วันนี้เป็วันหยุดรุ้งขวัญสวมเสื้อยืดกางเกงขาสามส่วนมาช่วยรดน้ำผักและทานข้าวเช้ากับเพื่อนบ้านด้วยกันเหมือนเดิม
จากนั้นก็นั่งอ่านนอนอ่านหนังสือและกินขนมไปด้วยอย่างเพลิดเพลินใจแล้วก็ผุดลุกขึ้นมาขออนุญาตคุณลุงไปเข้าห้องน้ำในห้อง ลับหลังไปเพียงครู่เดียวโสมวดีก็เข้ามาหา พร้อมกับหอบของกินของฝากติดไม้ติอมือมาด้วย
อดีตหนุ่มเ้าเสน่ห์ที่ตอนนี้เสน่ห์ของเขาก็ยังไม่มีทีท่าที่จะจางลงในความคิดของเ้าหล่อนแสดงอาการลำบากใจเป็อย่างยิ่งกับการตื้อเก่งเพราะได้พูดคุยไปหลายรอบแล้วว่า ขอให้เธอกับเขาตัดขาดจากกันเสีย ด้วยว่าตนมีอะไรบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิมไม่สามารถมอบความสุขให้ได้อีกต่อไปแล้วเนื่องจากถูกสามีของผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยมีสัมพันธ์ด้วยลอบทำร้าย
ใช่...เขาบอกเธอไปอย่างนั้น
แต่คุณนายคนนี้ก็ยังเอาใจตัวเองเป็ที่ตั้ง บอกให้อิสระไปอยู่ด้วยกันและจะหาหนทางช่วยเยียวยารักษาเขาถึงกับปวดหัว ส่ายหน้า ไม่เข้าใจว่าตนจะสำคัญอะไรกับหล่อนขนาดนั้นเชียว
หนุ่มรุ่นน้องรำคาญเหลืออดสุดจะทนยืนหันหลังกอดอกทำเ็าใส่ กำลังคิดว่าจะบอกให้หล่อนไปหาเด็กหนุ่มคนใหม่ที่อ่อนกว่าและแข็งแรงกว่าตนก็ดูว่าจะเป็การพูดจาแรงเกินไป ขณะที่กำลังลำบากใจอยู่นั้นบานประตูห้องของเขาก็เปิดออก ทำให้นึกขึ้นได้ว่ารุ้งขวัญก็อยู่ที่นี่ด้วยและไม่รู้ว่าจะได้ยินเื่ระหว่างเขากับโสมวดีมากน้อยแค่ไหน
ชายหนุ่มหันหน้ากลับ เห็นสาวใหญ่ยืนเบิกตากว้างมองตรงไปจึงเลื่อนสายตามองตามและก็ต้องตาค้างเหมือนกันเมื่อรุ้งขวัญอยู่ในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง ตาขีดปรือเหมือนเพิ่งตื่นนอนมีเพียงผ้าขาวม้าของเขาผืนเดียวพันกาย
“ใครมาคะ?”
เธอทำท่างัวเงียเดินลงมาหาคล้องแขนเบียดชิดจนอกนิ่มััโดนต้นแขน
เด็กแสบ...ก่นด่าในใจเม้มปากกัดอย่างขึ้งเครียด
“พ่อเทพ นี่มันอะไรกัน?”
โสมวดีหน้าแดงทั้งโกรธทั้งอายแทน หันมาถามเื่จากเขา
“อะไรกันคะ?” รุ้งขวัญก็แกล้งเงยหน้าถามเขาเหมือนกัน
ยัยเด็กเปรตทำแผนเขาพังหมด ฮึ่ม!
“พ่อเทพโกหก!หลอกพี่ ที่แท้ก็มีเด็กนี่ซุกข้างกาย ผู้ชายมันก็เหมือนกันหมดเลย”
สาวใหญ่โมโหหนักที่โดนหักหน้า หยิบของฝากฟาดใส่หน้าและปาใส่ตัวเขาทำให้รุ้งขวัญใมากจึงออกโรงปกป้องคนที่ยืนเฉยแทน
“อะไรกันค่ะป้า จู่ ๆจะมาทำร้ายร่างกายกัน
แบบนี้”
“ป้าหรือ!แกเรียกฉันป้าหรือ?”
“ใช่ค่ะ คุณป้า!”
“กรี๊ดดด...นังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม”
“แล้วไงคะ คุณป้าเหี่ยวค้างคืน”
เธอโต้ตอบไม่ยอมยี่หระ พร้อมโอบกอดรัดคนตัว
สูงแน่นจนเขาขนลุกวาบไปทั้งตัว
“ของหนู!”
ประกาศชัดเจนเปิดศึกจ้องหน้าท้าทาย เหมือน
เด็กกำลังกลัวโดนแย่งของเล่น ทำให้โสมวดีปรี๊ดหนัก ออกอาการคลั่งอยากจะกรี๊ดดังกว่านี้และเข้าไปตะบันหน้าเด็กเมื่อวานซืนให้ยับแต่ก็ทำได้แค่ฮึ่มฮั่มฮึดฮัดในลำคอ มองพ่อเทพบุตรของหล่อน มองวายร้ายหน้า
ละอ่อน แล้วก็สะบัดตูดลงส้นเท้าหนักเดินจากไป
รุ้งขวัญปล่อยมือทันทีมองหน้าลุงหนูที่บึ้งตึงเต็มที่จึงรีบแก้ตัวกลัวเขาโกรธและตวาดไล่เธอไปเหมือนครั้งก่อนอีก
“ทำไมคะ? นี่หนูช่วยคุณลุงนะก็ยัยป้านั่นพูดไม่รู้เื่ตามตื๊ออยู่ไม่เลิก”
คนทวงบุญคุณทำใจแข็งปากเก่งสู้ แต่ข้างในหวั่นใจลึก ๆเมื่อเห็นคุณลุงขึ้งเครียด พยายามระงับอารมณ์พลุ่งพล่านแต่เธอไม่รู้ว่าไม่ใช่แค่ความโกรธเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่เขามี แต่เป็อารมณ์อย่างอื่นร่วมด้วยต่างหาก
“ไปเปลี่ยนเสื้อซะผ้ามันบาง”
รุ้งขวัญยืนกุมมือก้มหน้าสำนึกผิด สะดุ้งใเมื่อลุงหนูใช้ไม้เรียวฟาดกระทบกับแคร่ดังลั่นชวนหวาดเสียว
“ทำอะไรไม่รู้จักคิดเรียนสูงเสียเปล่า ไม่กลัวว่าตัวเองจะเสียหายรึไง ผู้หญิงสมัยนี้นี่มันยังไงกันนะ”
ยังด่าไม่หมดคนก่อเื่ก็โต้สวนกลับขึ้นทันควัน
“ผู้หญิงสมัยไหนก็เหมือนกันนั่นแหละขนาดยัยป้านั่นยังแล่นมาหาผู้ชายถึงที่นี่เลย”
“รุ้งขวัญ!”
เขาตวาดดังลั่นฟาดไม้เรียวกับแคร่อีกรอบ
“ทำไมล่ะ?เป็ผู้หญิงแล้วมันยังไง ผู้หญิงก็มีหัวใจนะ รักก็ได้ ชอบก็ได้ โกรธก็ได้หึงหวงก็ยังได้เลย ไม่เข้าใจรึไงตาลุงบ้า!”
คำสุดท้ายะโใส่หน้าแล้วร้องไห้วิ่งหนีไป
“รุ้งขวัญ! รุ้งขวัญ ฮึ”
ผู้าุโหงุดหงิดอารมณ์เสียอยากจะไล่ตามหญิงสาวไปแต่ก็ไม่ตาม กลับล้มตัวลงนอนหงายมือก่ายหน้าผาก นึกหนักใจกับคำพูดนั้นเพราะคิดไม่ถึงว่า
รุ้งขวัญจะคิดอะไรเกินเลยกับเขาแบบนั้นจริง ๆ
อุตส่าห์ทำตัวห่างเหินเว้นระยะขีดเส้นในใจไว้ชัดเจนว่าต้องเป็แค่เพื่อนบ้านและลุง-หลานกันเท่านั้นสุดท้ายเมื่อเธอบอกความรู้สึกของตัวเองให้ฟังว่าคิดอย่างไรกับเขาก็สุดแสนจะดีใจและหนักใจไปพร้อมกัน
ดีใจที่รุ้งขวัญไม่นึกรังเกียจคนแก่ยากจนด้อยฐานะและการศึกษาอย่างเขา แต่ก็หนักใจที่ไม่รู้ว่าจะตอบสนองความรักของหญิงสาวอย่างไรดี
ควรจะให้โอกาสตัวเองได้ลองมีความสุขกับคนอื่นบ้างแต่ก็กลัวว่ามันจะเป็การทำลายโอกาสของรุ้งขวัญด้วยเช่นกัน เพราะเธออายุยังน้อยควรมีสิทธิ์ได้เลือก ได้ศึกษา ได้พบปะคนมากกว่านี้ และก็ควรได้คบหากับคนที่ดีกว่าตนด้วยมันไม่สมควรเลยที่เขาจะเอาเปรียบคนแสนดีอย่างเธอ เพราะรุ้งขวัญแตกต่างจากผู้หญิงหลายคนที่เคยผ่านมาในชีวิตของเขามาก
หญิงสาวกลับมาฟาดงวงฟาดงาใส่ตุ๊กตาบนเตียงทั้งงอน ทั้งโกรธ ทั้งอายที่ได้หลุดปากสารภาพความรู้สึกในใจของตัวเองออกไปและทีนี้ก็ไม่รู้ว่ามันจะเป็อย่างไรต่อไป เขาจะรับรักเธอไหมหรือทำท่าอึดอัดรำคาญใจอย่างที่ทำกับคุณนายไฮโซนั่น
ถ้าเขาไม่ชอบใจเธอคงไปเหยียบที่นั่นไม่ได้อีกแล้วสินะจะทำอย่างไรดี
หญิงสาวล้มตัวลงนอนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูบ่นพึมพำงึมงำอยู่คนเดียว โทรมาง้อหนูนะ โทรมาหาหนูสิ
คุณลุง
สองวันผ่านไป...
รุ้งขวัญไม่ได้ไปที่นั่นและเขาก็ไม่ได้โทรมาหา
เธอหงุดหงิดขุ่นใจอารมณ์ไม่แจ่มใส ปฏิเสธว่าไม่ใช่เพราะปัญหาของลุงหนู แต่เป็เพราะฮอร์โมนของผู้หญิงก่อนมีประจำเดือนต่างหาก
ขยับตัวพลิกซ้ายพลิกขวาลุกจากที่นอนลงมาชั้นล่างด้วยขอบตาดำ ผมยุ่งฟูหน้าตาดูไม่ได้เพราะนอนไม่หลับและต้องอึ้งงันเมื่อเจอเขายืนรออยู่โถงกลางบ้าน ทำให้เธอก้าวขาขยับไม่ออกเมื่อดวงตาปลาบนั้นจ้องมองมาอย่างไม่วางตา
ทั้งสองยืนมองกันอยู่อย่างนั้นเป็นานจนป้าอรเข้ามาคลี่คลายสถานการณ์อึดอัดในใจของรุ้งขวัญและเธอกลับต้องอึดอัดมากกว่าเดิมเมื่อเขาจะต้องเข้าไปในห้องของเธอ
“อ้าว! คุณหนูมาพอดีกำลังจะไปตาม ท่อน้ำตรงไหนรั่วพาลุงเข้าไปดูสิจ๊ะ ลุงเขาจะช่วยซ่อมให้”
“เอ่อ...แล้วคุณยายล่ะคะ”
“ไปเก็บค่าเช่าที่ตลาดยังไม่กลับหรอกจ้า”
พูดจบก็กลับไปทำงานของตนต่อปล่อยให้หลานเ้าของบ้านอยู่กับเขาสองต่อสองเพราะเห็นว่าเป็คนคุ้นเคยกันดี
“เชิญ..”
อิสระพูดเพราะรุ้งขวัญนิ่งยืนทำหน้าวางตัวไม่ถูกอยู่นานจนเขาต้องเป็ฝ่ายเอ่ยปากก่อนหญิงสาวจึงจำยอมเดินพานำไปอย่างไม่เต็มใจนัก
หนุ่มใหญ่เข้าไปสำรวจท่อที่รั่วตรงอ่างล้างหน้าในห้องน้ำแล้วกลับออกไปซื้ออุปกรณ์กับปิดวาล์วน้ำของบ้านเมื่อกลับขึ้นมาก็เห็นรุ้งขวัญนั่งรออยู่ที่ปลายเตียงในสภาพที่จัดการตัวเองเรียบร้อยแล้วจากก่อนหน้าที่สวมชุดนอนลายการ์ตูนก็เปลี่ยนเป็เสื้อยืดกางเกงธรรมดา
เขาเข้าไปจัดการซ่อมแซมท่อด้านในคนเดียวนึกค่อนขอดอยู่ในใจ ปกติอะไรก็หนูช่วยนะคะ...หนูทำค่ะแต่วันนี้ไม่ยักจะเข้ามาใกล้แม้แต่น้อยเลยนั่งซะห่างทำหน้ายังกะกินรังแตนมาทั้งยวง เห็นแล้วก็อยากจะปราบพยศเสียจริง ๆ เป็หลานตัวเองหน่อยไม่ได้เฮอะ
เมื่อซ่อมเสร็จแล้วจึงแกล้งบอกให้เ้าตัวลงไปเปิดวาล์วน้ำให้เธอทำหน้าตั้งคำถามว่าทำไมเขาถึงไม่ลงไปเอง ทำไมต้องใช้เธอด้วย ลุงหนูเลยถลึงตาใส่หญิงสาวจึงยอมลงไปแต่โดยดีและเมื่อกลับเข้ามาในห้องก็ต้องใเพราะเขากำลังยืนดูแฟ้มส่วนตัวของเธออยู่ซึ่งในนั้นมันเป็ภาพถ่ายกับข่าวเก่า ๆ ของพระเอกลิเกนามเทพพิทักษ์ที่ไปตามเสาะแสวงหามาจากร้านหนังสือมือสองและตัดเก็บรวมกันเอาไว้
“นี่อะไร?” เขาถาม
เธอไม่ตอบเข้าไปแย่งคืนแต่เขาก็ไม่ยอมง่าย ๆ เช่นกัน ทั้งสองจึงยื้อแย่งกันเป็พัลวันจนเขาเบียดตัวเธอชิดติดกับผนังและใช้สองแขนกันไว้ไม่ให้หลบหนีหรือแผลงฤทธิ์ได้อีกโน้มหน้าเข้าใกล้แทบชิด ส่งรังสีบางอย่างที่ชวนใจสั่นระทึกแปลก ๆ
“หนูจะร้องเรียกป้าอรนะคะ”
เธอบอกเสียงสั่นด้วยความกลัวเมื่อคุณลุงผู้ใจดีกลายเป็ผู้ชายอันตรายอย่างที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน
“แน่ใจนะ”ถามกลับอย่างไม่หวั่นเกรงคำขู่
หญิงสาวเงียบหน้าซีดเผือด รู้จักความเกรงกลัวขึ้นมาบ้างแล้ว
“อยากได้มากใช่ไหม?อยากได้มากก็เอา”
พูดจบก็ก้มลงฉกจูบริมฝีปากอย่างรวดเร็วทำให้
รุ้งขวัญตกตะลึงอึ้งงันช็อกไปกลางอากาศ
เขายึดแฟ้มนั้นไว้บอกกับเธอว่าถ้าอยากได้ก็ให้ไปเอาคืนเอง แล้วเก็บอุปกรณ์เดินลงไปตามปกติบอกกับแม่บ้านว่าจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้ว
อิสระนั่งดูแฟ้มนั้นที่มีแต่ข่าวเก่า ๆ ของเขาทั้งเื่ดีและไม่ดี แต่ส่วนมากจะเป็เื่ไม่ดีเสียมากกว่า ไม่นึกว่ารุ้งขวัญจะคลั่งรักตนมากถึงขนาดนี้สาวน้อยคนนั้นชอบผู้ชายอย่างเขาจริง ๆ หรือ
ชายสูงวัยถอนหายใจคิดไม่ตก ในเมื่อเธอรู้เื่แย่ ๆ ของเขาในอดีตแล้วยังจะกล้ารักอีกหรือไง
ทีแรกตัดสินใจว่าจะให้โอกาสรุ้งขวัญได้มีสิทธิ์เลือกคนที่ดีกว่าตนจะไม่เห็นแก่ตัวดึงเธอมาตกต่ำด้วยแต่เมื่อเห็นว่าเธอรักเขามากถึงขั้นนี้จึงเกิดหวั่นไหวขึ้นมาอีกคราคิดว่าควรจะตอบสนองเธอไปดีไหม เพราะส่วนลึกในใจเขาก็้าอย่างนั้นด้วยเช่นกัน
รุ้งขวัญกลับมาเหยียบที่นี่อีกอย่างกล้า ๆ กลัวๆเ้าของบ้านเปิดประตูห้องออกมายืนมองเข้มขรึม ถือแฟ้มไว้ในมือแน่นเดินลงมาและต่างคนต่างก็จ้องกันอย่างหยั่งเชิงจนหญิงสาวอดรนทนไม่ไหวเป็ฝ่ายเอ่ยปากขึ้นมาก่อน
“หนูขอคืนค่ะ”
“คืนก็ได้ แต่ตอบคำถามมาก่อนสิว่าทำไม”
หญิงสาวหน้าแดงก่ำ เม้มปากแน่นเหลือบตาขึ้นมามองขวาง
“ว่าไง ้าอะไรที่ทำแบบนี้”
เขาถามย้ำ แต่ฝ่ายนั้นกลับปิดปากเงียบไม่เห็นจะเจื้อยแจ้วอย่างปกติ หรือว่าแค่โดนขโมยจูบไปนิดเดียวจะถึงกับใบ้กินไปเลย
“รุ้งขวัญ จะบอกดี ๆ ไหม?”
ขยับตัวเข้าไปใกล้เพิ่มความกดดัน
“ก็...ก็บอกไปแล้วไง”
“บอกอะไรล่ะ?”
“ก็บอกว่าชอบไง”
“ชอบ? ชอบยังไง...ชอบแบบไหน”
“เอ๊! มาถามอะไรอย่างนี้” ทำเสียงสูงกลบเกลื่อนความเขินอาย
“ก็พูดมาสิ”
หญิงสาวเม้มปากไม่ยอมตอบ พยายามยื้อแย่งแฟ้มในมือคืนกลับมา
“เอาคืนมาเลย”
“ไม่! พูดกันก่อน”
“หนูไม่มีอะไรจะพูดแล้ว” ขึ้นเสียงสูงฉุนโกรธที่เขาเอาแต่ใจบังคับเธอ
“แน่ใจนะว่าไม่มีอะไรจะพูด”
คนปากแข็งเชิดหน้าสะบัดจนหันข้าง ยืนกอดอกแน่นอย่างเย่อหยิ่ง
“ดี! ถ้าไม่มีอะไรจะพูดแล้วต่อไปนี้ก็ตั้งใจฟังนะรุ้งขวัญ”
สืบเท้าเข้าไปใกล้ก้มหน้าชิดเชยคางให้หันมามองสบตาทำท่าว่าจะจูบอีก เธอเลยรีบยกมือปิดปากมองอย่างหวาดกลัว
“รู้ไหมว่าถ้าก้าวข้ามเส้นมาแล้วจะเป็อย่างไรเป็อย่างเมื่อเช้าไง...จะเปลี่ยนสถานะขึ้นมาเป็แฟนกันก็ต้องรับได้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็ฐานะต่างกัน การศึกษาต่างกัน อายุต่างกัน และที่สำคัญ...”
โน้มตัวขยับกายเข้าไปอีกจนหญิงสาวต้องเอียงตัวถอยหลังหนี
“เป็คนรักกันก็ต้องมีกอด มีหอม มีจูบ มีลูบมีคลำและมีอะไรกันมากกว่านั้น”
พูดเสียงเบาข้างแก้ม แล้วทำท่าหื่นใส่ หายใจดังฟืดฟาดจนเธอกลัวทำตัวหงอขยับหนีไปทันตา
“กลับไปคิดทบทวนให้ดีว่าอยากคบกันสถานะไหน ถ้ายืนยันจะล้ำเส้นกันก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้ว่าต้องเจออะไร”
ส่งคำขู่ไปพร้อมคืนแฟ้มให้เธอคว้าหมับทำปากยื่นแล้วรีบวิ่งหนีไปด้วยใจเต้นโครมคราม