บทที่ 1
"ข้ามีเื่จะปรึกษาท่านพ่อเ้าค่ะ"
ใบหน้าที่ผ่านกาลเวลามานานของจูลู่จิวขมวดคิ้ว ก่อนจะพยักหน้าตอบรับ
"เวลานี้ยังมิมีผู้ใดรู้เื่กิจการของเราใช่หรือไม่เ้าคะ"
จูลู่จิว พยักหน้าตอบรับ ยกมือขึ้นกอดอกทอดสายตามองบุตรสาวตรงหน้า
"ปัญหาอยู่ที่เราขาดเงินหมุนเวียนใช่หรือไม่เ้าคะ"
คนตรงหน้าพยักหน้าตอบเช่นเคย เฟยหลินนิ่งสักพักอย่างใช้ความคิดทบทวน หากเป็เช่นนี้แค่เพียงเราหาหุ้นส่วนที่หน้าเชื่อถือและเงินหนามาร่วมหุ้นหรือกู้ยืมเงินสักก้อนโดยใช้หลักทรัพย์ที่มีค้ำประกันก็น่าจะแก้ไขปัญหาทั้งหมดได้ โดยไม่ต้องขายกิจการ
"เช่นนั้นหากเราหานายทุนมาเป็หุ้นส่วน เอ่อ..ข้าหมายถึงหาผู้ร่วมดูแลกิจการโดยให้เขานำเงินมาร่วมลงทุนจะเป็ไปได้หรือไม่เ้าคะ"
จูลู่จิวนิ่งคิดไปสักพัก คำแนะนำของบุตรสาวก็ไม่เลว แต่ใครกันที่จะมาช่วยเขา ใครกันที่เขาพอจะไว้เนื้อเชื่อใจได้ช่างยากเย็นนัก เฟยหลินเห็นสีหน้ากังวลของบิดาแล้วก็เข้าใจทันที สมัยนี้ยังไม่มีการเซ็นต์สัญญาที่น่าเชื่อถือพอ อีกทั้งการคำนวนรายรับรายจ่ายก็ไม่ละเอียด ตรวจสอบยาก
"หากเป็ไปได้ยากเช่นนั้นคงต้องใช้วิธีกู้ยืม โดยเอากิจการของเราเข้าค้ำประกัน"
จูลู่จิวขมวดคิ้วแน่น ความคิดบุตรสาวดีไม่น้อยหากแต่ใครกันที่จะเป็ผู้ให้เขากู้ยืมเงิน
"ในตอนนี้ใครคือคหบดีอันดับหนึ่งเ้าคะท่านพ่อ"
"นายท่านจิ้ง"
"เช่นนั้นเห็นทีเราคงต้องไปเยือนตระกูลจิ้งสักครั้ง”
ริมฝีปากบางเรียวยกยิ้มอย่างหมายมาด จูลู่จิวมองบุตรสาวตรงหน้าอย่างมิเชื่อสายตา บุตรสาวที่เขาแม้ไม่ละเลยแต่ก็มิเคยใส่ใจ รอยยิ้มของนางทำให้เขาซึ่งเป็บิดาขนลุกอย่างน่าประหลาดใจ
"จิ้งเจิ้งหลี่ นายท่านตระกูลจิ้ง คหบดีอันดับหนึ่งของเมืองซีอาน ดูแลกิจการทุกรูปแบบ นิสัยซื่อสัตย์ มั่นคง สุขุมรอบคอบ"
เหลียนฮวาเอ่ยบอกแก่เฟยหลินขณะที่นางกำลังนั่งจิบชา หลังจากบิดานางบอกว่านายท่านจิ้งปฏิเสธมิให้บิดานางเข้าพบ หากแต่เขาจะมาเยือนสกุลจูด้วยตนเองแทน เฟยหลินก็ให้เหลียนฮวาไปสืบข่าวข้อมูลส่วนตัวของนายท่านผู้นี้มา
"ความชอบส่วนตัวล่ะ"
"เอ่อ...เป็หญิงงามเ้าค่ะ นายท่านจิ้งนิยมหญิงงามมีฮูหยิน5ท่านเ้าค่ะ"
"ฮูหยิน5 อนุคงนับไม่ถ้วน"
เฟยหลินไม่นึกแปลกใจอะไร เพราะชายยุคนี้นิยมมีภรรยามากเพื่อประดับบารมีตน ยิ่งรวยยิ่งมีมาก หึ..ความจริงคือมักมากนั่นเอง
"เช่นนั้นท่านพ่อคงให้พี่รองและพี่สามไปรับรองเป็แน่...ข้าจะเป็คนยกน้ำชาไปเอง อยากเห็นหน้าคนรวยอันดับหนึ่งแห่งเมืองซีอานเสียหน่อย"
แววตาของเฟยหลินเป็ประกาย อยู่ในตระกูลจูต้องวางมาดเป็คนเรียบร้อยสุภาพ ถ่อมตัว สมเป็กุลสตรีเสียจนน่าเบื่อวันนี้มีเื่น่าสนุกนางจะพลาดได้อย่างไรกัน เหลียนฮวาเห็นแววตาเป็ประกายนั้นแล้วให้หวั่นใจยิ่งนัก เฟยหลินยกชาชุดใหม่เข้าไปในห้องโถงในฐานะสาวใช้คนหนึ่ง หากแต่บรรยากาศภายในที่น่าจะครึกครื้นกว่านี้กลับดูอึมครึมชวนขนลุกชอบกล ไหนเหลียนฮวาบอกว่านายท่านจิ้งนิยมสตรี พี่สาวทั้ง2ของนางงดงามไม่แพ้ใคร แต่ชายแปลกหน้าที่นั่งอยู่กลับไม่แม้แต่จะชายตามองสักนิด เฟยหลินเดินอ้อมมาด้านหลังนายท่านจิ้ง ชายวัย20กว่าที่ยืนด้านหลังนั้นลอบมองเธอด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ มือขาวบางวางชุดน้ำชาลงที่ข้างนายท่านจิ้ง ชายด้านหลังก็ทำหน้าที่ราวราชองครักษ์ทันที เขาเปิดกาพร้อมจุ่มเข็มเงินในน้ำชาพร้อมดูปฏิกิริยาของมัน เฟยหลินยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนเดินอ้อมมายืนด้านหลังบิดาแอบฟังการสนทนา
"เ้าเข้ามาทำไม"
บิดาเอ่ยกระซิบถามนาง หากแต่เฟยหลินเพียงยกยิ้มบางเบา แล้วยืนอย่างสงบ สายตาทอดมองไปยังชายที่เธอมั่นใจว่าคือนายท่านจิ่ง ร่างสูงโปร่งแม้นั่งอยู่แต่ก็กะความสูงได้ไม่ต่ำกว่า180cm. ใบหน้าเรียวเข้ารูป รับกับคิ้วเข้ม ดวงตาคม จมูกโด่ง แต่ที่นางว่าดูดีที่สุดคงเป็ริมฝีปากบางอมชมพูราวสตรีนั่น ช่างชวนให้ฝันถึงยิ่งนัก
"กิจการของนายท่านจู มิใช่กำลังย่ำแย่หรือไร"
"เอ่อ..."
เฟยหลินเห็นบิดาอึกอัก คิ้วขมวด เหงื่อแตก ใบหน้าซีดราวไก่ต้มค้างคืน ก็เป็กังวลขึ้นมา ชายตรงหน้ากำลังประเมินสถานการณ์ นางมั่นใจว่าเื่ภายในของกิจการมิมีผู้ใดรับรู้ หากแต่ชายตรงหน้ากำลังลองเชิงบิดานางดูเสียมากกว่า และท่าทางเช่นนี้ของบิดาก็กำลังต้อนตัวเองให้จนมุมขึ้นมา
"นี่เื่ตลกหรือเ้าคะท่านพ่อ...ช่างน่าขำนัก"
เฟยหลินยอมเสียมารยาทเอ่ยขัดขึ้นมา แม้จะรู้ว่าตามมารยาทแล้วสตรีมิควรออกความเห็นยามที่บุรุษสนทนาเื่กิจการ หากแต่ถ้านางนิ่งเฉยเกรงว่างานนี้ท่านพ่อจะต้องเป็รองแน่ ถ้าเช่นนั้นนางจะยอมเป็สตรีไร้มารยาทสักครั้งแล้วกัน
"ขออภัยเจ่าค่ะที่ข้าเสียมารยาท...พอดีข้าอดสงสัยมิได้ ด้วยวันก่อนได้ยินแม่ใหญ่คุยกับแม่รองว่าท่านพ่อกำลังจะขยายกิจการแต่ขาดทรัพย์เพียงเล็กน้อย มาตอนนี้ได้ยินว่ากิจการของท่านย่ำแย่จึงอดสงสัยมิได้ มิทราบคุณชายไปได้ข่าวที่ใดมากันเ้าคะ ช่างเป็แหล่งข่าวที่แย่เสียจริง"
ชายที่ยืนด้านหลังจิ้งเจิ้งหลี่สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเด็กสาวตรงหน้าพาดพิง จิ้งเจิ้งหลี่ยกยิ้มมุมปากสายตาหันไปจ้องเด็กสาวที่ยืนเยื้องไปด้านหลังนายท่านจู ใบหน้าเรียว คิ้วโก่ง ดวงตาเรียวคม จมูกจิ้มลิ้ม รับกับริมฝีปากบาง เขาจดจ้องนางมิวางตาหวังให้นางได้อายเป็การลงโทษที่นางมาขัดจังหวะเขา แต่ตรงกันข้ามนางมิได้เอียงอายเช่นที่เขา้าดวงตาเรียวนั้นกับจดจ้องตอบกลับเขาอย่างมิหวั่นเกรง ช่างน่าสนใจยิ่งนัก
"เช่นนั้นนายท่านจูจะเอาสิ่งใดมาค้ำประกันกัน"
................................................................................................