กันต์ดนัยคือลูกชายคนรองของครอบครัวตระกูลเธียรนิติฐาดลมีบริษัทเครื่องเพชรที่เป็ที่รู้จักที่สุดในประเทศชายที่ได้ชื่อว่าเป็ผู้นำตระกูลเป็ที่น่านับถือแต่สำหรับกันต์ดนัยแล้วเขาเป็พ่อที่ไร้ความรับผิดชอบ ปล่อยปละละเลยลูกของตัวเองเขาใช้เงินดูแลลูกๆ ไม่ใช่ความรักความเอาใจใส่อย่างที่ควรจะเป็สิ่งเดียวที่ทำให้กันต์ดนัยรู้สึกถึงความรักจากผู้เป็พ่อคือชื่อที่ผู้เป็พ่อตั้งให้ ‘กันต์ดนัย’
“แกมันไอ้เด็กไม่มีแม่!!!หัดเจียมตัวซะบ้าง ไอ้กันต์!!!”
เสียงแหลมๆของเพราพนิตที่มักจะดังแบบนี้เป็ประจำ เธอมักจะด่าทอกันต์ดนัยเสมอไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ไม่เคยไม่เข้าหูเข้าตาของเธอ
“อย่าริอ่านเงยหน้าขึ้นมามองหน้าฉันก้มหน้าลงไปซะ ไอ้เด็กไม่มีแม่”
“คุณนายรองค่ะ พอเถอะค่ะคุณกันต์เธอไม่ได้ตั้งใจหรอกค่ะ”นมนวลโผเข้ากอดเด็กน้อยที่กำลังขวัญเสียตัวสั่นเทาจากอาการกลัว นมนวลเป็หญิงชราที่คอยดูแลกันต์ดนัยั้แ่กษิดิศพาเด็กน้อยกลับมาจากเมืองนอก
“เดี๋ยวอิฉันจะอบรมคุณกันต์ให้อีกทีนะคะพอเถอะค่ะคุณนายรองคุณกันต์เธอกลัวไปหมดแล้ว”เสียงของนมนวลขอร้องให้เพราพนิตเลิกด่าทอกันต์ดนัย
“หึ ไม่ตั้งใจหรอ อิจฉาละสิไม่ว่าแกก็ดูแลมันอย่าให้มันมายุ่งกับลูกของฉันอีกไม่งั้นฉันจะตีมันให้ตายตามแม่มันไปเลย” สิ้นเสียงของเพราพนิต เธอก็จูงมือลูกๆของเธอเดินจากไป
“ขวัญเอ๋ย ขวัญมาน”
“คุณกันต์ไม่เป็อะไรนะคะนมอยู่นี้แล้ว” เสียงของนมนวลที่ปลอบโยนกันต์ดนัย มันช่างอบอุ่นเหลือเกินกอดปลอบเด็กน้อยวัยเจ็ดขวบที่กำลังตัวสั่นเทา
“แม่ของกันต์อยู่ไหนทำไมกันต์ถึงไม่มีแม่”
“คุณแม่ของคุณกันต์เป็ดวงดาวอยู่บนท้องฟ้าเธอใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อให้คุณกันต์เกิดมา เธอรักคุณกันต์มากเลยนะคะ”
“แล้วพ่อละครับ พ่อรักกันต์ไหม?”
“ทำไมพ่อถึงไม่เคยอยู่บ้านเลย”
“คุณท่านต้องทำงานอย่างหนักเพื่อคุณๆทุกคนนะคะ”
“คุณท่านรักคุณๆ ทุกคน”
“แต่กันต์อยากให้พ่ออยู่กับกันต์อยู่ข้างๆ กันต์”
นมนวลมองกันต์ดนัยอย่างสงสารอาภัพแม่มาจากไปก่อนที่จะได้ที่ได้เห็นหน้าเด็กน้อยส่วนผู้เป็พ่อก็ยุ่งจนไม่มีเวลาให้จนเด็กน้อยเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ แม้ว่าเธอจะควรอยู่ดูแลให้ความอบอุ่นเท่าที่ทำได้แต่สิ่งที่เด็กน้อย้าเพียงแค่ให้ผู้เป็พ่ออยู่เคียงข้างก็เท่านั้นเอง
กันต์ดนัยใช้ชีวิตอยู่ภายใต้คำสั่งของคนที่ได้ชื่อว่าเป็พ่อมาโดยตลอดเพื่อหวังว่าสักวันผู้เป็พ่อจะมอบความรักและความอบอุ่นให้แทนที่จะเป็เงินกันต์ดนัยถูกสั่งห้ามไม่ให้ทำในสิ่งที่รักผู้เป็พ่อทำราวกับชายหนุ่มเป็แค่สิ่งของ ตอนเป็เด็กเขาไม่สิทธิเถียงแต่ในเมื่อวันนี้เขาโตพอที่จะมีความคิดเป็ของตัวเองสามารถตัดสินใจเส้นทางของตัวเอง ไม่ต้องให้ใครมาคอยจูงจมูกอีกต่อไป…
“หมายความว่ายังไงที่ว่าแกจะไม่ไปเรียนที่ที่ฉันเลือกให้”เสียงของผู้เป็พ่อดังลั่นไปทั่วโถงทางเดินทันทีที่เขาเดินเข้ามาภายในบ้าน
“ก็ตามที่คุณรู้มานั่นแหละ”
“แล้วยังไง แกจะไม่เรียนหรือไงห๊ะ!!!!”
“ผมไม่ได้บอกว่าจะไม่เรียนแต่แค่ไม่ใช่ที่นั่น”
“อะไรนะ!!! แกจะไปเรียนที่ไหนของแก”
“แกต้องทำตามที่ฉันสั่งสิ่งที่ฉันเลือกให้มันดีที่สุดสำหรับอนาคตของแกเข้าใจไหมไอ้กันต์”อนาคตที่ผู้เป็พ่อหวังคงจะอยู่กันคนละเส้นทางของทางเดินของผู้เป็ลูก
“ทำไมผมต้องทำตามสิ่งที่คุณสั่งนี่มันชีวิตของผมผมมีสิทธิ์ที่จะเลือกอนาคตของตัวเอง”
“กล้าดียังไง!!! ฉันเป็พ่อแกนะ”
“คุณเห็นผมเป็ลูกด้วยงั้นเหรอครับทำไมผมไม่เคยรู้สึกเลยว่าตัวเองมีพ่อเลย”
‘เพียะ!!!’
คำพูดของกันต์ดนัยทำให้กษิดิศโกรธจนเืขึ้นหน้าตบหน้าลูกชายคนรองจนเืกบปาก เพราพนิตที่แอบมองอยู่ยิ้มอย่างสะใจ
“อย่ามาปีกกล้าขาแข็งกับฉันให้มากนักถ้าแกยังใช้เงินของฉันอยู่ อย่าริอ่านมาเถียงฉันแกต้องฟังที่ฉันพูด เข้าใจไหม!!!”
“ถ้าที่คุณคอยบังคับชีวิตผมมาตลอดเพราะผมยังใช้เงินของคุณอยู่ละก็ถ้างั้นที่ผ่านก็ขอบคุณที่ดูแลผมด้วยเงินมาโดยตลอดต่อไปผมจะจะใช้ชีวิตโดยไม่พึ่งเงินของคุณอีกต่อไป” กันต์ดนัยพูดจบเขาก็เดินออกไปจากบ้านทันที
“ไอ้กันต์!!! กลับมาเดี๋ยวนี้ ไอ้กันต์!!! ไอ้ลูกไม่รักดี!!! ไอ้กันต์!!!”เสียงของกษิดิศที่ด่าทอลูกชายคนรองดังสนั่นไปทั่วทั้งบ้าน
นั่นคือวันสุดท้ายที่กันต์ดนัยอยู่ที่นั่นบ้านที่อยู่มาตลอดสิบแปดปีั้แ่วันนั้นเขาได้เป็คนเลือกว่าจะทำอะไรอย่างใจ้าสร้างทุกอย่างจนมีได้ในทุกวันนี้เขาไม่เคยคิดเสียใจที่เดินออกจากบ้านและไม่เคยคิดที่จะกลับไปบ้านหลังนั้นอีกไม่สนใจความเป็อยู่ของคนในบ้านนั้นอีก
‘ก๊อกก๊อก ก๊อก’ เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เชิญครับ”
“คุณกันต์จะทานมื้อเช้าเป็อะไรดีคะ?ข้าวต้มกุ้งหรือขนมปังปิ้งดีคะ นมจะให้ดวงยิหวาเตรียมให้”นมนวลแม่นมที่เป็คนดูแลกันต์ดนัยั้แ่แรกจนถึงปัจจุบัน
“ขอข้าวต้มละกันครับนมนวล”หลังแต่งตัวเสร็จกันต์ดนัยก็เดินลงมายังห้องทานอาหารของบ้าน นมนวลการันต์และอาทิตยาผู้เป็หลานแท้ๆ ของหญิงชรารออยู่ก่อนแล้ว
“ซัน วันนี้มีอะไรบ้าง”
“วันนี้มีประชุมที่บริษัทตอนสิบโมงและก็พวกเอกสารที่คุณกันต์ต้องอ่านและก็อนุมัติแล้วก็วันนี้มีนัดทานข้าวกับคุณนิรุตติ์ที่โรงแรมแซนส์แกรนด์ตอนหกโมงเย็นค่ะ”
“อืม...ข้าวต้มกุ้งของนมนวลยังอร่อยเหมือนเดิมเลยขอบคุณนะครับ ผมไปทำงานก่อนนะครับ”
“ผมไปทำงานก่อนนะครับย่าแล้วอย่าทำงานอะไรหนักๆ นะครับ ปล่อยให้เด็กคนอื่นทำนะครับ”
“ยายจ๋าหนูไปก่อนนะคะ”อาทิตยากดจูบลงบนข้างแก้มของผู้เป็ยายเหมือนทุกครั้งที่ เป็ภาพที่กันต์ดนัยเห็นเป็ประจำทุกๆวัน
โรงแรมแซนส์แกรนในเวลาหกโมงเย็นบรรยากาศภายนอกให้ความรู้สึกหรูหราการตกแต่งที่ถูกออกแบบมาอย่างดีจากสถาปนิกชื่อดังของประเทศ
“สวัสดีครับคุณนิรุตติ์ผมกันต์ดนัยครับยินดีที่ได้รู้จัก”
“เช่นกันครับคุณกันต์ดนัย”
“เชิญครับคุณนิรุตติ์ผมจองโต๊ะไว้แล้วครับ”
“ครับ”
ตลอดมื้ออาหารชายต่างวัยพูดคุยเื่ธุรกิจกันอย่างออกรสเวลาผ่านมาระยะเวลาหนึ่ง อยู่ๆ ก็มีสาวสวยหุ่นดีเดินเข้ามานั่งลงข้างๆ นิรุตติ์โดยไม่ขออนุญาตจากใครที่นั่งอยู่ก่อนหน้าการกระทำของเธอทำให้กันต์ดนัยรู้สึกไม่ชอบใจเธอนั่งยิ้มมองตรงมายังเขาอย่างมีเล่ห์นัยสายตายั่วยวน
“มาพอดีเลยหนูดานี่คุณกันต์ดนัยประธานบริษัทดาราจิวเวลรี่”
“สวัสดีค่ะ คุณกันต์ดนัย”หญิงสาวนิรนามทักทายชายหนุ่มพร้อมรอยยิ้มที่เ้าตัวมั่นใจว่าใครที่ได้ยลต้องมีอาการใจสั่นแน่นอน
“ดาค่ะ ปภาดา อนันต์ไพศาล”สาวเ้าแนะนำตัวเองให้ชายหนุ่มรู้จัก
“ฉันว่า...คุณคงรู้จักฉันอยู่แล้วใช่ไหมคะ?”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ แต่ว่าทำไมถึงคิดว่าผมต้องรู้จักคุณล่ะครับ”
“คุณเป็คนที่ผมต้องรู้จักหรือครับ”คำถามของกันต์ดนัยทำเอาสาวเ้าหน้าเสียหน่อยๆ
“ฉันเป็นักแสดงนะคะคุณไม่เคยดูละครที่ฉันเล่นหรือคะ?”
“ขอโทษครับ ผมไม่ดูละคร”
“แต่ถ้าเป็พวกแม่บ้านของผมคงจะมีสักคนสองคนที่น่าจะเคยดูละครของคุณ”ชายหนุ่มตอบหญิงสาวออกไปโดยไม่ได้คิดอะไรแต่คำพูดของเขามาทำให้หญิงสาวเสียหน้าจนแทบจะลุกออกไปจากโต๊ะอาหาร
“อ้อเหรอคะ”
“นอกจากงานนักแสดงแล้วฉันยังเดินแบบด้วยนะคะ”
“ฉันเคยเดินแบบงานเดียวกับน้องแพรวน้องสาวของคุณด้วยนะคะ”
“เราสองคนสนิทกันมากเลยนะคะน้องแพรวเป็เหมือนน้องสาวของดาคนหนึ่งเลยละคะ”ไม่รู้ว่าคำพูดนั้นโป้ปดแค่ไหนเพราะในความเป็จริงกันต์ดนัยและแพรววนิตอย่าว่าจะสนิทกันแม้แต่จะเจอหน้ายังไม่เคยเลยสักครั้ง
“เหรอครับแต่เหมือนข้อมูลที่คุณหามาจะผิดนะครับ”
“คะ? คุณกันต์ว่ายังไงนะคะ”
“ผมไม่มีน้องสาวแพรววนิตไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับผม”
“คุณนิรุตติ์ครับหวังว่าข้อเสนอที่ผมเสนอไปจะถูกใจคุณนะครับ”
“ผมมีธุระต้องทำต่อยังไงก็ขอตัวก่อนนะครับสวัสดีครับ” หลังจากจ่ายเงินเรียบร้อยเขาก็เดินจากไปทันที
“เป็ไงหนูดาดูเหมือนจะโดนหักหน้านะ” นิรุตติ์เอ่ยปากพูดแซวลูกสาวเพียงคนเดียว
“คุณพ่อ!!!” หญิงสาวแสดงอาการน้อยใจอย่างเห็นได้ชัดไม่ได้เก็บอารมณ์อย่างตอนที่อยู่ต่อหน้ากันต์ดนัย
“อะไรกันทำไมเขาถึงไม่รู้จักหนูล่ะคะ? คุณพ่อค่ะหนูยังดังไม่พอเหรอคะ?”
“ไม่หรอกถ้าหนูดาไม่ดังคนอื่นคงเป็แค่เศษฝุ่น”
“หนูดาอยากไปช้อปปิ้งหน่อยไหม”
“ดีค่ะกระเป๋าจากฝรั่งเศสเพิ่งออกใหม่ด้วย ไปกันเถอะค่ะคุณพ่อเร็วสิคะหนูดารอไม่ไหวแล้ว” สองพ่อลูกอนันต์ไพศาลก็ออกไปยังห้างประจำของปภาดา
หลังจากปลีกตัวออกมากันต์ดนัยก็ตรงกลับบ้านทันทีถนนที่เขาเลือกใช้ค่อนข้างโล่งและเปลี่ยว มันดีในเวลาที่การจราจรติดขัดแบบนี้ไม่ต้องไปติดแหง็กอยู่บนถนนเป็เวลานานๆเขาชอบถนนสายนี้เพราะบรรยากาศรอบข้างทำให้ใจเขาสงบได้ในยามว้าวุ่น
‘ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!!’ เสียงปืนดังขึ้นจากด้านหลังกันต์ดนัยพยายามที่จะสลัดให้หลุดจากพวกมัน แต่เหมือนโชคจะไม่เข้าข้างเขาซะเลยะุนัดหนึ่งยิงเข้าที่ยางรถทำให้การบังคับรถให้ตรงเป็ไปได้ยากยิ่งขึ้นรถของกันต์ดนัยไถลชนเข้ากับรั้วกั้นข้างทางกันต์ดนัยเลือกที่จะลงจากรถ
กลุ่มชายนิรนามจำนวนหนึ่งลงมาจากรถตรงเข้าหากันต์ดนัยชายหนุ่มพยายามต่อสู้กับชายนิรนามแต่ด้วยจำนวนที่ต่างกันทำให้เขากลายเป็ฝ่ายที่ถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียวกันต์ดนัยถูกล็อกตัวให้นอนลงด้วยชายสองคน
“พวกมึงเป็ใคร!!!”กันต์ดนัยพยายามเงยหน้าขึ้นมองชายนิรนามที่กำลังนั่งมองเขาด้วยสายตาเย้ยหยันกลุ่มชายนิรนามใส่หมวกไอ้โม่งปิดบังหน้าตา
“มึงไม่จำเป็ต้องรู้หรอกไอ้คุณกันต์มึงควรจะรู้ว่าตัวเองควรอยู่ตรงไหน”
“ไม่ใช่ทำตัวจองหองไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงนี่ถือเป็การเตือนถ้ายังอยากมีลมหายใจก็หัดเจียมตัวซะบ้าง”
“อ๊ะ!!!!” สิ้นเสียงของชายนิรนาม มีดปลายแหลมปักเข้าชายโครง
“นี้ถือเป็ของแถมจากกู”
หลังจากนั้นกันต์ดนัยถูกพาตัวไปทิ้งที่ข้างถังขยะในเขตชุมชนแห่งหนึ่งและถือว่าโชคยังเข้าข้างเขาอยู่บ้างกันต์ดนัยถูกผู้หญิงคนหนึ่งช่วยเหลือเอาไว้ ผู้หญิงที่ชื่อว่า ‘พรนับพัน’