“ผ่านไปสองชั่วยามเ้าพร้อมหรือยังเ้าเด็กน้อย คราวนี้อันตรายมากกว่าขั้นแรกมากนักนะ”
“ข้าพร้อมแล้วเฟิ่งหยู”ตอบอย่างไม่ลังเล
“การทดสอบขั้นที่สองเ้าต้องหลอมรวมเปลวเพลิงฟ้าอัคคีนี้ให้สำเร็จมันยากมากที่จะหลอมรวม เ้ามีเวลาแค่ หนึ่งเดือนเท่านั้น”
เฟิ่งหยูเตรียมพร้อมสำหรับการหลอมรวมเปลวเพลิงฟ้า์ตอนนี้เขารู้สึกกังวลเป็อย่างมาก เขาอุตส่าห์ทนลำบากมานานหลายปี เขาอยากให้บิดา มารดาของเขาได้อยู่สบายบ้างนี่เป็โอกาสของเขา เขาต้องคว้าเอาไว้ให้ได้แม้จะเ็ป ทรมานเพียงใดก็ตามเฟิ่งหยูคิดอยู่ในใจ
เป็ครั้งแรกที่เฟิ่งหยูััได้ว่าความตายกำลังคืบคลานเข้ามาซึ่งในตอนนี้เขาได้ถูกเปลวเพลิงเข้าโจมตีร่างทั้งร่างถูกแผดเผาด้วยไฟที่ร้อนแรงเปลวเพลิงสีฟ้าใสดุจแก้วร้อนจนถึงขีดสุดมันได้แผดเผาเสื้อผ้าของเขาจนมอดไหม้ผมสักเส้นก็ไม่เหลือ อีกทั้งผิวของเขายังกลายเป็สีดำขลับ ภายในร่างขับเปลวเพลิงออกมา
“บัดซบ”
เฟิ่งหยูคำรามอยู่ในใจ เขารู้สึกเหมือนกำลังจะตายความเ็ปลึกลงไปถึงจิตราวกับถูกเปลวเพลิงฟ้า์แผดเผากล้ามเนื้อแต่ละมัดแตกออกมา
ทว่าชั่วพริบตา เปลวเพลิงฟ้า์ก็ได้แผดเผาร่างกายของเขาจนไหม้เกรียมเห็นได้ชัดว่าเปลวเพลิงนี้น่ากลัวมากขนาดไหน
พลังชีวิตบริสุทธิ์มหาศาลได้โอบล้อมร่างกายของเขาเอาไว้ทว่าไม่นานก็ถูกเพลิงฟ้า์แผดเผาจนหมด เฟิ่งหยูแทบบ้าเขาแผดเสียงคำรามต่ำออกมา แล้วตะเกียกตะกายยันตัวขึ้นมานั่งขัดสมาธิพลางขับเคลื่อนลมปราณออกมาเพื่อต่อต้านเปลวเพลิง
นี่เป็วิกฤตอันตรายถึงชีวิตครั้งแรกของเขาหัวใจของเฟิ่งหยูบีบรัดแน่นจนถึงขีดสุด ฟันขบเสียดสีกันใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเ็ป เปลวเพลิงฟ้านี้ร้อนแรงอย่างสุด ๆมวลอากาศโดยรอบถูกเผาไหม้
หลังจากนั้นสิบวัน เฟิ่งหยูไม่อาจจะต้านทานได้ไหว ร่างกายของเขาแตกออกเป็สี่ห้าส่วน ในตอนนี้เหลือเพียงจิตใจที่แข็งกล้าที่ยื้อชีวิตของเขาเอาไว้สภาพของเขาตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับตายทั้งเป็
“จะมานั่งรออยู่ตรงนี้ไม่ได้ไม่เช่นนั้นได้ตายจริง ๆ แน่”
ความคิดของเฟิ่งหยูร้อนรนสายตาของเขาสว่างแวบขึ้นมา ก่อนจะหันไปมองแผ่นหยกสีเขียวที่อยู่ข้างกายเขา“คัมภีร์โอสถ์” ในตอนนั้นเอง ดวงตาเขาก็สว่างขึ้นมาอีกครั้งเขาแผดเสียงร้องะโออกมา
“ข้าจะเป็นักปรุงโอสถนักปรุงโอสถสามารถนำเปลวเพลิงมากำราบเป็เพลิงโอสถได้ขอแค่ข้ากำราบเปลวเพลิงนี้ได้ เช่นนั้นก็จะสามารถแก้ปัญหาในตอนนี้ได้”
เฟิ่งหยูเข้าใจสถานการณ์ของตัวเองดีอย่างไรเสียเขาต้องหลอมรวมเปลวเพลิงนี้เท่านั้นความ้าของเขาจึงจะเป็จริงขึ้นมาได้ตอนนี้เขามองเห็นความหวังแล้ว
เจตนารมณ์ของเขาแผดเผาขึ้นถึงจุดสูงสุดสายตามองไปที่คัมภีร์โอสถ์ ก่อนเริ่มอ่านวิธีกำราบเปลวเพลิง เมื่ออ่านจบเฟิ่งหยูกล่าวออกมาด้วยความดีใจ
“ไม่แปลกเลยว่าทำไมนักหลอมโอสถถึงได้ตายเป็ส่วนมากตอนที่หลอมรวมเปลวเพลิงที่แท้ต้องกำราบต้นกำเนิดเปลวเพลิงก่อนเป็อันดับแรกแล้วใช้มันมากลั่นหลอมเข้าไปในร่าง”
เท่ากับว่าตอนนี้เฟิ่งหยูจะต้องกลั่นหลอมเปลวเพลิงเข้าไปในร่างกายเท่านั้น เฟิ่งหยูทำจิตใจให้สงบในตอนนี้เขามีพลังชีวิตอยู่เพียงน้อยนิด ซึ่งมันน่าจะพอช่วยยื้อเวลาให้เขาได้
เฟิ่งหยูอดทนมาถึงยี่สิบวัน เขารู้สึกว่าร่างกายละลายหายไปแล้วเหลือเพียงแค่ดวงิญญาเท่านั้น
ในตอนนี้เพลิงฟ้า์เริ่มอ่อนแรงลงเฟิ่งหยูยิ้มด้วยความยินดี ในเวลานี้เป็เวลาที่สามารถกำราบเปลวเพลิงได้ง่ายที่สุดในขณะที่มันเข้าสู่สภาวะอ่อนแอ พลานุภาพก็จะลดลงด้วย
นิ้วที่ไหม้เกรียมของเขาขยับออกไปพลันปรากฏคลื่นพลังเป็เส้นๆ เขาสามารถหยังรู้แล้วกำราบเปลวเพลิงนี้ได้
เปลวเพลิงถูกห่อหุ้มเอาไว้ร่างกายที่ไหม้เกรียมปลดปล่อยคลื่นพลังชีวิตออกมามันได้ขั้นกลางระหว่างเปลวเพลิงไว้เป็ชั้น ๆ อุณหภูมิร้อนแผดเผาได้หายไปร่างกายของเฟิ่งหยูฟื้นคืนขึ้นมาเรื่อย ๆ เขาเริ่มดูดซับพลังโดยรอบอย่างบ้าคลั่งในขณะเดียวกันก็กำราบเปลวเพลิงฟ้า์ไปด้วย
ทุกอย่างเป็ไปอย่างช้า ๆแม้ว่าร่างกายของเขายังไหม้เกรียมอยู่ ทว่าภายในเต็มไปด้วยพลังที่น่ากลัวมากที่สุด
ผ่านไปอีกเจ็ดวันปรากฏเสียง แกรก แกรกดังออกมาจากในตัวของเฟิ่งหยู ิัที่ไหม้เกรียมแตกออก แสงสีฟ้าเรืองรองประกายออกมาเหมือนดวงอาทิตย์ขนาดเล็กที่กำลังลุกโชนพลังชีวิตจำนวนมหาศาลได้ตื่นขึ้น บริเวณโดยรอบสั่นไหวิัของเขาประกายแสงระยิบระยับ กล้ามเนื้อแต่ละมัดแข็งแกร่งราวกับเหล็กร่างกายของเขาเริ่มฟื้นฟูกลับมา
นี่มันเหมือนกับการเกิดใหม่ เพราะการผลัดเปลี่ยนกายนั้นจะต้องใช้พลังชีวิตที่สูงมากจึงจะสามารถทำได้ทว่าเขากลับสามารถผลัดเปลี่ยนได้สำเร็จเขายังไม่ได้ตื่นขึ้น พลังของเขายังขยายตัวออกไปอีกอย่างต่อเนื่อง
หลังจากนั้นสามวันเฟิ่งหยูลืมตาทั้งสองแสง์ส่องทะลวงออกไป ดวงตาราวกับเปลวเพลิงสีฟ้า ลุกโชติ่ทันไดนั้นเขาก็ะเิพลังมหาศาลออกมา
ตูม
ตูม
ตูม
ตูมมม”
ฟ้าดินะเิออกพลังที่แข็งแกร่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เขาแผดเสียงคำรามออกมา
“ทะลวง” เขาทำลายขีดจำกัดโดยไม่ได้พึ่งพลังอย่างอื่น แต่เป็พลังศักยภาพของเปลวเพลิง เฟิ่งหยูกำหมัดพลางกล่าวพึมพำ
“ในที่สุดข้าสามารถก้าวมาอยู่ในระดับเขตแดนขั้นที่9 ได้อย่างรวดเร็ว” เมื่อก่อนกว่าเขาจะก้าวเข้าสู่ระดับเขตแดนขั้นที่หนึ่งได้ต้องใช้เวลาเกือบสามปีเต็ม ทั้งพยายามอย่างไร ก็ไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้แต่บัดนี้เพียงระยะเวลา เพียงสี่สิบวันข้าสามารถก้าวจากระดับเขตแดนขั้นที่หนึ่งเข้าสู่เขตแดนขั้นที่เก้า ได้อย่างรวดเร็ว”