ตอนที่9
นึกถึงอีกครั้ง
หลังจากที่แป้งมาทำงานที่บริษัทของทิมก็ผ่านมาเดือนกว่าแล้ว การทำงานราบรื่นอย่างเหลือเชื่อแป้งเริ่มสนิทกับคนที่ทำงานอย่างพี่เกศและโจเพราะทั้งสองคนจะอยู่ที่ออฟฟิศเป็ประจำโจจะออกไปข้างนอกกับทิมบ้างแค่อาทิตย์ละครั้งหรือสองครั้งเท่านั้นซึ่งส่วนใหญ่จะเป็วันที่มีบอลเตะ ทีมชาติ สโมสรหรืองานการกุศลที่มีดารารับเชิญไปร่วมด้วย ทิมรับงานนอกค่อนข้างเยอะเพราะเป็อินฟลูที่หน้าตาดี ร้องเพลงเก่ง ทำให้มีคนเชิญไปออกงานต่างๆบ่อยซึ่งถ้าเป็ออกงานนอก โจก็ไม่จำเป็ต้องไป ทิมจะไปกับเก๋แค่สองคนพอมีเวลาว่างโจจะมาชวนแป้งคุยตลอด
ั้แ่วันที่ทิมเห็นโจคุยกับแป้งในครัวอย่างสนิทสนมเขาก็เริ่มเข้าออฟฟิศบ่อยขึ้น ทั้งที่เมื่อก่อนพอเลิกงานแล้วจะกลับบ้านทันทีเช่นวันนี้ที่มีคิวไปรายการวิทยุ่บ่ายโมงหลังเสร็จงานเขาก็บอกเก๋ว่าจะไปที่ออฟฟิศทันที
เก๋ : จะกลับไปออฟฟิศเหรอ?
ทิม : อืม..อยากกลับไปทำอะไรนิดหน่อย
เก๋ : อะไรที่ว่านั่นคืออะไรล่ะคะ?
ทิม : ต้องบอกพี่เก๋ทุกเื่ขนาดนั้นเลยเหรอครับเนี้ย (พูดแหย่เก๋)
เก๋ : จะไปคอยเฝ้าใครรึเปล่าคะ?
ทิม : (ทำท่าในิดหน่อย) เฝ้าอะไรกันครับ พี่เก๋ก็พูดไปเรื่อย(รีบเดินหนี)
เก๋ : (หัวเราะ) ทิมมองง่ายจะตาย ก่อนหน้านี้ยังเห็นปิ๊งนิด้าอยู่เลยพอเห็นนิด้าเดินผ่านนิตัวเกร็งไปหมด ตอนนี้ไม่มีนิด้าในหัวใจแล้วเหรอคะไม่เห็นพูดถึงเลย
ทิม : (ถอนหายใจและไม่ตอบคำถามนั้น) พี่เก๋กลับก่อนก็ได้นะครับเดี๋ยวผมกลับออฟฟิศ อยากกลับไปนั่งดูคลิปที่ลงหน่อยปล่อยให้โจทำไม่ได้เช็คมาหลายไฟล์แล้ว
เก๋ยิ้มนิดหน่อยก่อนรับคำและขับรถของเธอกลับบ้านไปเพราะทิมเลือกที่จะไม่ตอบ เหมือนหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา เธอมองออกแทบจะทุกอย่างรู้ว่าทิมคิดอะไร แต่ก็ได้แต่ตั้งคำถามเพราะทิมไม่เปิดโอกาสให้เธอได้แนะนำหรือช่วยเลยแม้สักครั้ง
กลับมาถึงออฟฟิศ ทิมก็ขึ้นไปที่ชั้น2 เลยทันที เพื่อดูว่าทุกคนยังทำงานอยู่ไหมแล้วก็เห็นโจมานั่งคุยกับแป้งที่โต๊ะและหัวเราะอะไรบางอย่างอยู่พอกำลังจะเดินเข้าไปหา เกศก็เรียกขึ้นมาก่อน
เกศ : อ่าวทิม ทำไมเข้ามาอีกหล่ะ 3 โมงกว่าแล้ว นึกว่าจะกลับบ้านเลย
ทิม : (หันไปมองแป้งที่นั่งอยู่กับโจ) ก็มีเื่ต้องทำนิดหน่อย
ทิมเดินไปที่โต๊ะทำงานของแป้งที่โจนั่งอยู่ข้างๆ เพื่อดูว่าทั้งคู่กำลังขำอะไรกันมีคนเอาภาพในรายการที่ทิมไปออก เป็่ที่ทิมกำลังนั่งหาวอยู่หลังพิธีกร คนแคปภาพและเอามาแซวในเพจแป้งกับโจเห็นเลยนั่งขำกัน
ทิม : ขำอะไรกันขนาดนั้น แล้วโจ..ไม่มีอะไรทำงั้นเหรอเสร็จแล้วเหรองานที่ให้ทำ (จ้องตาเขม็ง
แป้งกับโจที่รู้สึกเหมือนกำลังโดนดุก็รีบแยกย้ายกันทำงานทันที พอเห็นว่าโจเดินไปนั่งทำงานต่อแล้วทิมก็เดินเข้าห้องโจที่รู้สึกว่าทิมเหวี่ยงเขามากกว่าปกติก็เดินไปหาพี่เกศ
โจ : พี่ทิมเหวี่ยงอะไรผมขนาดนั้นเนี้ย
เกศ : ก็แกไปยุ่งกับของเขาทำไมล่ะ....
ทิมรับโทรศัพท์ในห้อง แล้วสักพักทิมก็ทำหน้าตื่นเดินออกมา
“รถพี่เก๋ถูกชน”
ทุกคนใและรีบกรูเข้ามาหาทิม
เกศ : หา...แล้วเก๋เป็ไงบ้าง (ใมาก)
ทิม : ยังไม่รู้รายละเอียดมากเลยเดี๋ยวผมจะไปหาพี่เก๋ที่โรงพยาบาลหน่อย
เกศ : โอเค พี่ไปด้วย....
“อุบัติเหตุ.......อุบัติเหตุงั้นเหรอ......รถชน.....เหมือนเคยเจอเื่แบบนี้มาก่อนเลย”
..................................
แป้ง!
แป้งลืมตาขึ้นอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ที่โรงพยาบาล มีทิม โจ และเกศนั่งเฝ้าอยู่ใกล้ๆ สักพักน้าแพรก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่ดูใอย่างมาก
น้าแพร : ตื่นแล้วเหรอ ค่อยยังชั่วหน่อยเดี๋ยวก็ได้กลับบ้านแล้วไม่เป็ไรนะ
แป้งจำไม่ได้ว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น จึงพยายามนึกว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงพอเธอเริ่มขมวดคิ้วแพรก็รู้ทันทีว่าเธอกำลังพยายามนึก จึงได้รีบพูดเื่อื่นขึ้นมา
น้าแพร : นิ เดี๋ยวเสร็จแล้วไปหาอะไรกินกันมั้ย นานๆจะได้อยู่พร้อมหน้ากัน
ทิมกับเกศที่รู้เื่อาการของแป้งจึงได้พูดเสริมและเปลี่ยนเื่คุยทันที โจที่ไม่รู้ว่าแป้งมีปัญหาเกี่ยวกับสมอง ก็ได้ทำหน้างงว่าจู่ๆพวกเขาพูดถึงเื่หมูกระทะกันทำไม พอกำลังจะเอ่ยปากถามก็โดนเกศเอามือปิดปากไว้และกระซิบเบาๆ “เออ-ออไปก่อน”
หลังจากหมอตรวจอาการเสร็จก็บอกให้แป้งนอนพักหนึ่งคืนทั้ง 3 คนจึงขอตัวกลับ และแวะไปเยี่ยมเก๋ที่อยู่อีกห้องพอเดินออกจากห้องมาโจก็ถามทันที
โจ : พี่แป้งเป็อะไรเหรอพี่เกศ
เกศ : น้าแพรเล่าว่าเคยประสบอุบัติเหตุ ถ้าพยายามนึกอะไรจะปวดหัวสงสัยได้ยินคำว่าอุบัติเหตุเลยพยายามนึกถึงตัวเองตอนนั้นล่ะมั้ง เลยสลบไป
โจ : แบบนี้นิเอง ผมใหมดเลยจะมาเยี่ยมพี่เก๋เลยกลายเป็ได้ของแถมเป็แป้งไปด้วยเลยแล้วแบบนี้จะไม่เป็อันตรายใช่ไหมครับ ถ้าเกิดใช้สมองนึกงานจะเป็ยังไง
เกศ : เท่าที่ฟังมาเหมือนว่าถ้าเป็เื่หลังจากอุบัติเหตุก็ไม่มีปัญหานะดูจากที่ทำงานมาแล้วพี่ว่าเขาความจำดีกว่าคนทั่วไปอีก
โจ : พี่ทิมก็รู้เื่นี้ด้วยเหรอครับ
เกศ : นั่นสิ พี่ก็สงสัยนะ ทิมรู้ด้วยเหรอ?
ทิม : เปล่าครับ ก็แค่ตามน้ำไปเท่านั้นดูจากอาการน้าแพรบวกกับสิ่งที่เกิดขึ้นก็คิดว่าน่าจะมีอะไร
เกศ : ทิมคงไม่ไล่แป้งออกเพราะเื่นี้หรอกนะ พี่สงสารน่ะ
ทิม : จะไล่ออกทำไมล่ะครับ ก็ไม่ได้มีปัญหาในการทำงานอะไรถ้าเขาไม่ไหวจริงๆ ก็คงรู้ตัวและออกเองแหละครับ ไม่ต้องกลัวหรอกผมก็ไม่ใช่คนใจร้ายอะไร
หลังจากเยี่ยมเก๋เสร็จก็พากันกลับเก๋ไม่เป็อะไรมากแค่หัวแตก แต่ก็จำเป็ต้องพัก แถมรถยังพังอีก ทำให้ทิมเริ่มหนักใจว่าจะให้ใครมาช่วยงานใน่ที่พี่เก๋รักษาตัวส่วนโจกับเกศที่คอยสังเกตทิมั้แ่แรก ก็รู้สึกว่าเขาปิดบังบางอย่างไว้ ทั้งคู่รู้สึกว่าทิมรู้จักแป้งดีเกินกว่าคนที่เพิ่งพบกันพวกเขามีอะไรกันมาก่อนงั้นหรือ แล้วทำไมทิมต้องปิดมันไว้เป็ความลับแบบนี้ด้วย
โจ : พี่ทิมต้องรู้จักพี่แป้งมาก่อนแน่เลยทำไมต้องบอกว่าไม่รู้จักด้วย
เกศ : ความรักก็แบบนี้แหละ ซับซ้อนและเข้าใจยาก อย่าไปอยากรู้เื่ของเขาเลย ถึงวันที่เก็บไว้จนล้นอกเมื่อไหร่ก็คงจะพูดออกมาเองนั่นแหละ
วันถัดมาแป้งออกจากโรงพยาบาลแพรไปรับั้แ่เช้า แป้งนั่งอยู่บนเตียงและพยายามทำสมาธิ “ไม่นึก ไม่คิด ไม่สนใจ”พูดแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาเพื่อเตือนตัวเองให้ไม่นึกถึงเื่เก่าๆที่จะทำให้เกิดปัญหากับสมองได้อีก หลังจากขึ้นรถเพื่อกลับไปพักผ่อนต่อที่บ้านน้าแพรก็พูดบางอย่างขึ้นมา
น้าแพร : ออกจากงานมั้ย......
แป้ง : เอ๊ะ! ทำไมล่ะคะ?
น้าแพร : เปล่าหรอก กลัวว่าจะเกิดปัญหาอีก
แป้ง : สัญญาค่ะว่าจะไม่พยายามนึกอีก ให้แป้งทำงานนะคะ
แพรรู้ว่าแป้งอยากทำงานและอยากมีเพื่อนซึ่งเธอเข้าใจความรู้สึกของหลานทุกอย่าง แต่ว่าเธอไม่สามารถวางใจได้เลยเพราะทิมคนนั้น ถ้าเขาไม่ได้เป็แค่คนรู้จักหรือคนที่เรียนที่เดียวกันกับแป้งหากเป็คนที่พิเศษมากกว่านั้นจะทำอย่างไร จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีบางอย่างทำให้แป้งรู้สึกคุ้นและกลับไปคิดถึง่เวลาเก่าๆนั้นอีก หากเธอต้องนึกถึงเื่ราวพวกนั้นอีกครั้ง จะเป็อย่างไร?
น้าแพร : ที่ไม่อยากออกไม่ใช่เพราะทิมหรอกใช่มั้ย ชอบเขางั้นเหรอ?
แป้ง : (สะดุ้งเล็กน้อย) ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ ...ก็แค่....รู้สึกแปลกๆด้วยเท่านั้น
น้าแพร : แปลกยังไง?
แป้ง :ครั้งแรกที่เจอกันความรู้สึกมันเหมือนกับได้เจอคนที่คิดถึงมานาน มันทั้งดีใจตื้นตัน และโหยหา บอกไม่ถูกเหมือนกัน
สิ่งที่แป้งพูดยิ่งช่วยยืนยันความคิดของแพรที่ว่าทิมไม่ใช่แค่คนรู้จักทั่วไปแพรรู้สึกว่าแป้งคงมีความหลังที่ลืมไม่ลงกับทิมอยู่ และถึงตอนนี้เธอก็ยังคงรู้สึกแบบเดียวกับตอนนั้น
“ถึงสมองจะจำไม่ได้ แต่หัวใจยังคงไม่ลืมสินะ”