โมนาเดินออกมาจากบริเวณสระน้ำหลังคฤหาสน์เสียงพูดคุยในห้องรับรองแขกส่งผลให้หยุดเท้า สีหน้าเผือดลงเมื่อได้ฟังบทสนทนาเกี่ยวกับตระกูลของตนเองสองเท้าเลยก้าวเข้าใกล้มากขึ้นเพื่อให้ได้ยินชัด
ซาฟลุกยืนเต็มความสูงเดินไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าต่างดวงตาสีเทาหม่นเหม่อมองโอเอซิสอ้อมกอดแห่งมารดา ราวกับ้าหาที่พักพิงเพื่อคลายเื่ราวที่กำลังวุ่นวายอยู่ในเวลานี้
“ถ้าเดาไม่ผิดมัสสิโม่คง้าอำนาจในมือของเราทั้งหมด...”ซาฟบอกราวกับละเมอ
“ก็ให้มันลองดู ผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ามันจะแน่สักแค่ไหน!”เซ็ทบอกเสียงกร้าวแววตาดุดัน
ไซน์นิ่งงันในหัวสมองเขาครุ่นคิดเื่ราวมากมายแม้แต่เื่ของว่าที่เ้าสาวพี่ชาย
“แล้วเื่คุณหนูโมนาพี่จะทำยังไงหากว่าดีกาลโน่จะต้องล้มลงจริงๆ?”
คำถามนี้เล่นเอาคนถูกถามถึงกับพูดไม่ออกไซน์และเซ็ทมองหน้าพี่ชายแต่กลับไม่มีความรู้สึกใดๆ ปรากฏในใบหน้าคมเข้มเลย มีเพียงสีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่รู้สึกอะไรแต่ใครเลยจะรู้ เวลานี้หัวใจของเขากำลังสั่นระรัวไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย
เขาไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงเวลานี้หัวใจกำลังเต้นไม่เป็จังหวะ เพียงแค่ได้รับรู้ว่า บางที... อาจต้องตัดโมนาออกไปจากชีวิต
โมนายืนน้ำตาอาบแก้มด้วยความอดสู ตระกูลกำลังย่ำแย่มากเพียงนี้เชียวหรือเพราะอะไรทำไมคุณนาสถึงทรยศหักหลังพี่เวน่า ไม่อยากจะเชื่อ ทั้งสีหน้าแววตาของพี่เขยทำราวกับว่ารักพี่สาวมากมายทุกอย่างที่ผู้ชายคนนั้นทำเป็แค่เพียงการแสดงละครตบตาเท่านั้นเหรอ
แล้วเื่ระหว่างเธอกับซาฟเล่าจะเป็เช่นไรต่อเขาคงไม่มีวันยอมรับแน่ หากเธอไม่เหลืออะไร เขาคงทอดทิ้งไม่ยอมให้ความช่วยเหลืออีกแล้ว ไหมพรมในมือหล่นลงกับพื้น มันกำลังกลิ้งไปตามพื้นจนหยุดที่เท้าของใครบางคน
ดวงตาสีเทาหม่นจ้องมองไปยังไหมพรมสีเขียวอ่อนแล้วขมวดคิ้วกวาดตามองไปยังต้นตอของผู้ที่เป็เ้าของแล้วสาวเท้าเดินตามเส้นไหมพรมร่างบอบบางที่ยืนพิงประตูสะอื้นอยู่ ส่งผลให้คนตัวใหญ่ชะงัก ใบหน้าอาบน้ำตาหันมามองดวงตาเบิกกว้างด้วยความใ ไม่คิดว่าเขาจะเดินมาถึงตรงนี้
“ฉะ...ฉันขอโทษคะ!” เธอบอกแล้วตั้งท่าวิ่งหนี
แต่กลับถูกอีกฝ่ายคว้าเอวแล้วรั้งมาแนบชิดร่างบอบบางดิ้นรนสุดกำลัง เธอไม่อยากเข้าใกล้เขาอีกแล้วไม่อยากเผลอใจไปกับความเอื้ออาทรห่วงใย ที่เขาแสร้งทำให้ สุดท้ายก็ถูกเขี่ยทิ้งราวกับผู้หญิงข้างถนนคนหนึ่ง
“ปล่อยฉันนะคะ!” เธอร้องบอก
“จะปล่อยไปได้ยังไงถ้าเราไม่คุยกันให้รู้เื่ก่อน”
“ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับคุณหรอกค่ะฉันเป็แค่ผู้อาศัยเท่านั้น!” เธอตอกกลับด้วยอารมณ์ขุ่นมัน
เสียงปะทะคารมส่งผลให้สองร่างในห้องต้องเดินออกมาพอเห็นสถานการณ์ เลยโบกมืออำลาพี่ชายทันที เพราะดูแล้วพี่ชายคงไม่ยินดีให้คำปรึกษาเื่ไหนแล้วคงต้องจัดการปัญหาหัวใจเสียก่อน
“ฉันบอกให้คุณปล่อยไงคะ!”หญิงสาวเริ่มไม่พอใจ
“ผมไม่ปล่อย”
แทนที่เขาจะยอมปล่อยเธออย่างที่ใจคิดแต่เขากลับช้อนร่างบอบบางไว้ในอ้อมแขนแล้วอุ้มขึ้นชั้นบน แม้พยายามดิ้นรนขัดขืนหรือส่งเสียงร้องมากเพียงใดเขากลับไม่รู้ร้อนหนาว ไม่สนใจใส่ใจในน้ำเสียงเจือด้วยความรวดร้าวเมื่อคิดว่าตนเองจะกลายเป็ผู้หญิงไร้ค่า ไร้ราคา ถูกเมินในที่สุด
เธอถูกวางไว้บนเตียงกว้างโมนาผวาลุกแล้วกระโจนหนีจนสุดขอบเตียง ซาฟกอดอกยืนมอง ดูว่าเธอจะฤทธิ์มากแค่ไหน
“ทำไมคุณถึงไปยืนแอบฟังผมคุยกัน”เขาถามเสียงเข้ม
โมนาเหลือบมองใบหน้าเขาดวงตาสองคนสบกัน แววตาเขามีมนต์บางอย่าง เธอรีบหลบเพราะไม่อยากตกอยู่ในมนต์สะกดหลุบตามองฟูกหนา
“ผมถามได้ยินหรือเปล่า?”เขาย้ำ
“ได้ยินค่ะ”
“แล้วทำไมไม่ตอบ”
“ฉันไม่รู้ว่าจะตอบอะไรคุณนี่คะ”
ริมฝีปากบางสั่นระริกเธอยากร้องไห้ออกมาใจแทบขาด แต่ไม่อยากให้เขาเห็นน้ำตา เพราะอับอาย ตอนนี้พอรู้แล้วเหตุใดซาฟถึงไม่แตะต้องหรือรังแกเธอเหมือนเดิม แค่นี้ทุกอย่างก็กระจ่างแก่ใจ
“ได้ยินทุกเื่ที่ผมคุยกันหรือเปล่า?”ซาฟถามอีกครั้ง
หญิงสาวนิ่งไม่กล้าบอกอะไรไม่ได้ตั้งใจแอบฟัง แค่ได้ยินบางเื่เกี่ยวกับครอบครัว มันเลยส่งผลให้ขาก้าวไม่ออกอย่างไรเธอก็อยากรู้ความเป็ไปของทุกคน
“ผมถามได้ยินไหมโมนา!”เสียงเริ่มดังและกร้าวขึ้น
โมนา...ไม่ควรมารับรู้ถึงสิ่งที่เขาคิด ซึ่งมันตรงข้ามกับความ้าของหัวใจ
“ฉะ...ฉันได้ยินค่ะแต่... ฉันไม่มีอะไรจะบอกคุณทั้งนั้น”
“คุณกำลังกวนผมใช่ไหมหรือคุณได้ยินหมดแล้ว ทุกคำพูด” แววตาสีเทาหม่นทอดมอง สีหน้าเรียบนิ่งดูเยือกเย็น
ใบหน้าเรียวสวยซีดเผือดลงน้ำตาปริ่มขอบตา กลัวจัง... กลัวถูกเขาทอดทิ้งเหลือเกิน สงสารพ่อและทุกคนในตระกูล่เวลาที่อยู่ที่นี่ไม่ได้ช่วยให้เขามีความรู้สึกต่อเธอเลยหรือไร
ร่างสูงใหญ่สาวเท้ามายังเตียงกว้างร่างบอบบางตั้งท่าจะขยับหนี แต่สมองดันสั่งการให้ทำตามที่เขา้าเพื่อช่วยครอบครัว จำต้องหยุดแล้วรอให้ซาฟเข้ามาหาอย่างง่ายดาย
ซาฟนั่งลงข้างหญิงสาวมือเชยคางมนจ้องมองในดวงตาหยาดน้ำตาอีกฝ่ายไหลรินเป็ทาง เท่านี้เขาเองก็ใจสั่นสะท้านให้ทอดทิ้งเธอไปมันไม่ใช่เื่ง่ายอีกต่อไปแล้ว
“หากเวลานี้ผม้าให้คุณนอนกับผมคุณคงทำสินะโมนา...”เขาถามเสียงเบา
ดวงตาเธอเบิกกว้างด้วยความใเขา้าเช่นนั้นจริงหรือเพราะไม่ยอมทอดกายให้เชยชมเขาเลยคิดผลักไสเธอและครอบครัว หรือต้องเป็ของซาฟแล้วทุกอย่างจะจบครอบครัวจะพ้นภัย ถ้าหากยอมให้ตาม้าแล้ว เขาจะเขี่ยเธอทิ้งหรือไม่
“ถ้าคุณ้าแบบนั้นฉัน...ก็จะทำค่ะ” หญิงสาวตอบรับทั้งน้ำตา
ชายหนุ่มปล่อยมือจากคางมนแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ พักนี้เขาเองก็มีแต่เื่เครียดๆเลยไม่ค่อยได้มาดูแลหรือใส่ใจเธอสักเท่าไหร่แต่ไม่เคยลืมใบหน้าหรือท่าทางเหมือนลูกแมวน้อยเลย อุตส่าห์คิดว่าทำงานหนักแล้วอาจช่วยลดความรู้สึกภายในลงไปบ้าง แต่มันกลับตาลปัตรเมื่อเขายิ่งถลำลึกลงกว่าเดิม
คอยแต่คิดถึงเห็นแต่ใบหน้าแคร์ความรู้สึก ห่วงใย รวมถึงความ้าทางกายซึ่งมากมายมหาศาลเขาพยายามข่มกลั้นไม่ให้ตัวเองต้องทำอะไรลงไป เพราะรู้ว่าโมนาไม่เหมือนคนอื่น
“ผมไม่อยากฝืนใจคุณหรอกโมนา...เื่ทุกอย่างที่คุณได้ยิน คุณไม่ควรคิดมากเพราะเวลานี้ผมก็กำลังช่วยพ่อคุณอย่างเต็มที่แล้ว”
“แต่คุณพูดคุยกันว่า...”หญิงสาวอ้ำอึ้ง “จะไม่ช่วยเหลือดีกาลโน่อีก”
“ผมจะทำแบบนั้นได้ยังไงในเมื่อคุณพ่อคุณเองก็เป็พันธมิตรที่ดีกับอัลเล็นโซ่มาตลอด” ซาฟอธิบาย
เธอเงยหน้าขึ้นสบตาน้ำตาคลอคำพูดเขาทำให้เธอใจชื้น ซาฟจริงใจกับเธอแค่ไหนกัน
“คุณพูดจริงเหรอคะ”
“จริงครับ”
รั้งร่างบางเข้ามาโอบกอดไว้เพื่อปลอบประโลมเขาจะตัดใจจากเธอได้ยังไงกัเพียงแค่เห็นน้ำตาหัวใจก็อ่อนยวบลงขนาดนี้แล้วหากต้องเห็นเธอเดินจากไป คงยากทำใจได้