ผมเก่งขึ้นได้เพราะภารกิจ

    ภารกิจ VI

         หลังจากที่พญาปีศาจแรคคูนสองเขาตายก็ผ่านมาแล้วสามวัน ในวันนี้ที่โรงเรียนเวทมนต์นราห์ได้มีการจัดประชุมกระทันหันขึ้นโดยเหล่าครูสอนเวทมนต์ทุกคนมาเข้าร่วมในครั้งนี้ และคนที่พูดขึ้นก่อนก็คืออาจารย์หนุ่มสอนเวทสายลอบเร้น


    "เรื่องพญาปีศาจแรคคูนสองเขาที่ถูกกลุ่มนักเดินทางสังหาร ผมคิดว่าเรื่องนี้มันมีบางอย่างอยู่เบื้องหลัง"
    "ว่าต่อสิ" อาจารย์ใหญ่แก่ๆเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลัง
    "โดยปกติแล้วพญาปีศาจแรคคูนจะโผล่มาก็ต่อเมื่อลูกๆของมันถูกกำจัดไปอย่างมหาศาล กระผมจึงคิดว่าสาเหตุที่ลูกของมันลดจำนวนลงไปมากมายน่าจะเป็นเพราะอย่างอื่น ตัวพญาจะฆ่าลูกๆของมันทำไมกันล่ะครับ" อาจารย์หนุ่มคนเดิมกล่าว คนอื่นๆก็เห็นพ้องเช่นกัน
    "อืม...ก็จริงอย่างที่อาจารย์มาร์คพูดล่ะนะ" อาจารย์ใหญ่พยักหน้า
    "เรื่องนี้ก็มีส่วนสำคัญ แต่ที่ข้าเปิดประชุมวันนี้ก็เพราะอีกเรื่อง...อาจารย์นุ่น" อาจารย์ใหญ่หันหน้าไปทางหาอาจารย์นุ่นที่นั่งด้านข้าง
    "ถ้าให้ดิฉันเล่าก็คงไม่ค่อยจะได้ความเท่าไหร่ ดิฉันก็เลยจะให้ลูกศิษย์เป็นคนเล่าแทน" อาจารย์นุ่นกล่าวจบ หญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านหลังก้าวเท้าเข้ามา เธอก็คือแป้งนั่นเอง
    "ในวันนั้นหนูได้ไปที่เมืองนครบันเพื่อหาซื้อวัตถุดิบการทำยาเวทมนต์ แล้วทีนี้หนูได้เข้าร่วมกลุ่มกับนักเดินทางอีกสามคน ทั้งหมดเป็นผู้ชายระดับพลังผู้ฝึกเวทขั้นแรก หลังจากกลับมาก็ได้นำของทั้งหมดไปขายและแบ่งเงินกันแล้วในตอนนั้นเองหนูก็ได้พบกับวัตถุดิบหายากในร้านค้าขายของเก่าก็เลยซื้อมาเพื่อที่จะศึกษามัน แต่ราคาของมันก็แพงมากพวกชายสามคนเห็นว่าหนูมีเงินซื้อมันมาก็คิดจะแย่งมันจากหนู" เธอพักหายใจแล้วกล่าวต่อว่า
    "ในตอนที่หนูกำลังโดนพวกมันลากไปก็ได้มีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาช่วยหนูเอาไว้ เขาสามารถที่จะล้มพวกมันทั้งสามคนได้อย่างง่ายดาย หนูที่ยังอยู่ขั้นพื้นฐานจึงไม่สามารถใช้เนตรวิญญาณดูระดับพลังของเขา แต่หลังจากนั้นไปๆมาๆก็พบว่าเขาไม่มีพลังเวทในตัวแม้แต่น้อย ซึ่งหนูไม่เชื่อที่เขาบอกแต่แล้วคนในเมืองต่างก็พูดกันเป็นเสียงเดียวว่าเขาคือ ขยะที่ไม่มีเวทมนต์" เธอหลับตาลงแล้วมั่นใจว่ากล่าวออกไปได้ครบทุกส่วน
    "นั่นมันคงเป็นไปไม่ได้ คนที่ไม่มีพลังเวทจะเอาชนะได้อย่างไร?" อาจารย์มาร์คกล่าวคนอื่นก็เห็นด้วย ส่วนอาจารย์หลับตาแล้วครุ่นคิดอะไรบางอย่าง จากนั้นเขาก็ลืมตาขึ้นแล้วกล่าวว่า
    "ถ้าเช่นนั้น อาจารย์นุ่นไปสืบเรื่องของชายคนนั้น เขาอาจจะกุมความลับเกี่ยวกับเวทมนต์โบราณก็เป็นได้" เพียงแค่คำว่าเวทมนต์โบราณก็ทำให้ทุกคนในห้องตื่นตกใจ 
         ใครๆต่างก็รู้ดีว่าเวทมนต์โบราณได้หายสาบสูญไปเป็นพันๆปีแล้ว แล้วก็มีตำนานเกี่ยวกับมันว่า เวทมนต์ทรงพลังสามารถทำลายล้างทั้งทวีปได้เลย 
    "ถ้าหากว่าเขาคนนั้นกุมพลังโบราณเอาไว้ เราควรจะทำเช่นไรดีคะท่านอาจารย์ใหญ่" อาจารย์นุ่นกล่าวถาม
    "ถ้าเช่นนั้นก็เชิญเขาเข้ากองทัพของอาณาจักรของเรา" สายตาประกายวูบหนึ่งของอาจารย์ใหญ่ขณะกล่าวออกมา เหมือนกับว่าเขาวางแผนอะไรบางอย่างเอาไว้
         ภายในเมืองนครบันเวลาช่วงสายของวัน เอกสวมเสื้อคลุมมีฮูดเพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าเป็นเขา ชายหนุ่มเดินทางไปยังโบสถ์ของเมือง ที่โบสถ์แห่งนี้เป็นสถานที่รวมตัวของเหล่าเด็กๆที่ถูกทิ้ง โบสถ์แห่งนี้สภาพทรุดโทรมเพราะไม่ค่อยมีใครมาบริจาคให้ แม้แต่เจ้าเมืองของที่นี่ยังไม่เหลียวแล เด็กๆทุกคนมีสภาพหิวโซแม้แต่แม่ชียังอดอยากปากแห้ง 
         เอกไม่รู้ทำไมภารกิจถึงให้ทำเช่นนี้ เหมือนกับว่ามันพยายามให้เขาทำความดีโดยแลกกับพลังที่ได้มา เขาเองก็เข้าใจถึงความอดอยากว่ามันเป็นเช่นไรจึงไม่คิดอะไรมากแล้วเดินไปหาแม่ชีที่โบสถ์
    "สวัสดีท่านมีธุระอะไรงั้นหรือ?" แม่ชีแก่ๆคนหนึ่งกล่าวเมื่อเห็นเอกเดินเข้ามา เธอไม่เห็นใบหน้าของเอก
    "ผมเอาของมาบริจาค" เอกนำถุงเวทมนต์วางบนมือแม่ชีคนนั้นแล้วเดินจากไปโดยไม่สนใจคำเรียกจากแม่ชี
         เมื่อเขาเดินห่างจากบริเวณโบสถ์ได้ไกลพอสมควรใบภารกิจกลายเป็นแสงละอองสีเขียวลอยเข้าไปในอกของชายหนุ่ม ความรู้สึกหลังจากได้พลังจิตวิญญาณ +1 ทำให้เขารู้สึกได้ถึงความเข้มแข็งทางจิตใจ ความหวาดกลัวที่เคยมีก็ได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เขาเข้าใจกับพลังส่วนนี้ทันที มันทำให้เขาสงบใจได้มากขึ้นและสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและทันใดนั้นเองใบภารกิจก็ปรากฏขึ้นต่อเนื่องทันที
    ภารกิจ VI
         ปฏิเสธการเข้าร่วมกับกองทัพ
    รางวัล พละกำลัง +1 จิตวิญญาณ +1 ความว่องไว +1 ความแข็งแกร่ง +1
    ล้มเหลว พลังทั้งหมดถูกลบและจะไม่ได้รับภารกิจต่อไป
         นี่มันอะไรกัน!! ทำไมรางวัลมันถึงมากมายขนาดนี้ แต่หากล้มเหลวทุกอย่างที่ทำมาจะหายไปหมดและภารกิจต่อไปก็จะไม่มีอีก เอกได้แต่ตกใจกับภารกิจรอบนี้
    "ภารกิจมันดูเหมือนจะง่ายมากแค่ปฏิเสธ แต่ทำไมถึงให้รางวัลเยอะขนาดนี้แสดงว่ามันต้องมีเหตุผลอะไรแน่ๆ" เอกได้แต่ครุ่นคิดในใจและก็เดินกลับที่พักเพื่อเก็บแรงเอาไว้