กู้หยูม่านเดินทางมาถึงอำเภอฉางก่อนประตูเมืองจะปิดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นคืนนี้พวกนางจึงต้องพักที่โรงเตี๊ยมไปก่อน เช้าวันรุ่งขึ้นนายหน้าหวังถึงจะพาพวกนางไปดูที่ดินที่ตำบลซิ่นถง
“วันนี้พวกเ้าอยากทานมื้อเย็นที่โรงเตี๊ยมหรือจะออกไปทานข้างนอก” กู้หยูม่านถามน้องชายกับลูกชายทั้งสามคน
“ข้าอย่างไรก็ได้ขอรับ” กู้เฉินซีตอบด้วยน้ำเสียงสดใส อาจเป็เพราะยาวิเศษที่พี่หญิงให้กินกระมัง แม้ต้องบังคับรถม้าติดต่อกันมาหลายชั่วยาม แต่เขากลับไม่รู้สึกเหนื่อยเลยสักนิด
กู้เฟิงอวี่ “เสบียงที่เราซื้อมาก็ยังมีเหลืออยู่ ข้าว่าเราไม่ต้องออกไปทานอาหารข้างนอกให้สิ้นเปลืองหรอกขอรับ”
กู้เฟิงิ “หรือไม่หากท่านแม่อยากทานอาหารสดใหม่ ทานมื้อเย็นที่โรงเตี๊ยมน่าจะประหยัดกว่าออกไปทานข้างนอกขอรับ”
กู้เฟิงเฉิง “ข้าแล้วแต่ท่านแม่ แต่ข้าเห็นฝั่งตรงข้ามโรงเตี๊ยมมีร้านขายขนม ท่านแม่พาข้าไปซื้อขนมสักชิ้นได้หรือไม่ขอรับ”
กู้หยูม่านมองลูกชายคนโตกับลูกชายคนรองอย่างกลุ้มใจ ลูกชายรู้จักประหยัดมันก็ดีอยู่หรอก แต่นางกลัวว่าลูกชายจะติดนิสัยตระหนี่เอาน่ะสิ หากเป็อย่างนั้นแล้วต่อไปว่าที่ลูกสะใภ้กับหลานๆ ของนางจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อย่างไรกัน ไม่ได้! นางต้องเริ่มเปลี่ยนนิสัยของพวกเขา
“เฟิงอวี่ เฟิงิ แม่บอกแล้วไม่ใช่หรือว่าต่อไปนี้แม่จะไม่ยอมให้พวกเ้าต้องอด พวกเ้าอยากกินอะไรหรืออยากได้อะไรก็ให้บอกแม่มาตามตรง หากของสิ่งนั้นเป็ประโยชน์และเป็ของที่พวกเ้าอยากได้จริงๆ แม่ก็จะซื้อให้พวกเ้าอย่างเต็มใจ” กู้หยูม่านยิ้มให้ลูกชาย “การที่พวกเ้ารู้จักใช้จ่ายเงินอย่างประหยัดแม่ก็ภูมิใจ แต่แม่ไม่อยากให้พวกเ้าประหยัดจนกลายเป็คนตระหนี่”
กู้เฟิงอวี่กับกู้เฟิงิก้มหน้าอย่างอายๆ เพราะไม่คิดว่ามารดาจะรู้ทันความคิดของตน
กู้เฟิงอวี่ “ข้าอยากออกไปทานข้าวข้างนอกและอยากไปที่ร้านหนังสือด้วยขอรับ”
กู้เฟิงิ “ข้าอยากกินขนมและอยากกินถังหูลู่ขอรับ”
กู้หยูม่านยิ้ม “ต้องอย่างนี้สิ ไปเถอะ พวกเราไปข้างนอกกัน”
กู้หยูม่านตัดสินใจพาลูกชายและน้องชายเข้าไปทานอาหารที่ภัตตาคารแห่งหนึ่ง นางอยากใช้โอกาสนี้ศึกษาเกี่ยวกับของอาหารและรสชาติอาหารที่คนในอำเภอชอบ เผื่อว่าวันหน้านางอาจจะมาเปิดร้านขายอาหารบ้าง แต่การมาใช้บริการที่ร้านอาหารแห่งนี้กลับทำให้นางจำเื่ราวในอดีตได้ ทั้งที่เ้าของร่างเดิมพยายามปิดกั้น
หกปีที่แล้ว หลังจากที่มีบุรุษผู้หนึ่งช่วยนางให้รอดพ้นจากอันธพาลที่้าทำมิดีมิร้าย ด้วยความที่นางฟังคำของแม่เลี้ยงกับพี่สาวเกี่ยวกับเฮ่อหลานจวินมามาก นางจึงอาศัยโอกาสนั้นหนีออกจากบ้านเพื่อทำให้บิดากับพี่ชายร้อนใจสักหน่อย คิดว่าผ่านไปสักสองเดือนนางถึงจะเดินทางกลับเมืองหลวง ถึงตอนนั้นบิดากับพี่ชายคงไม่บังคับให้นางแต่งงานไปกับผู้ชายนิสัยไม่ดีคนนั้นแล้ว
กู้หยูม่านว่าจ้างรถม้าจนมาถึงอำเภอฉาง ด้วยความหิวนางจึงมาทานอาหารที่ภัตตาคารแห่งนี้และนั่นก็ทำให้นางได้พบกับหลิ่วซานกั๋ว ด้วยความที่นางยังเป็เพียงเด็กสาวที่อ่อนต่อโลก นางจึงมองแผนร้ายของหลิ่วซานกั๋วไม่ออก จนกระทั่งนางถูกหลิ่วซานกั๋วมอมสุราแล้วพานางไปข่มเหง
ั้แ่นั้นมานางจึงต้องใช้ชีวิตภายใต้การข่มขู่ของหลิ่วซานกั๋วมาตลอด มีหลายครั้งที่นางอยากจะหนีไปให้ไกลจากชายชั่วผู้นั้น แต่เหมือนหลิ่วซานกั๋วจะรู้ทัน เขาจึงพานางกลับไปที่หมู่บ้านหลิ่วเจียเพื่อให้ท่านพ่อท่านแม่ของเขาช่วยควบคุมนาง จนกระทั่งกู้หยูม่านตั้งครรภ์และคลอดลูกแฝดทั้งสามคนออกมา นางจึงยอมแพ้ต่อชะตาชีวิตและไม่คิดที่จะหลบหนีอีก
จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่หลิ่วซานกั๋วทำร้ายเ้าของร่างเดิมจนเ้าของร่างเดิมเสียชีวิต ‘จารวี’ สาวโสดวัยสี่สิบปีจากประเทศไทยจึงได้มาอาศัยอยู่ในร่างนี้
กู้หยูม่านแอบถอนหายใจเบาๆ ‘กู้หยูม่าน ที่ชีวิตเ้าต้องตกระกำลำบากอย่างนี้ตัวเ้าเองก็มีส่วนผิด หากเ้าหันหน้าไปปรึกษาบิดากับพี่ชายและไม่หนีออกจากบ้านมาคนเดียว เ้าก็ไม่ต้องมาเจอกับผู้ชายเลวๆ อย่างหลิ่วซานกั๋ว แต่ก็เอาเถอะ ในเมื่อข้าได้มาอาศัยอยู่ในร่างของเ้า ข้าจะทำให้ชีวิตของเ้าดีขึ้น และจะดูแลลูกชายของเ้าให้ดี เ้าจากไปอย่างหมดห่วงเถอะนะ ส่วนท่านพ่อกับพี่ชายของเ้า เอาไว้เมื่อข้ามีโอกาส ข้าจะพาเด็กๆ กลับไปเยี่ยมพวกเขาที่เมืองหลวงสักครั้ง ที่ข้าไม่มั่นใจว่าจะพาพวกเขาไปเมืองหลวงในเวลานี้เพราะลูกๆ ของเ้ายังเด็กอยู่มาก บอกตามตรงว่าข้ารู้สึกว่าการที่เ้าหนีการแต่งงานครั้งนี้มันรู้สึกแปลกๆ เพราะถ้าบิดากับพี่ชายของเ้ารักและหวังดีกับเ้าจริง เขาจะแนะนำผู้ชายนิสัยไม่ดีเช่นนั้นให้มาแต่งกับเ้าทำไม บางทีอาจจะมีบางเื่ที่เ้ายังไม่รู้ก็ได้’
“ท่านแม่ ท่านเป็อะไรไปหรือขอรับ” กู้เฟิงอวี่ถาม “พี่เสี่ยวเอ้อร์รอรับคำสั่งจากท่านนานแล้วขอรับ”
กู้หยูม่านดึงความคิดกลับมาเมื่อได้ยินเสียงของลูกชาย “ขอโทษทีนะ พอดีว่าแม่คิดอะไรเพลินๆ”
“ท่านแม่ ข้าให้ท่านน้าพาข้าไปเข้าห้องน้ำได้หรือไม่ขอรับ” กู้เฟิงเฉิงถามอย่างอายๆ “ข้า...ข้าปวดเบา”
“ถ้าแม่บอกว่าไม่อนุญาตแล้วเ้าจะทำอย่างไร” กู้หยูม่านแกล้งลูกชาย
“ท่านแม่!” กู้เฟิงเฉิงหน้าแดง
“พี่หญิงอย่าแกล้งเขาเลย ข้าว่าเขาคงจะปวดจนทนไม่ไหวแล้วขอรับ” กู้เฉินซีหัวเราะเบาๆ “ไปเถอะ น้าจะพาเ้าไปเข้าห้องน้ำ”
“ท่านแม่บอกว่าหลังจากเข้าห้องน้ำเสร็จต้องดูให้ดีว่าเราไม่ได้ทำสกปรกไว้ให้คนข้างหลังรังเกียจ สำรวจดูให้เรียบร้อยว่าเราลืมของไว้หรือเปล่า หลังจากนั้นก็ให้ออกไปล้างมือด้วยน้ำยาล้างมือที่ท่านแม่ให้พกติดตัว ล้างมือให้สะอาดต้องทำเจ็ดขั้นตอน ถูฝ่ามือ ถูกหลังมือ ถูซอกนิ้ว ถูหลังนิ้ว ถูนิ้วหัวแม่มือ ถูปลายนิ้วมือ ถูบริเวณรอบๆ ข้อมือ ล้างน้ำสะอาดจนมือหายลื่นก็เป็อันเสร็จเรียบร้อย” กู้เฟิงเฉิงท่องจำสิ่งที่มารดาสอนและเขาก็ปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง เสียงน่ารักสดใสของเด็กชายเรียกความสนใจจากกู้เทียนโหย่วได้เป็อย่างดี
“เ้าเด็กน้อย ผู้ใดสอนให้เ้าท่องคำเหล่านี้” กู้เทียนโหย่วยิ้มถามอย่างสนใจ ยิ่งเมื่อเขามองเห็นใบหน้าน้อยๆ ที่มีส่วนคล้ายน้องสาว เขาก็ยิ่งถูกชะตากับเด็กชายมากขึ้น “วิธีการล้างมือของเ้าน่าสนใจมาก เ้าสอนให้ข้าได้หรือไม่”
“วิธีการล้างมือแบบนี้เป็ท่านแม่ที่สอนข้ามาขอรับ” กู้เฟิงเฉิงทำท่าทางลังเลก่อนที่จะกระซิบ “ข้าไม่รู้ว่าท่านแม่ยินดีให้ข้าสอนท่านหรือเปล่า แต่ว่าท่านแม่ของข้าไม่ใช่คนหวงวิชา ข้าจะพูดให้ท่านฟังอีกรอบหนึ่ง ท่านลุงต้องจำให้ขึ้นใจนะขอรับ”
“ท่านลุงอย่างนั้นรึ?” กู้เทียนโหย่วลูบที่คางของตนจึงเข้าใจ “ทีแรกข้าก็นึกว่าหน้าของข้าแก่เพียงนั้นเ้าถึงกับเรียกข้าว่าท่านลุง ที่แท้ก็เพราะข้าไม่ได้โกนหนวดเครานี่เอง”
กู้เฟิงเฉิงมองบน “ที่ข้าเรียกท่านว่าท่านลุงไม่ใช่เพราะหนวดเคราของท่านสักหน่อย เป็เพราะท่านแก่กว่าท่านแม่ของข้ามากๆ เลยต่างหาก”
“เ้าเด็กคนนี้ปากคอไม่ธรรมดาจริงๆ” กู้เทียนโหย่วไม่ได้โกรธ แต่เขากลับรู้สึกชอบ “เ้าหนู เ้ามีชื่อว่าอะไร”
“ข้าชื่อกู้...” กู้เฟิงเฉิงกำลังจะตอบ
“เ้าตัวเล็ก เ้าทำอะไรอยู่” กู้เฉินซีเปิดประตูห้องน้ำเข้ามาอย่างใ ก่อนที่เขาจะถอนหายใจโล่ง “ข้าก็นึกว่าเ้าตกลงไปในถังน้ำทิ้งเสียแล้ว ไปเถอะ...ป่านนี้ท่านแม่กับพี่ชายคงรอเ้าจนร้อนใจแย่แล้วล่ะ”
“จริงด้วย! ท่านแม่บอกให้เรารีบไปรีบกลับ เช่นนั้นเรารีบไปกันเถิดขอรับท่านน้า” กู้เฟิงเฉิงหันไปโบกมือให้กู้เทียนโหย่ว “ข้าต้องไปแล้วขอรับท่านลุง หากมีบุญวาสนาต่อกันเราคงได้พบกันอีก”
กู้เทียนโหย่วได้แต่มองตามหลังเด็กชายอย่างเสียดาย “เฮ้อ...ข้ายังไม่ทันจะได้รู้ชื่อของเ้าเลยเ้าเด็กน้อยช่างพูด”
“คุณชายขอรับ หาโรงเตี๊ยมสำหรับพักค้างคืนได้แล้ว เชิญคุณชายกลับไปพักผ่อนเถิดขอรับ” กู้เจาบอกเ้านาย
กู้เทียนโหย่วพูดกับคนสนิทที่เติบโตมาด้วยกัน “อาเจา เ้ามาไม่ทันได้เห็นเด็กน้อยผู้หนึ่ง ข้ารู้สึกถูกชะตากับเขามากทีเดียว แต่น่าเสียดายที่ยังไม่ทันได้ถามชื่อ เขาก็ต้องกลับไปหาท่านแม่ของเขาแล้ว”
“ท่านอยากให้ข้าไปสืบเื่ของเด็กคนนั้นหรือไม่ขอรับ” กู้เจาถาม ไม่บ่อยนักที่เ้านายจะให้ความสนใจกับผู้อื่น เพราะั้แ่ที่คุณหนูเล็กหายตัวไป คุณชายมักจะหลีกเลี่ยงและไม่เข้าใกล้เด็กคนใดเพราะกลัวว่าจะคิดถึงคุณหนูเล็ก
“ไม่ต้องหรอก เ้าเด็กคนนั้นบอกว่าหากมีบุญวาสนาต่อกัน ข้ากับเขาคงได้พบกันอีก” กู้เทียนโหย่วยิ้มเมื่อนึกถึงคำพูดของกู้เฟิงเฉิง “แต่ก่อนจะกลับโรงเตี๊ยม ข้าอยากออกไปเดินเล่นสักหน่อย เผื่อว่าจะซื้ออะไรเตรียมไว้ให้น้องเล็ก”
“ไปห้องน้ำแค่นี้ทำไมหายไปตั้งนาน” กู้หยูม่านถามลูกชาย
“ข้าพบกับท่านลุงท่านหนึ่งขอรับ” กู้เฟิงเฉิงมองหน้ามารดา “ท่านแม่จะตำหนิข้าหรือไม่ขอรับที่ข้าสอนวิธีล้างมือเจ็ดขั้นตอนให้กับท่านลุงผู้นั้น”
กู้หยูม่านได้ฟังแล้วยิ้ม “แม่จะตำหนิเ้าทำไมกัน มีแต่แม่ต้องชมที่เ้ามีน้ำใจต่อผู้อื่นด้วยซ้ำ วิธีการล้างมือที่ถูกต้องนั้นมีคนรู้มากๆ ก็ยิ่งดี เพราะการล้างมือให้บ่อยและล้างอย่างถูกวิธีจะช่วยป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย เราจะได้มีสุขภาพแข็งแรงไม่เจ็บไม่ป่วย”
กู้เฟิงเฉิงได้ยินก็ยิ้มอย่างดีใจ “หากมีคนมาถามวิธีการล้างมือกับข้าอีก ข้าก็จะบอกพวกเขาทุกคนเลยขอรับ”
กู้เฟิงอวี่ “ข้าก็จะแบ่งปันความรู้นี้กับผู้อื่นขอรับ”
กู้เฟิงิ “ข้าก็จะสอนผู้อื่นให้ล้างมือให้ถูกวิธีขอรับ”
“เด็กดีของแม่” กู้หยูม่านลูบศีรษะลูกชายทั้งสามคน “อาหารจะเย็นหมดแล้ว เรามาทานข้าวกันเถอะ ทานเสร็จแล้วแม่จะพาพวกเ้าเดินไปซื้อขนมอร่อยๆ แล้วค่อยกลับโรงเตี๊ยม”
กู้หยูม่าน กู้เฉินซี และเด็กชายทั้งสามคนใช้เวลาไม่นานก็ทานมื้อเย็นเสร็จ จากนั้นพวกเขาก็ไปเดินตลาดเพื่อหาซื้อขนม
กู้หยูม่าน กู้เฟิงเฉิง และกู้เฟิงอวี่เดินไปซื้อขนมที่ร้านขายขนมตรงข้ามโรงเตี๊ยม ส่วนกู้เฉินซีพากู้เฟิงิไปเดินหาซื้อถังหูลู่
กู้เฟิงิดีใจที่ในที่สุดตนเองก็ซื้อถังหูลู่มาได้สองไม้ แม้จะซื้อได้ไม่ครบตาม้า แต่สองไม้นี้ก็เพียงพอที่เขาจะเอาไปแบ่งให้พี่ชายกับน้องชายแล้ว เพราะมัวแต่ระวังว่าถังหูลู่จะหล่น กู้เฟิงิจึงไม่ได้มองทางให้ดี เขาเดินไปชนเข้ากับชายคนหนึ่ง “ขออภัยขอรับ”
“เ้าเด็กน้อย เราเจอกันอีกแล้ว” กู้เทียนโหย่วยิ้ม
“ข้าไม่เคยเจอท่านมาก่อน” กู้เฟิงิขมวดคิ้วก่อนที่เขาจะทำตาโต “โจรขโมยเด็ก ท่านต้องเป็โจรขโมยเด็กแน่ๆ”
“หืม...โจรขโมยเด็กอย่างนั้นรึ” กู้เทียนโหยว่ทำหน้าแปลกใจ “เมื่อครู่เ้าไม่ได้พูดกับข้าแบบนี้นี่ เ้ายังยิ้มและทักทายข้าอย่างดีด้วย”
“ท่านอย่ามาพูดมั่ว ข้าไม่เคยเจอท่านมาก่อน ท่าไม่ดีแล้ว ท่านน้า...รอข้าด้วย” กู้เฟิงิรีบวิ่งตามกู้เฉินซีไป
กู้เทียนโหย่วยังไม่เข้าใจ “เ้าเด็กคนนี้มันยังไง ตอนอยู่ที่ภัตตาคารก็พูดกับข้าเสียดิบดี แต่ตอนนี้กลับหาว่าข้าเป็โจรขโมยเด็ก”
“คุณชายมองอะไรอยู่หรือขอรับ” กู้เจาถามพร้อมกับยื่นถุงใส่เศษเงินให้เ้านาย “เศษเงินที่เ้านายให้ไปแลกมาขอรับ”
กู้เทียนโหย่วรับถุงเงินมาถือไว้ “ข้าตั้งใจจะแลกเศษเงินไว้เผื่อว่าจะได้เจอเ้าเด็กคนนั้นอีกครั้ง แต่พอได้เจอกัน เขากลับบอกว่าข้าเป็โจรขโมยเด็กไปเสียแล้ว เฮ้อ...เด็กน้อยนี่ช่างเข้าใจยากเสียจริง”
“คุณชายจะกลับโรงเตี๊ยมเลยหรือไม่ขอรับ”
“ไปที่ร้านหนังสือก่อนก็แล้วกัน ข้าอยากหาหนังสือไว้อ่านแก้เบื่อสักเล่ม”