ช่วยด้วย!!
“ใครก็ได้ มาช่วยพวกเราด้วย”
เสียงกรีดร้องแหลมสูงราวกับหมูถูกเชือดก้องสะท้อนไปทั่วหุบเขาเสียงนั้นแฝงไว้ซึ่งความสิ้นหวังและเสียงสะอื้นไห้เหมือนใกล้จะขาดใจ
หน้าผากของพวกเธอแตกเืไหลอาบจนเห็นภาพเบื้องหน้าพร่ามัวไปหมด
เหอชิงเอ๋อร์และเหอหลิงเอ๋อร์ในยามนี้ดูปวกเปียกอ่อนแรงถึงขีดสุด
คงไม่มีนรกขุมใดน่ากลัวเท่านี้อีกแล้ว
พวกเธอยังไม่ทันได้กลับถึงหมู่บ้านทั้งสองก็ััได้ถึงแรงสั่นะเืบนผืนดิน
เมื่อวิ่งไปถึงก้อนหินั์เพื่อมองลงไปหญิงสาวอ่อนวัยทั้งสองก็ถึงกับหน้าซีดเผือดเพราะความใ
ฝูงสัตว์ปีกและสัตว์เดินดินจำนวนมหาศาลกำลังบ้าคลั่ง และกรูเข้ามาทางพวกเธออย่างไม่คิดชีวิต
ไม่รอช้าเหอชิงเอ๋อร์และเหอหลิงเอ๋อร์ต่างก็หันหลังวิ่งหนีเอาชีวิตรอดอย่างไม่คิดชีวิตเช่นกัน
ระหว่างทางก็ล้มลุกคลุกคลานนับครั้งไม่ถ้วน
ร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียวแม้ในยามนี้เรือนร่างปรากฏสู่สายตา แต่พวกเธอไม่อาจเรียกว่า‘น่ามอง’ ได้เลยแม้แต่น้อย
......
และในขณะนั้นเองอวี๋จื่ออวี๋ที่ได้ยินเสียงกรีดร้องอยู่ไม่ไกล จึงชะงักไปเล็กน้อย
“นี่พวกนั้น... หมายหัวฉันอยู่งั้นเหรอ?”
รอยยิ้มเ็าปรากฏขึ้นพร้อมกับกิ่งก้านมากมายของอวี๋จื่ออวี๋ที่เหวี่ยงพลิ้วไหวรุนแรง
ทว่าเขาไม่ได้ให้ความสนใจกับสองร่างที่ดูคุ้นเคยนั้นเลย
เมื่อเทียบกับหญิงสาวสองคนนั้นจิตใจของอวี๋จื่ออวี๋กลับจดจ่ออยู่กับคลื่นสัตว์อสูรตรงหน้าทั้งหมด
ในธรรมชาติผู้อยู่รอดคือผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเท่านั้น
มีเพียงสิ่งที่จะมาคุกคามเขาได้เท่านั้นที่คู่ควรแก่การให้ความสนใจ
ส่วนหญิงสาวสองคนนั้น...
ขอโทษด้วยนะดูท่าทางแล้วพวกเธอก็คงเอาตัวเองไม่รอดเช่นกัน
“ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ...”
กิ่งก้านพลิ้วไหวในอากาศราวกับหนวดปลาหมึกทว่ากลับได้ยินเพียงเสียงฉีกอากาศแ่เบา
และในยามนี้สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริงคือ กิ่งก้านเหล่านี้กำลังยืดออก...เพียงไม่กี่อึดใจ กิ่งก้านที่ตอนแรกมีความยาวเพียงสิบกว่าเมตรก็ยืดออกไปกลายเป็ยี่สิบกว่าเมตรแล้ว
[พร์ประจำตัว: ฟื้นฟูขั้นสุดยอด –พร์อันน่าสะพรึงกลัวเฉพาะตัวของพืชสามารถเร่งความเร็วในการฟื้นฟูได้อย่างมหาศาลแม้ส่วนที่ค่อนข้างเปราะบางอย่างกิ่งก้านจะได้รับความเสียหายพืชก็สามารถฟื้นฟูขึ้นมาได้ในพริบตา ด้วยพลังที่ไหลเวียนอยู่ภายใน]
อย่างไรก็ตามหากใช้พร์ประจำตัวนี้อย่างมีประสิทธิภาพอวี๋จื่ออวี๋ก็จะสามารถกระตุ้นการเติบโตของกิ่งก้านได้อย่างมหาศาลซึ่งมันจะช่วยขยายรัศมีออกล่าและระยะการโจมตีของเขาให้ไปถึงขีดสุด
แน่นอนว่ามันแลกมาด้วยความสามารถในการฟื้นฟูของอวี๋จื่ออวี๋ลดลงชั่วคราว
และบังเอิญว่าอวี๋จื่ออวี๋สามารถแบกรับสิ่งแลกเปลี่ยนนี้ได้และเขาก็ไม่รังเกียจที่จะใช้พร์อันน่าทึ่งนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อขยายระยะการโจมตีของเขาให้ถึงขีดสุด
......
“ฉันยอมรับนะ กับพวกสัตว์บางชนิด ฉันมีเสน่ห์ดึงดูดมากพอตัวเลย”
“แต่นั่นน่ะ ไม่ได้หมายความว่าพวกเศษเดนอย่างแกจะมาหมายตาฉันได้ ว่างั้นไหม?”
อวี๋จื่ออวี๋พึมพำกับตัวเองแล้วยิ้ม
รอยยิ้มแสนเ็าต้นหลิวทั้งต้นสั่นะเื กิ่งก้านโยกไหวต่อเนื่อง
จากนั้นจิตสังหารอันเยียบเย็นก็ค่อยๆ แผ่กระจายออกไป
ทว่าในขณะนั้นเอง ดูเหมือนพวกสัตว์ร้ายจะััได้ถึงอันตราย พวกมันจึงชะงักไปเล็กน้อย
“โฮก...”
“แกว๊ก...”
“ฟ่อ...”
เสียงร้องน่ากลัวหลายเสียงเต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจและความไม่สบายใจ
น่าเสียดายที่สิ่งล่อลวงยากจะต้านทานนั้นได้กลืนกินสัมปชัญญะทั้งหมดของพวกมันไปแล้ว
ดังนั้นแม้จะััได้ถึงอันตราย แต่สัตว์ร้ายเหล่านี้ถูกสัญชาตญาณบดบังไว้จึงยังคงคำรามและกรีดร้อง ก่อนพุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
แต่ในชั่วพริบตานั้นเอง
“ฉัวะ!”
ราวกับสายลมพัดผ่านเงาร่างสีแดงวูบวาบหายไปในชั่วพริบตา
และอีกไม่นาน
“ฉัวะ!”
เสียงเนื้อฉีกขาดดังชัดเจนราวกับผ้าไหมขาดสะบั้นเืพุ่งกระฉูดขึ้นสู่ท้องฟ้า
ในเวลาเดียวกันจิ้งจอกแดงตัวหนึ่งที่ใหญ่พอๆ กับลูกวัว ขนสีแดงปลิวไสวราวกับอาบเปลวเพลิงได้ปรากฏตัวขึ้นข้างศพหมูป่าอย่างเงียบเชียบ
มันเลียเืบนกรงเล็บแหลมคมของมันอย่างเชื่องช้าเงยหน้าขึ้น แล้วร่างกายของมันโก่งเหมือนคันธนูอีกครั้ง
และการล่ารอบใหม่กำลังรอนางอยู่...
......
“แกว๊ก แกว๊ก แกว๊ก...”
เสียงหวีดร้องแหลมสูงฝ่าทะลุก้อนเมฆลงมา
จากบนท้องฟ้าเส้นแสงที่ดิ่งลงมาทีละเส้นร่วงหล่นลงมาอย่างต่อเนื่อง
“ปัง ปัง ปัง...”
แม้จะไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดแต่ความเร็วเทียบเท่ารถไฟความเร็วสูงก็มอบพลังทำลายล้างที่เทียบไม่ติดให้เหยี่ยวเพเรกริน
แทบจะในพริบตาสัตว์ร้ายแปดตัวก็ถูกพวกมันเจาะทะลุร่าง ทิ้งรูขนาดเท่าชามเอาไว้
แน่นอนว่า‘ะุดิ่งเวหา’ ก็มีผลข้างเคียงอยู่บ้าง
แต่หากอยู่ในขีดจำกัดที่เหยี่ยวเพเรกรินเหล่านี้รับไหว‘ะุดิ่งเวหา’ ของพวกมันก็เพียงพอที่จะกลายเป็อาวุธที่ร้ายกาจที่สุด
ไม่มีสัตว์ร้ายตัวไหนสามารถต้านทานการโจมตีได้แม้แต่ครั้งเดียว
หากมีพวกเหยี่ยวก็จะพุ่งทะลวงร่างด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิม จนกว่า‘ท่านเทพต้นไม้’ ของพวกมันจะไม่ถูกคุกคามอีกต่อไป
นกนักล่าผู้จงรักภักดีนั้นไม่ได้แค่คิดเช่นนั้น
หากจำเป็พวกมันก็ไม่เสียดายหากต้องสละทุกสิ่งทุกอย่าง
ดีดี...
อวี๋จื่ออวี๋ชื่นชมอยู่ในใจอย่างต่อเนื่องแต่ไม่ได้พูดออกมา
แน่นอนว่าสัตว์บางชนิดก็คู่ควรกับการเลี้ยงดู
เมื่อคิดได้เช่นนั้นกิ่งก้านมากมายของเขาก็พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า
จากนั้น...
“ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ...”
ราวกับห่าฝนกิ่งก้านนับไม่ถ้วนพุ่งลงมาจากท้องฟ้าในทันที
“ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ...”
เสียงเจาะทะลุดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าเืสาดกระจาย
ในเวลาเดียวกันเสียงแจ้งเตือนจากระบบอันเย็นเยียบก็ดังขึ้นข้างหูของอวี๋จื่ออวี๋
“ติ๊ง! คุณสังหารนกกระจอกหนึ่งตัว ได้รับแต้มวิวัฒนาการ +0.1 แต้ม”
“ติ๊ง! คุณสังหารผึ้งหนึ่งตัว ได้รับแต้มวิวัฒนาการ +0.1 แต้ม”
“ติ๊ง! คุณสังหารนกกระจอกกลายพันธุ์หนึ่งตัว ได้รับแต้มวิวัฒนาการ +1แต้ม”