ปิดเทอม ณรัชต์ คาดหวังว่าจะได้พักผ่อนอยู่บ้านอย่างสบายอารมณ์ทุกวัน
แต่แล้วก็เป็พี่สาวเขาอีกเหมือนเดิม ที่ได้ชักนำความวุ่นวายมาสู่ชีวิตอันสงบใน่ปิดเทอมของเขา
ความวุ่นวายมาในรูปของผู้ชายสองคน
พ่อของณรัชต์เป็ผู้ใหญ่บ้าน บ่อยครั้งจึงมีคนจากทางอำเภอหรือหน่วยงานราชการมาที่บ้านบ่อย ๆ เพื่อประสานงานเื่ต่าง ๆ กับทางส่วนกลาง
วันนึงใน่ต้นปิดเทอม ทางตำบลเขากับตัวแทนส่วนราชการในอำเภอมีการประชุมเกี่ยวกับการเฝ้าระวังและป้องกันยาเสพติด โดยหลังประชุมเสร็จทางฝ่ายเ้าบ้านก็มีการเลี้ยงอาหารกันตามธรรมเนียม
ส่วนนึงก็มากินกันที่บ้านของเขา
พี่สาวเขาที่อยู่ใน่ปิดเทอมเหมือนกัน หลังจากไหว้แเื่อย่างนุ่มนวลอ่อนช้อย ก็ไปช่วยแม่ของเขาเสิร์ฟข้าวเสิร์ฟน้ำให้แขก เดินแช่มช้อยไปมาระหว่างครััวกับพาข้าว
ด้วยกิริยามารยาทอันเรียบร้อยจึงไปสะดุดตาแขกหนุ่มสองคน คือ รองสารวัตรฝ่ายปรามปรามฯตัวแทนจากสถานีตำรวจ และปลัดป้องกันฯตัวแทนจากอำเภอ เข้า
หลังจากวันนั้นบ้านของเขาก็มีแขกแวะเวียนมาให้ต้องต้องรับเป็ประจำเพิ่มขึ้นสองรายคือ ผู้หมวดกับปลัดหนุ่ม
เื่นี้เกี่ยวข้องอะไรกับ ณรัชต์ น่ะเหรอ
ก็ทุกครั้งที่แขกหนุ่มมาที่บ้านมันก็ต้องมีคนอยู่คุยกับแขกน่ะสิ จะปล่อยให้นั่งคุยกับพี่สาวเขากันสองต่อสองก็กระไร
ไอ้ครั้นพ่อแม่เขาจะมารับแขกเองทุกครั้งมันก็ไม่ใช่
'แม่ของเขา' ผู้ไม่ค่อยชอบคนในเครื่องแบบจึงสั่งการเด็ดขาดให้ณรัชต์มีหน้าที่คอยช่วยรับแขก ป้วนเปี้ยน เฝ้าหรือคอยสังเกตการณ์
แต่จะให้เฝ้าเฉพาะหนุ่มในเครื่องแบบก็จะดูไม่ดี เขาจึงต้องรับหน้าที่เป็ก้างขวางคอทั้งนายตำรวจหนุ่มและปลัดหนุ่ม
่ชีวิตที่แล้วเขาจำได้ว่ารับหน้าที่นี้ด้วยความเต็มใจอย่างยิ่ง
ก็นะ คงเป็เพราะของฝากที่นายตำรวจหนุ่มกับปลัดหนุ่มมักมีติดมือมาตลอด
แต่ตอนนี้ เขาไม่ได้สนใจเื่เหล่านี้ เพียงแค่อยากใช้เวลาอยู่อย่างสงบ ๆ เท่านั้น
หลังปลัดหนุ่มขอตัวกลับไปในสายวันหนึ่ง
ณรัชต์ลุกขึ้นจากซุ้มไม้หน้าบ้านที่ส่วนใหญ่เอาไว้ใช้รับแขก แล้วเดินเข้าบ้าน
พี่สาวเขาลุกขึ้นเก็บถาดแก้วน้ำแล้วเดินตามเข้าบ้านมา ก่อนเดินผ่านเขาที่กำลังเปิดตู้เย็นหยิบขนมออกมากิน ก็เปรยออกตัวเหมือนสำนึกผิดที่รบกวนเขา
"โทษที ที่สวยไปหน่อย" เขาได้แต่กรอกตาแล้วถอนหายใจกับตู้เย็น
เย็นวันหนึ่งขณะณรัชต์นั่งดูโทรทัศน์ในห้องโถงของบ้านกับพี่สาว พอถึงข่วงโฆษณาพี่สาวเขาก็เปรยขึ้น
"บุฟเฟ่ต์ D อร่อยหรือเปล่า แกไปกินมายัง "พี่สาวเขาถามถึงโฆษณาในโทรทัศน์ ร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง เสิร์ฟไม่หยุด ที่กำลังฮิตและขยายสาขาอย่างรวดเร็วตามศูนย์การค้าต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งรวมถึงจังหวัดของเขา
"ยัง จังหวัดเจ๊ไม่มีเหรอ"เขาถามถึงจังหวัดที่พี่สาวเขาเรียนอยู่
"ไม่มี ก็จังหวัดเล็ก ไม่มีห้างนี่หว่า" จังหวัดเขาใหญ่กว่านี่เนอะ
หลังจากนั้นในวันหนึ่ง จู่ ๆ ก็มีสิ่งดลใจนายตำรวจหนุ่มให้ขอนุญาตพาพี่สาวเขาไปกินบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างที่ในตัวจังหวัด
แน่นอนว่าต้องพ่วงเขาไปเป็ติ่งด้วยตามระเบียบ
เฮ้ออออ ความสงบปิดเทอมของเขา...
-------------------------------------
นักล่นหุ้น ถ้าแบ่งจากสไตล์ที่เขาใช้ในการลงทุน คร่าวๆจะได้สองประเภท
หนึ่ง นักลงทุน มองการซื้อขายหุ้นเหมือนการซื้อขายกิจการ ซื้อหุ้นเพื่อหวังกิจการเติบโตหรือปันผลที่ดี
สอง นักเก็งกำไร มองหุ้นเป็เครื่องมือในการหากำไรจากส่วนต่างของราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นเป็หลัก
ณรัชต์ กำลังคีบเนื้อค่อย ๆ วางลงบนตะแกรงอย่างมีสมาธิ หากหูก็เปิดรับเสียงที่เข้ามาจากเพื่อนร่วมโต๊ะอีกสองราย ที่กำลังสนทนากันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย ซึ่งพี่สาวเขาจะเป็ฝ่ายตอบหรือรับคำเสียเป็ส่วนใหญ่
นายตำรวจหนุ่มอาจเข้าใจว่าพี่สาวเขาขี้อายหรือไม่อยากพูดตอนทานอาหาร แต่เขารู้ว่าเป็เพราะตอนนี้เธอกำลังมุ่งความสนใจไปที่หมูสามชั้นที่กำลังเริ่มสุกส่งกลิ่นหอมฉุยอยู่นั่นต่างหาก
"ตอนนี้พี่กำลังเก็บเงิน กะเอาไว้สร้างบ้าน"เสียงผู้หมวดแว่วเข้าหูเขา
"แต่พี่ก็กันเงินส่วนนึงเอาไว้ลงทุนนะ อย่างหุ้นบริษัทบุฟเฟ่ต์ D นี้พี่ก็ซื้อไว้ เพราะบริษัทเขาเติบโตดีมาก และยังขยายสาขาเยอะอีกด้วย อนาคตก็คงเติบโตได้อีกมาก "เสียงผู้หมวดหนุ่มกล่าวต่อ
เมื่อพูดถึงหุ้น ณรัชต์ อดเงยหน้าเหลือบมองนายตำรวจหนุ่มไม่ได้
"ธุรกิจบุฟเฟ่ต์เติมไม่อั้นแบบนี้ ลูกค้าเยอะดูเหมือนดี แต่กำไรน้อยมากนะครับ "เขาอดเผลอกล่าวเตือนออกไปไม่ได้
ผู้หมวดหนุ่มทำหน้าแปลกใจที่ณรัชต์รู้เื่นี้ แต่ก็ชวนคุยต่อตามมารยาท
"แต่เขาขยายสาขาได้เร็วดีมากเลยนะ กำไรน้อยแต่ถ้าเพิ่มจำนวนสาขาขึ้นก็น่าจะทดแทนกันได้"
"ขยายสาขาเร็วเกินไป ก็ต้องระวังเื่คุณภาพวัตถุดิบ และการกระจายของจากครัวกลางอีก สร้างพนักงานเทรนด์เด็กไม่ทัน คุณภาพบริการก็จะไม่ดี"เขาชี้ประเด็น
"ถ้าพี่สนใจหุ้นธุรกิจกลุ่มนี้จริง ๆ น่าจะลองมองไปที่อีกเ้าดูนะครับ ได้ข่าวว่ากำลังจะเอาบริษัทเข้าตลาดหุ้นเร็ว ๆ นี้"เสนอแนะต่อ
"เ้านั้นนอกจากธุรกิจอาหาร เขามีธุรกิจเครื่องดื่มเป็ของเขาเองด้วย ตัวนี้น่าจะกำไรดีกว่ามากถ้าเทียบกับบุฟเฟ่ต์ D ที่มีแต่ร้านบุฟเฟ่ต์อย่างเดียว "ณรัชต์กล่าว ขณะเหลือบเห็นพี่สาวที่กำลังจะฉกชิ้นหมูที่เขาย่างไว้
"แต่ก็แล้วแต่พี่นะครับ ใครจะรู้อนาคตได้ล่ะ บุฟเฟ่ต์ D อาจจะเวิร์คก็ได้"เขาตัดบท พร้อมรีบส่งตะเกียบคีบชิ้นหมูตัดหน้าหัวขโมยไปอย่างเฉียดฉิว
ณรัชต์จำได้ว่า่ชีวิตที่แล้วของเขา บุฟเฟ่ต์เ้านี้แม้จะฮิตและมีสาขามาก
แต่ในท้ายที่สุดก็ต้องปิดกิจการและขายทรัพย์สินต่อให้ธุรกิจอาหารอีกเ้าที่เป็สุกี้ไป ส่วนผู้บริหารเดิมถึงกับถูกฟ้องร้องและถูกตัดสินจากศาลในข้อหา จัดทำบัญชีปลอม ดีที่สารภาพและบรรเทาความเสียหายโทษจำคุกจึงรอการลงโทษ
'คำเตือนถือว่าเป็ค่าบุฟเฟ่ต์ละกัน' เขาคิด
หลายวันต่อมาในห้องโถงของบ้านหน้าจอโทรทัศน์
"หนังผีเื่ใหม่เข้าโรงฯ น่าดูอ่ะ"เสียงพี่สาวเขาเปรยขณะกำลังดูโฆษณาหนังเื่ใหม่
"......"
ต่อมาก็มีสิ่งดลใจให้ปลัดฯหนุ่มขออนุญาตพาพี่สาวเขาไปดูภาพยนต์ในตัวเมือง แน่นอนว่า ก็พ่วงเขาไปอีกเหมือนเดิม
ปิดเทอมของณรัชต์ก็วนเวียนอยู่ประมาณนี้....