“ใครนะครับ พี่ช่วยย้ำอีกทีได้ไหม” แล้วพระเพลิงก็พูดชื่อหญิงสาวย้ำอีกครั้งจนปลายสายร้องขึ้นด้วยน้ำเสียงแปลกใจ
“พี่...น้องเพลงน่ะเหรอ”
“ทำไมนายเรียกเธออย่างสนิทสนมขนาดนั้นล่ะ”
“พี่ผมกับเธอเป็ญาติกัน คือน้องเพลง…” เขาไม่เล่าแต่เลือกที่จะถามเพราะเป็ห่วง
“มีอะไรเหรอครับเกิดอะไรขึ้นกับเธออีก”
“ไม่มีอะไรมากหรอกพี่แค่อยากรู้ แต่นายหมายความว่ายังไงที่บอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธออีก”
“พี่เพลิงชีวิตน้องเพลงน่าสงสารมาก”
“ยังไงเหรอท็อป”
“พี่จำ..ไม่สิพี่รู้ไหมว่าั้แ่เรียนมหาวิทยาลัยเธอถูกกล่าวหาว่าเป็เด็กเสี่ยเป็ผู้หญิงขายตัวผมบอกน้องหลายครั้งแล้วให้แก้ต่างแต่เธอก็ทำเป็เมินเฉยทั้งที่ในใจเ็ป เธอพูดเสมอว่ามันไม่ใช่ความจริงไม่จำเป็ต้องแบกรับและแก้ตัวแต่ผมรู้ว่าเธอก็ไม่มีความสุขที่โดนกล่าวหาแบบนั้น เพราะแววตาเธอมันฟ้องสีหน้าเธอมันเศร้าทุกครั้งที่ได้ยินคนเดินผ่านแล้วซุบซิบ”
“พี่เคยได้ยินแต่ก็ไม่รู้ว่ามันเื่เป็มายังไงและมีมูลความจริงมากน้อยแค่ไหน”
“ไม่จริงเลยพี่ แล้วสรุปว่าเกิดเื่อะไรขึ้นกับน้องเพลงพี่เจอเธอเหรอ”
“ใช่เธอมาสมัครงานกับพี่ตอนนี้เธอนั่งอยู่ในร้านแต่พี่อยากรู้เื่เธอมากกว่านี้นายสะดวกคุยไหม”
“เอางี้พี่เพลิงผมจะส่งอีเมลเื่ราวของเธอให้พี่นะ พี่ยังใช้เมลเดิมอยู่หรือเปล่า”
“ใช้สิส่งมาได้เลยพี่จะเปิดอ่านหากนายสะดวกตอนไหนก็ส่งมาได้เลยนะ”
“ได้พี่เื่น้องเพลงมันค่อนข้างละเอียดอ่อนและยาวมากแต่ผมจะรวบรัดให้แล้วกันตอนนี้ผมใกล้จะเข้าห้องสอบแล้วไว้สอบเสร็จผมจะส่งเมลหาพี่นะ”
“ตกลง” หลังวางสายพระเพลิงมองโทรศัพท์อยู่ชั่วครู่ความรู้สึกอึดอัดและแน่นในอกมันเกิดขึ้นชั่วขณะก่อนหันไปมองเพลงหญิงสาวที่นั่งตาลอยมองออกไปด้านนอกบานกระจกของร้าน นึกสงสัยว่าเกิดเื่อะไรกับเธอกันแน่และเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดีความเป็ห่วงและเห็นใจมันเกิดขึ้นในส่วนลึกแม้จะยังไม่รู้เื่ราวทั้งหมดแค่เื่ที่เธอถูกกล่าวหาว่าเป็เด็กเสี่ยและขายตัวก็ถือว่ารุนแรงแล้วสำหรับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง
พระเพลิงเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าแล้วเดินไปนั่งต่อหน้าเธอชวนเธอคุยสัพเพเหระเธอก็ดูปกติดีชายหนุ่มคิดว่าเธอคงแกล้งยิ้มกลบเกลื่อนความเศร้าภายในใจเื่ที่เพื่อนสมัยเรียนพูดมันทำให้เขาอยากอ่านอีเมลของท็อปเร็ว ๆได้แต่ภาวนาว่าเวลานั้นจะมาถึง ในอีกไม่กี่นาทีแต่ยิ่งรอก็เหมือนเวลายิ่งเชื่องช้า
จากกรุงเทพมหานครไปอยุธยาใช้เวลาไม่นานเขาพาเธอไปแนะนำสมาชิกในเครือข่ายเพื่อฝากให้ทุกคนเอ็นดู ร่วมมือร่วมงานกับเธอให้เหมือนกับเลขาคุณก่อน
ขณะเดินทางกลับเขาพาเธอแวะกินมื้อค่ำข้างทางพอดีกับได้ยินเสียงเตือนว่ามีอีเมลเข้าชายหนุ่มรีบดึงมือถือออกมาดูก็ปรากฏว่าเป็อีเมลที่ส่งมาจากท็อป แล้วดันมันกลับเข้ากระเป๋ากางเกงเงยหน้าขึ้นยิ้มให้หญิงสาวแล้วรีบกินอาหารต่อ
หลังกินอิ่มท้องด้วยมื้อค่ำง่าย ๆ เขาพาเธอกลับทันทีและกว่าจะถึงที่ทำงานก็สองทุ่มครึ่งทั้งสองเดินเข้าลิฟต์เมื่อมันเปิดออกแล้วชายหนุ่มก็ดึงโทรศัพท์ในกระเป๋ามาเปิดอีเมลอ่าน
เนื้อหาในอีเมลฉบับนั้นทำให้พระเพลิงได้รู้ว่าเดิมทีหญิงสาวที่อยู่ในลิฟต์กับตนเคยมีฐานะร่ำรวยแต่เพราะว่าพ่อที่เป็เสาหลักของบ้านมาด่วนจากไปเสียก่อนตอนเธอเรียนอยู่ปีสองเทอมแรกด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลันแค่ปีเดียวธุรกิจก็ซบเซาลงอย่างไม่เป็ท่าตอนนั้นเพราะแม่ที่เศร้าโศกครองสติไว้ไม่อยู่เป็แสงนำทางให้ลูกและสานต่อธุรกิจเอาไว้ไม่ได้ไม่นานนักก็ตรอมใจตายตามสามี
‘เพราะแบบนี้เองหรอกเหรอตอนนั้นที่ถามหาพ่อแม่เธอถึง...’ชายหนุ่มสลัดความคิดนั้นทิ้งก่อนแล้วตั้งใจอ่านต่อ
พี่ชายที่เพิ่งจบใหม่ยังไม่มีประสบการณ์พยายามพยุงธุรกิจของผู้เป็พ่อไว้ได้ไม่นานนักทุกอย่างก็เริ่มติดขัดหนักกว่าเดิมและเพราะไม่มีประสบการณ์เขาเอาชนะใจทีมเก่าแก่ของพ่อไม่ได้จึงไร้การร่วมมือที่ดีแต่ก็พอถูไถผ่านพ้นไปได้แต่ละเดือนในสภาวะง่อนแง่นและสั่นคลอน
วันหนึ่งพี่ชายของเธอได้แต่งงานจัดพิธีใหญ่โตตามคำขอของทางเ้าสาวทั้งที่สภาพคล่องย่ำแย่ไม่นานก็มีลูกด้วยกันสองคนแบบหัวปีท้ายปีโดยที่เพลงยังอาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้น ซึ่งเป็บ้านที่พ่อแม่ร่วมกันสร้างและขวนขวายมาทว่าหลังงานแต่งการเบิกจ่ายใช้สอยในครัวเรือนมันมากจนเกินเหตุ พอผู้หญิงคนนั้นท้องเงินที่ถูกเบิกออกก็เพิ่มมากขึ้นจนคลอดลูกสาวสองคนพี่สะใภ้มักอ้างว่ารายจ่ายเกิดจากเด็กทั้งสองมีมากเกินไปทำให้ระบบเสียจนบริษัทเริ่มเป็หนี้หนักในตอนที่เพลงอยู่ปีสี่
พอสภาวะทางการเงินของบริษัทมีปัญหามักตรวจสอบที่ไปที่มาของเงินไม่ได้ผู้ใหญ่จึงเล็งเห็นว่าขืนอยู่ต่อคงมีแต่ขาดทุนจึงพากันทยอยถอนหุ้นหมด พี่ชายเพลงเครียดหนักจนวันหนึ่งเื่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นอีกกลางดึกเขาเส้นเืในสมองแตกและจากไปอีกคน
เมื่อธุรกิจไม่มีคนดูแล และแล้วมันก็ล้มละลายอย่างสมบูรณ์พี่สะใภ้ยึดบ้านจากนั้นก็ไล่เพลงออกแต่ไม่ยอมใช้หนี้ที่ตนกับสามีร่วมกันสร้าง บังคับให้เพลงที่มีอำนาจในมรดกขายทรัพย์สินเอาเงินไปใช้หนี้อ้างว่าต้องช่วยหลานตนมีภาระแต่เพลงไม่มีคงเอาตัวรอดได้
รถยนต์ส่วนตัวของเพลงก็ถูกรบเร้าให้ขายเอาเงินให้เธออ้างว่าเอาไว้เป็ค่าเลี้ยงดูหลาน ๆ บ้านหลังใหญ่ก็บังคับให้โอนเป็ของตนเพื่อค้ำประกันชีวิตสุขสบายของหลานสาวเพราะทั้งสองไม่มีพ่อแล้วจะได้ไม่อยู่อย่างลำบากจนเกินไป
พอได้สมใจก็ไล่เธอออกเหมือนหมูเหมือนหมา อ้างแต่ว่าตนมีลูกของพี่ชายซึ่งเป็หลานแท้ๆ ของเพลง บังคับขู่เข็ญให้ทิ้งบ้านหลังนั้นไว้ให้เธอกับลูกอยู่ตามลำพัง ไล่เพลงออกไปโดยไม่สนใจว่าเพลงจะอยู่ยังไงบอกอย่างหน้าด้าน ๆ ว่าบ้านหลังนั้นเป็ของตนเพลงไม่มีสิทธิ์เรียกร้องหรือเอาคืน
‘อะไรกันทำไมถึงได้น่าเกลียดแบบนี้’