ตอนที่ 18 โมโห (1)
เรือนหลักอยู่ทางทิศเหนือหันหน้าไปทางทิศใต้สว่างไสวและระบายอากาศได้ดี ด้านหน้าเป็นห้าห้องกว้างทำให้เรือนหลักแบ่งเป็นสองส่วนคือหน้าและหลัง
ลานหน้าเรือนวางโอ่งเก็บน้ำไว้สิบกว่าใบ ในโอ่งมีดอกบัวสาย สุดทางระเบียงยาวลานหลังเรือนเลี้ยวไปทางซ้ายมือมีซุ้มศาลาหลังหนึ่ง ตรงข้ามปลูกไผ่แคระเอาไว้ทั้งยังมีสวนดอกไม้หลายส่วน ดอกไม้สีสันหลากหลายดูแล้วสดใสมาก
อากาศของต้นเดือนสี่แสงแดดสว่างไสว แต่วันนี้กลับร้อนแรงดุจไฟ ช่วงเวลาใกล้เที่ยงไม่มีร่มไม้บดบัง ยืนตากแดนร้อนจัดสักครู่บริเวณขมับล้วนมีเหงื่อไหลออกมา
สวี่เฉิงอวี๋นำสาวใช้ผ่านประตูวงพระจันทร์เข้าไป จากที่ไกลๆ เห็นสวี่ซงซานยืนนิ่งราวกับต้นสนอยู่กลางลาน
เขาเองก็ไม่รู้ว่ากำลังโมโหหรือกำลังขัดขืนนายหญิงผู้เฒ่า แต่ยืนนิ่งท่ามกลางแสงอาทิตย์ตรงๆ เช่นนั้น
สวี่เฉิงอวี๋เดินเข้าไปใกล้ เห็นศีรษะเขาเต็มไปด้วยเหงื่อสีหน้าเองก็ดูไม่ดี
นางเรียกท่านพ่ออย่างจนใจ “หรือท่านจะไปพักที่ห้องหนังสือสักครู่ก่อนเจ้าคะ”
ตอนแรกสวี่ซงซานกั้นห้องที่เรือนหลักของปีกตะวันตก แบ่งเป็นห้องหนังสือเล็กๆ ออกมาเพื่อเวลาว่างจะได้สามารถอยู่ใกล้กับโจวฮูหยินหน่อย ไม่ถึงกับว่าเมื่อไปห้องหนังสือจะต้องไปถึงเรือนหน้า
เขารักและให้ความสำคัญกับภรรยาหลวง ตอนโจวฮูหยินอายุยังน้อยก็หน้าแดงปล่อยตามใจเขาไป
ดวงตาของสวี่ซงซานไม่แม้แต่จะเอนเอียง เค้นเสียงเย็น “เจ้าเข้าไปดูท่านแม่เจ้าเถอะ”
สวี่เฉิงอวี๋เม้มปาก ย่อตัวลงคารวะเขารอบหนึ่ง แน่นอนว่าไม่พูดอะไรมากอีกเพราะอย่างไรเสียเขาก็ไม่ฟัง
สาวใช้ทั้งสองคนก้มหน้าย่อตัวลง ไม่กล้ามองแม้แต่น้อย รีบติดตามด้านหลังสวี่เฉิงอวี๋เข้าไปในห้อง
โจวฮูหยินเอนตัวอยู่บนเตียงในห้อง ด้านหลังมีเบาะนุ่มรองอยู่หลายอัน บริเวณเอวนุ่มเป็นพิเศษ อากาศเดือนสี่เช่นนี้บนร่างนางยังคลุมผ้ากำมะหยี่เอาไว้อยู่
นายหญิงผู้เฒ่าเว่ยกำลังนั่งอยู่ริมเตียงนั้นดีใจอย่างมาก ดวงตากวาดมองไปที่ท้องของนางตลอด
คนที่มีอายุมักจะเป็นเช่นนี้ ไม่ว่าในบ้านจะมีเด็กมากเท่าไร มีจำนวนคนเพิ่มอีกเท่ากับเป็นการเพิ่มไอมงคล แน่นอนว่านางดีใจเป็นที่สุด
สวี่เฉิงอวี๋ก้าวเท้าเข้าไปคารวะ เห็นโจวฮูหยินมีสีหน้าแดงระเรื่อนางเองก็ดีใจ “ยินดีกับท่านแม่แล้วเจ้าค่ะ”
ตั้งแต่ยังอายุน้อยโจวฮูหยินก็เป็นคนที่สงบเสงี่ยม แม้ช่วงหลายปีที่เรือนในของตระกูลสวี่วุ่นวายนางก็จัดการเรื่องเหล่านั้นจนเรียบร้อยเงียบๆ มาตลอด ตอนนี้ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบหลายปีคนก็ยิ่งเป็นมิตรมากขึ้น หน้าตายิ่งดูมีเมตตา
นางกวักมือเรียกสวี่เฉิงอวี๋มานั่งที่ปลายเตียง “ตอนเจ้ามาด้านนอกร้อนหรือไม่”
นางพูดไปก็ส่งสีหน้าให้สวี่เฉิงอวี๋ไป
นายหญิงผู้เฒ่าเว่ยปั้นหน้า “ร้อนก็ร้อน ข้าไม่ได้ให้เขายืนด้านนอกเสียหน่อย หากโดนไอร้อนจนมึนหัวไปก็เป็นตัวเขาที่หาเรื่องเอง!”
ดูท่าแล้วคงทำให้นายหญิงผู้เฒ่าโมโหไม่น้อยจริงๆ
ในใจของสวี่เฉิงอวี๋รู้สึกซับซ้อน
ท่านแม่มีเพียงคนเดียว ชาติก่อนตอนที่ท่านแม่ตั้งครรภ์แม้ว่านางจะอายุน้อย แต่ก็รู้ว่าการที่ท่านแม่ตั้งครรภ์ตอนที่อายุเท่านี้ เมื่อถึงตอนคลอดก็เท่ากับเป็นการผ่านประตูความตายจริงๆ ดังนั้นนางเองก็ไม่ยินดีเอามากๆ
แต่ตอนนี้เป็นเพราะนางรู้ว่าการตั้งครรภ์ของท่านแม่ครั้งนี้ไม่ต้องกังวล ถึงได้มาเตือนท่านพ่อเพื่อให้ในบ้านสงบสุขกลมเกลียว
ส่วนท่านย่า...
ตอนท่านย่าให้กำเนิดบุตรสาวคนเล็กสุดก็อายุพอๆ กับท่านแม่ แต่สวี่เฉิงอวี๋จำได้ว่าตอนนั้นอีกฝ่ายอายุน้อยกว่าท่านแม่ของนางในตอนนี้สองถึงสามปี อาหญิงเล็กคนนั้นของนางแม้ว่าจะเลี้ยงจนโตไม่ได้ แต่ตอนท่านย่าตั้งครรภ์แม้ว่าจะลำบากทว่าตอนคลอดกลับราบรื่นมาก ไม่ได้ทิ้งโรคอะไรเอาไว้
สวี่เฉิงอวี๋เม้มริมฝีปาก โจวฮูหยินเองก็ไม่กล้าพูดต่อ