“เ้าเด็กคนนี้ฟังไม่เข้าใจหรือ? ศิษย์ในยอดเขาห้ามฆ่ากันเองถ้าศิษย์ยอดเขาคนอื่นๆ มายั่วยุ แน่นอนว่าพวกเราจะโต้กลับ หากจำเป็ก็ต้องฆ่าสิ”ชายมีหนวดเคราที่ยืนอยู่ข้างหน้าเจ่อจ้วงมองไปที่เขาแล้วพูดขึ้น
เมื่อได้ยินคำพูดของชายผู้นี้เยี่ยซางและคนอื่นๆ ต่างตกตะลึง ไม่น่าแปลกใจที่ยอดเขาไท่เสวียนจะแข็งแกร่งกฎนี้โหดร้ายและไม่เหมือนใครอย่างแท้จริง
“เป็เช่นนั้นเมื่ออยู่ข้างนอก เราต้องให้ความสนใจกับผลประโยชน์ของสำนักด้วย”หลิ่วหยางอวี่พยักหน้าและกล่าวชัดเจนว่าเห็นพ้องกับคำกล่าวนี้
จากนั้นพิธีคารวะอาจารย์จึงเริ่มขึ้นโดยเริ่มจากหนานกงไต้ นางคุกเข่าลงต่อหน้ารูปปั้นเหล่าปรมาจารย์ในห้องโถงใหญ่ก่อนแล้วจึงหยิบถ้วยน้ำชาที่ส่งมาจากศิษย์ช่วยงานทั่วไปก่อนจะส่งให้ลูกศิษย์คนที่สามของหลิ่วหยางอวี่หวาหนาน
หวาหนานดื่มชารับการคารวะแล้วจึงส่งดาบยาวให้หนานกงไต้ตามพิธีคารวะอาจารย์ ก่อนจะมอบป้ายหยกสีเขียวให้แก่อีกฝ่ายซึ่งเป็ป้ายประจำตัวของศิษย์รุ่นที่สามในหุบเขาโอสถของยอดเขาไท่เสวียน
หนิงเฉิง(หนิงเอ้อร์) ก็ทำเช่นเดียวกับหนานกงไต้ เขาคุกเข่าคารวะรูปปั้นเหล่าปรมาจารย์ก่อนจะยกชาคารวะให้กับโจวเจิ้ง ศิษย์คนที่เจ็ดของหลิ่วหยางอวี่โจวเจิ้งได้มอบดาบให้กับหนิงเฉิงตามพิธีพร้อมยกป้ายหยกสีเขียวแก่เขา
แล้วทั้งสิบสองคนที่เข้าสำนักพร้อมกับเยี่ยซางก็เริ่มคารวะอาจารย์ทีละคนพร้อมกับอาจารย์ของพวกเขาที่ได้ทำพิธีรับศิษย์
“ท่านอาจารย์พิธีคารวะอาจารย์ของพวกเขาเสร็จสิ้นแล้ว” เมื่อซูเฟิง (ซูสือเอ้อร์)คารวะอาจารย์เสร็จ กงเสวียนก็เดินออกไปสองสามก้าวแล้วพูดกับหลิ่วหยางอวี่
ในเวลานี้หนานกงไต้หนิงเฉิง เจ่อจ้วงและคนอื่น ๆ ต่างก็มองไปยังเยี่ยซาง พวกเขาไม่เข้าใจแม้แต่น้อยเยี่ยซางแสดงความพยายามอย่างมากระหว่างพิธีคัดเลือกศิษย์ของหุบเขาโอสถ แล้วใน่หนึ่งเดือนกว่าๆนี้การฝึกฝนของเขาก็เพิ่มขึ้นสองขั้น แต่ทำไมยังไม่มีใครยอมรับเยี่ยซางเป็ศิษย์?
“เอาละอาจารย์เพียงให้คำแนะนำ การปฏิบัติต้องพยายามด้วยตนเอง แม้ว่านี่จะเป็คำโบราณแต่คำโบราณนี้ก็มีเหตุผลมาก เมื่อมอบเส้นทางให้แล้ว เ้าจะก้าวต่อไปอย่างไรก็เป็ปัญหาของเ้าเองเปิ่นจั้วตั้งกฎไว้สามข้อสำหรับพวกเ้า ในตอนนี้เปิ่นจั้วจะเพิ่มให้เ้าอีกข้อหนึ่งยอมเสียเืหรือเสียชีวิตดีกว่าทำให้ศักดิ์ศรีของยอดเขาไท่เสวียนต้องอับอาย”เมื่อพูดเช่นนี้ออกมาความเ็าก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของหลิ่วหยางอวี่
“ศิษย์เข้าใจแล้ว”ทุกคนโค้งคำนับเพื่อรับคำสั่ง เยี่ยซางก็โค้งคำนับเช่นกัน
หลังจากพิธีจบลงศิษย์รุ่นที่สามทำความคุ้นเคยอาจารย์ลุงและอาจารย์อาของพวกเขา ตอนนี้ทุกคนในห้องโถงใหญ่ล้วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับหลิ่วหยางอวี่คำกล่าวที่ว่าเป็อาจารย์หนึ่งวันเท่ากับเป็บิดาตลอดชีวิต คงเป็แิที่ใกล้เคียงกับผู้คนในห้องโถงนี้มากที่สุด
“สิบสามน้อยไม่ต้องกังวลไป เ้าอายุน้อยที่สุด เมื่อเ้าอายุมากขึ้นอาจารย์ลุงใหญ่จะรับเ้าเป็ศิษย์แน่นอน”หนานกงไต้ที่ยืนอยู่ข้างหลังหวาหนานผู้เป็ลูกศิษย์คนที่สามของหลิ่วหยางอวี่เห็นเยี่ยซางไม่พูดอะไร จึงเอ่ยปากปลอบใจ
การกระทำของเยี่ยซางในพิธีคัดเลือกศิษย์ของหุบเขาโอสถทำให้หนานกงไต้และคนอื่นๆเชื่อมั่นในตัวเยี่ยซางที่ผ่านพิธีคัดเลือกมาได้อย่างยากลำบากแต่ในพิธีคารวะอาจารย์วันนี้เยี่ยซางกลับได้รับความไม่เป็ธรรมอีกครั้ง จึงทำให้หนานกงไต้รู้สึกรับไม่ได้
“ขอบคุณ”เยี่ยซางซางพยักหน้าให้หนานกงไต้
“ใช่แล้วสิบสาม เ้าเก่งที่สุด” เจ่อจ้วงกล่าวเช่นกัน
“ข้าก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันสิบสาม เ้าเก่งที่สุด” ถังเทียนซึ่งยืนอยู่ข้างเยี่ยซางก็พูดเช่นกัน
ผัวะ!
กงเสวียนหันกลับมาตบหลังศีรษะของถังเทียน“สิบสามยัง้าความเห็นของเ้าหรือ? เ้าดูแลตัวเองเถิด”
“ท่านอาจารย์ข้าพูดขอพูดตามจริงเถิด หากท่านมีสายตาที่ดี ท่านก็ไม่ควรละทิ้งสิบสามนะ”ถังเทียนกล่าวอย่างไม่ค่อยมั่นใจ
“พี่ใหญ่ถ้าท่านยังไม่ประกาศ ข้าจะขอไปขโมยคนแล้ว” เถี่ยชางที่นั่งเงียบมานานกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เอาละพิธีคารวะอาจารย์ของพวกเ้าจบลงแล้ว จากนี้เปิ่นจั้วจะประกาศเื่หนึ่งเปิ่นจั้วตัดสินใจรับศิษย์อีกคน เป็ศิษย์คนสุดท้ายและเป็ศิษย์ปิดของเปิ่นจั้วเยี่ยซาง เ้าเต็มใจที่จะคารวะข้าเป็อาจารย์และมาเป็ศิษย์สายตรงของข้าหรือไม่?” หลิ่วหยางอวี่ยืนขึ้นและมองไปที่เยี่ยซางขณะกล่าว
คำพูดของหลิ่วหยางอวี่ไม่ต่างจากเสียงฟ้าผ่าเดิมทีทุกคนต่างรู้สึกเห็นใจเยี่ยซางเป็อย่างมาก แต่พวกเขาไม่คิดเลยว่าหลิ่วหยางอวี่จะยอมรับเยี่ยซางเป็ศิษย์สายตรงเสียแทน
“ตอบท่านประมุขเยี่ยซางไม่้าความสงสาร ทั้งยังไม่้าความช่วยเหลือในเื่นี้ไม่เช่นนั้นข้าก็ไม่คู่ควรจะเป็ศิษย์ของยอดเขาไท่เสวียน ตอนนี้ทุกคนไม่ยอมรับข้าข้าจะตั้งใจฝึกฝนให้มากขึ้นจนกว่าทุกคนจะยอมรับขอรับ”เยี่ยซางโค้งคำนับหลิ่วหยางอวี่ เขามีความภาคภูมิใจของตนเอง ไม่้าความเห็นอกเห็นใจจากผู้อื่น
คำพูดของเยี่ยซางทำให้หลิ่วหยางอวี่ตกตะลึงไปครู่หนึ่งขณะเดียวกันห้องโถงก็เงียบลง พวกเขาไม่คิดว่าเยี่ยซางจะตอบเช่นนี้ในเวลาเดียวกันพวกเขาทั้งหมดก็เข้าใจว่ามีความภาคภูมิใจที่ซ่อนไว้ภายใต้สีหน้าสงบของเขา
“พูดได้ดี!เยี่ยซาง ที่ข้า้ารับเ้าเป็ศิษย์ไม่ใช่เพราะความสงสารหรือ้าช่วยเหลือเ้า ข้าสังเกตเ้ามาหลายวันแล้วข้าเคยเห็นเ้าฝึกหอกไล่ลมและหัตถ์ผลักภูผาข้าจึงคิดว่าเ้าเหมาะที่จะสืบทอดเสื้อคลุมของข้าต่อไปข้อเท็จจริงนั้นได้พิสูจน์แล้วว่าข้าไม่ได้มองเ้าผิดไป รากฐานการบ่มเพาะ พื้นฐานแม้แต่ทักษะต่างๆ ล้วนสามารถเปลี่ยนแปลงได้แต่ความเข้มแข็งภายในและความภูมิใจที่เ้ามีก็เป็ส่วนหนึ่งของผู้ที่แข็งแกร่งเช่นกัน” หลิ่วหยางอวี่รู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่งเมื่อได้ยินความรู้สึกในใจจากคำพูดของเยี่ยซาง
“สิบสามน้อยเ้ารออะไรอยู่ ทำไมยังไม่ยกน้ำชาอีกเล่า?” กงเสวียนยื่นมือผลักเยี่ยซางออกไปตรงหน้าศิษย์ช่วยงานทั่วไปที่ถือชาอยู่
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งเยี่ยซางจึงหยิบชาคารวะในถาดที่ศิษย์รับใช้ถืออยู่ ก่อนจะเดินไปหาหลิ่วหยางอวี่แล้วคุกเข่าลง“ศิษย์ไม่ได้มีภูมิหลังที่ดีนักทั้งความสามารถก็ยังมีจำกัด แต่ข้าจะทำงานหนัก1 และจะไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวังขอรับ”
“ดี!เ้าเป็ศิษย์คนที่สิบสามและเป็ศิษย์คนสุดท้ายของเปิ่นจั้ว”หลิ่วหยางอวี่รับชาและดื่มรวดเดียว
“ข้าไม่ให้ของตามพิธีรับศิษย์ใดๆแก่เ้า แต่ข้าจะมอบคำสองสามคำแก่เ้า อย่าหลงระเริงกับสิ่งต่างๆอย่าเสียใจกับตัวเอง สิ่งที่คนอื่นมอบให้ไม่ดีเท่ากับสิ่งที่เ้ามีความแข็งแกร่งของเ้าคือความแข็งแกร่งที่แท้จริง”หลิ่วหยางอวี่พยุงเยี่ยซางขึ้นและกล่าว
เมื่อก่อนหลิ่วหยางอวี่มีศิษย์ทั้งหมดสิบสองคนแต่ศิษย์ที่สิบสองของเขาเสียชีวิตั้แ่อายุน้อย เนื่องจากตอนที่ศิษย์คนที่สิบสองของเขาออกไปหาประสบการณ์เขาถูกปิดล้อมโดยสำนักเล็กๆ และต่อสู้จนตัวตาย หลิ่วหยางอวี่โกรธจัดจนไปทำลายสำนักนั้นด้วยตนเองดังนั้นเยี่ยซางจึงเป็อันดับที่สิบสามเหมือนเดิม
“ถังเทียนในอนาคตเ้าจะเรียกเยี่ยซางว่าสิบสามน้อยไม่ได้แล้วต้องเรียกอาจารย์อาสิบสามต่างหาก” กงเสวียนหันกลับมาและตบถังเทียนอีกครั้งเพราะเื่ของเยี่ยซางทำให้ถังเทียนใช้สายตาดูถูกมองมาที่เขาหลายครั้ง
“อาจารย์อาสิบสาม?ข้าต้องเรียกเขาว่าอาจารย์อาสิบสามหรือ?” ถังเทียนพูดตะกุกตะกักการเปลี่ยนแปลงนี้กะทันหันเกินไป เขายังทำใจไม่ได้
“ไร้สาระ!เขาเป็ลูกศิษย์คนที่สิบสามของปรมาจารย์2ของเ้า ศิษย์น้องของอาจารย์ของเ้าเ้าคิดว่าเขาเป็อาจารย์อาสิบสามของเ้าหรือไม่?” กงเสวียนจ้องไปที่ถังเทียน
“อาจารย์อาสิบสาม!”ถังเทียนเรียกอย่างเชื่องช้า ทำให้ฉู่หนิงพยายามกลั้นหัวเราะแต่ในที่สุดก็ถูกจับได้
“แล้วเ้าล่ะ?” ฉู่หนิงปิดบังไม่สำเร็จกงเสวียนตบหลังศีรษะของเขา
ฉู่หนิงทำได้เพียงก้าวไปข้างหน้าเพื่อทักทายเยี่ยซาง
“สิบสามนี่คือตราประจำตัวของเ้า หลังจากนี้เ้าสามารถไปที่หอทรัพยากรไท่เสวียนเพื่อรับเข็มขัดมิติได้”หลิ่วหยางอวี่มอบป้ายหยกที่แสดงถึงตัวตนในฐานะศิษย์ของหุบเขาโอสถให้กับเยี่ยซางก่อนจะบอกให้เขาไปรับของ ป้ายหยกของเยี่ยซางเป็ป้ายหยกสีดำไม่เหมือนของถังเทียนและคนอื่นๆ เพราะสีดำคือศิษย์รุ่นที่สองส่วนสีเขียวคือศิษย์รุ่นที่สาม
คนอื่นๆคารวะอาจารย์โดยการคุกเข่าทั้งสองข้างแต่เยี่ยซางคารวะอาจารย์ด้วยการคุกเข่าเพียงข้างเดียว อีกทั้งคนอื่นๆคารวะรูปปั้นเหล่าปรมาจารย์ แต่เยี่ยซางกลับไม่ได้ทำเช่นนั้น ทว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้หลิ่วหยางอวี่ไม่พอใจนอกจากนี้ยังทำให้เขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับอุปนิสัยของเยี่ยซางเพิ่มขึ้นอีกด้วย
--------------------------------------------------------------------------
1ทำงานหนัก เป็คำพูดที่มีความหมายในแง่ดี หมายถึง พยายามสุดความสามารถหรือพยายามที่จะใช้กำลังของตัวเองเพื่อทำสิ่งต่างๆ ให้ดีที่สุด บางครั้งใช้แทนด้วยพยายามอย่างหนัก เรียนหนัก ทำงานหนัก ตั้งใจทำงาน ทำให้ดีที่สุด
2 ปรมาจารย์ในบริบทนี้หมายถึง อาจารย์ของอาจารย์ โดยทั่วไปคำว่าปรมาจารย์จะเรียกผู้มีพลังที่สูงส่งในระดับหนึ่งแต่บางครั้งก็ใช้เรียกอาจารย์ของอาจารย์ได้เช่นกัน