเรามีอันต้อง เขาขอให้ได้พบเธออีกสักครั้งก็ยังดี
หญิงสาวในชุดทำงานยืนอยู่ด้านหน้าประตูบ้าน มือจูงมือเด็กชายผมสีบลอนด์เด็กคนนี้คือลูกของเธอ ลูกที่เกิดมาจากความผิดพลาด ผมและดวงตาทำให้ทุกคนรู้ว่าเธอไม่ได้มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคนไทยเธอต้องอดทนต่อคำนินทามากมายจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ แม้รู้สึกเ็ปแต่เมื่อได้เห็นหน้าบุตรชายมันทำให้รู้สึกเหมือนโลกที่แบกไว้มลายลงไป
“แม่ครับ วันนี้ไทม์ไม่อยากไปโรงเรียนเลยครับ...” เด็กชายบอกแววตาหม่น
“ทำไมล่ะครับ?”เธอทรุดกายลงพร้อมกับจ้องมองใบหน้าลูกด้วยความสงสัย
“เพื่อนล้อผมทุกวันเลยครับแม่ ว่าผมเป็ลูกฝรั่งที่ไหนก็ไม่รู้ ผมไม่ชอบเลยครับ”
หัวใจกำลังเต้นตุบๆ ยิ่งเห็นหน้าลูกยิ่งสงสาร เธอเองรู้ดีว่ามันคงเป็เช่นนี้อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงมือบางลูบศีรษะบุตรชายเบาๆ แล้วรั้งร่างเล็กมาโอบกอดไว้ ไทม์ลูกของเธอไม่เหมือนใค รแค่เพียงเดินผ่านก็สามารถมองออกว่าบิดาไม่ใช่คนไทยและนี้เป็เหตุผลให้ทุกคนต่างคิดว่าเธอเป็ผู้หญิงส่ำส่อนไปเที่ยวเมืองนอกมีอะไรกับฝรั่งแล้วท้องไม่มีพ่อ
“ไทม์ต้องอดทนนะครับลูก ถ้าน้องไทม์ไม่เรียนหนังสือ เวลาไทม์โตขึ้นไทม์จะไม่มีงานทำเลี้ยงแม่นะครับ”
เด็กชายมองหน้ามารดาแล้วถอนหายใจออกมา ไม่นานรถโรงเรียนก็มาจอดหน้าบ้านเขายอมละจากอ้อมกอดมารดา แล้วโบกมือให้ขึ้นรถไปโรงเรียนมองลูกขึ้นรถลับหายจากสายตา ในอกรวดร้าว สงสารลูกจับใจ รถยนต์จอดเทียบหน้าบ้านแทนรถโรงเรียนหญิงสาวจำต้องคลายเศร้าแล้วยิ้มให้แทน
เ้าของรถชะโงกหน้าออกมา “ปรางค์ไปเร็วเดี๋ยวจะสายวันนี้เห็นว่าจะมีการประชุมเื่รถนำเข้ายี่ห้อใหม่ซะด้วย” กวินภพเร่งเพื่อน
“รู้แล้ววิน”
ร่างบางเปิดประตูรถแล้วรีบนั่งลงข้างคนขับ เวลาผ่านมาเนิ่นนานแต่เธอไม่สามารถตกลงปลงใจกับกวินภพได้เธอต้องนอนฝันซ้ำๆ ถึงชายใจร้าย หากเื่ในอดีตอันแสนเศร้ายังไม่จางหายเธอเองก็ไม่อาจลากเพื่อนที่แสนดีเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเป็อันขาด
“ปรางค์...แต่งงานกับวินเถอะนะ”กวินภพเอ่ยออกมาท่ามกลางความเงียบภายในรถ
ปรางค์ปรียาก้มหน้านิ่งจำต้องแอบซ่อนความรู้สึก ที่ตัวเองต้องทนทุกข์ทรมานมานานแสนนานเธอไม่อยากให้กวินภพต้องมารับเคราะห์ในเื่นี้ด้วย
“ล้อเราเล่นอีกแล้วนะวิน”หญิงสาวบอกพร้อมกับแสร้งยิ้มออกมา
“เราไมได้ล้อเล่นปรางค์เราพูดจริง!”
แววตากวินภพมีความจริงใจ เธอไม่รู้ว่าควรพูดอย่างไรให้เขาเข้าใจดี ภายในรถจึงกลายเป็บรรยากาศที่ชวนอึดอัด
เขารู้ดีว่าเธอผ่านเื่อะไรมา เื่ทุกอย่างปรางค์ไม่ใช่คนผิดเขายินดียอมรับทุกอย่างเพราะรักเธอมาก และหวังร่วมสร้างครอบครัวกับเธอ เวลาผ่านมานานมากแล้วเขาไม่อยากรออีก
“แต่งงานกับเราเถอะนะปรางค์... ปรางค์ก็รู้ว่าเราไม่เคยรังเกียจเื่ของปรางค์แล้วเราก็รักไทม์มากด้วย”
ริมฝีปากบางสั่นระริก หัวใจกำลังสั่นอย่างช่วยไม่ได้ ภาพวันเก่าๆมันย้อนกลับมาเล่นงาน และสิ่งนั้นมันทำให้เธอต้องลุกขึ้นมายามค่ำคืนบ่อยครั้ง เธอลืมชายคนนั้นไม่ได้เลยไม่รู้ว่าทำไมหากเธอต้องนอนเคียงข้างชายอีกคนแต่ฝันถึงอีกคนเธอคงทำไม่ได้
“ไม่ได้หรอกวิน... วินควรได้เจอผู้หญิงที่ดีกว่าปรางค์ ปรางค์อยากให้วินได้เจอผู้หญิงดีๆสักคนที่ไม่ใช่ผู้หญิงที่มีราคีอย่างปรางค์”เธอบอกเขาเสียงเครือ
“เราไม่สน! ปรางค์ไม่ได้เป็คนทำ ผู้ชายคนนั้นต่างหากที่ทำให้ปรางค์ต้องมาทนทุกข์ทรมานแบบนี้เราไม่อยากเห็นปรางค์ต้องเป็ขี้ปากชาวบ้านอีกแล้วไทม์จะได้ไม่ต้องโดนเด็กคนอื่นมาล้อเลียนอีก”
มือบางกำแน่น น้ำใสๆ เริ่มเอ่อล้นออกมาจากดวงตาเ็ปกับคำพูดของคนทั่วไปที่มองเธอเป็ผู้หญิงส่ำส่อนแต่เธอก็ไม่โทษใครไม่ว่าใครจะมองยังไง เธอก็ยังสามารถกัดฟันทนเลี้ยงลูกมาจนถึงทุกวันนี้ไทม์เติบโตและมีความคิดเกินเด็ก เธอไม่เคยลำบากใจที่เลี้ยงลูกคนนี้เลยและรู้สึกเป็สุขที่ไทม์มาเติบเต็มชีวิตหากเหตุการณ์ครั้งนั้นมันโหดร้ายจนยากจะลืมลง แต่อย่างน้อยสิ่งที่ทำให้เธอยิ้มได้ คือเขาได้ฝากของขวัญอันมีค่าไว้ให้เธอนั้นเอง
“เราทนได้วินและไทม์ก็ทนได้... เราขอโทษนะวิน แต่เรารับความหวังดีของวินไม่ได้หรอก”ปรางค์ปรียาตัดใจบอกความรู้สึกออกไป เธอไม่อยากให้เขามารออีกแล้ว
“ปรางค์ไม่เคยรักเราเลยเหรอ หรือว่าปรางค์รักผู้ชายคนนั้น!”
“เปล่าวินเราไม่ได้รักเขา แต่เราแค่ไม่อยากเอาเปรียบวินก็เท่านั้นเอง...”
“เราไม่รับคำปฏิเสธของปรางค์หรอกนะ เราจะรอวันที่ปรางค์ยอมรับเรา”เขาบอกพร้อมกับเร่งเครื่องยนต์
ชายหนุ่มยืนนิ่งทอดสายตามองไปยังวิวแม่น้ำเ้าพระยาจากโรงแรมหรูระดับห้าดาว มือหนากอดอกขึ้นอย่างใช้ความคิด ใบหน้าของหญิงสาวที่เขาไม่เคยลืมและรสัันั้นยังคงตราตึงอยู่ในความรู้สึกไม่เคยจางเวลานี้เขายืนอยู่ในประเทศเดียวกันกับเธอแล้ว แล้วเธออยู่ที่ไหนกัน เขาจะสามารถหาเธอเจอได้หรือเปล่าบางทีเวลานี้ผู้หญิงคนนั้นอาจแต่งงานไปกับใครสักคนแล้วก็เป็ได้
ลุคส์ถอนหายใจออกมา แล้วนั่งลงบนเก้าอี้กำมะหยี่มือหนาคว้าเอกสารตรงหน้าขึ้นมาแล้วกวาดสายตาอ่านทุกตัวอักษรเข้ามาลงทุนทำธุรกิจส่งออกรถที่ประเทศไทยและ้าตัวแทนจำหน่าย เขารู้สึกถูกใจบริษัทนี้ที่มีระบบการทำงานที่ดีและมีเสถียรภาพหากได้ร่วมงานกันคงทำให้ธุรกิจรุดหน้าไปไกลมากขึ้นอีก
“มาติช ไปตามคุณวิศรุตมาคุยกับผมหน่อย”
“ได้ครับ” มาติชรับคำเ้านายแล้วก้าวออกไป
ครู่ใหญ่ชายรูปร่างสันทัดผิวขาวสวมแว่นก้าวเข้ามาในห้อง วิศรุตนั่งลงตรงข้ามเ้าของห้องลุคส์หยิบเอกสารให้ดู
“ช่วยติดต่อบริษัทนี้ให้ผมหน่อย ผม้าร่วมหุ้นกับเขา
“ได้ครับคุณลุคส์”
“ได้เื่ยังไงรายงานผมด้วยนะ ผมจะได้จัดการเอกสารสัญญาการรวมทุนกัน”
“ครับ”
วิศรุตก้มศีรษะเล็กน้อยแล้วเดินออกนอกห้อง ชายหนุ่มลุกยืนก้าวมาตรงหน้าต่างอีกครั้งแล้วทอดสายตามองวิวด้านนอก
ปรางค์ปรียาหยุดดูนาฬิกาข้อมือหลังเลิกงานวันนี้ วันนี้เลิกช้ากว่าปกติ จึงต้องรีบไปที่โรงเรียนอย่างเร่งด่วนไม่รู้ว่าป่านนี้บุตรชายจะเป็อย่างไรบ้างร่างบางสาวเท้าเดินอย่างรวดเร็วแต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อท่อนแขนถูกรั้งไว้
“พินมีอะไรหรือเปล่า?”เธอถามเมื่อพบว่าใครที่รั้งเธอไว้
“เราจะไปรับไทม์ด้วย”
“ว่างเหรอ เดี๋ยวก็โดนพ่อดุเอาหรอก”
“ก็เราหนีพ่อมานี้แหละถึงได้จะไปรับไทม์กับปรางค์ยังไงล่ะ รีบไปเถอะเดี๋ยวพ่อมาตาม!”พินอาภารีบดึงมือเพื่อนสาวไปทันที
รถจอดหน้าโรงเรียกเอกชน ปรางค์ปรียาลงจากรถพร้อมเพื่อนเธอเดินเข้ามาด้านในเพื่อพบครูประจำชั้น มีผู้ปกครองมากมายมารับบุตรหลาน เด็กชายเห็นมารดารีบวิ่งเข้ามากอดทันที
ไทม์ผละห่างจากมารดาแล้วยกมือไหว้ “สวัสดีครับแม่”
“น้าพินก็มานะครับไทม์”มารดาเตือน
เด็กชายเหลือบไปมองเพื่อนมารดาแล้วยกมือไหว้แล้วโผเข้ากอดแม่อีกครั้ง พินอาภาขยี้ศีรษะเด็กน้อยเบาๆคนเป็แม่จูงมือลูกไปสวนหย่อมเพื่อพักก่อนกลับบ้านโดยมีพินอาภาอาสาซื้อขนมกับน้ำมาให้
“นี่เธอเห็นผู้หญิงคนนั้นไหมเขาว่าท้องไม่มีพ่อน่ะ พ่อเป็ฝรั่งที่ไหนก็ไม่รู้สงสัยจะไปเที่ยวเมืองนอกจนใจแตกฉันว่านะ”ผู้ปกครองที่มารับบุตรหลานเริ่มซุบซิบนินทาอีก เธอชินกับเื่นี้เป็ห่วงแค่ลูกจะรู้สึกอย่างไร
พินอาภาเข้ามาพบเหตุการณ์พอดี เดินตรงไปหาผู้ปกครองสองคนที่ยืนนินทาเพื่อนสาวของเธออย่างสนุกปากแก้วน้ำในมือถูกสาดใส่ใบหน้าทั้งสอง ผู้ปกครองถึงกับกรีดร้องออกมาด้วยความใ ปรางค์ปรียาหันมองเพื่อนแล้วรีบวิ่งมาดูเหตุการณ์
“ตายแล้วพิน!” หญิงสาวร้องบอกสีหน้าตระหนก“ขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะคะ” เธอก้มหน้ารับผิดยกใหญ่
“ปรางค์จะก้มหัวให้พวกเค้าทำไม ปากอย่างนี้โดนแค่นี้ยังน้อยไป!”พินอาภาห้ามเพื่อนเสียงดัง เธอกำลังโกรธจนควันออกหู
ทั้งสองหันมาจ้องมองพินอาภาด้วยสายตาแค้นเคืองแล้วหันไปยิ้มเหยียดปรางค์ปรียาที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“เป็เพื่อนกันสินะนิสัยถึงได้เหมือนกันถึงว่าเพื่อนเธอถึงได้ท้องไม่มีพ่อ ไปได้ฝรั่งที่ไหนมาล่ะไม่อายคนอื่นบ้างหรือไง ถ้าเป็พวกฉันคงอายแทบแทรกแผ่นดินหนีไม่กล้าเอาลูกมาโรงเรียนด้วยซ้ำ!”
เด็กชายวิ่งเข้ามาร่วมในเหตุการณ์ รีบจับมือไว้แน่นเมื่อเริ่มเห็นใบหน้าของแม่ซีดเซียวน้ำใสๆ เริ่มเอ่อล้นออกจากดวงตา เมื่อเห็นแม่ต้องถูกคนอื่นพูดจาไม่ดีใส่
“ท้องไม่มีพ่อแล้วมันหนักหัวใคร หรือพวกเธอมาเลี้ยงลูกให้เพื่อนฉันเอาปากหมาๆของพวกเธอไปสอนลูกเต้าซะไป สันดานนินทาชาวบ้านเขาาไปทั่วแบบนี้ ระวังลูกจะติดสันดานแย่ๆมา” พินอาภาตอกกลับอย่างไม่เกรงใจ
“กล้าดียังไงมาว่าพวกฉัน!”
“แล้วพวกแกกล้าดียังไงมาว่าเพื่อนฉัน!”
ปรางค์ปรียามองสีหน้าลูก น้ำตากำลังไหลรินอาบแก้มเล็นคนเป็แม่รู้สึกเ็ปเหลือเกิน ร่างบางทรุดกายลงมือกอบใบหน้าบุตรชายไว้
“แม่ครับไทม์ขอโทษที่เกิดมาแล้วทำให้แม่ลำบากแบบนี้ ฮือๆๆ”เด็กชายสะอื้น
คนเป็แม่ชะงักกับคำพูดของลูก ทำไมคนอื่นถึงใจร้ายนัก ไม่ได้รู้ต้นสายปลายเหตุแต่กลับนินทาว่าร้ายเธอไทม์ต้องทนกับเื่แบบนี้มามากแค่ไหน หากไม่เห็นใจเธอ แค่เห็นใจเด็กตาดำๆสักคนไม่ได้เลยหรือไร
“ไม่นะครับไทม์ แม่ดีใจที่หนูเกิดมาอย่าพูดแบบนี้อีกนะลูกไทม์คือของขวัญที่มีค่าของแม่ ไม่ว่าใครจะพูดยังไงหนูไม่ต้องสนใจนะครับ แค่รู้ว่าแม่รักหนูมากก็พอ...”ปรางค์ปรียาบอกบุตรชายก่อนรั้งร่างเล็กมาโอบกอดไว้แน่น
พินอาภาชะงักเมื่อได้ยินคำพูดทั้งสอง มันพูดอะไรไม่ออก ผู้คนมากมายในโรงเรียนต่างยืนดูแล้วหันหน้าไปซุบซิบนินทาผู้ปกครองสองคนที่กำลังโต้เถียงกับพินอาภา มองด้วยสายตาไม่พอใจและรู้สึกสงสารสองแม่ลูกที่โดนกล่าวหา
“ซะใจพวกเธอหรือยังที่ทำให้เด็กคิดแบบนี้ ดีใจแล้วใข่ไหม!” พินอาภาตวาดผู้ปกครองยิ่งส่งผลให้ผู้คนหันมองแววตาไม่พอใจ
สองผู้ปกครองหันมากระซิบกัน
“พวกฉันไม่ได้ตั้งใจ ขอตัวล่ะ!” สองผู้ปกครองเดินหนีไปทันที
พินอาภามองเพื่อนแล้วรู้สึกผิด ถึงเื่นั้นจะผ่านมานานแล้ว แต่ความเ็ปของเพื่อนยังคงไม่จากหายไทม์คือของขวัญอันล้ำค่าที่สุดของเพื่อนและเธอจะไม่มีทางให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายปรางค์ได้อีก