ทิวไทมองไปที่ชายหาด ข้าวขวัญกำลังเดินจากชายหาดขึ้นมาที่บ้าน พระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว ไข่นุ้ยและเพื่อนๆ วิ่งตามหญิงสาวขึ้นจากหาดมาเป็พรวน แต่ข้าวขวัญไม่ได้ตรงมาที่ใต้ถุนบ้านและเดินมาหาเขา เธอเดินเลยขึ้นไปยังชั้นบนของบ้านด้วยน้ำตาที่นองหน้า ทิวไทรีบผุดลุกขึ้นยืนทันที
"ไอ้นุ้ย เกิดอะไรขึ้น?"
ทิวไทลุกขึ้นแล้วรีบถามไข่นุ้ยที่วิ่งตามข้าวขวัญมาอย่างกระหืดกระหอบ
"พี่ทิว...พี่ข้าว...พี่ข้าว...พี่ข้าว...ดูมือถือของบิวแล้วร้องไห้ใหญ่เลย"
ไข่นุ้ยหน้าซีดเพราะตัวเองก็รู้เื่ทั้งหมด แต่พลาดลืมบอกเพื่อนไป ไข่นุ้ยเองไม่คิดว่าข้าวขวัญจะยืมมือถือของเพื่อนตัวเองมาเพื่อดูข่าว
ทิวไทรีบเดินตามข้าวขวัญขึ้นห้องไปในขณะที่นางทองกรเดินออกมาด้านนอกเพราะได้ยินเสียงโวยวาย
"มีอะไรกันไอ้นุ้ย?"
นางทองกรถามไข่นุ้ยด้วยน้ำเสียงร้อนรนเมื่อเห็นทิวไทวิ่งตามข้าวขวัญขึ้นไปข้างบน แล้วไข่นุ้ยก็เล่าเื่ทั้งหมดให้นางทองกรฟัง
~~~
ทิวไทเปิดประตูเข้าไปในห้อง เห็นข้าวขวัญนั่งร้องไห้อยู่เงียบ ๆ หญิงสาวพยายามเช็ดน้ำตาที่ไหลลงมาไม่หยุด เธอไม่น่าขอโทรศัพท์ของเพื่อนไข่นุ้ยดูเลย เพราะหลายวันที่ผ่านมา ข้าวขวัญเองก็พอที่จะคาดเดาสถานการณ์ได้ว่า ที่บิดาของตัวเองถูกไล่ล่าจากตำารวจนั้นคงไม่ใช่เื่ที่ดีนัก แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะเป็เื่ใหญ่โตระดับประเทศ พ่อของเธอเรียกได้ว่าเป็พ่อค้ายาเสพติดรายต้นๆของประเทศที่ตำรวจตามสืบมานานเพราะมีอาชีพอื่นบังหน้าและค่อนข้างมีหน้ามีตาในสังคม
"คุณข้าว"
นายทิวมานั่งอยู่ข้างๆหญิงสาว ข้าวขวัญหันมาถามทิวไททั้งน้ำตา
"นายเป็ใครกันแน่ นายทิว นายคงไม่ใช่แอดมินธรรมดาๆของพ่อฉันอย่างที่นายบอกใช่ไหม? นายก็เป็..."
"คุณข้าวอย่าเพิ่งคิดอะไรตอนนี้ได้ไหม?"
"ไม่ได้ ฉันเห็นจากในโทรศัพท์นั่นหมดแล้ว ฉันก็รู้ว่าเื่มันอาจจะไม่ค่อยดี แต่ฉันไม่คิดเลยว่า... มันจะแย่ขนาดนี้"
ข้าวขวัญปล่อยโฮ ทิวไทพยายามดึงเธอเข้ามากอด แต่เธอก็สะบัดหนี จนเขาต้องออกแรงดึงให้ร่างของข้าวขวัญมาซบอยู่ที่อก ทิวไทอยากจะกอดปลอบใจเพราะในตอนนี้ ข้าวขวัญคงจะรู้สึกมากกว่าคำว่าไม่มีใครเสียอีก มันเหมือนโลกถล่มอยู่ตรงหน้ามากกว่า
"แล้วตอนนี้พ่ออยู่ที่ไหน? ฉันอยากคุยกับพ่อ"
ข้าวขวัญถามพร้อมกับสะอึกสะอื้น แต่ทิวไทส่ายศีรษะ
"ผมไม่รู้"
"นายจะไม่รู้ได้ยังไง พ่อจะไม่บอกนายเลยหรือไงว่าพ่ออยู่ไหน นายโกหก นายทิว ไหนว่าให้ฉันเชื่อใจนาย แล้วนายก็จะไม่ทิ้งฉัน นายต้องบอกได้สิว่าพ่ออยู่ไหน นายบอกมาเดี๋ยวนี้นะ"
สองมือเล็กๆทุบรัวไปที่อกแกร่งของชายหนุ่ม เขาไม่เจ็บเลยสักนิด เพราะเขาเ็ปที่หัวใจมากกว่า ใบหน้าสวยนองน้ำตาของข้าวขวัญนั้นมันทำให้เขาใจสลาย แววตาที่เ็ปอย่างที่สุดของลูกสาวที่มีพ่อเป็ทั้งโลกของเธอ แล้วจู่ๆ พ่อก็ได้กลายเป็พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ทางการ้าตัวที่สุดในตอนนี้
"ถ้าอย่างนั้น นายก็ต้องเล่ามาให้หมด ว่าเื่ทั้งหมดนั้นเป็ยังไง"
"ก็อย่างที่คุณเห็นในข่าวนั้นแหละ แต่ตอนนี้ผมไม่รู้จริงๆว่าเสี่ยอยู่ที่ไหน เพราะครั้งสุดท้ายที่เราคุยกัน เสี่ยบอกว่าจะหนีไปจากเซฟเฮาส์เพราะตำรวจรู้ที่ซ่อน แล้วหลังจากนั้นเราก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย"
"ถ้าอย่างนั้นนายก็โทรไปสิ ฉันจะคุยกับพ่อ ฉันอยากจะไปหาพ่อ"
"ผมโทรแล้ว เสี่ยเลิกใช้เบอร์นั้นไปแล้ว มันโทรไม่ติด"
"ไม่จริง นายเอาโทรศัพท์มานะ"
ข้าวขวัญแย่งโทรศัพท์จากทิวไทแต่เขาไม่ให้ เขาไม่ได้กลัวว่าข้าวขวัญจะเจอเบอร์เสี่ยขจรศักดิ์หรอกนะ เพราะเสี่ยเปลี่ยนเบอร์ไปแล้วจริงๆ แต่เขากลัวว่าข้าวขวัญจะเห็นความลับของเขาต่างหาก
"ไม่ได้คุณข้าว ผมว่าคุณสงบสติอารมณ์ก่อนดีกว่านะ"
ทิวไทพยายามจับสองข้อมือของข้าวขวัญไว้ เพราะเธอพยายามจะล้วงเอาโทรศัพท์ที่เสียบอยู่ที่กระเป๋ากางเกงด้านหลังของเขา
"ไม่ ฉันจะคุยกับพ่อ นายโกหก ฉันรู้ว่านายมีเบอร์ของพ่อ เอาโทรศัพท์มานะ ปล่อยฉัน ปล่อยนะนายทิว..."
"คุณข้าว ไม่เอาน่า คุณข้าวเชื่อผมสิ ผมไม่มีเบอร์เสี่ยแล้ว เสี่ยเปลี่ยนเบอร์ไปแล้ว"
"ถ้าเปลี่ยนจริงแล้วทำไมถึงกลัวว่าฉันจะเห็นโทรศัพท์นายหล่ะ นายโกหก..."
"ผมไม่ได้โกหก"
"ฉันไม่เชื่อ"
"คุณข้าว! หยุดก่อน อย่าทำแบบนี้"
"ไม่ เอาโทรศัพท์มานะ"
พูดไม่ฟังกันเลย แม้ว่าทิวไทจะจับสองข้อมือเรียวเล็กนั้นไว้ได้แต่หญิงสาวก็ยังไม่ยอมหยุดที่จะแย่งโทรศัพท์ของเขา เขาไม่อยากจะทำเล้ยยย แต่เขาก็ต้องปราบเด็กดื้อ...ข้าวขวัญคือเด็กดื้อของเขาที่เขาอยากจะปราบไปทั้งชีวิต
ทิวไทปล่อยข้อมือของหญิงสาวให้เป็อิสระ แล้วสองมือของชายหนุ่มก็เข้าประคองใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาแทน ชายหนุ่มบรรจงจูบอย่างตั้งใจ ข้าวขวัญไม่มีสิทธิ์หนีเพราะถูกประคองใบหน้าไว้
"อื้ออ! อือ!"
ข้าวขวัญดิ้นอึกอักในตอนแรก แต่พอรู้ว่าทิวไทจูบปลอบเธอและอยากจะให้เธอสงบสติอารมณ์ เธอก็เลยนิ่งให้เขาจูบ ร่างใหญ่ขยับเบียดชิด ชายหนุ่มถอนจูบออกมาสบสายตากับเธอก่อนจะก้มลงไปจูบอีกราวกับถูกมนต์สะกด
"อืออ! นายทิว"
ข้าวขวัญดันสองไหล่ของทิวไทออก แล้วก้มหน้านิ่ง เธอคิดว่าตอนนี้เธอคงหน้าแดงหูแดงไปหมดแล้ว เพราะครั้งนี้เขาจูบเธอนานที่สุด แถมยังบรรจงตั้งใจจูบจนเธอเขินจนน่าจะเลิกโกรธเขาแล้ว
"พอแล้ว นายทิว ฉันหายใจไม่ออก"
"ผมอยากจะจูบจนคุณหายโกรธผมเลย คุณหายโกรธผมได้มั้ย?"
ทิวไทถามคนที่อยู่ในอ้อมกอด เขายังกอดเธอไว้เพราะอยากจะปลอบใจ ส่วนหญิงสาวก็ซุกอยู่กับอกแกร่งของเขา
"ฉันไม่ได้โกรธนายสักหน่อย ฉันแค่อยากได้โทรศัพท์"
"เชื่อผมนะ ว่าเสี่ยไม่ได้ใช้เบอร์เดิมแล้ว ตอนนี้เราขาดการติดต่อจากเสี่ย เราทำได้แค่รอ เพราะเสี่ยบอกว่าถ้าทุกอย่างเรียบร้อย เสี่ยจะให้ผมเอาคุณไปส่งให้เสี่ย"
ข้าวขวัญนิ่งฟังเงียบๆ ถ้าถึงตอนนั้นก็แสดงว่าทุกคนก็จะหนีพ้นตำรวจไปได้ รวมทั้งนายทิวด้วย
"เมื่อไหร่?"
"ผมไม่รู้เลย ผมบอกคุณไม่ได้จริงๆ"
"ฉันอยากไปหาพ่อ จริงๆนะนายทิว ฉันเป็ห่วงพ่อ อยากอยู่ใกล้ๆพ่อ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม"
ข้าวขวัญเหลือบิดาอยู่เพียงคนเดียวในโลกนี้ ไม่ว่าจะดีจะเลวยังไง เธอก็ไม่อยากจะให้เขาเป็อันตรายไป เธออยากจะอยู่ตรงนั้นเพื่อจะได้มั่นใจว่าบิดาของเธอจะปลอดภัย
ส่วนทิวไทนั้น เขาไม่อยากจะให้ข้าวขวัญอยู่ใกล้เสี่ยขจรศักดิ์เลยในตอนนี้ เพราะอาจจะเป็อันตรายได้ หนีได้หนึ่งครั้ง ตำรวจยิ่งเพิ่มมาตรการการจับกุมให้เข้มงวดขึ้น การต่อสู้กับตำรวจนั้นยิ่งทำให้ตำรวจลงมือรุนแรงกับคนร้ายได้เหมือนกัน เขาอยากจะจับเสี่ยขจรศักดิ์ได้โดยละม่อมมากกว่า แต่ดูแล้ว หนทางไม่น่าจะเป็ไปได้
"คุณข้าว ผมจะพาคุณไปหาเสี่ยแน่นอน แต่ผมจะต้องมั่นใจว่า คุณจะต้องปลอดภัยก่อน"
"เป็ไปไม่ได้หรอกนายทิว ถ้าฉันอยู่กับพ่อ ไม่มีวันที่ฉันจะปลอดภัย นายก็รู้นี่"
"เป็อันว่าเื่นั้นให้ผมจัดการ คุณต้องได้เจอคุณพ่อของคุณแน่นอน"
"แต่ไม่ว่าฉันจะได้เจอพ่อตอนนี้เลยหรือตอนไหน ฉันว่าก็ไม่ต่างกันนะ"
"คุณกำลังดื้อกับผมนะ คุณข้าว"
"ฉันไม่ได้ดื้อ นายลองคิดดูดีๆสิว่าจริงมั้ย นายรีบพาฉันไปหาพ่อเสียก็สิ้นเื่ นะนายทิวนะ"
"ผมคิดมาอย่างดีแล้ว ผมแค่ขอให้คุณเชื่อผม แล้วอีกอย่างนะคุณข้าว ผมไม่รู้จริงๆว่าตอนนี้เสี่ยอยู่ที่ไหน"
หน้าตาของข้าวขวัญนั้นไม่ได้บอกเลยว่า เธอจะเชื่อเขาสักนิดจนทิวไทต้องถอนใจ
"เชื่อผมเถอะ ผมไม่โกหกคุณหรอก ผมจะโกหกคุณไปทำไม ยิ่งคุณได้เจอพ่อเร็วเท่าไหร่ผมก็ยิ่งจะโล่งใจมากเท่านั้น"
พลาดแล้วไอ้ทิว คุณข้าวหน้าเสียไปเลย
"ฉันคงเป็ภาระนายมากสินะ"
"มะ ไม่เลย คุณข้าว ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้นสักหน่อย ผมหมายความว่า..."
"นายไม่ต้องพูดแล้ว ช่างมันเถอะ"
ข้าวขวัญกับน้ำเสียงและสีหน้าที่เรียบเฉย ทำให้ทิวไทไปไม่เป็ โว้ยย! จะพูดจะทำอะไรก็ผิดไปหมด ทำไมถึงเข้าใจอะไรยากอย่างนี้นะ คุณข้าว
"พี่ทิว พี่ทิว! ลงมานี่หน่อย พี่ทิววววว!"
เสียงไข่นุ้ยะโโหวกเหวกอยู่ข้างล่างแล้วเด็กชายก็วิ่งตึงตังขึ้นมาถึงหน้าห้อง ทิวไทรีบลุกขึ้นไปเปิดประตูแล้วผลุบออกไปคุยกับไข่นุ้ยที่หน้าห้องกันแค่สองคนโดยไม่ให้ข้าวขวัญได้ยิน เขาดึงไข่นุ้ยให้ห่างออกมาจากประตูก่อนที่เด็กชายจะพูดอะไร
"เกิดเื่แล้วพี่ทิว!"