ความมืดมิดภายในห้องนอนใหญ่ของ The Crown Penthouse คล้ายจะทวีความเข้มข้นขึ้นตามเวลาที่ล่วงเลยผ่านเที่ยงคืน แสงไฟสีส้มและสีน้ำเงินจากตึกระฟ้าภายนอกกระจกบานั์ส่องลอดผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาเป็ลำแสงทอดยาว ทอดตัวลงบนพื้นหินอ่อนสีขาวราวกับภาพวาดลายเส้นของดวงดาว ด้านนอกมีสายฝนโปรยปรายลงมาอย่างเงียบเชียบ เม็ดฝนกระทบกระจกเสียงแ่เบาดั่งเสียงกระซิบของค่ำคืนอันโดดเดี่ยว แผ่กลิ่นอายความเย็นเยือกและชุ่มชื้นเข้ามาสอดประสานกับกลิ่นเทียนหอมอโรมากรุ่นกลิ่นไม้ซีดาร์และลาเวนเดอร์ที่จุดทิ้งไว้มุมห้อง
บนเตียงคิงไซส์ขนาดใหญ่หนานุ่ม 'คชา' กำลังตกอยู่ในห้วงความฝันที่เขารังเกียจที่สุด
ในมโนภาพในความฝันอันบิดเบี้ยว เขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางห้องโถงกว้างที่ไม่มีทางออก เสียงหัวเราะกระซิบกระซาบแ่เบาดังแว่วมาจากมุมมืด มันเป็เสียงที่เขาคุ้นเคยเป็อย่างดี... เสียงของ 'พิมพ์' อดีตคนรัก และ 'อนันต์' อดีตเพื่อนสนิทที่เขาเคยไว้ใจที่สุดในชีวิต ภาพเบื้องหน้าค่อยๆ ชัดเจนขึ้น ทั้งสองคนยืนเคียงคู่และจับมือกันอย่างสนิทสนม บนโต๊ะตรงกลางมีพิมพ์เขียวและเอกสารลับของโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับหมื่นล้านของนฤบดินทร์กรุ๊ปวางแผ่อยู่
"เขาเชื่อใจเราจริงๆ ด้วยล่ะพิมพ์ โง่เง่าสิ้นดี คิดว่าคนเ็าบ้างานอย่างเขาจะมีใครรักจริงงั้นเหรอ?" อนันต์เอ่ยกลั้วหัวเราะ แววตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
"นั่นสิคะอนันต์... พิมพ์แค่แกล้งทำเป็รัก แกล้งออดอ้อนนิดหน่อย เขาก็ยอมคายข้อมูลทุกอย่างให้แล้ว น่าสมเพชจริงๆ" พิมพ์หัวเราะเสียงแหลมพลางซบหน้าลงกับอกของอนันต์
คชาพยายามจะก้าวเท้าเข้าไปแย่งชิงเอกสารเ่าั้กลับคืนมา พยายามจะะโด่าทอคนทรยศทั้งสอง ทว่าร่างกายของเขากลับแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น ลำคอแห้งผากไม่มีเสียงใดหลุดรอดออกมานอกจากเสียงหอบหายใจอันทรมาน ความรู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอกทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมีฝ่ามือั์ของปีศาจร้ายกำลังบีบเค้นหัวใจของเขาให้แหลกสลายลงคามือ ความเ็ปจากการถูกหักหลัง ความไว้ใจที่ถูกเหยียบย่ำ และความโดดเดี่ยวอ้างว้างถาโถมเข้าใส่เขาดั่งคลื่นั์ในมหาสมุทรที่ซัดสาดลงบนร่างจนจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งอันมืดมิด
"เฮือก!"
คชาสะดุ้งตื่นลืมตาโพลงขึ้นมาในความมืด ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างรวดเร็ว เสียงหอบหายใจกระชั้นรัวดังสะท้อนก้องในความเงียบสงัดของห้องนอน แผ่นอกกว้างภายใต้เสื้อนอนผ้าไหมซิลก์จาการ์ด (Silk Jacquard) สีดำขยับขึ้นลงอย่างรุนแรง เม็ดเหงื่อเย็นเฉียบไหลซึมตามไรผมและแผ่นหลังจนเสื้อผ้าเปียกชุ่มแนบเนื้อ ชายหนุ่มยกมือหนาขึ้นลูบหน้าตัวเองพยายามสลัดภาพฝันอันโหดร้ายให้ออกไปจากสมอง ทว่าความตึงเครียดและอาการปวดหัวตุบๆ ตรงขมับกลับแล่นริ้วขึ้นมาเล่นงานเขาอย่างรวดเร็ว หัวใจยังคงเต้นระรัวเร็วประหนึ่งกลองรบ
ความรู้สึกระแวดระวังและหวาดกลัวในส่วนลึกที่สั่งสมมาจากาแในอดีตทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังขาดอากาศหายใจ ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบห้องที่สลัวรางด้วยความสับสนคลับคล้ายคลับคลาว่ายังติดอยู่ในบ่วงแห่งความหลัง
ทว่าในวินาทีที่เขากำลังดิ่งจมลงสู่ความอ้างว้างอันตึงเครียด กลิ่นอายหอมหวานละมุนสายหนึ่งก็โชยมาแตะจมูก
มันเป็กลิ่นหอมของวานิลลาที่แสนหวานละมุนผสมผสานกับกลิ่นกุหลาบป่าอันเปี่ยมด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว กลิ่นประจำตัวที่แผ่ออกมาจากร่างบอบบางที่นอนหลับอยู่ข้างกายเขา คชาหันขวับไปมองทันทีตามสัญชาตญาณของการค้นหาที่ยึดเหนี่ยว
'มิเกล' นอนตะแคงอยู่ข้างกายเขา ภายใต้แสงจันทร์และแสงไฟสลัวที่ส่องมาจากภายนอก ใบหน้าหวานละมุนยามหลับใหลดูหมดจดและไร้เดียงสา เส้นผมดัดลอนสีน้ำตาลคาราเมลแผ่กระจายเต็มหมอนสีขาว ชุดนอนกระโปรงผ้าซาตินบางเบาสีชมพูอ่อนเลื่อนขึ้นมาเหนือน่องขาเนียนละเอียด เผยให้เห็นเรียวขาขาวผ่องตัดกับผ้าห่มสีเทาเข้มอย่างชัดเจน ท่าทางลมหายใจเข้าออกที่สม่ำเสมอของเธอช่างดูสงบและปลอดภัย แตกต่างจากพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำอยู่ในอกของเขาอย่างสิ้นเชิง
ความ้าที่เหนี่ยวนำด้วยความอ่อนแอและแรงปรารถนาที่จะดับความฟุ้งซ่านแล่นริ้วขึ้นมาในอก คชาขยับตัวเข้าหาเธออย่างเนิบช้า ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังโหยหาความอบอุ่นในค่ำคืนอันหนาวเหน็บ เขาก้มลงมองดวงหน้าหวานขยับเข้าใกล้จนััได้ถึงไอร้อนจากผิวเนื้อของเธอ ชายหนุ่มเอื้อมมือหนาที่ยังสั่นเทาน้อยๆ ไปแตะแก้มเนียนละเอียด ััอุ่นนุ่มจากผิวของเธอส่งผ่านปลายนิ้วเย็นเยียบของเขาเข้าไปปลุกปลอบหัวใจที่แห้งผาก
"อืม..." มิเกลส่งเสียงครางแ่เบาในลำคอเมื่อรู้สึกถึงการรบกวน แขนเรียวบางขยับน้อยๆ ก่อนที่แพขนตางอนงามจะค่อยๆ กะพริบไหวเบาๆ และลืมตาขึ้นช้าๆ ในความสลัว
ดวงตากลมโตคู่สวยสะท้อนภาพใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มของคชาที่ก้มมองเธออยู่ก่อนแล้ว แววตาของเขาในยามนี้ช่างดูดุดัน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยกระแสความปั่นป่วนที่ปิดไม่มิด มิเกลััได้ถึงความผิดปกติจากเสียงลมหายใจหอบและไออุ่นที่ร้อนผ่าวผิดปกติจากกายหนุ่ม
"คุณคชา..." มิเกลเอ่ยเรียกเสียงกระซิบแหบพร่าละมุนละไม พยายามดันตัวลุกขึ้นนอนตะแคงเพื่อสบตาเขาชัดขึ้น "ฝันร้ายอีกแล้วเหรอคะ... เหงื่อออกเต็มเลย..."
เธอเอื้อมมือเรียวบางไปแตะแผงอกอุ่นของเขาอย่างลืมตัว แต่อากัปกิริยานั้นกลับเป็การจุดชนวนะเิอารมณ์ที่คชาซุกซ่อนไว้ ชายหนุ่มไม่ตอบคำถาม เขาคว้าข้อมือบางของเธอไว้แน่น แข็งแกร่งดั่งคีมเหล็ก แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะทะลุผ่านเข้าไปในิญญาเพื่อค้นหาความจริงใจและตัวตนที่เป็ของเขา
"ช่วยฉัน..." คชาพึมพำเสียงพร่าต่ำ ลำคอตีบตัน "บำบัดมันออกไปจากหัวของฉันที มิเกล..."
ยังไม่ทันที่มิเกลจะอ้าปากตอบรับ ริมฝีปากหยักลึกอันร้อนผ่าวของชายหนุ่มก็โฉบลงมาริมฝีปากอิ่มของเธออย่างดุดันและเอาแต่ใจทันที
"อื้อ! คุณคชา..."
มิเกลประท้วงได้เพียงเสียงอู้อี้ในลำคอ จูบของเขาในครั้งนี้ช่างเต็มไปด้วยความป่าเถื่อนและกระหายอยาก คชาบดเบียดกลีบปากนุ่มอย่างรุนแรง บังคับให้เธอเปิดทางต้อนรับเรียวลิ้นร้อนชื้นของเขาเข้าไปชิมความหวานภายในอย่างไม่ยอมให้ปฏิเสธ ลิ้นแกร่งทะลวงกรายกล้ำเข้าไปในโพรงปากหวานเกี่ยวกระหวัดรัดตรึงลิ้นเล็กอย่างบ้าคลั่ง ดูดดึงเน้นย้ำด้วยความรุนแรงตามพายุอารมณ์ที่คั่งค้างมาจากความฝันร้าย
รสจูบอันดิบเถื่อนและเร่าร้อนทำเอาร่างบางสั่นสะท้าน มือเรียวที่เคยแตะอกเขาขยับขึ้นกอดรัดรอบคอแกร่งของชายหนุ่มโดยสัญชาตญาณ เธอรู้หน้าที่ของตัวเองดี... คืนนี้คชา้าการบำบัด และเธอคือผู้ดูแลที่มีหน้าที่ทำให้เขาหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมาน มิเกลเริ่มจูบตอบเขาอย่างนุ่มนวล พยายามใช้ความอ่อนโยนของเธอแผ่ซ่านเข้าไปบรรเทาความกระวนกระวายในใจของชายหนุ่ม
เสียงชื้นแฉะจากการบดจูบดังประสานกับเสียงฝนภายนอก คชาครางต่ำในลำคออย่างพึงพอใจเมื่อคนใต้ร่างยอมจำนนและโอนอ่อนผ่อนตาม ความหวานปนกลิ่นวานิลลาที่แล่นเข้าสู่ประสาทรับรู้ช่วยชะล้างภาพหลอนแห่งการทรยศออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะร่างเนื้อตรงหน้าไว้เป็ของเขาแต่เพียงผู้เดียว
คชาผละริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า เส้นด้ายน้ำลายใสบางๆ เชื่อมต่อระหว่างกันชวนให้รู้สึกหวามไหว แววตาคมกริบของเขายามสบตากับเธอท่ามกลางแสงสลัวดูมืดดำจนเกือบเป็สีนิล เขามองดวงหน้าหวานที่ขึ้นสีระเรื่อ ริมฝีปากอิ่มบวมเจ่อแดงช้ำจากการบดขยี้เมื่อครู่
"เธองามเหลือเกิน... มิเกล" ชายหนุ่มกระซิบเสียงทุ้มต่ำพร่าพลางใช้ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยไล้ริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ
"คุณคชา... อื้อ..."
ก่อนที่เธอจะทันพูดสิ่งใดต่อ คชาก็จับชายกระโปรงนอนผ้าซาตินบางเบาของเธอแล้วรูดรั้งมันขึ้นสูงทันที มิเกลขยับตัวยกสะโพกขึ้นตามสัญชาตญาณการนำทางของเขา ชายหนุ่มจัดการดึงชุดนอนตัวบางออกจากร่างของเธออย่างรวดเร็วและโยนมันลงไปกองที่พื้นข้างเตียงอย่างไม่ไยดี จากนั้นเขาก็รีบถอดกระดุมเสื้อนอนซิลก์จาการ์ด (Silk Jacquard) ของตัวเองออกทีละเม็ด เผยแผงอกแกร่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยสักรูปเสือดาวอันทรงพลังที่พาดอยู่บนแผ่นหลังกว้าง กางเกงนอนของเขาถูกสลัดทิ้งตามไปในเวลาไล่เลี่ยกัน
ในเวลานี้ ร่างกายของทั้งคู่ต่างเปลือยเปล่าไร้ซึ่งสิ่งใดมาขวางกั้น ััแห่งผิวเนื้อละมุนละไมของหญิงสาวตัดกับความแข็งแกร่งตึงแน่นของชายหนุ่มอย่างชัดเจน แสงจันทร์สาดส่องกระทบผิวกายขาวผ่องของมิเกลจนดูนวลตาประหนึ่งรูปสลักจากงาช้างชั้นดี ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของคชาเปรียบเสมือนพยัคฆ์ร้ายผู้ทรงพลังที่ทาบทับอยู่เบื้องบน
คชาก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวเนียน สูดดมความหอมหวานของผิวสาวอย่างบ้าคลั่ง ริมฝีปากและฟันคมขบเม้มผิวอ่อนบางที่ซอกคอและลาดไหล่ทิ้งรอยรักสีแดงระเรื่อประทับไว้ทั่วเพื่อประกาศสิทธิ์ความเป็เ้าของ มิเกลครางหวิว เชิดหน้าขึ้นปล่อยให้เขาได้ทำตามใจชอบ มือเรียวบางสอดนิ้วเข้าไปในกลุ่มผมสีดำสนิทของเขา ขยำมันเบาๆ เพื่อระบายความเสียวซ่านที่เริ่มก่อตัวขึ้น
"อ๊ะ... ฮ้า... คุณคชา... เบาๆ ค่ะ..."
"ฉันเบาไม่ไหวแล้ว มิเกล... เธอหวานเกินไป"
ชายหนุ่มเลื่อนกายลงต่ำ ฝ่ามือร้อนผ่าวลูบไล้ไปตามหน้าท้องแบนราบ สะโพกกลมกลึง ก่อนจะแยกเรียวขาขาวผ่องของเธอให้อ้าออกกว้างช้าๆ เผยจุดซ่อนเร้นอันงดงามประดุจกุหลาบแรกแย้มล้อแสงจันทร์ กลีบเนื้อนุ่มชุ่มชื้นขึ้นสีชมพูระเรื่อชวนฝัน คชาจ้องมองภาพนั้นด้วยลมหายใจที่สะดุดกึก แก่นกายร้อนผ่าวอันแข็งขืนตื่นตัวเต็มที่จนปูดโปนด้วยเส้นเืร้อนรุ่ม ขยายขนาดจนเขื่องใหญ่พร้อมที่จะบุกรุกเข้าสู่พื้นที่หวงห้าม
แต่เขาไม่ได้รีบร้อนบุ่มบ่าม คชา้าให้เธอยอมรับตัวตนของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ ชายหนุ่มใช้นิ้วเรียวยาวแตะต้องลงบนยอดเกสรที่ชุ่มชื้นไปด้วยหยาดน้ำหวานใสที่รินหลั่งตามธรรมชาติ มิเกลสะดุ้งสุดตัว เรียวขาขาวสั่นระริกพยายามจะหนีััวูบวาบ ทว่ามือหนาของเขาจับตรึงสะโพกเธอไว้แน่น
"มองตาฉัน..." คชาสั่งด้วยเสียงทุ้มต่ำเอาแต่ใจ พลางขยับนิ้วบดคลึงจุดกระสันแ่เบา สลับกับการสอดปลายนิ้วชี้เข้าไปใน 'ร่องรักอุ่นร้อน' ที่คับแน่นช้าๆ
"อ๊ะ! อ๊า..." มิเกลเบิกดวงตากลมโตขึ้นมองเขา หยาดน้ำตาคลอหน่วยด้วยความเสียวซ่านที่จู่โจมอย่างกะทันหัน นิ้วแกร่งขยับเข้าออกในช่องทางรักที่ตอดรัดแน่นเปรี๊ยะราวกับจะกลืนกินนิ้วของเขาเข้าไปเสียให้ได้
"เด็กดี... มองฉัน อย่าหลบสายตา" คชาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสั่นระริกของเธอ คลึงเคล้าปลายนิ้วสะกิดผนังอุ่นร้อนภายในอย่างเป็จังหวะเพื่อเบิกทางและช่วยหล่อลื่น เสียงเฉอะแฉะอันเกิดจากหยาดน้ำหวานชุ่มโชกดังประสานกับเสียงฝนข้างนอกกลายเป็เมโลดี้แห่งกามารมณ์ที่แสนเร้าใจ
"คุณ... คชา... อ๊า... เกลเสียว... อื้อ..." มิเกลครวญครางพึมพำไม่เป็ภาษา ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความรัญจวนใจ อารมณ์ดิบในกายของเธอถูกเขาปลุกปั่นจนพุ่งทะยานสูงขึ้นจนยากจะต้านทาน ร่างกายบอบบางสั่นเทาแอ่นอกชูชันปทุมถันสีหวานล่อตาจนคชาต้องก้มลงไปคาบชิมงับยอดอกสีชมพูสลับไปมาอย่างหมั่นเขี้ยว ทั้งดูดดึงขบเม้มยอดปทุมถันจนเกิดเสียงชวนเสียวซ่านหวานชื่นดังก้องไปทั่วห้องนอนสลัว
นิ้วแกร่งขยับเข้าออกเร็วขึ้น กวาดควานหาจุดกระสันลึกภายในเพื่อขยายช่องทางให้รองรับตัวตนอันเขื่องใหญ่ของเขาได้โดยไม่าเ็ มิเกลบิดสะโพกพล่านขมิบตอดนิ้วของเขาถี่รัวด้วยความทรมานปนสุขสม
"พร้อมแล้วนะคนดี..."
คชาถอนนิ้วออกช้าๆ นำพาความชุ่มชื้นเปียกเยิ้มเคลือบไปทั่ว ปลายยอดของแก่นกายร้อนผ่าวสีเข้มที่มีน้ำหวานใสปริ่มเยิ้มจ่อเข้าหาปากทางรักอุ่นร้อน คชาจับมือทั้งสองข้างของมิเกลขึ้นไปประสานนิ้วล็อกแน่นไว้เหนือศีรษะ กดข้อมือบางลงกับหมอนนุ่ม ตรึงร่างของเธอไว้ภายใต้การควบคุมของเขาอย่างเบ็ดเสร็จ ชายหนุ่มโน้มตัวลงมาสบตากับเธออีกครั้งในระยะประชิด ลมหายใจร้อนผ่าวของทั้งคู่เป่ารดกันจนแยกไม่ออกว่าของใครเป็ของใคร
"บอกฉัน... ว่าเธอเป็ของใคร" คชาถามน้ำเสียงเข้ม ขยับสะโพกเบียดส่วนหัวร้อนผ่าวเข้าไปในรอยแยกชื้นแฉะช้าๆ เพื่อกระตุ้นอารมณ์
"เกล... เกลเป็ของคุณค่ะ... เป็ของคุณคชา..." มิเกลตอบเสียงสั่นเครือ แววตาเว้าวอนระคนโหยหา
"ดีมาก..."
สิ้นคำประกาศสิทธิ์ คชาก็กดสะโพกแกร่งดัน 'ตัวตนที่แข็งขืน' บุกรุกเข้าสู่ 'ร่องรักอุ่นร้อน' ของเธอในคราวเดียวอย่างหนักแน่นและมั่นคง
"อ๊าาาา! คุณคชา... เจ็บ... อื้อ!"
มิเกลหวีดร้องออกมาแ่เบาก่อนจะกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเื ร่างกายของเธอเกร็งเขม็ง ผนังเนื้อนุ่มตอดรัดรอบท่อนลำเอ็นร้อนผ่าวแ่าราวกับจะปลิดชีพเขา คชาเองก็ก้มหน้าสูดปากครางต่ำในลำคอด้วยความเสียวซ่านแทบขาดใจ ความคับแน่นอุ่นชื้นแสนหวานของเธอโอบรัดตัวตนของเขาจนขยับเขยื้อนได้ยากลำบาก ชายหนุ่มแช่ค้างร่างกายไว้ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความกระสันและอารมณ์ดิบที่จะกระแทกกระทั้นเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง
"ชู่... อดทนหน่อยนะเด็กดี... อย่าเกร็ง... ฉันอยู่นี่..." คชาปล่อยมือจากการเกาะกุม ขยับลงมาโอบรัดแผ่นหลังบาง ดึงร่างของเธอขึ้นมากอดรัดแแ่ ลูบหลังและจูบซับน้ำตาที่หางตาของเธอด้วยความอ่อนโยนที่หาได้ยากยิ่ง
"ฮึก... มันแน่น... ใหญ่เกินไปค่ะ..." มิเกลซุกหน้ากับบ่าแกร่งบ่นอุบอิบสะอื้นน้อยๆ
คชาลอบยิ้ม ขยับสะโพกหมุนวนช้าๆ เพื่อผ่อนคลายความอึดอัดให้เธอ ความอุ่นชื้นและนุ่มละมุนของช่องทางรักค่อยๆ ยืดขยายโอบรับตัวตนของเขาเข้าสู่จุดลึกสุดอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างเริ่มผ่อนคลายลงและส่งเสียงครางอืออาในลำคอ คชาก็เริ่มขยับสะโพกสอบเข้าออกช้าๆ เป็จังหวะเนิบนาบแต่ทว่าเน้นย้ำความลึกซึ้ง
สวบ... สวบ...
เสียงเนื้อกระทบเนื้อแ่เบาดังคลอเคล้ากับพายุฝนภายนอก คชาค่อยๆ เพิ่มจังหวะและแรงส่งสะโพกกระแทกกระทั้นตัวตนที่แข็งขืนเข้าใส่ช่องทางรักที่ตอดรัดกระสันอย่างต่อเนื่อง ท่วงทำนองรักที่เคยเชื่องช้าพลันเปลี่ยนเป็เร่าร้อนและรุนแรงขึ้นตามความ้าที่ทะยานสูง คชาคอยจับตามองใบหน้าหวานของมิเกลตลอดเวลาเพื่อดูปฏิกิริยาของเธอ ดวงตาของมิเกลปรือปรอยเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ ผมลอนชื้นเหงื่อแนบผิวแก้มแดงก่ำ เสียงหวานครางกระเส่าดังไม่ขาดสายทุกครั้งที่เขาตอกตรึงตัวตนเข้าสู่จุดลึกสุดของเธอ
"อ๊ะ... อ๊ะ... คุณคชา... อื้อ... ลึกไป... ลึกมากค่ะ... อ๊า..."
"ขยับตามฉัน... มิเกล... เธอแน่นมาก... ตอดรัดฉันแน่นจนจะบ้าตายอยู่แล้ว" คชาเอ่ยเสียงพร่าเหงื่อไหลย้อยตามสันกรามคม
ชายหนุ่มสวนสะโพกซอยถี่ตอกตรึงความร้อนผ่าวเข้าหาใจกลางความอบอุ่นของเธออย่างไม่หยุดหย่อน แขนแกร่งช้อนใต้เข่าเรียวขาวทั้งสองข้างขึ้นพาดบ่ากว้าง เพื่อเปิดทางให้เขาสอดแทรกตัวตนเข้าไปได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ท่วงท่านี้ทำให้มิเกลต้องแอ่นสะโพกขึ้นรับแรงกระแทกจาก้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความเสียวสะท้านที่จุดกึ่งกลางกายรุนแรงจนเธอแทบจะหมดสติคาอ้อมแขนเขา
"คุณคชา... เกลรัก... เกลชอบ... อ๊าาา... แรงอีกค่ะ... กระแทกเกลแรงๆ..." มิเกลครวญครางออกมาอย่างไร้สติ คำสัญญาจ้างหรือสถานะเด็กเอ็นวีไอพีสูญสลายไปสิ้น เหลือเพียงชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังร่วมมือกันขจัดความเครียดและเติมเต็มความปรารถนาในกามารมณ์อย่างสุดใจ
คำขอของหญิงสาวประดุจน้ำมันก๊าดที่ราดลงบนกองเพลิง คชาคำรามลั่นในลำคอดั่งเสือร้ายที่ได้เหยื่ออันเป็ที่รัก ชายหนุ่มโหมสะโพกกระแทกกระทั้นทะลวงกรายกล้ำร่องรักอุ่นร้อนอย่างบ้าคลั่ง จังหวะการร่วมรักทวีความดุดัน รวดเร็ว และรุนแรงประหนึ่งพายุฝนแปรปรวนภายนอกห้องที่ซัดกระหน่ำหน้าต่างกระจกอย่างไม่ปรานี ผิวเนื้อสองสีบดเบียดประสานเสียงดังสะท้อนก้องกังวานในความมืดสลัว
"มิเกล... มองฉัน! มองว่าใครกำลังกอดเธออยู่!" คชาะโสั่งพลางซอยสะโพกถี่รัวบดเบียดท่อนลำเอ็นใหญ่โตเข้าใส่ใจกลางสาวอย่างรุนแรง
มิเกลฝืนลืมตาที่ปรือปรอยขึ้นสบดวงตาคมปลาบที่วาวโรจน์ไปด้วยไฟราคะของเขา "คุณ... คุณคชา... อ๊า... คุณคชาคนเดียว... อื้อ... ของเกล..."
"ใช่! เธอเป็ของฉันคนเดียว... อย่าริคิดโกหกหรือทรยศฉันเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นฉันจะลงทัณฑ์เธอให้ราบคาบคาเตียงแน่..." คชาพูดจาดิบเถื่อนปนความหึงหวงโดยไม่รู้ตัว สะโพกยังคงตอกย้ำความเสียวซ่านรัวเร็วถี่ระยับเข้าสู่ทางรักที่ขมิบตอดรับตัวตนของเขาอย่างบ้าคลั่งในโค้งสุดท้ายของการเดินทาง
แรงกระตุ้นและแรงเสียดสีที่ทวีความรุนแรงส่งผลให้ทั้งคู่เดินมาถึงขอบเหวแห่งความสุขสม มิเกลเกร็งตัวแน่น สองมือจิกทึ้งผ้าปูเตียงและไหล่แกร่งจนขึ้นรอยแดง ร่องรักอุ่นร้อนของเธอตอดรัดตัวตนของเขาเป็จังหวะถี่กระชั้นรัวแรงจนคชาแทบกลั้นไม่ไหว ชายหนุ่มรู้ว่าเธอกำลังจะก้าวข้ามขอบเหวแห่งความสยิวไปก่อนแล้ว
"อ๊าาา... คุณคชา... เกลไม่ไหวแล้ว... จะออก... อ๊าาา!"
"พร้อมกัน... มิเกล... อึก!"
คชาเร่งกระแทกสะโพกสอบเป็ครั้งสุดท้ายสี่ห้าครั้งรัวแรง บดเน้นหัวใจกลางความเป็ชายเข้าหาเกสรสาวอย่างแแ่ลึกที่สุด ก่อนที่ร่างบางของมิเกลจะกระตุกเกร็งสะท้านปล่อยหยาดน้ำหวานพรั่งพรูออกมาชโลมท่อนลำเอ็นใหญ่ ในวินาทีเดียวกันนั้น คชาครางต่ำลั่นห้องปลดปล่อยหยาดน้ำรักอุ่นร้อนสีขาวขุ่นจำนวนมหาศาลพุ่งทะลักเข้าสู่ส่วนลึกสุดของรูสวาทตอดขมิบอย่างรุนแรงทุกหยาดหยด ทั้งสองร่างสั่นสะท้านแนบชิดกันดั่งหลอมรวมิญญาเป็หนึ่งเดียวภายใต้แสงจันทร์ยามค่ำคืน
ความเงียบค่อยๆ กลับคืนสู่ห้องนอนใหญ่อีกครั้งหลังจากพายุสวาทสงบลง มีเพียงเสียงหอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยของคนทั้งสองที่นอนฟุบหน้าเข้าหากัน คชาทับร่างบอบบางอยู่ชั่วครู่ก่อนจะค่อยๆ ถอนแก่นกายร้อนผ่าวที่ยังหดตัวไม่หมดออกจากช่องทางรักชื้นแฉะ น้ำรักผสมน้ำหวานใสไหลเอ่อล้นตามเรียวขาขาวเนียนทว่าไม่มีใครสนใจจะใส่ใจในเวลานี้
ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนอนข้างกายเธอ ดึงร่างบอบบางที่ยังสั่นเทาน้อยๆ จากความสุขสมเข้ามาไว้ในอ้อมแขนแกร่งทันที มิเกลขยับซุกใบหน้าหวานเข้ากับแผงอกอุ่นชื้นไปด้วยเหงื่อของเขาอย่างว่าง่าย แขนเรียวโอบกอดเอวสอบของเขาไว้แน่นประหนึ่งเป็โล่ป้องกันภัย
คชาซุกใบหน้าหล่อเหลาลงกับเส้นผมสลวย กลิ่นวานิลลาและกุหลาบป่าที่ทวีความหอมฟุ้งจากอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นช่วยสะกดความรู้สึกฟุ้งซ่านและอาการปวดหัวของเขาให้มลายหายไปอย่างสิ้นเชิง หัวใจที่เคยเต้นระรัวบ้าคลั่งจากฝันร้ายค่อยๆ ผ่อนจังหวะลงจนเต้นสม่ำเสมอและสงบราบคาบเป็ครั้งแรกในรอบหลายเดือน
ความอบอุ่นลึกซึ้งโอบล้อมรอบตัวคนทั้งสอง ท่ามกลางเสียงเม็ดฝนภายนอกที่ยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่องราวกับบทเพลงกล่อมเด็กที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นเพื่อบำบัดหัวใจที่าเ็ คชาปิดเปลือกตาลงช้าๆ กระชับอ้อมกอดรั้ง 'คนโปรด' ของเขาให้แนบชิดอกกว้าง ก่อนจะดิ่งจมลงสู่ห้วงนิทราอันแสนสงบและลึกซึ้งอย่างปราศจากฝันร้ายใดๆ รบกวนอีกตลอดค่ำคืนนี้