ตลอด่บ่าย... ติณพยายามกลบความรู้สึกด้วยการโหมงานหนักราวกับคนบ้า จากการยืนคุมงานอยู่ด้านล่างก็ปีนขึ้นไปยืนทรงตัวอยู่บนนั่งร้านสูงเฉียดเพดาน เพื่อเดินรางสายไฟชุดใหม่เอง
เขาออกแรงขันน็อตตัวแล้วตัวเล่า ราวกับ้าระบายความอัดอั้นตันใจผ่านเครื่องมือช่างพวกนี้ ยอมจดจ่ออยู่กับความร้อนและฝุ่นผงตรงหน้า เพื่อไม่ให้สมองว่างพอที่จะคิดถึงใครบางคน
"ทำงานสิวะไอ้ติณ... อย่าไปคิด..." เสียงในใจตอกย้ำตัวเองซ้ำๆ "มึงมันก็แค่ช่างไฟ... อย่าริอ่านไปหวังสูงแข่งกับเทวดาเดินดินพวกนั้น"
จนเหงื่อไหลโทรมกายหยดแล้วหยดเล่า จากความร้อนระอุที่ลอยตัวอยู่ใต้ฝ้า แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะไม่ยอมปล่อยให้ชายหนุ่มได้พักเลียแผลใจอย่างสงบ...
ท่ามกลางเสียงสว่านและค้อนที่ดังกระทบกัน จู่ ๆ เสียงหัวเราะใส ๆ ที่เขาจำได้ขึ้นใจ ก็ดังแว่วลอยขึ้นมาจากพื้นด้านล่าง เสียงหัวเราะที่เคยทำให้โลกของเขาสดใส แต่ในวินาทีนี้ มันกลับกลายเป็เสียงที่บาดหูที่สุด
ติณอดไม่ได้ที่จะก้มมองลงไปด้านล่าง ภาพที่เห็นคือ แก้ม กำลังเดินเกาะกลุ่มผ่านมากับเพื่อน ๆ และไอ้หนุ่มหน้าตี๋คนเดิม ทั้งคู่ดูเหมาะสมกันอย่างที่ไร้ที่ติ
และทันใดนั้น... เหมือน์กลั่นแกล้ง แก้มเงยหน้าขึ้นมามอง้าพอดี ราวกับมีเซนส์บางอย่าง ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาคมเข้มของติณที่ยืนมองอยู่บนที่สูง
วินาทีนั้น... เวลาเหมือนหยุดหมุน สมองของติณคิดไม่ทันว่าควรจะทำยังไง ระหว่างส่งยิ้มไปให้ หรือแค่พยักหน้าทักทายพอ ใจหนึ่งก็หวังลึกๆ ว่าหญิงสาวจะโบกมือทักทาย หรือยิ้มตอบเหมือนทุกครั้ง
แต่ทว่า... สิ่งที่ได้รับกลับมา เหมือนน้ำเย็นจัดสาดเข้าที่หน้า แก้มทำเพียงชะงักด้วยความใ ก่อนจะรีบหันขวับกลับไปหาหนุ่มหล่อข้างกายและกลุ่มเพื่อน ทำเหมือนไม่เห็นเขาอยู่ตรงนี้
"แก้มเห็นแน่ๆ... แต่เธอเลือกที่จะทำเมิน" คำถามมากมายผุดขึ้นมาทิ่มแทงหัวใจ
'อายเพื่อนเหรอ'
'อาย... ที่รู้จักคนแบบเราเหรอว่ะ'
'หรือกลัวไอ้หนุ่มหน้าหล่อคนนั้นรู้ความจริง... ว่าแอบคุยกับผู้ชายคนอื่นอยู่'
ด้วยความคิดที่ตีกันยุ่งเหยิง ติณจึงค่อยๆ ถอยหลังหลบเข้าไปหลังเสา ซ่อนความน้อยเนื้อต่ำใจไว้ในเงามืด "เจ็บมั้ยล่ะไอ้ติณ..." ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ "โดนเด็กหลอกตอนแก่... มันเจ็บแบบนี้นี่เอง"
วันนี้... ติณเริ่มเข้าใจสถานะตัวเองแจ่มแจ้งแล้ว สุดท้าย... ก็คงเป็ได้แค่ของเล่นแก้เหงาของวัยรุ่น หรือแย่กว่านั้น... เธอก็คงแค่อยากคบคนแก่ไว้เป็สายเปย์ คอยซัพพอร์ตตอนขัดสน พอมันเก่า หรือเจอคนวัยเดียวกันที่คู่ควรกว่า... ของเล่นเก่าๆ อย่างเขาก็แค่ถูกเมินเฉยไปอย่างที่เห็น
เย็นวันนั้น... หลังจากเก็บกวาดหน้างานและตรวจเช็กระบบไฟจนเสร็จสิ้น ติณก็พาพวกลูกน้องในทีมไปฉลองปิดจ็อบที่ผับแห่งหนึ่ง บรรยากาศภายในร้านอึกทึกไปด้วยเสียงเพลง และเสียงชนแก้วดังเซ็งแซ่
"เอ้า! ชน! วันนี้เฮียเลี้ยงไม่อั้นโว้ย กินให้เต็มที่ ใครไม่เมาห้ามกลับ" ชัยลูกน้องคนสนิทะโเชียร์อย่างสนุกสนาน ก่อนจะยกแก้วเบียร์เย็นเจี๊ยบขึ้นกระดก
ผิดกับเฮียติณ ที่นั่งเงียบกริบอยู่หัวโต๊ะ สภาพตอนนี้ดูไม่จืด ผมเผ้าที่เคยเซต บัดนี้ยุ่งเหยิงตกลงมาปรกหน้าผาก นั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยแววตาเลื่อนลอยไร้จุดหมาย ตรงหน้าไม่ใช่แก้วเบียร์เหมือนคนอื่น แต่เป็แก้วเหล้าสีอำพันเข้มจัดที่ชงหนาจนแทบไม่ได้กลิ่นโซดา
ติณยกแก้วขึ้นกระดกพรวดเดียวหมดราวกับดื่มน้ำเปล่า ความขมปร่าบาดคอลึกลงไปถึงกระเพาะ แสบร้อนจนต้องนิ่วหน้า แต่มันกลับเทียบไม่ได้เลยกับความขมขื่นที่เกิดขึ้น
"เฮีย... เพลาๆ หน่อย เฮียเล่นซัดเพียวขนาดนี้ เดี๋ยวก็หัวทิ่มหรอก" ลูกน้องเอ่ยเตือนด้วยความเป็ห่วง เมื่อเห็นเ้านายเทเหล้าใส่แก้วเพิ่มไม่หยุดมือ
"เื่ของกู..." ติณตอบเสียงเริ่มอ้อแอ้ ดวงตาแดงก่ำฉ่ำเยิ้มไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และความเ็ป "กูจะกินให้ลืม... ลืมเธอคนหลอกลวง"
ครืด... ครืด... ครืด...
จู่ๆ โทรศัพท์ที่วางคว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะก็สั่นครืดคราด แสงไฟสว่างวาบขึ้นจากหน้าจอในความมืด พร้อมกับชื่อที่ปรากฏหรา "Nong Gam" (น้องแก้ม)
ถ้าเป็เมื่อวาน ติณคงรีบตะครุบรับสายด้วยความดีใจ แต่ในวันนี้ ชื่อนี้กลับกลายเป็ของแสลงที่เขาไม่อยากเห็นที่สุดในชีวิต
"เฮีย... น้องแก้มโทรมาถี่ขนาดนี้ ไม่รับหน่อยเหรอเฮีย" ลูกน้องสะกิดถามด้วยความสงสัย
ติณจ้องมองโทรศัพท์ที่ยังคงสั่นไม่หยุด ราวกับมันกำลังร้องเรียกความสนใจ สมองที่มึนเมาเริ่มตีรวนด้วยคำถาม
‘โทรมาทำไม... โทรมาแก้ตัวเหรอ’
‘หรือโทรมาสมน้ำหน้า’
‘หรือโทรมาเพราะแค่อยากเช็กเรตติ้งว่า ของตายตัวนี้ยังอยู่ดีไหม’
‘หรือเงินขาดมือ... เลยโทรหาตู้ ATM เคลื่อนที่’
"ไม่..." ติณเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ไม่ใช่เพื่อกดรับ แต่เพื่อกดตัดสายทิ้ง แล้วคว่ำหน้ามันลงกับโต๊ะ
"ปล่อยมันดังไป... กูไม่อยากคุย" ติณพูดเสียงแข็งลอดไรฟัน ทั้งที่ในใจเจ็บร้าวเหมือนจะขาดใจตาย ตอนนี้ไม่อยากได้ยินเสียงหวานๆ นั่นอีกแล้ว กลัวใจอ่อน กลัวจะกลับไปเป็ควายให้เขาหลอกอีก
ก่อนจะคว้าแก้วเหล้าขึ้นมากระดกเข้าปากอีกครั้ง เพื่อหวังให้ฤทธิ์แอลกอฮอล์ช่วยลบภาพรอยยิ้มของเธอ และภาพไอ้หนุ่มหน้าตี๋คนนั้นให้หายไปเสียที
เสียงเรียกเข้าเงียบหายไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงแจ้งเตือนสายที่ไม่ได้รับ จำนวนนับสิบสาย และผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งเมามายจนหัวราน้ำ เพื่อไว้อาลัยให้กับความรักโง่ๆ ของคนแก่ที่ไม่เจียมกะลาหัวตัวเอง
ย้อนกลับไปใน่กลางวัน...
ขณะที่แก้มกำลังเดินหัวเราะร่ามากับกลุ่มเพื่อน โดยมี "ต้น" เพื่อนคนสนิทเดินถือแก้วน้ำตามมาติดๆ
จังหวะที่ก้าวเข้าใต้ตึก สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นร่างสูงคุ้นตาบนนั่งร้านชั้นสอง ‘พี่ติณ’
หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบด้วยความดีใจระคนใ ภาพนายช่างใหญ่ในชุดสีกรมท่าที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ใบหน้าคมเข้มเปื้อนคราบมอมแมมกำลังมองลงมา ในสายตาคนอื่น เขาอาจจะดูเป็แค่ช่างไฟสกปรกๆ แต่ในสายตาของแก้ม เขาดูเท่ ดุดัน และเซ็กซี่เป็บ้า
ขณะที่แก้มกำลังจะอ้าปากะโเรียก แต่ทว่า... "เฮ้ยแก้ม! มัวมองไรวะ รีบไปจองโต๊ะเร็ว เดี๋ยวพวกปีหนึ่งแย่งที่" ต้นที่ไม่ได้รู้เื่อะไร คว้าท่อนแขนแก้มแล้วกระชากให้หมุนตัวกลับอย่างแรงโดยไม่ทันตั้งตัว
"ด... เดี๋ยวแก!" แก้มเซถลาไปตามแรงดึง และถูกลากไปตามทางเดิน แต่สายตายังพยายามหันกลับไปมอง้าอีกครั้งด้วยความอาลัยอาวรณ์ หวังจะส่งสายตาบอกเขาว่า 'เดี๋ยวหนูมานะ' แต่ภาพที่เห็นคือ... พี่ติณหลบหายเข้าไปหลังเสาแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า
…
"ฮือออ... พี่ติณคะ! กลับมาก๊อนนนน! อย่าเพิ่งคิดไปไกลลล!"
โอ๊ยยย ใจเจ็บไปหมดแล้ว สงสารพี่ติณของเราจับใจ ความน้อยเนื้อต่ำใจของคนอายุเยอะกว่า ที่คิดว่าตัวเองไม่คู่ควรกับเด็กสาววัยใส มันช่างบีบหัวใจเหลือเกิน แถมยังมาเห็นภาพบาดตาอีก ยิ่งตอกย้ำแผลใจเข้าไปใหญ่
พี่ติณเล่นตัดสายทิ้ง โอ๊ยยย... พ่อคุณเอ๊ยยย ถ้ารู้ความจริงว่าน้องแก้มกำลังจะะโเรียก แต่โดนเพื่อนลากไป จะทำหน้ายังไงคะเนี่ย
ตอนนี้สถานการณ์ตึงเครียดสุด ๆ พี่ติณเมาแอ๋ประชดรัก ส่วนน้องแก้มก็โทรหาไม่ติด งานนี้จะปรับความเข้าใจกันยังไง ยัยน้องจะง้อพี่ช่างไฟขี้นอยด์สำเร็จมั้ย หรือเื่จะบานปลายไปกันใหญ่
ใครทีม #สงสารพี่ติณ หรือทีม #เอาใจช่วยน้องแก้ม รีบส่งกำลังใจมาด่วน ๆ เลยค่ะ ไรท์จะรีบปั่นตอนหน้ามาเคลียร์ใจให้ไวที่สุด