เมื่อได้ยินหลินเฉิงเหยาถามคำถามเช่นนี้ออกมาหลินเสวี่ยจู๋ก็ไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย
ถึงแม้ท่านอาผู้นี้ของนางจะมีนิสัยหัวรั้นมาตั้งแต่เล็กแต่เพราะได้พบกับท่านอาสะใภ้ตั้งแต่อายุยังน้อย จึงค่อนข้างไร้เดียงสา การปกป้องและความห่วงใยที่จวนสกุลหลินไม่เคยมอบให้เขาสกุลเจี่ยงกลับมอบให้ทั้งหมด
ผู้คนในโลกต่างก็ต้องพบเจอกับเรื่องสะเทือนอารมณ์ไม่มากก็น้อยแต่เขากลับไม่เคยได้ลิ้มรสเลยสักครั้ง หลินเสวี่ยจู๋รู้สึกว่าถึงเวลาที่ต้องให้ความรู้ท่านอาเสียหน่อยแล้ว
‘บุรุษ’ ในครอบครัวนางล้วนแล้วแต่ไม่เคยพบเจอโลกกว้าง
ดังนั้นนางจึงเอ่ยขึ้น“ท่านอา ถ้าท่านชอบท่านอาสะใภ้ แต่ท่านอาสะใภ้กลับไม่ได้ชอบท่านมีเพียงเวลาที่ต้องการใช้ประโยชน์จากท่านถึงจะทำดีด้วยพอท่านหมดประโยชน์นางก็จะไม่ไยดี ท่านจะทำอย่างไรเจ้าคะ?”
คำพูดนี้ทำเอาหลินเฉิงเหยาตัวสั่นเทิ้ม
แววตาของเขาฉายแววไร้ที่พึ่งพิงทันทีเขาพึมพำออกมา “ไม่ ท่านอาสะใภ้ของเจ้าไม่ใช่คนเช่นนั้น”
หลินเสวี่ยจู๋เห็นปฏิกิริยาของเขาก็หัวเราะออกมาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย “ข้าย่อมรู้ว่าท่านอาสะใภ้ไม่ใช่คนเช่นนั้น นี่เป็นเพียงการสมมุติเท่านั้นเจ้าค่ะ”
หลินเฉิงเหยาโล่งอกทันที เขาลูบหน้าอกพลางครุ่นคิดอย่างจริงจังผ่านไปนานจึงเอ่ยขึ้น “หากเป็นเช่นนี้ อย่างมากข้าก็จะไม่ดีกับนางสตรีไร้มโนธรรมพรรค์นี้ ข้าจะคบหานางด้วยเหตุอันใด?”
“เช่นนั้นหากตอนแรกท่านดูไม่ออกว่านางเป็นคนเช่นนี้ทั้งยังทุ่มเทให้นางไปมากแล้วเล่าเจ้าคะ?”หลินเสวี่ยจู๋ถามต่อ
หลินเฉิงเหยาตอบอย่างไม่คิดอะไร“เช่นนั้นก็ทำอันใดไม่ได้ ของที่ให้ไปแล้วเอากลับคืนมาไม่ได้ ข้าต้องยอมรับชะตากรรมคิดเสียว่าตนเองตาบอดไป”
หลินเสวี่ยจู๋ยกนิ้วโป้งให้อย่างชื่นชมแล้วถามต่อ“เช่นนั้นหากท่านมีนิสัยหลงตัวเองมาตั้งแต่เล็กมีแต่ท่านที่กล้าทำผิดต่อผู้อื่น แต่ไม่มีผู้ใดกล้าทำผิดต่อท่านเล่า?”
หลินเฉิงเหยาไม่เคยมีนิสัยหลงตัวเองจึงไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไรไปชั่วขณะ
เขาครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะเอ่ยเสียงอ่อน“ข้าเดาว่าเขาต้องแก้แค้นกระมัง”
“ถูกต้องเจ้าค่ะ”หลินเสวี่ยจู๋ยิ้มอย่างพึงพอใจ “ข้าก็เดาว่าเขาต้องแก้แค้น”
หลินเฉิงเหยาเบิกตากว้างท่าทางราวกับเพิ่งได้เปิดหูเปิดตา แต่เมื่อคิดอีกทีก็รู้สึกไม่เข้าใจอยู่บ้าง
ในเมื่อสิ่งที่ทุ่มเทไปในตอนแรกตนเองก็เต็มใจให้เองทว่าตอนนี้กลับมาทวงคืน ทั้งยังเอาชีวิตอีกฝ่ายด้วย ทำเช่นนี้สมควรแล้วหรือ? เพียงแต่เรื่องราวบนโลกนี้มีหลายเรื่องที่เขาไม่เข้าใจถึงอย่างไรเขาก็รู้ว่าย่อมมีคนที่สมองมีปัญหา
ยิ่งครุ่นคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าการวิเคราะห์ของหลานสาวนั้นมีเหตุผล
ขณะที่เขากำลังครุ่นคิดอย่างเงียบๆว่าโจวเซินอี้สมองมีปัญหาหรือไม่ หลินเสวี่ยจู๋ก็ยื่นของบางอย่างให้
หลินเฉิงเหยารับมา เขาเห็นว่าเป็นยาลูกกลอนสีม่วงดำดูจากความแวววาวก็รู้ว่าไม่ธรรมดา จึงถามขึ้น “หลานสาว นี่คืออันใดหรือ?”
“โอสถหวนคืนวสันต์เจ้าค่ะ”หลินเสวี่ยจู๋ตอบอย่างเฉยเมย “ท่านอาลองไปตรวจสอบดูว่าข้างในมีส่วนผสมของห่อสิ่วโอวหรือไม่”
หากมี บางทีโจวเซินอี้อาจเพียงรวบรวมสมุนไพรเพื่อปรุงยาโอสถหวนคืนวสันต์อยู่เพียงแต่ความเป็นไปได้นี้นับว่ามีน้อยมาก
เพราะนอกจากโจวเซินอี้จะผูกเสื้อคลุมของตนเองเข้าด้วยกันเพื่อใช้เป็นห่อผ้าเล็กๆตอนออกไปข้างนอกเป็นครั้งคราวแล้ว ยามปกติเขาก็ไม่ได้พกสิ่งของอะไรติดตัวไปด้วย
ดูแล้วไม่เหมือนคนที่ออกไปเก็บสมุนไพรเลย
เพียงแต่เพื่อความรอบคอบนางคิดว่าควรตรวจสอบให้แน่ใจเสียก่อนจะดีกว่า
แต่เมื่อหลินเฉิงเหยาได้ยินว่าของสิ่งนี้คือโอสถหวนคืนวสันต์เขาก็ตกใจจนเกือบโยนมันลงพื้น
“หลาน หลานหลานสาว...”
ตอนนั้นเกิดเรื่องวุ่นวายอยู่ค่อนวันที่แท้ก็เป็นหลานสาวที่เอาไปจริงๆ
ตอนนั้นที่พวกเขาเหล่าผู้อาวุโสรวมตัวกันเพื่อปรึกษาหารือยังคิดว่าโจวเซินอี้จงใจใส่ร้ายป้ายสี
หลินเสวี่ยจู๋เหลือบมองหลินเฉิงเหยาแล้วถาม“ทำไมหรือเจ้าคะ?ท่านอาคงไม่เทศนาเรื่องคุณธรรมกับข้าหรอกกระมัง?”
คนอย่างนางไม่คิดจะรอให้ผู้อื่นอุจจาระใส่หัวแล้วค่อยโต้กลับเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายมีเจตนาร้ายและไม่ใช่คนดี สำหรับนางก็ถือเป็นเหตุผลที่มากพอที่จะลงมือแล้ว
หากหลินเฉิงเหยากล้าสั่งสอนนางนางก็จะสั่งสอนเขากลับไปเช่นกัน
โชคดีที่หลินเฉิงเหยาไม่ได้คิดเช่นนั้นตลอดทางมานี้ หากหลานสาวไม่เด็ดขาด การที่ครอบครัวพวกเขามีของกินมากมายคงถูกคนอื่นเล่นไม่ซื่อไปนานแล้ว
การรับมือกับคนไม่หวังดีพวกนั้นวิธีการของหลานสาวย่อมได้ผลดีที่สุด
ดูอย่างโจวเซินอี้ผู้นั้นตอนแรกทำตัวโอ้อวดเพียงใด ตอนนี้ก็น่าเวทนาเพียงนั้น
หลินเฉิงเหยาหัวเราะแห้งๆ“หลานสาว นี่คงจะเรียกว่ารักษาคุณธรรมแทนสวรรค์กระมัง แค่สนับสนุนเจ้าข้ายังแทบทำไม่ทันจะมาพูดเรื่องคุณธรรมอันใดกัน!”
หลินเสวี่ยจู๋รู้สึกพึงพอใจที่ท่านอาไม่คัดค้านนาง จึงลงมือหาสมุนไพรต่ออย่างมีความสุข
เวลาหนึ่งวันผ่านไปอย่างรวดเร็วในที่สุดก็ถึงเวลาตั้งค่ายพักแรม
สำหรับคนทั่วไปเวลานี้เป็นเวลาที่พวกเขาเหนื่อยล้ามากที่สุด เนื่องจากเดินทางมาทั้งวัน พอได้พักก็ต้องรีบออกไปหาอาหารหากหาเจอก็ดีไป หากหาไม่เจอก็ต้องทนหิว ความไม่แน่นอนเช่นนี้ไม่มีผู้ใดชอบ
แต่สำหรับครอบครัวของหลินเสวี่ยจู๋เวลานี้เป็นช่วงเวลาที่สนุกสนานและมีชีวิตชีวามากที่สุด
ด้วยเหตุนี้ เมื่อหาสถานที่ที่เหมาะสมในการตั้งค่ายพักแรมได้แล้วทั้งครอบครัวก็แยกย้ายกันไปทำงานทันที
คืนนี้พวกเขาจะได้กินเนื้อวัวกระทิงหลินเสวี่ยจู๋บอกว่านั่นคือเนื้อส่วนที่นุ่มที่สุด เมื่อคืนนางหมักเอาไว้แล้ว วันนี้ต้องเข้าเนื้อเป็นแน่
เหยียนต้ากับสามพี่น้องสกุลหูลงมืออย่างรวดเร็วไม่นานก็ก่อเตาแบบง่ายๆ เสร็จ และเนื่องจากมีประสบการณ์จากครั้งก่อนการก่อไฟจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพวกเขา
ตอนกลางวันหลินเสวี่ยจู๋ตั้งใจเดินออกไปไกลๆแล้วแสร้งทำเป็นขุดของกินกลับมาไม่น้อยซึ่งความจริงแล้วเป็นสิ่งที่นางหยิบออกมาจากมิติทั้งสิ้น
มันเทศกับมันฝรั่งถูกห่อด้วยใบไม้แล้วฝังไว้ใต้กองไฟเพื่อย่าง
ผักกูดที่ลวกแล้วและแช่น้ำไว้ทั้งวันถูกนำมาปรุงรสด้วยเกลือน้ำมันงา และพริกป่น เพียงเท่านี้ก็กลายเป็นสลัดรสเลิศ
ไม่มีหัวหอมก็ใช้ต้นหอมหั่นแล้วเจียวให้หอม
เนื้อวัวกระทิงถูกใส่ลงไปในหม้อโรยพริกเขียวลงไปหน่อยก็มีครบทั้งสีสัน กลิ่นหอม และรสชาติแล้ว
หลินเสวี่ยจู๋ตักมาชิมคำหนึ่งอดไม่ได้ที่จะเอ่ยขอบคุณเหยี่ยนอ๋องสำหรับของขวัญชิ้นนี้ หากไม่ใช่เพราะคนดวงซวยรายใหญ่ผู้นี้ตนเองจะไปหาผักกับผลไม้มากมายถึงเพียงนี้ได้จากที่ไหน
ราวกับนัดหมายกันไว้เมื่อทำอาหารเสร็จทั้งครอบครัวก็ทำงานของตนเสร็จพอดี พวกเขาต่างพากันมานั่งลงข้างกองไฟ
ผักกูดสดเคี้ยวหนึบพริกเขียวผัดเนื้อวัวกระทิงมีรสชาติกับเนื้อสัมผัสยอดเยี่ยม มันเทศหวานฉ่ำมันฝรั่งนุ่มละมุน
ทั้งครอบครัวต่างก็อิ่มหมีพีมัน
หลังมื้ออาหาร ยังมีหยางเหมยกับน้ำผึ้งต้มที่หลินเสวี่ยจู๋นำมาผสมกันจนเป็นหยางเหมยลอยแก้วแล้วนำไปแช่ไว้ในลำธารจนเย็น จึงมีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน ทั้งดับกระหายทั้งแก้เลี่ยน
ทำเอากลุ่มอื่นๆที่พบเห็นต่างพากันอิจฉา
พวกเขาคิด ‘ออกไปหาอาหารเหมือนกันเหตุใดครอบครัวนี้จึงหาได้เยอะนักส่วนตนเองได้แต่ผักป่ากับผลไม้ป่าที่ดูไม่น่ากินกันเล่า?’
เมื่อมองไปที่ครอบครัวของหลินเสวี่ยจู๋ที่กำลังนั่งล้อมวงรอบกองไฟแล้วกินหยางเหมยลอยแก้วพลางฟังเรื่องผีอย่างมีความสุข หัวใจของทุกคนก็เจ็บปวดขึ้นมาทันที
หากหลินเสวี่ยจู๋รู้ว่าพวกเขารู้สึกเช่นนั้นนางย่อมต้องบอกว่าตนเองก็พบเจอกับเรื่องยากลำบากเช่นกัน
เพราะไม่ว่าจะเป็นผักผลไม้ป่าที่ดูไม่น่ากินเพียงใดทว่าพอเข้าไปอยู่ในมิติแล้วต่างก็อวบอ้วนและรสชาติดีทั้งสิ้น
ทุกวันเวลาที่นางหยิบของเหล่านี้ออกมาจากมิตินางต้องตั้งใจเลือกอันที่ดูไม่ค่อยน่ากินนัก
ถึงจะเป็นเช่นนั้นมันก็ยังดูไม่เหมือนของป่าสักเท่าไรเสี่ยงต่อการทำให้นางถูกเปิดโปงเรื่องมิติตลอดเวลา เห็นหรือยังว่านางเองก็ลำบากมากเช่นกัน!
.............................