แสงตะวันยามฤดูใบไม้ผลิสาดส่องเจิดจ้าอวี๋จื่ออวี๋เพลิดเพลินกับการชมความงามอยู่นานสองนาน จนกระทั่งเด็กสาวทั้งสองจากไปเขาก็ยังคงนิ่งเฉย
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังจัดระเบียบกิ่งก้านของตนเอง ให้ดูไม่ต่างจากต้นหลิวอื่นๆ ที่อยู่รายรอบ
หลังจากนั้นไม่นานเมื่อมองเห็นเด็กสาวทั้งสองลับหายไปจากสายตา อวี๋จื่ออวี๋ก็หวนคืนสู่สติสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว แล้วกลับเข้าสู่สภาวะจิตว่างเปล่าอีกครั้ง
สภาวะจิตว่างเปล่านี้เขาค้นพบโดยบังเอิญว่าช่วยให้สามารถกลั่นกรองแต้มวิวัฒนาการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
“ติ๊ง! รับแสงอาทิตย์ แต้มวิวัฒนาการ +0.1 แต้ม”
เสียงอันคมชัดดังขึ้นอวี๋จื่ออวี๋ก็ค่อยๆ ลืมตา
ครู่หนึ่งจิตของเขาพุ่งตรงไปยังแผงสถานะ และได้เห็นแต้มวิวัฒนาการที่สะสมอยู่ในขณะนี้คือ 1แต้ม
เดิมทีมีอยู่0.9แต้ม เมื่อรวมกับ 0.1 แต้มในตอนนี้ รวมกันครบ 1แต้มพอดี
ที่น่าพูดถึงคือตอนนี้กิ่งก้านหลักทั้งห้าสิบกิ่งของอวี๋จื่ออวี๋ได้รับการเสริมแกร่งจนสมบูรณ์แล้ว
เหตุผลที่เขาสะสมแต้มวิวัฒนาการนั่นเพราะว่า้าจะวิวัฒนาการขั้นต่อไป
“ติ๊ง! แน่ใจหรือไม่ว่า จะใช้ 1 แต้มวิวัฒนาการเพื่อเสริมแกร่งรากไม้...”
“ยืนยัน”
อวี๋จื่ออวี๋พยักหน้าเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น
การเสริมแกร่งนี้ต่างจากการเสริมแกร่งกิ่งก้านแต่ละกิ่งที่ใช้เพียง0.1แต้ม การเสริมแกร่งรากไม้กลับต้องใช้แต้มวิวัฒนาการ 1 แต้ม ั้แ่แรกเริ่ม
แต่ก็เป็เื่ที่เข้าใจได้เพราะรากไม้เป็พื้นฐานสำคัญของต้นไม้การเสริมแกร่งรากไม้จึงเป็เื่สำคัญสูงสุด
ความ้าแต้มวิวัฒนาการที่สูงขึ้นจึงเป็ที่เข้าใจได้
ยิ่งไปกว่านั้นอวี๋จื่ออวี๋ยังคาดหวังว่า หลังจากเสริมแกร่งแล้วเขาจะสามารถถอนรากไม้ขึ้นมาจากพื้นดิน และวิ่งไปมาได้เฉกเช่นมนุษย์
หากเป็เช่นนั้นจริงเขาสามารถจินตนาการถึงภาพในอนาคตได้เลยว่า ต้นหลิวต้นหนึ่งมีรากไม้กลายเป็ขาวิ่งอยู่บนพื้นดิน ภาพนั้นคงจะงดงามเกินบรรยาย
ปีศาจต้นไม้หรืออสุรกายพืชดีล่ะ?
เมื่อคิดถึงจุดนี้อวี๋จื่ออวี๋ก็เริ่มครุ่นคิดถึงชื่อเรียกขานของตนในอนาคต
.....
และในขณะนั้นเองอวี๋จื่ออวี๋ก็รู้สึกเ็ปรุนแรงขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ราวกับมีพลังบางอย่างไหลทะลักเข้าสู่รากไม้ของเขาพลังมหาศาลนั้นมากเกินกว่าจะย่อยสลายได้ทันมันได้ทะลวงผ่านการปิดกั้นของรากไม้ของอวี๋จื่ออวี๋เข้ามาแล้ว
เสียง“กร๊อบ!” ลั่นสนั่น ราวกับรากไม้ะเิความเ็ปรุนแรงที่ส่งตรงมาจากใต้พื้นดินทำให้กิ่งก้านนับไม่ถ้วนของอวี๋จื่ออวี๋สั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้และกำลังสั่นเทาด้วยความเ็ป
ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้นคือกิ่งก้านที่ได้รับการเสริมแกร่งเ่าั้โบกสะบัดไปมาอย่างอิสระก่อให้เกิดคลื่นลมพัดกระหน่ำ
ในพริบตาบริเวณรอบๆ ตัวอวี๋จื่ออวี๋ก็กลายเป็เขตหวงห้ามที่สิ่งมีชีวิตไม่ควรเข้าใกล้
มีเพียงรังนกบนยอดไม้เท่านั้นที่ยังคงสงบสุข
แม้ความเ็ปจะเข้าจู่โจมอย่างรุนแรงแต่อวี๋จื่ออวี๋ก็ยังไม่ลืมลูกนกเ่าั้
“เสริมแกร่งรากไม้ รุนแรงขนาดนี้เลยเหรอ?”
ความขมขื่นนี้อวี๋จื่ออวี๋ต้องอดทนฝืนต่อไป
หลังจากนั้นไม่นาน
“ครืน ครืน ครืน...”
พร้อมกับดินใต้ต้นหลิวของอวี๋จื่ออวี๋ที่ยกขึ้นมาพร้อมกันรากไม้สีดำยาวกว่าสิบเมตรก็ปรากฏขึ้น
“โอ้โห...”
เมื่อมองรากไม้ั์สีดำที่เลื้อยคดเคี้ยวราวกับงูั์ภายใต้การควบคุมของเขา มันกลับเคลื่อนไหวได้ราวกับเป็แขนขาอวี๋จื่ออวี๋อดไม่ได้ที่จะตะลึง
นี่คงเป็พลังของแต้มวิวัฒนาการ
ความสามารถที่ทำให้เขาควบคุมรากไม้ได้อย่างอิสระ
แน่นอนว่านี่เป็เพียงรากแขนงไม่ใช่รากแก้ว
รากแก้วของเขายาวยี่สิบถึงสามสิบเมตรกว่าและหยั่งลึกเข้าไปในชั้นหินใต้ดิน
และนี่คือรากฐานชีวิตที่แท้จริงของอวี๋จื่ออวี๋
เพราะเมื่อครู่อวี๋จื่ออวี๋ตั้งใจจะดึงรากแก้วขึ้นมาจากใต้ดินแต่ความเ็ปที่อธิบายไม่ถูกนี้แทบจะทำให้เขาขาดใจตาย
เ็ป…เ็ปเหมือนร่างจะสลาย
เอ่อ...คราวนี้ ไม่ต้องพูดถึงการวิ่งไปบนพื้นดินแล้วอวี๋จื่ออวี๋ถึงกับเลิกคิดที่จะควบคุมรากแก้วไปเลย
ความเ็ปเช่นนั้นต่อให้เจออีกแค่ไม่กี่ครั้ง อวี๋จื่ออวี๋ก็รู้สึกว่าตัวเองต้องไม่รอดแน่
แน่นอนแม้ว่าเขาจะมีพลังที่เหนือกว่าคนทั่วไปแต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่าเขาเป็ต้นไม้ได้
และในฐานะต้นไม้จุดอ่อนที่สุดของเขาคือรากแก้ว
ส่วนอื่นๆเช่น กิ่งก้าน หรือรากแขนง แม้จะหักไปอวี๋จื่ออวี๋ก็ไม่สะทกสะท้าน
แต่รากแก้วนั้นแตกต่างออกไปมันคือจุดตายของอวี๋จื่ออวี๋ ที่ไม่ควรแตะต้องโดยง่าย
เมื่อคิดถึงจุดนี้อวี๋จื่ออวี๋ก็ขับเคลื่อนรากแขนงอื่นๆ โดยไม่รู้ตัว
“ตูม ตูม ตูม...”
พร้อมกับการสั่นะเืของพื้นดินพื้นดินทั้งหมดราวกับมีัดินพลิกตัว
และในส่วนลึกของพื้นดินที่คนทั่วไปมองไม่เห็นอวี๋จื่ออวี๋ได้ควบคุมรากแขนงทั้งแปดให้พันรอบรากแก้วของตนเองอย่างแ่า
นี่คือชีวิต!
ถ้าไม่ปกป้องไว้ให้ดีก็คงไม่ได้
ส่วนรากไม้สีดำที่ยาวที่โผล่พ้นพื้นดินออกมาอวี๋จื่ออวี๋ก็ควบคุมให้มันมุดลงไปใต้ดิน
หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันรากไม้สีดำนี้ก็สามารถใช้เป็อาวุธตอบโต้รุนแรงได้
อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึงเพียงแค่รากแขนงนี้หนากว่ากิ่งก้านหลายเท่า พลังของมันก็สามารถจินตนาการได้
และในขณะนั้นราวกับััได้ถึงบางสิ่ง อวี๋จื่ออวี๋ก็ชะงักไปเล็กน้อย
“แหม ความอยากรู้อยากเห็นเนี่ย ฆ่าคนตายมานักต่อนักแล้วนะ”
เมื่อมองตามสายตาของอวี๋จื่ออวี๋เข้าไปในพุ่มไม้หนาทึบที่ไม่ไกลออกไปกลับมีดวงตาสีแดงเพลิงคู่หนึ่งจ้องมองมายังทิศทางของอวี๋จื่ออวี๋ไม่กะพริบ
อวี๋จื่ออวี๋นิ่งสนิทแสร้งทำเป็ตายสนิท และปล่อยให้กิ่งหลิวจำนวนมากห้อยระย้าลงมา