ณ ที่หมู่บ้าน ชาวบ้านทุกคนกำลังช่วยกันทำงานของตนอย่างเต็มที่ ลูคัสเองก็กำลังปลูกต้นไม้อยู่บริเวณชายป่าด้านหลัง ต้นไม้ที่มีผลอยู่เต็มต้นถูกปลูกเรียงกันอย่างเป็ระเบียบสวยงาม หากพวกลูคัสจากไปแล้วหมู่บ้านฮารุก็ไม่จำเป็กังวลเื่อาหารอีก
เวลาผ่านไป่เย็นก็ถึงเวลาเลิกงาน พวกชาวบ้านก็แยกย้ายกลับที่พักของตนเอง หลังจากที่ปลูกผลไม้เสร็จแล้วลูคัสก็กำลังเดินกลับที่บ้านของเลคเพื่อรอพวกบิลลี่กลับมาเช่นกัน
กำลังจะทิ้งตัวลงนั่งไม่ถึงอึดใจ มีชาวบ้านคนหนึ่งวิ่งหน้าตาแตกตื่นเข้ามาในหมู่บ้าน ส่งเสียงะโดังไปทั่วเพื่อแจ้งข่าวให้กับชาวบ้านคนอื่นๆ
“ทหาร...มีกองทหารกำลังมา” เขาะโซ้ำๆจนวิ่งมาหยุดที่กลางหมู่บ้าน
ด้วยเสียงะโที่ดังพร้อมกับเสียงที่ชวนใ ชาวบ้านที่ได้ยินรวมทั้งลูคัสก็รีบมาร่วมตัวที่ใจกลางของหมู่บ้านทันที
“ใจเย็นๆ ค่อยๆพูด ทหารที่ว่ามันคืออะไร” ชาววัยกลางคนกล่าวถาม
“ตอนที่ข้ากำลังตัดไม้อยู่ที่หน้าหมู่บ้าน ระหว่างที่กำลังตัดไม้อยู่ข้าก็ได้ยินเสียงเท้าจำนวนมากดังขึ้นจากทางด้านหลัง พอมองตามเสียงไปก็เห็นทหารกลุ่มหนึ่งกำลังตรงมาที่หมู่บ้านของเรา พอเห็นเช่นนั้นข้าก็รีบวิ่งเลาะชายป่ากลับมาที่หมู่บ้านเพื่อแจ้งข่าวนี่แหละ”
“แล้วพวกนั้นมีกี่คน เ้าพอจะประมาณได้ไหม” ชายคนเดิมกล่าวถามอีกรอบ
“ข้ารีบกลับมา ไม่ทันได้นับหรอก แต่เท่าที่ตาเห็นน่าจะประมาณ20คนได้ อ่อใช่ มีคนหนึ่งขี่ม้านำหน้าขบวนอยู่ด้วย”
ขณะนี้ทุกคนก็มาร่วมกันอยู่ที่ลานกลางหมู่บ้าน กลุ่มทหารนิรนามก็เคลื่อนที่เข้าใกล้มาเรื่อยๆ ไม่นานเหล่าชาวบ้านก็เห็นกลุ่มทหารกล้ายืนอยู่บริเวณหน้าทางเข้าหมู่บ้านแล้ว กลุ่มทหารค่อยๆเคลื่อนทัพเข้ามายังด้านใน
ผู้นำของกลุ่มทหารเป็ชายหนุ่มรูปงามทรงเสน่ห์ มีผมสีเหลืองทองประกายอันเป็เอกลักษณ์ กลุ่มทหารเคลื่อนที่มาหยุดอยู่ต่อหน้าเหล่าชาวบ้านที่กำลังยืนจับกลุ่มกันอยู่
“ยังไม่รีบคุกเข่าทำความเคารพองค์ชายอีก” เสียงของทหารนายหนึ่งดังขึ้น
เหล่าชาวบ้านได้ยินคำว่า “องค์ชาย” ก็เกิดความกลัว รีบคุกเข่าลงอย่างรวดเร็วเพื่อทำความเคารพ ทุกคนแสดงความหวานกลัวต่ออีกฝ่ายออกมาอย่างเห็นได้ชัด ระหว่างที่พวกชาวบ้านคุกเข่าอยู่ กลุ่มทหารก็ค่อยๆเดินล้อมพวกชาวบ้านเอาไว้
“ทุกคนมารวมที่นี่หมดแล้วใช่ไหม? เ้าตอบข้ามา!!”องค์ชายถามหญิงชาวบ้าน
“ทุกคนอยู่ที่นี่แล้วองค์ชาย” หญิงสาวกล่าวตอบด้วยเสียงอันสั่นเครือ
“ข้าจะเชื่อเ้า ข้าอยากจะเล่นเกมส์ พวกเ้าอยากเล่นเกมส์กับข้าไหม” องค์ชายกล่าวขณะที่ยังนั่งบนหลังม้า สิ้นเสียงคำถามครู่ใหญ่ก็ยังคงไร้วี่แววคำตอบ
“พวกเ้าไม่มีปากเรอะ องค์ชายกำลังถามพวกเ้าอยู่” นายทหารคนเดิมกล่าวขึ้น
เวลานั้นทุกคนต่างก็สั่นด้วยความกลัว ไม่มีใครกล้าเงยหน้าขึ้นมองเหล่าทหารด้วยซ้ำ ชาวบ้านต่างคนต่างไม่กล้าตอบคำถาม พวกเค้าไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรเพื่อให้พวกเขาพอใจ
“ยัง!!! ยังไม่ตอบคำถามองค์ชายอีก ในเมื่อพวกเ้าไม่พูด คงไม่จำเป็ต้องมีปากเอาไว้แล้วสินะ ดี ดี ข้าจะเป็คนเย็บปากให้พวกเ้าก็แล้วกัน”
ได้ยินประโยคนั้น ความกลัวก็ครอบงำเข้าไปในจิตใจของทุกคนทันที ด้วยความกลัวก็มีชาวบ้านคนหนึ่งกล่าวคำตอบออกไป
“ข้า... ข้าอยากเล่นเกมส์ๆ”
“ก็มีปากนิ ทำไมตอนแรกไม่พูด แล้วคนอื่นๆล่ะมีใครอยากจะเล่นเกมส์กับองค์ชายอีกหรือไม่”
“มาคัส เ้าอย่าทำให้พวกเขากลัวข้าสิ ข้าเองก็ไม่ใช่คนใจร้ายอะไรขนาดนั้น ข้าก็แค่อยากเล่นเกมส์ก็เท่านั้น หากพวกเ้าคนใดไม่้าเล่นเกมส์กับข้าก็บอกได้เลย ข้าไม่บังคับเ้าหรอก”
“ขออภัยองค์ชาย พวกเ้าได้ยินแล้วนะ หากใครไม่้าเล่นก็ยกมือแสดงตัวได้เลย”
“ข้าไม่อยากเล่น” ชาวบ้านผู้หญิงวัยกลางคนกล่าวขึ้น
“เ้าไม่อยากเล่นสินะ ในเมื่อเ้าไม่อยากเล่นกับข้าก็ไม่เป็ไร งั้นเ้ากลับบ้านซะเถอะ”
เมื่อสิ้นเสียงขององค์ชาย หญิงชาวบ้านคนนั้นก็ดีใจ รีบกล่าวขอบคุณแล้วรีบวิ่งตรงกลับบ้านทันที หญิงวัยกลางคนรีบวิ่งไปโดยไม่ได้หันหลังกลับมามองอีก เนื่องจากบ้านเธออยู่ไม่ไกลจากกลางหมู่บ้าน อีกแค่เพียงไม่กี่ก้าวเธอก็จะถึงบ้านของตนแล้ว
*ฉึก..ก..* ก่อนที่เท้าจะได้ก้าวถึงบันไดขั้นแรก ก็มีศรปักลงกลางหลังของเธอเข้าอย่างแม่นยำ เธอล้มตัวลงนอนดิ้นด้วยความเ็ปครู่หนึ่งก็แน่นิ่งสิ้นลมหายใจไป
ชาวบ้านคนอื่นๆเห็นหญิงคนนั้นตายต่อหน้าต่อตา ความหวาดกลัวก็ได้เข้ามากัดกินจิตใจอีกครั้ง คนที่กำลังจะกล่าวปฎิเสธที่จะเล่นเกมส์ก็ปิดปากเงียบทันที ลูคัสที่นั่งดูอยู่เงียบๆก็ลุกขึ้น
“ไหนท่านบอกไม่ได้บังคับพวกเรา เหตุใดท่านจึงต้องสังหารเธอด้วย”
“ข้าก็ไม่ได้บังคับพวกเ้านิ ใครอยากเล่นก็เล่น ใครไม่อยากเล่นก็ไม่ต้องเล่น ข้าบังคับพวกเ้าตรงไหน”
“แล้วถ้าไม่เล่น ท่านจะฆ่าคนที่ไม่เล่นแบบนั้นอีกใช่ไหม”
“ข้าชอบความตื่นเต้น หากไม่มีใครเล่นกับข้า ข้าก็เบื่อแย่สิ แต่ข้าก็เป็คนที่ใจดีนะ หากใครเล่นเกมส์แล้วชนะ ข้าก็จะไม่ฆ่า เป็ไงข้าใจดีใช่ไหม”
“ท่านมันน่ารังเกียจที่สุด”
“ระวังปากของเ้าด้วย เ้าหนุ่ม” นายทหารรีบกว่าเตือน
“ใจเย็นมาคัส หนุ่มน้อยคนนี้น่าสนใจ ไม่มีใครกล้าเถียงกับแบบนี้ข้ามานานแล้ว ฮ่าๆ”
“ขออภัยองค์ชาย”
“เ้าคนที่บอกอยากเล่นเกมส์ออกมา เ้ามาเล่นเกมส์กับข้าคนแรก”
ชายหนุ่มคนที่กล่าวตอบตกลงค่อยๆลุกขึ้น เดินออกมาจากกลุ่มชาวบ้าน ชายหนุ่มเดินมายังด้านหน้าขององค์ชายก่อนที่จะคุกเข่าลงตามเดิม
“ดี ดีมาก เกมส์ของข้าง่ายมาก เพียงแค่เ้าวิ่งให้สุดชีวิตไปให้ถึงยังทางเข้าหมู่บ้านได้ก่อนที่จะถูกลูกธนูของข้าสังหาร เ้าก็ชนะ เ้าพร้อมรึยัง”
“ข...ข้าพร้อมแล้ว” ชายหนุ่มผู้หน้าสงสารเตรียมตัวออกวิ่ง
“ไป”
เมื่อได้ยินสัญญาณจากมาคัส ชายหนุ่มก็รีบวิ่งสุดชีวิตไปยังหน้าทางเข้าทันที
ขณะที่ชายหนุ่มกำลังวิ่งองค์ชายก็ง้างคันศรเล็งไปยังร่างของเขา ระยะทางอีกเพียงไม่ไกลชายหนุ่มก็วิ่งใกล้จะถึงหน้าทางเข้า ศรขององค์ชายก็พุ่งตรงปักเข้ากลางหลังชายหนุ่มผู้โชคร้ายอย่างแม่นยำ
ร่างของชายหนุ่มล้มลงทันทีที่โดนลูกธนูปักเข้าร่าง นอนดิ้นทุรนทุรายด้วยความเ็ป ร่างกระตุก ชักหน้าชักหลังไม่นานก็หยุดลง ร่างอันไร้ิญญานอนนิ่งสงบอยู่อย่างโดดเดี่ยว ทำให้เหล่าชาวบ้านที่เห็นเกิดความรู้สึกทั้งกลัวทั้งใ ยังไม่ทันได้หายใองค์ชายหันกลับมาถามต่อ
“ใครจะเป็คนต่อไป?”
ได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ก็ได้มีชายหนุ่มคนหนึ่งลุกขึ้น ชายคนนั้นเดินไปหาองค์ชายด้วยท่าทีแข็งขัน เมื่อมาถึงมีระยะห่างประมาณสามก้าวระหว่างชายหนุ่มกับองค์ชาย ชายหนุ่มเห็นว่าได้ระยะโจมตีก็พุ่งตัวเข้าหาองค์ชายทันที
ชายหนุ่มหวังจะสู้แลกชีวิตกับเหล่าทหาร ก่อนที่จะได้ััร่างองค์ชาย อสูรม้าที่องค์ชายนั่งควบอยู่ก็ส่งเสียงร้องคำรามออกมา *ฮี่ๆๆๆ* เสียงที่มีความถี่สูงส่งออกมาจากลำคอของเ้าอสูรไปยังด้านหน้าเป็ทรงกรวย ทำให้ร่างของชายหนุ่มชะงักทันที ตามด้วยหอกแสงสีทองพุ่งออกจากมือขององค์ชายพุ่งปักทะลุร่างของอีกฝ่าย ชายหนุ่มตายลงทันที
“ข้าเบื่อแล้ว จับพวกมันเรียงกันมาทีละคนเลยละกัน ใครวิ่งถึงทางเข้าก่อนที่จะถูกข้ายิง ข้าจะไว้ชีวิต ข้าให้สัญญา”
ชาวบ้านส่วนใหญ่เมื่อเห็นความโเี้ขององค์ชายก็ไม่กล้าขัดขืนอีกต่อไป ทหารรับจับคนจัดแจงเรียงแถวเพื่อรอเล่นเกมส์มรณะ คนแล้วคนเล่าผ่านไปก็ยังไม่มีใครวิ่งหนีทัน
จนมาถึงคนที่9เป็หญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่ง เธอใช้ความสามารถของตนวิ่งจนถึงทางเข้าในที่สุด เมื่อมาถึงแล้วน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาด้วยความดีใจ
องค์ชายออกคำสั่งให้ทหารนำตัวหญิงคนนั้นแยกไว้ต่างหาก คนอื่นๆเห็นว่าเมื่อชนะแล้วองค์ชายไว้ชีวิตจริงๆ คนต่อๆไปก็ตั้งใจวิ่งและหลบลูกธนูอย่างเต็มที่ทำให้องค์ชายรู้สึกสนุกเป็อย่างมาก