10 ปีต่อมา เยว่ชิงนั้นยังคงนั่งบ่มเพาะอยู่บนเบาะเซียนโดยที่นางนั้นยังไม่ได้ลืมตาขึ้นมาสักครั้ง ถึงแม้ว่าที่โลกภายนอกนั้นจะเกิดอะไรหลาย ๆ อย่างขึ้น แต่มันก็ไม่มีเลยสักครั้งที่จะส่งผลเข้ามาถึงภายในถ้ำที่นางอยู่ และทรัพยากรภายในแหวนมิติเองก็ถูกใช้ออกไปอยู่เรื่อย ๆ เช่นกัน
70 ปีต่อมา สำนักบุปผาเมฆาได้หายไปจากหุบเขาเมฆา เหลือเอาไว้เพียงซากปรักหักพังของสำนักเพียงเท่านั้น
ผ่านไปอีก 10 ปี ผู้คนได้เริ่มเข้ามาอาศัยอยู่ในหุบเขาแห่งนี้ พวกเขานั้นเริ่มสร้างบ้านหลังเล็ก ๆ ขึ้นมาเพื่อที่จะใช้อยู่อาศัย
1,000 ปีต่อมา เยว่ชิงนั้นยังคงนั่งอยู่บนเบาะเซียนเช่นเดิม และโลกภายนอกนั้นก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นมา
สายฟ้าสีแดงได้แผ่กระจายไปทั่วท้องฟ้า เหล่าจอมยุทธ์ที่มีระดับบ่มเพาะสูงกว่าระดับปราณทองคำจำนวนมากถูกสายฟ้าสีแดงเ่าั้ผ่าใส่จนถึงแก่ชีวิต มันทำให้จอมยุทธ์หายไปเป็จำนวนมาก
เข้าปีที่ 8,000 เมืองขนาดเล็กได้ถูกสร้างขึ้นมาแทนที่สำนักบุปผาเมฆา พวกเขานั้นใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข ชาวเมืองทุกคนที่อยู่ในเมืองนั้นก็ล้วนเป็จอมยุทธ์ที่อยู่ในระดับต่ำทั้งสิ้น
ปีที่ 9,937 เยว่ชิงนั้นได้ลืมตาขึ้นมา ลมปราณอันบริสุทธิ์ได้กระจายออกมาจากภายในถ้ำ แต่ยังไม่ทันที่มันจะกระจายไปได้ไกล พวกมันทั้งหมดก็ถูกดึงกลับเข้าไปในถ้ำจนหมด
“ในที่สุดข้าก็ออกมาจนได้” เยว่ชิงเอ่ยขึ้นมา นางมองไปรอบ ๆ ตัวก่อนจะสังเกตเห็นตัวเลขบนอุปกรณ์นับเวลา ตัวเลขจำนวนมากได้ปรากฏอยู่บนอุปกรณ์อันนั้นมันทำให้นางนั้นไม่อยากจะเชื่อ
“9,937 ปี เหตุใดข้าจึงบ่มเพาะนานเช่นนี้” เยว่ชิงรีบตรวจสอบร่างกายของตนเองทันที และมันก็ได้ทำให้นางนั้นพบความจริงว่า นางในตอนนี้นั้นไม่ได้อยู่ในระดับปราณทองคำอีกต่อไป
“ปราณของข้าทำไมมันถึงบริสุทธ์ถึงเพียงนี้” ในตอนนั้นเอง เบาะที่เยว่ชิงนั่งอยู่นั้นก็เริ่มสลายเป็ละอองแสงสีทอง นางจึงรีบลุกขึ้นจากเบาะทันที
การที่เบาะเซียนจะสลายไปนั้นก็มีเพียงเหตุผลเดียวนั่นก็คือ มีผู้บรรลุเป็เซียนจากการใช้มันเท่านั้น และเยว่ชิงนั้นก็รับรู้เื่นี้จากอาจารย์ของนางมาเช่นกัน
นั่นก็หมายความว่า เยว่ชิงในตอนนี้นั้นได้กลายเป็เซียนไปแล้ว “ท่านอาจารย์ เหตุใดท่านจึงทำเช่นนี้” นางเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เศร้าลง นางนั้นไม่เข้าใจเหตุใดผู้เป็อาจารย์จึงหลอกให้นางมาบ่มเพาะอยู่ภายในที่แห่งนี้เกือบหมื่นปี
หลังจากที่เบาะเซียนนั้นสลายหายไปจนหมด มันก็ได้ปรากฏจดหมายฉบับหนึ่งวางเอาไว้อยู่ในจุดที่เบาะเซียนเคยอยู่ เยว่ชิงจึงรีบหยิบขึ้นมาเปิดอ่านทันที
‘ศิษย์ข้า การที่เ้าเห็นจดหมายฉบับนี้นั้นก็แสดงว่าเ้าได้กลายเป็เซียนแล้วเป็แน่ เช่นนั้นข้าก็ขอแสดงความยินดีกับเ้าด้วย และอาจารย์ต้องขอโทษเ้าที่หลอกเ้าให้เข้าไปเก็บตัวภายในถ้ำ แต่ถ้าหากข้าไม่ทำเช่นนี้เกรงว่าสำนักบุปผาเมฆาของพวกเราจะต้องล่มสลายเป็แน่’
หลังจากนั้นจดหมายก็ได้เล่าถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับสำนัก เยว่ชิงอ่านข้อความในจดหมายทั้งหมดมันก็ทำให้นางนั้นโกรธสำนักต่าง ๆ ที่พากันมาบุกโจมตีสำนักของตน เพียงเพราะว่าสำนักพวกนางนั้นเติบโตเร็วเกินไป
‘เยว่ชิงเมื่อเ้าออกจากถ้ำจงสร้างสำนักบุปผาเมฆาขึ้นมาอีกครั้งและนำพาสำนักของพวกเราไปให้ถึงจุดสูงสุด ส่วนเื่แก้แค้นสำนักเ่าั้ข้าไม่ได้บังคับเ้า เ้าสามารถทำในสิ่งที่เ้า้าได้’
เมื่ออ่านจดหมายจบ เยว่ชิงนั้นก็ค่อย ๆ สงบสติอารมณ์ของตนเอง “เวลาผ่านมาเกือบ 1 หมื่นปีผู้ที่อยู่ในยุคนั้นคงจะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว การที่ข้าจะไปแก้แค้นให้กับสำนักมันคงจะไม่ยุติธรรมกับพวกเขา แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของสำนักเ่าั้”