แสงอรุณยามเช้าสาดส่องเหนือยอดเขาเมฆาคราม
ภายในเขตศิษย์นอก
เสียงระฆังสำนักดังขึ้นสามครั้ง
ก้องกังวานไปทั่วหุบเขา
วันนี้
บรรยากาศดูคึกคักกว่าปกติ
ศิษย์นอกจำนวนมากต่างรีบมุ่งหน้าไปยังลานประกาศ
เพราะมีข่าวลือแพร่สะพัดมาั้แ่เมื่อคืน
ว่าทางสำนักจะเปิดโควตาใหม่
ให้ศิษย์นอกบางส่วนเข้าใช้หอสมุดชั้นนอกได้
...
"เร็วเข้า!"
"ถ้าไปช้า คนเต็มหมดแน่!"
"ข้าได้ยินว่ามีเพียงยี่สิบคนเท่านั้น!"
เสียงพูดคุยดังไปทั่ว
หลินเย่ที่เพิ่งเก็บงานรับจ้างตัดฟืนประจำสัปดาห์เสร็จ
ก็เดินตามผู้คนไปอย่างเงียบ ๆ
สำหรับเขา
หากมีโอกาสได้อ่านตำรามากขึ้น
ย่อมเป็เื่ดี
เพราะสิ่งที่ขาดที่สุด
ไม่ใช่เพียงทรัพยากร
แต่เป็ความรู้
...
ลานประกาศ
ผู้าุโผู้ดูแลศิษย์นอกยืนอยู่บนแท่นหิน
เมื่อเห็นว่าทุกคนมาครบแล้ว
จึงเอ่ยขึ้น
"อีกหนึ่งเดือนข้างหน้า"
"สำนักจะเปิดการคัดเลือกศิษย์ในประจำปี"
"ผู้ที่มีผลงานโดดเด่น สามารถได้รับสิทธิ์เข้าทดสอบ"
เพียงประโยคแรก
ผู้คนก็เริ่มตื่นเต้น
ศิษย์ใน!
นั่นคือเป้าหมายของทุกคน
"อย่างไรก็ตาม"
"เพื่อเป็การเตรียมตัว"
"สำนักจะเปิดหอสมุดชั้นนอกเป็เวลาสามเดือน"
"ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ สามารถเข้าไปศึกษาได้"
ทันทีที่สิ้นเสียง
ผู้คนต่างฮือฮา
ปกติแล้ว
หอสมุดชั้นนอกไม่ได้เปิดให้ศิษย์ทุกคนเข้าได้ง่าย ๆ
เพราะตำราภายใน
ล้วนเป็ทรัพย์สินสำคัญของสำนัก
แม้จะเป็เพียงวิชาระดับพื้นฐาน
แต่สำหรับศิษย์นอก
ก็นับว่ามีค่ามหาศาล
...
"เกณฑ์การคัดเลือกมีสามข้อ"
ผู้าุโกล่าวต่อ
"หนึ่ง"
"ต้องมีระดับรวมปราณขั้นสี่ขึ้นไป"
ผู้คนหลายส่วนพยักหน้า
นี่ถือเป็เกณฑ์ปกติ
"สอง"
"ต้องไม่มีประวัติละเมิดกฎสำนัก"
บางคนถึงกับถอนหายใจ
เพราะเคยถูกลงโทษมาก่อน
"และสาม"
"ผ่านการประเมินจากผู้าุโประจำเขต"
คราวนี้
ทั่วลานเริ่มเงียบลง
เพราะนั่นหมายความว่า
ไม่ใช่เพียงพลังเท่านั้น
แต่รวมถึงความประพฤติด้วย
...
ซ่งเหวินที่ยืนอยู่ข้างหลินเย่
ถอนหายใจออกมา
"ข้าคงหมดหวัง"
"ยังติดอยู่ที่รวมปราณขั้นสาม"
หลินเย่หันไปมอง
"อย่าเพิ่งท้อ"
"ยังมีเวลาอีกตั้งหนึ่งเดือน"
ซ่งเหวินหัวเราะ
"เ้าพูดง่ายสิ"
"คนที่เอาชนะหลิวหยวนได้จะมาเข้าใจข้าได้อย่างไร"
หลินเย่าส่ายหน้า
"ข้าเองก็ไม่ได้ต่างจากเ้านัก"
"เพียงโชคดีกว่าเล็กน้อยเท่านั้น"
...
หลังการประกาศ
ผู้คนเริ่มทยอยแยกย้าย
แต่ข่าวเื่โควตาหอสมุด
กลับกลายเป็หัวข้อสนทนาของทั้งเขตศิษย์นอก
สำหรับคนที่ไม่มีตระกูลหนุนหลัง
ตำราของสำนัก
คือโอกาสเปลี่ยนแปลงชีวิต
...
่บ่าย
หลินเย่เดินไปยังโรงรับภารกิจ
เพื่อส่งมอบงานตัดฟืนที่รับไว้
ชายชราผู้ดูแลเหลือบมองเขา
ก่อนยื่นถุงผ้าเล็ก ๆ ให้
"ค่าตอบแทน"
"หินิญญาหนึ่งก้อน"
หลินเย่รับมาอย่างระมัดระวัง
แม้จะเป็เพียงก้อนเดียว
แต่สำหรับเขา
มันมีค่ามาก
เพราะทุกเม็ดล้วนได้มาจากหยาดเหงื่อของตนเอง
"่นี้ชื่อเสียงเ้าไม่เบาเลย"
ชายชรากล่าวพลางยิ้ม
"แต่จงจำไว้"
"ชื่อเสียงมากเกินไป ไม่ใช่เื่ดีเสมอ"
หลินเย่ประสานมือ
"ศิษย์เข้าใจ"
ความจริงแล้ว
เขาเองก็ไม่ได้้าโดดเด่น
เพียงแต่อยากมีชีวิตรอด
และเดินต่อไปได้เท่านั้น
...
ค่ำคืน
ภายในห้องพักเล็ก ๆ
หลินเย่นั่งมองหินิญญาสี่ก้อนบนโต๊ะ
นี่คือทรัพย์สินทั้งหมดที่เขามี
เมื่อเทียบกับศิษย์จากตระกูลใหญ่
คงไม่ต่างจากเศษเงิน
แต่เขาไม่เคยรู้สึกน้อยใจ
เพราะั้แ่จำความได้
ชีวิตของเขาก็เป็เช่นนี้มาตลอด
ทุกอย่าง
ต้องพึ่งพาตนเอง
...
สายลมกลางคืนพัดผ่านหน้าต่างไม้
หลินเย่หลับตาลง
ค่อย ๆ โคจรปราณอย่างช้า ๆ
การฝึกตนของเขาเรียบง่าย
ไม่มีโอสถล้ำค่า
ไม่มีวิชาชั้นสูง
มีเพียงความอดทน
และความพยายามซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แม้ก้าวเดินจะช้า
แต่ก็มั่นคง
...
ขณะเดียวกัน
อีกด้านหนึ่งของเขตศิษย์นอก
ภายในเรือนพักหลังหนึ่ง
ชายหนุ่มสามคนกำลังนั่งสนทนากัน
"อีกไม่นาน"
"หอสมุดจะเปิดแล้ว"
หนึ่งในนั้นกล่าวขึ้น
"ข้าได้ยินว่า"
"ผู้าุโบางคนให้ความสนใจเด็กนั่น"
"หลินเย่..."
อีกคนหัวเราะเยาะ
"เด็กบ้านนอกคนหนึ่ง"
"ต่อให้เข้าไปได้ แล้วจะมีประโยชน์อะไร"
ชายคนสุดท้ายกลับนิ่งเงียบ
ก่อนกล่าวเบา ๆ
"อย่าประมาท"
"คนที่ไม่มีอะไรเลย"
"แต่ยังยืนหยัดมาถึงวันนี้ได้"
"ย่อมมีบางอย่างที่คนทั่วไปไม่มี"
คำพูดนั้น
ทำให้ทั้งห้องเงียบลงชั่วครู่
...
คืนเดือนมืด
ท้องฟ้าเหนือสำนักเมฆาครามเต็มไปด้วยหมู่ดาว
หลินเย่ยังคงฝึกตนอย่างเงียบงัน
โดยไม่รู้เลยว่า
โอกาสครั้งใหม่
กำลังจะเปิดประตูสู่โลกที่กว้างขึ้นสำหรับเขา
และหอสมุดชั้นนอกแห่งนั้น
อาจเป็จุดเริ่มต้น
ของเื่ราวอีกมากมายในอนาคต