"โอ๊ะ!"กวงตงอุทานหลังจากเดินตามเข็มทิศหยินหยางอยู่สักพัก"ดูเหมือนจะเจออะไรบางอย่างแล้ว"
"ท่านกวงกำลังตามหาอะไรอยู่หรือ?" หลานหลิงถาม
"หาคนที่ยังพอเหลือรอดน่ะ"
"ผู้รอดชีวิต!?!" หลานหลิงเลิกคิ้ว
"เมื่อวันก่อนน้องชายหลานบอกว่ามักจะเจอกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ราวสี่สิบถึงห้าสิบคนมิใช่หรือเพียงแต่เมื่อวานคนของพวกเรารวบรวมศพเหยื่อและคนร้ายได้ไม่ถึงยี่สิบคนด้วยซ้ำทั้งศพของคนร้ายเราก็เจอเพียงซากที่ถูกกัดเพียงศพเดียวด้วยน้องชายหลานอาศัยอยู่แถวนี้มาสักพัก คิดว่าจะมีสัตว์ร้ายอะไรลากศพไปหรือไม่"กวงตงหันมาถาม
ดวงตาของหลานหลิงใต้ผ้าปิดตาหรี่ลงเล็กน้อย"ข้าคิดว่าเป็ไปได้ยาก คืนนั้นมีทั้งเสียงดังทั้งเปลวไฟข้าไม่คิดว่าสัตว์ป่าที่ไหนจะกล้าเข้าใกล้สถานที่ต่อสู้ของพวกท่านหรอก"
"โอ้..แล้วหากเป็ภูตพยัคฆ์เล่า?" กวงตงถามต่อ
หลานหลิงหยุดคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบ"ข้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับภูตนักแต่ถ้าเป็พยัคฆ์จริง ๆก็เป็ไปได้...พยัคฆ์มีนิสัยเก็บเหยื่อไว้ในที่ลับตาคนแต่สำหรับภูตผีแล้วข้ามิเชี่ยวชาญเลยจริงๆ"
"เ้าดูมีความรู้เื่สัตว์ป่าพอสมควรนี่"หงลี่ทักขึ้นมา
"บ้านเกิดของข้าเป็เกาะมีคนอาศัยน้อยมากพื้นที่ส่วนใหญ่จึงเป็ป่าความรู้เื่สัตว์ป่าข้าย่อมมีอยู่บ้าง"
"อ้อ ที่แท้เป็เช่นนี้" หงลี่ตอบรับ"แต่ว่าข้าสงสัยนักเหตุใดพวกนักค้ามนุษย์ถึงขนคนจำนวนมากขนาดนี้ผ่านไปได้อย่างราบรื่นทั้งๆ ที่จะถูกนำไปขาย คนพวกนี้ไม่มีใครรู้ตัวเลยหรือ"
"โกหกนะสิ" เป็กวงตงที่ตอบ"อย่างน้องชายหลานคืนก่อนก็บอกว่าถูกหลอกว่าจะค้าขายด้วยมิใช่หรือคนพวกนี้ก็คงถูกหลอกเช่นกัน สัญญาว่าจะหางานใหม่ชีวิตใหม่ให้ส่วนใหญ่แล้วคงถูกเกณฑ์มาจากครอบครัวที่มีฐานะยากจนพ่อแม่ก็คงสนับสนุนให้ไปทำงานทื่อื่นเพื่อจะได้ไม่เป็ภาระหรือส่งเงินกลับมาบ้างหาได้รู้ว่าการจากลาหนนี้เป็การจากลาชั่วนิรันดร์
หงลี่ได้ฟังก็เงียบไป
เดินมาได้สักพักกวงตงก็หยุด เขาส่ายเข็มทิศไปมา"น่าจะเป็แถวนี้กระมัง"
หงลี่และหลานหลิงมองไปรอบ ๆพื้นที่ที่พวกเขามาหยุดอยู่นี้หลานหลิงมองออกว่าเคยมีร่องรอยของมนุษย์เคยเดินผ่านมาแต่ดูแล้วก็ไม่ต่างจากจุดพักอื่นๆ ทั่วไป "อาจารย์อา ท่านหมายถึงอะไรหรือ"
กวงตงไม่ตอบเพียงแต่เดินไปในดงไม้โบกมือครั้งหนึ่งซากกิ่งไม้ใบหญ้าก็ถูกกวาดออกไปมีเนินดินขนาดใหญ่อยู่ระหว่างต้นไม้ใหญ่ กวงตงยื่นมือออกไปแต่ก็ชักมือกลับมาเขาเก็บเข็มทิศหยินหยางลงไปก่อนจะควักยันต์ออกมาจากแขนเสื้อหลานหลิงเหลือบมองอักษรบนนั้นครั้งหนึ่งเขาไม่แน่ใจในตัวอักษรแต่ในหัวกลับรู้ว่ายันต์นี้เขียนขึ้นมาเพื่อใช้ค้นหาอะไรสักอย่างบางอย่างที่เป็สิ่งสกปรก น่ารังเกียจ
กวงตงโบกยันต์ไปมาจู่ ๆ ไฟสีฟ้าก็ลุกพรึ่บเผายันต์จนสลายไปอย่างช้า ๆ กวงตงปล่อยยันต์ทิ้งไปหงลี่ขมวดคิ้วมีเพียงหลานหลิงที่ยังสนใจยันต์อยู่โดยไม่ใส่ใจว่าทั้งสองคนค้นพบอะไร
"ภูตพยัคฆ์หรือ?" หงลี่ถามขึ้นมา
"มิใช่" กวงตงส่ายหน้า "เป็สัมภเวสีน่ะ"
ไม่รอให้หงลี่ถามต่อ กวงตงหยิบธูปสีเขียวออกมาหลานหลิงเริ่มสนุกกับการมองกวงตงหยิบของต่าง ๆ ออกมาแล้วหากไม่คิดว่าเป็การเสียมารยาทเขาคงโยนเหรียญให้กับกวงตงเป็รางวัลแต่ยับยั้งช่างใจเอาไว้ได้ก่อนนี่เป็นักพรตตัวจริงไม่ใช่นักแสดงปาหี่ริมถนน
เมื่อกวงตงใช้นิ้วสองนิ้วของเขาขยี้ปลายธูปไฟก็ติดขึ้นมาควันธูปลอยอ้อยอิ่งแต่มิได้ลอยขึ้นไป้าหากแต่แพร่กระจายออกไปรอบๆ หลานหลิงรู้สึกขนลุกคงเป็เพราะความหนาวเย็นที่จู่ ๆก็จู่โจมเข้ามาอย่างกะทันหัน
ท่ามกลางดงไม้ที่มืดครึ้มแม้จะเป็เวลากลางวันทันใดนั้นในสายตาของกวงตงและหงลี่กลับมืดมิดลงกว่าเดิมราวกับวันเวลาพลิกกลับค่ำคืนมาเยือนหากแต่หลานหลิงนั้นต่างออกไปจู่ ๆทัศนะวิสัยของเขาก็ดีขึ้นมากระแสพลังชีวิตในสรรพสิ่งรอบกายกลับมาพลุ่งพล่าน
หลานหลิงถอยหลังด้วยความใ เพราะเบื้องหน้าของเขาปรากฏเงาร่างของคนจำนวนมาก เพียงแต่ว่าเงาร่างเ่าั้มันมิใช่มนุษย์
ิญญา!
ท่าทางใของหลานหลิงไม่ได้ถูกสังเกตเห็นโดยกวงตงและหงลี่ทั้งสองคนกำลังมุ่งความสนใจไปยังร่างิญญารอบกายใบหน้าแฝงความตกตะลึงมิใช่น้อยแต่ความตกตะลึงนี้ยังต่างกับหลานหลิงอยู่มาก
ยี่สิบ สามสิบ...ห้าสิบ...เจ็ดสิบ...ร้อย
ิญญานับร้อยแม้กวงตงและหงลี่จะรู้ว่าสิ่งที่เรียกมันมาเป็ธูปเรียกิญญาแต่พวกเขาไม่ได้คาดว่าจำนวนของมันจะมากมายขนาดนี้
พวกมันมิได้ปรากฏตัวเฉย ๆแต่เริ่มส่งเสียงครวญครางราวกับกำลังถูกทรมานชวนขนหัวลุกหากเป็เสียงของิญญาตนเดียวก็แล้วไปแต่ิญญานับร้อยส่งเสียงพร้อมกันทำให้ในใจของพวกกวงตงและหลานหลิงรู้สึกหดหู่อย่างยิ่ง
เสียงนี้มีผลต่อจิติญญา
ยังดีที่เหมือนจะมีพลังอะไรบางอย่างอาจจะเป็เพราะตัวของผู้ฝึกตนเองมีปราณิญญาที่เข้มแข็งกว่าคนทั่วไปพวกมันจึงมิได้เข้ามาใกล้ในระยะสองสามจั้ง ทำได้แต่เพียงว่ายวนไปรอบ ๆด้วยเงาร่างสลัวของพวกมันทำให้พวกกวงตงและหลานหลิงราวกับตกอยู่ท่ามกลางพายุเป็พายุคลั่งของิญญาพยาบาท
ทันใดนั้นสายตาของทั้งสามกลับมองไปเห็นิญญาตนหนึ่ง..ไม่สิสองตนเพราะิญญาของเด็กสาวกำลังอุ้มอะไรบางอย่างเดินเข้ามาบางอย่างที่ดูเหมือนกับ....เด็กทารก?
เด็กสาวเดินเข้ามาใกล้ กวงตงหรี่ตามองแต่มิได้ทำอะไริญญาเด็กสาวนางนั้นเดินไปหาหงลี่ที่ดูใอยู่บ้าง เมื่อมองดี ๆเด็กทารกในอ้อมแขนของนางยังดูไม่สมบูรณ์เลยด้วยซ้ำราวกับว่าเด็กยังมิถึงวันกำหนดคลอด
ิญญาเด็กสาวเงยหน้ามองหงลี่ก่อนจะกล่าวออกมาเป็ภาษาถิ่นทางใต้ของแคว้นเยว่
' พี่สาวพอมีอาหารเหลือให้น้องของข้าหรือไม่ น้องของข้าหิวมากเลย'
หงลี่หน้าซีดเล็กน้อยนางรู้สึกอยากถอยหนีไม่อยากมองภาพที่อยู่ตรงหน้าแต่กลับก้าวขาไม่ออกกวงตงกำลังหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากชายแขนเสื้อแต่เมื่อได้ยินิญญาเด็กสาวกล่าวออกมาก็ชะงักไปในขณะที่หลานหลิงมองไปยังก้อนเนื้อที่นางกล่าวว่าเป็น้องชายแล้วก็รู้สึกเศร้าใจอย่างยิ่ง
เพียงแต่สาเหตุของอาการสั่นของหงลี่และหลานหลิงแตกต่างกันไปค่อนข้างมากสำหรับหงลี่แล้วภาพและเสียงตรงหน้าสร้างความสลดหดหู่ทางใจให้นางยิ่งนักทั้งความใสซื่อบริสุทธิ์ของเด็กสาวแม้จะกลายเป็ิญญาผีสางไปแล้วก็ตาม
แต่หลานหลิงนั้นต่างออกไปภาพเด็กสาวตรงหน้าทั้งอายุทั้งรูปร่างทำให้เขานึกถึงความหลังที่เขาไม่้าคิดถึงความหลังที่ย้อนกลับไปถึงดินแดนที่เขาจากมา ดินแดนที่เขาทิ้งไว้ข้างหลังดินแดนของผาเหล็กดำ
หากเด็กสาวคนนี้และน้องของนางที่ราวกับยังไม่เกิดไม่แม้แต่จะทราบเพศด้วยซ้ำรวมถึงิญญาโหยหวนรวมกันเป็พายุด้านหลังล้วนเป็เหยื่อของกลุ่มนักค้ามนุษย์เหล่านี้แล้วคนในหมู่บ้านของเขาล่ะ แล้วผิงผิงล่ะ แล้วท่านแม่ล่ะ? พวกเขาจะเจอชะตากรรมเช่นไร
"ตั้งสติหน่อย" เสียงเข้มงวดของกวงตงดังขึ้นมาดวงตาที่ขุ่นมัวของหงลี่และหลานหลิงถึงได้กระจ่างใสขึ้นมาบ้าง
"พวกเรากับ พวกมัน อยู่กันคนละภพที่พวกเ้ากำลังเห็นอยู่เป็ภาพสะท้อนตอนที่พวกเขายังมีชีวิตเท่านั้นอย่าทำให้จิตใจพวกเ้าหวั่นไหว" กวงตงหยิบยันต์หลายใบออกมาจากชายแขนเสื้อ
"เราต่างเดินคนละเส้นทางอย่าได้มาข้องเกี่ยวกันเลย"กล่าวจบยันต์ในมือกวงตงก็ลุกเป็ไฟ มีแสงสว่างวาบหลานหลิงรู้สึกว่าพลังปราณิญญาของตนพลุ่งพล่านขึ้นมากกว่าปกติกวงตงและหงลี่ก็เช่นกัน
ทันใดนั้นเหล่าิญญาที่รายล้อมพวกเขาอยู่ก็กรีดร้องิญญาเด็กสาวที่อุ้มกองเืเด็กทารกมาใกล้หงลี่ก็เช่นกันพวกมันต่างลอยหนีหายหัวซุกหัวซุนเข้าไปในป่าทึบ
บรรยากาศกลับมาอบอุ่นขึ้นแสงสว่างก็หวนกลับคืนมาสู่ใต้หล้าเช่นกันหงลี่ทำท่าโล่งใจส่วนหลานหลิงเหลือบมองกวงตงภายใต้ผ้าปิดตามิอาจบอกได้ว่าเขารู้สึกอย่างไร
"บางทีนี่อาจจะเป็กลุ่มคนที่น้องชายหลานเห็นกระมังจำนวนคนที่แท้จริงอาจจะน้อยกว่าที่เห็นไปครึ่งหนึ่ง" กวงตงกล่าว
หลังจากภูตผีถูกขับไล่ หงลี่ก็ตั้งสติกลับมาได้"ภูตผีพวกนี้น่ะหรือที่เ้ามองเป็คนกลุ่มใหญ่ดูเหมือนดวงตาเ้าจะไม่ดีอย่างที่ข้าคิดเอาไว้นะ"
"หงลี่ อย่าเสียมารยาท" กวงตงพูดปราม
"เ้าค่ะ อาจารย์อา..." หงลี่ขานรับเสียงยานคาง
หลานหลิงหันไปมองกวงตง"แต่ที่ข้าเห็น...พวกมันเดินทางไปด้วยกันดังนั้นข้าเลยนึกว่าพวกมันล้วนเป็คน"
กวงตงเงียบไปสักพักก่อนจะเอ่ย "บางทีข้าก็ไม่เข้าใจนักแต่นี่อาจจะเป็สิ่งที่เรียกว่าบ่วงกรรมกระมัง"
"บ่วงกรรม?" หลานหลิงเลิกคิ้ว
"บ่วงกรรมหรือผลของการกระทำในที่นี้คือพวกนักล่ามนุษย์ที่กักขัง ทรมานสร้างบ่วงกรรมมากมายและร้ายแรงจนิญญาที่สมควรอยู่ในภพภูมิอื่นถูกผูกมัดและติดตามผู้ก่อกรรมไป"
"อย่างนี้นี่เอง" หงลี่พยักหน้าจากนั้นเหลือบมองหลานหลิง"แต่ข้ายังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมดวงเนตรของเ้าถึงแยกแยะิญญาและมนุษย์ไม่ออก"
"เื่นี้...ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน"หลานหลิงตอบเสียงเบา
กวงตงถอนหายใจ "เ้าอย่าคิดมากไปเลยเ้าวังคนก่อนเคยกล่าวไว้ 'คนเรามักจะมองเห็นในสิ่งที่อยากจะเห็น'ไม่แน่ว่าที่น้องชายหลานพบเจออาจจะเป็อย่างที่ท่านผู้าุโกล่าวไว้ก็เป็ได้
"คนเรามักจะมองเห็นในสิ่งที่ตนเองอยากจะเห็น"หลานหลิงพึมพำ