“อย่างที่สาม แล้วพวกเธอดูลูกสาวปลอมๆ คนนั้น ท่าทางสง่างามโดดเด่น มารยาทเพียบพร้อม เสื้อผ้าสวยงามขับเน้นความงามและรูปร่าง เดินอยู่ข้างคนในครอบครัวเฉียนอย่างมั่นใจ เป็ผู้นำในการสนทนาและดึงลูกสาวแท้เข้ามาร่วมอย่างเอื้อเฟื้อ... ถ้าเอื้อเฟื้อจริงๆ เธอต้องไม่เป็คนพูดนำแต่ต้องให้ผู้ใหญ่พูดต่างหาก เธอเป็ใครถึงมีสิทธิ์ไปแนะนำลูกสาวแท้ๆ ของครอบครัวเฉียนเหรอ อาศัยแค่ความรักความเอ็นดูที่เลี้ยงมาก็หยิ่งยโสขนาดนี้ก็ได้สินะ นี่เท่ากับว่าใช้ความคุ้นเคยและฐานะคนที่อยู่มาก่อนกดดันเด็กอีกคนเท่านั้นแหละ”
แต่ที่ลู่เมิ่งไม่พูดคือท่าทางของลูกสาวปลอมในการกดดันลูกสาวที่แท้จริงอย่างเป็ธรรมชาตินั้น ถ้าไม่ใช่ว่าเป็พร์ในการแสดงก็ต้องเคยทำหลายครั้งโดยไม่ถูกตอบโต้แล้ว
หากเป็พร์ในการแสดง เด็กนั่นก็น่ากลัวนะ
หญิงสาวรอบๆ ตัวลู่เมิ่งคิดพิจารณาตามที่เธอพูด ลองเอาตัวเองไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นแล้วก็รู้สึกอดขนลุกไม่ได้
“จริงด้วย แบบนี้มันทำให้ดูเหมือนเธอเป็ลูกสาวแท้ๆ แล้วอีกคนเป็ลูกสาวบุญธรรมเลย เ้าเล่ห์จริงๆ ถ้าพี่สาวลู่เมิ่งไม่พูดฉันก็คงมองไม่ออก”
“นี่งานเปิดตัวของลูกสาวแท้ๆ ตัวปลอมก็ควรจะหลบไปสิเนอะ ไม่ใช่เสนอหน้าออกมา อยากให้คนอื่นเขาเปรียบเทียบตัวเองกับลูกสาวแท้ๆ ล่ะสินะ”
“เสแสร้งจริงๆ”
หญิงสาวหลายคนรอบตัวพูดคุยกันเองแล้วมองไปที่ลูกสาวปลอมของครอบครัวเฉียนด้วยสายตารังเกียจ ลู่เมิ่งมองคนรอบตัวแล้วส่ายหน้า ตอนนี้เลยดูเหมือนว่าเธอปลุกปั้นสาวๆ เหล่านี้ให้ไม่ชอบลูกสาวปลอมของครอบครัวเฉียนไปซะแล้ว
แต่ก็ยังมีคนไม่เห็นด้วยกับที่เธอพูดอยู่จึงเอ่ยแย้งขึ้นมา
“อาจจะไม่เป็อย่างนั้นก็ได้นะคุณหนูลู่เมิง บางทีเฉียนเยว่เอ๋อร์ไม่ได้เจตนา แต่เป็ความเคยชิน เพราะเธอเป็ไข่มุกในอุ้มมือของครอบครัวเฉียนมาตลอดนี่นา”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ใช่แค่ปัญหาส่วนบุคคลแต่เป็ที่การอบรมด้วยแล้วล่ะ”
“อะไรนะ?”
“ก็ในสถานการณ์อย่างนี้ ผู้ปกครองก็ควรจะกำชับเอาไว้ไม่ใช่เหรอว่าต้องวางตัวยังไงในงานที่เราไม่ใช่ตัวเอก ต่อให้เราประมาทแสดงออกโดดเด่นเกินไป ผู้ปกครองก็ต้องห้ามปรามด้วยใช่ไหม แต่ครอบครัวเฉียนทำอะไรอยู่ล่ะ?”
ถึงจะแนะนำลูกสาวที่แท้จริงให้กับคนอื่นรู้จัก แต่สีหน้าของพ่อแม่แท้ๆ ก็ยังดูไม่ดีนักเพราะความบงพร่องที่เด่นชัดนี้ ในขณะที่เด็กสาวอีกคนที่เลี้ยงมาแสดงออกได้ดีมากรู้สึกได้เชิดหน้าชูตา จะแสดงออกเด่นไปบ้างก็ไม่เป็ไร
อาศัยความโดดเด่นของอีกคนเพื่อกลบเกลื่อนความบกพร่องของอีกคน โดยไม่รู้เลยสักนิดว่ายิ่งคนหนึ่งโดดเด่น ข้อบกพร่องของอีกคนจะยิ่งขยายใหญ่ขึ้น
“คุณหนูลู่เมิ่งก็กล้าวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาจริงๆ” หญิงสาวอีกคนพูดกับลู่เมิ่งด้วยท่าทางไม่เป็มิตรเลย เธอหันไปมองแล้วเลิกคิ้ว
หรือแม่นี่จะเป็เพื่อนกับสาวน้อยเฉียนตัวปลอมคนนั้นกัน?
“ก็ไม่ใช่พวกเธอขอให้ฉันพูดหรอกเหรอ ฉันก็แค่พูดไปตามที่เห็น หรือเธอมีอะไรจะโต้แย้งก็พูดออกมาได้ ขอให้พูดอย่างตรงไปตรงมา หากพูดจาอ้อมค้อมเดี๋ยวฉันจะตีความผิดพลาดได้”
ลู่เมิ่งกอดอกยืนมองด้วยสายตาเ็าไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น
เธอก็เป็คนตรงไปตรงมาอย่างนี้แม้แต่ในยมโลก ไม่เคยไว้หน้าิญญาที่ไหน ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่ตอนมีชีวิตแค่ไหน ตายไปก็ต้องไปต่อแถวเข้าตำหนักยมโลกชดใช้กรรมกันอยู่ดี พวกที่โต้เถียงไม่อยากใช้กรรมเธอก็ปะทะฝีปากมาแล้ว กับแค่เด็กสาวคนหนึ่งมีอะไรต้องให้เธอไว้หน้า
และด้วยการทำงานที่ยมโลกจึงซึมซับกลิ่นอายความตายและความโหดร้ายมาด้วย บรรยากาศรอบตัวยาม้ากดดันข่มขวัญจึงหนาวเย็นและอึดอัดอย่างมาก หญิงสาวรอบๆ ถอยหลังไปคนละก้าวเพราะรู้สึกหายใจไม่ออก ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากออกมา
ไม่คิดว่าพี่สาวลู่เมิ่งที่ดูอ่อนเยาว์คนนี้จะน่ากลัวมากเมื่ออารมณ์ไม่ดี
“มีอะไรกันเหรอ?” เสียงของเฉียนเยว่เอ๋อร์ดังขึ้นขัดบรรยากาศ ลู่เมิ่งผ่อนคลายบรรยากาศอึดอัดลง พอเห็นว่าเป็ใครก็แค่มองด้วยหางตาแล้วก็ไปทางหนิงลี่อย่างเฉยชา
“หนิงลี่ ฉันรู้สึกหิวนิดหน่อย ไปหาอะไรกินกันเถอะ”
“อะ... อื้ม! ไปกันเถอะพี่เมิ่ง”
“พี่สาวลู่เมิ่งไปด้วยสิ!”
มีหญิงสาวอีกสามสี่คนที่เดินตามลู่เมิ่งกับหนิงลี่ไป คนอื่นก็พูดคุยอยู่กับสาวน้อยเฉียนคนนั้นอย่างมีมารยาทและปลีกตัวออกห่าง มีไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังพูดคุยกับเธออย่างสนิทสนมต่อไปได้
เื่ที่ลู่เมิ่งพูดไปก็ถูกเอาไปเล่าต่อในกลุ่มอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะด้วยเจตนาหรือไม่ แต่ทั้งเธอและเฉียนเยว์เอ๋อร์ก็ไม่มีทางญาติดีกันได้แล้ว
“พี่เมิ่งไม่กลัวว่าครอบครัวเฉียนจะมาหาเื่พวกเราเหรอ ยังไงเฉียนกรุ๊ปก็กิจการใหญ่กว่าของเรานะ” หนิงลี่กระซิบอย่างขลาดกลัว หลังจากผ่านเฉียนเยว่เอ๋อร์มา
ถ้าพูดถึงเื่กิจการ ต่อให้รวมของครอบครัวลู่กับครอบครัวหนิงเข้าด้วยกันก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเฉียนกรุ๊ปอยู่ดี
“ถ้าด้วยเื่ของลูกสาวปลอมๆ แล้วครอบครัวเฉียนกล้าลงมือกับเรา ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดอีก ถึงแม้กิจการเราจะสู้เขาไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ย่ำแย่ขนาดนั้น ถ้า้าฟาดฟันกันให้แตกหักคงมีแต่ต้องเจ็บหนักไปด้วยกัน”
ทรัพย์สินและกิจการครอบครัวใช่ว่าลู่เมิ่งไม่เคยเห็นหรือเรียนรู้ คุณพ่อลู่และคุณแม่ลู่ได้ให้ลูกชายลูกสาวเข้าใจเื่นี้มาั้แ่เด็กเพื่อไม่ให้เสียเปรียบคนอื่น และไม่ให้ใช้จ่ายจนเกินตัว แน่นอนว่ายังสอนการใช้อำนาจด้วย
ดังนั้นลู่เมิ่งไม่กลัวการมีเื่
แต่กลัวพ่อแม่ดุ...
สายตาของพ่อลู่กับแม่ลู่ที่มองอย่างตำหนิทำให้ลู่เมิ่งคนเก่งจ๋อยลง
งานเลี้ยงคืนนี้ดูเหมือนจะจบอย่างไม่ค่อยมีความสุข ไม่ว่าจะลูกสาวตัวจริงหรือลูกสาวตัวปลอมก็ทำให้คุณเฉียนและคุณนายเฉียนเสียหน้าทั้งนั้น และครอบครัวลู่ก็ได้รับสายตาอาฆาตแค้นมาจากครอบครัวเฉียนด้วย
โดยเฉพาะพี่ชายเฉียนทั้งสองคนที่จ้องลู่เมิ่งอย่างไม่พอใจเป็พิเศษ ไม่รู้ว่าแค้นเพราะครอบครัวเสียหน้าหรือเพราะน้องสาวปลอมเสียหน้ากันแน่
กลับมาบ้านลู่เมิ่งก็ถูกพ่อแม่ดุอย่างจริงจัง เพราะไปสร้างความไม่พอใจให้คนอื่นด้วยคำพูดที่ไม่ไว้หน้า ท่านทั้งสองกลัวและกังวลว่าจะเกิดเื่ขึ้นกับลูกสาวมากกว่าเื่บริษัท
บริษัทจะเป็ยังไงก็ได้ แต่ลูกสาวที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาพวกเขาทำใจเสียไปอีกครั้งไม่ได้
เพื่อความปลอดภัย ั้แ่นี้ไปลู่เมิ่งจึงต้องมีบอร์ดี้การ์ดไปไหนมาไหนด้วย เห็นเธอตอบรับอย่างไม่อิดออด พ่อลู่กับแม่ลู่ก็วางใจ หันไปปรึกษาลู่เหวินเกี่ยวกับบริษัท
บริษัทของตระกูลลู่นั้นมั่นคงอยู่แล้ว แต่บริษัทใหม่ของลู่เหวินเพิ่งก่อตั้งไม่นาน ถ้าถูกโจมตีจะมีปัญหามากกว่าลู่กรุ๊ป
“พ่อกับแม่ไม่ต้องห่วงเื่บริษัทของผมหรอกครับ ถึงทางตระกูลเฉียนจะมากดดันพวกเราก็ใช่ว่าจะไม่มีทางตอบโต้” ลู่เหวินพูดด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ ท่าทางราวกับาาผู้ชั่วร้าย
“ธุรกิจใหม่ของพี่เหวินเติบโตขนาดสู้กับเฉียนกรุ๊ปได้แล้วเหรอ” ลู่เมิ่งประหลาดใจมาก
“บริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีก็เติบโตเร็วนั่นแหละ” ลู่เหวินหัวเราะ บริษัทของเขาไม่ได้อยู่ในตลาดเดียวกับครอบครัวลู่ที่เป็อุตสาหกรรมอาหาร “ที่จริงผมกับเพื่อนก็เคยคิดแผนล่วงหน้าไว้สำหรับการตอบโต้คนที่้าทำลายธุรกิจของเราแต่ไม่เคยได้ใช้เลย ในเมื่อตระกูลเฉียนจะลงมือทางผมเองก็จะลงมือด้วย”
“แกมั่นใจว่าจะจัดการได้เหรอ” คุณพ่อลู่ขมวดคิ้วอย่างไม่ไว้วางใจ
“ไม่ถึงกับมั่นใจเต็มร้อย แต่ผมจะไม่เสียเปรียบแน่นอน”
“อาเหวิน ้าให้พ่อกับแม่ช่วยไหม?”
“ไม่ต้องหรอกครับ เื่พวกนี้ผมจัดการได้ ถ้าไม่ไหวจริงๆ ผมจะมาซบพ่อกับแม่ให้ช่วย”
“ดูทำเข้า โตขนาดนี้แล้วยังอ้อนอยู่มันไม่ได้ดูน่ารักเหมือนน้องแกทำนะ”
“นี่พ่อว่าผมไม่น่ารักเหรอ โอเค ผมยอมให้น้อง เพราะผมเกิดมาหล่อเหมือนพ่อ”
“หน้าไม่อายจริงๆ”
“อันนี้ก็เหมือนพ่อครับ”
พ่อลู่ “...”
แม่ลู่ “...”
ลู่เมิ่ง “...”
พูดแบบนี้พ่อไม่น่าจะอยากช่วยแล้วนะ
คุณพ่อลู่ทำเป็ไม่ได้ยินที่ลู่เหวินพูดหันมามองทางลู่เมิ่งที่นั่งหน้าไร้เดียงสาดูเชื่อฟังอยู่ใกล้ๆ แล้วเอ่ยถึงเื่ในงานเลี้ยงอีกครั้ง
“เื่ในงานเื่วันนี้เสียมารยาทไปมากจริงๆ หลับไปสามปีก็ลืมมารยาทไปหมดแล้วหรือไง คงต้องให้แม่จ้างครูสอนมารยาทมาที่บ้านของเราบ้างแล้วสินะ”
“ไม่อยากเรียนเลยค่ะ” ลู่เมิ่งหน้าหงอย
“แม่ก็ว่าเมิ่งเมิ่งน่าจะเรียนมารยาทเพิ่มเติม จะได้ไม่ไปพูดอะไรแบบนั้นออกมาตรงๆ อีก ถึงมันจะเป็เื่จริงเราก็ไม่ต้องจำเป็ต้องพูด เราเป็แขก ต่อให้ไม่ชอบแค่ก็ต้องพูดอย่างมีมารยาทและไว้ไมตรีต่อกัน เข้าใจไหม”
“เข้าใจแล้วค่ะ” ลู่เมิ่งพยักหน้ารับอย่างจริงจัง
“เพราะลูกเพิ่งฟื้นพ่อกับแม่ก็ไม่อยากจะเข้มงวดกับลูกนัก แต่ครั้งนี้ทำตัวได้ไม่ดีจริงๆ จะต้องถูกพ่อกับแม่ลงโทษนะ”
“เชิญลงโทษค่ะ”
รู้ตัวว่าผิดไปแล้ว แต่ลู่เมิ่งก็ไม่ได้สำนึกผิดเท่าไหร่
เพราะเธอแค่ผิดมารยาท จึงยอมรับผิดในเื่นี้อย่างง่ายดาย แต่ไม่ได้สำนึกผิดเื่ที่พูดถึงลูกสาวตัวปลอมของครอบครัวเฉียน และทั้งพ่อกับแม่ก็ไม่ได้กล่าวถึงเื่นี้
ดึกมากแล้วลู่เมิ่งก็ขึ้นไปอาบน้ำ ก่อนจะนอนก็ว่าจะเปิดหาข่าวในเวยป๋อดูสักหน่อย แต่วีแชตที่สมัครทิ้งไว้ตั้งนานไม่ได้คุยกับใครกลับมีแจ้งเตือนขึ้นมา
[ไป๋เยี่ยอยากเปลี่ยนงาน ได้ส่งคำขอเพิ่มคุณเป็เพื่อน]
[เฮยอู่ฉางเมืองหลวง ได้ส่งคำขอเพิ่มคุณเป็เพื่อน]
ลู่เมิ่ง “...”
ขยี้ตาอ่านใหม่อีกรอบเพื่อความแน่ใจ
ชื่อแรกอ่านไปยังไม่รู้ว่าใคร ดูเป็คนสมัยใหม่วัยทำงาน แต่ชื่อที่สองชัดเจนมากและเมื่อคำขอปรากฎขึ้นในเวลาห่างกันไม่กี่วินาทีก็ทำให้รู้ด้วยว่าชื่อ ‘ไป๋เยี่ยอยากเปลี่ยนงาน’ นี่คือใคร
ลู่เมิ่งกดยอมรับอย่างไม่ค่อยเต็มใจ ยังไม่ทันได้ทักทายก็มีคำเชิญเข้ากลุ่มเพิ่มขึ้นมา
[ไป๋เยี่ยอยากเปลี่ยนงาน ได้เชิญคุณเข้าร่วมกลุ่ม ‘โรงน้ำชาสะพานไน่เหอ’ เข้าร่วมหรือไม่]
ชื่อกลุ่มก็บ่งบอกว่าสมาชิกมีใครบ้างได้เป็อย่างดี ลู่เมิ่งทำใจอยู่นานก่อนจะกดเข้าร่วม เมื่อชื่อของเธอปรากฏเป็สมาชิกใหม่ในกลุ่ม สมาชิกเดิมก็รีบพิมพ์ขึ้นมาทันที
ไป๋เยี่ยอยากเปลี่ยนงาน: ในที่สุดเสี่ยวเมิ่งของพวกเราก็กลับมา
ตุลาการถง : ยินดีๆ
ตุลาการถง : [ส่งสติ๊กเกอร์จุดพลุ]
หนิ่วโถว : นี่ข้าเองนะ หนิ่วโถว
หม่าเมี่ยน : ข้าหม่าเมี่ยน
หม่าเมี่ยน : [ส่งรูปหนิ่วโถวกินหญ้า.jpg]
หม่าเมี่ยน : อุ๊ย ส่งผิด
หนิ่วโถว : ไอ้หม่าเมี่ยน! @#!$%@#
เฮยอู่ฉางเมืองหลวง : เงียบ...
ตุลาการจู้ : เสี่ยวเมิ่งอยู่ไหน เสี่ยวเมิ่ง!!!
ลู่เสี่ยวเมิ่ง : …
มันจะวุ่นวายเกินไปหน่อยไหม