แรงสั่นใต้พื้นไม่ได้เงียบลงหลังคาเอลพูดจบ มันเหมือนรอให้คำพูดของเขาตกลงไปในรอยแตกทั้งหมดก่อน แล้วค่อยตอบกลับขึ้นมาด้วยจังหวะต่ำ ๆ ที่ลึกกว่าเดิม พื้นคอนกรีตใต้รองเท้าของเขาสั่นเพียงเล็กน้อย แต่เป็ความเล็กน้อยที่ทำให้กระดูกหน้าแข้งรับรู้ได้ชัด ราวกับมีบางอย่างมหึมาอยู่ใต้ค่ายค่อย ๆ พลิกตัวในความมืด กลิ่นควันจากแนวป้องกันกลบกลิ่นชีวภาพที่ติดมากับเสื้อผ้าพวกเขาไม่ได้เลย
คาเอลยังได้กลิ่นโพรงใต้ดินในลมหายใจตัวเอง กลิ่นชื้น เหนียว คาว และอุ่นเหมือนร่างสิ่งมีชีวิตที่ถูกฝังไว้ใต้เมือง ทั้งที่ตอนนี้เขายืนอยู่บนพื้น้าแล้ว เสียงปืนรอบค่ายดังเป็ชุดยาวกว่าก่อนหน้า เสียงะโของโรแวนทางแนวซ้าย เสียงเรนาร์สั่งทางวิทยุ เสียงคนเจ็บในเต็นท์แพทย์ และเสียงกรงเล็บกระแทกแผงเหล็กซ้อนกันจนค่ายทั้งค่ายเหมือนกลายเป็เครื่องจักรเก่า ๆ ที่กำลังถูกฝูงอะไรบางอย่างกัดกินทีละฟัน
โวร่ายังอยู่ที่ช่องแนวซ้าย เธอใช้ไหล่ดันแผงเหล็กที่เอียงให้อยู่กับที่ ขณะที่มืออีกข้างแทงอาวุธลงผ่านช่องว่างซ้ำ ๆ ทุกครั้งที่มีกรงเล็บมุดเข้ามา แสงไฟฉุกเฉินตกลงบนเส้นเืที่ปูดขึ้นตามแขนของเธอ เืของศัตรูและเืของเธอเองปนกันจนแยกไม่ออกว่าแผลไหนเป็ของใคร เสื้อแขนข้างหนึ่งฉีกจากรอยฟาดก่อนหน้า มีเืไหลซึมลงมาตามข้อศอก แต่เธอไม่แม้แต่จะมองมัน ดวงตาของเธอจับอยู่ที่ช่อง ไม่ใช่ที่ตัวที่ดิ้นอยู่ข้างล่าง เธอไม่เสียแรงกับภาพที่เห็นแล้ว เธอรอภาพที่กำลังจะเกิด คาเอลเห็นชัดขึ้นทุกครั้งที่มอง เธอไม่ได้เป็แค่คนเร็วหรือคนกล้า เธอเคลื่อนไหวเหมือนคนที่มองพื้นที่เป็ภาษาหนึ่ง ช่องว่างคือคำเตือน เงาคือทิศทาง พื้นที่แคบคืออาวุธ และศัตรูที่พุ่งมาเร็วที่สุดไม่ใช่ตัวที่สำคัญที่สุดเสมอ
“ยันไว้!” โรแวนะโจากแนวด้านข้าง
“อย่าเปิดช่อง อย่าให้มันหลุดเข้ามาได้!”
ทหารสองคนเข้าช่วยดันแผง โซ่ถูกพันกลับเข้าหาสลักด้วยมือที่สั่นจากความล้า คีรอนวิ่งเข้าไปช่วยทั้งที่ไหล่ยังเจ็บ เขายังหายใจไม่เต็มปอดหลังจากหนีจากใต้ดินขึ้นมา แต่เขาไม่ถอย ความกลัวบนหน้าเขายังอยู่ชัด แต่ครั้งนี้เขาไม่ยอมให้มันลากเท้าไว้กับที่
คาเอลเห็นเขาใช้มือข้างที่ยังดีจับโซ่แล้วดึงจนเส้นเืบนคอขึ้นเป็สัน เห็นฟันเขากัดแน่นเมื่อแผลที่ไหล่ถูกกระชาก เห็นเืซึมผ่านผ้าพันแผลเป็สีเข้มขึ้น แต่เขายังล็อกโซ่เข้าที่ได้
“ล็อกแล้ว!” คีรอนะโ เสียงแตกเพราะเจ็บ
“เสร็จแล้ว ถอยออกมา!” โวร่าพูดทันที ไม่ได้ะโ แต่เสียงคมพอให้เขาทำตาม
คีรอนถอยครึ่งก้าวพอดีก่อนกรงเล็บคู่หนึ่งฟาดทะลุช่องเดิมขึ้นมา กรงเล็บเฉียดหน้าอกเขาไปเพียงเสี้ยวเดียว เขาหน้าซีด แต่ยังยกปืนขึ้นยิงลงต่ำทันที ะุสองนัดทำให้สิ่งที่อยู่ด้านล่างชะงัก โวร่าแทงตาม ปิดจังหวะนั้นก่อนมันจะขยับอีกครั้ง
คาเอลไม่เข้าไปช่วยปิดช่อง เพราะเรนาร์จับแขนเขาไว้ก่อน สีหน้าของผู้บัญชาการยังนิ่ง แต่รอยเืแห้งบนแก้มและแววตาที่ล้ากว่าเดิมทำให้เขาดูแก่ขึ้นหลายปีในเวลาไม่ถึงคืน
“มีอะไรเปลี่ยนจากตอนที่พวกนายขึ้นมารายงานครั้งแรกบ้าง” เรนาร์พูด
คาเอลหันจากแนวซ้ายกลับมาที่โต๊ะบัญชาการที่แผนที่ถูกยึดด้วยมีดสั้นและปลอกะุแทนที่ทับกระดาษ มิเลียยืนอยู่ตรงนั้น นิ้วของเธอไล่ไปตามเส้นท่อใต้เมืองอย่างเร็ว แต่ดวงตาเธอหันมาหาคาเอลทันทีเมื่อเขาเข้ามาใกล้ บัลธาซาร์ยืนอยู่ด้านหลังเธอ เงียบเหมือนเคย แต่ในความเงียบของเขามีบางอย่างต่างออกไป หลังจากทีมขึ้นมาจากใต้ดิน เขาไม่ได้ถามว่าพวกเขาเห็นอะไร เขาเพียงมองคราบของเหลวสีเข้มที่ติดขอบรองเท้าคาเอลและนิกซ์ แล้วดวงตาเขาก็เย็นลงเล็กน้อย เหมือนเขาจำกลิ่นนั้นได้จากที่ไกลกว่าวันนี้
“จุดที่เราทำลายช่วยเบาแรงโจมตีได้แค่ด้านเดียว” คาเอลพูด มือชี้ลงบนแผนที่โดยไม่รอให้ใครถามซ้ำ
“มันไม่ใช่จุดหลัก เป็แค่โหนดย่อย พอเราตัดมัน เครือข่ายใต้ดินก็โยกแรงไปยังเส้นอื่นทันที”
มิเลียลากเส้นจากจุดที่แรงสั่นเริ่มไปยังรอยแตกที่รายงานล่าสุด ดวงตาเธอไล่ข้อมูลเร็วมาก
“ถ้าเป็แบบนั้น จุดโผล่ใหม่ทางซ้ายน่าจะเชื่อมกับเส้นนี้” เธอแตะเส้นท่อเก่าที่ตัดผ่านใต้ค่าย
“แล้วเส้นที่กำลังไหลเข้าหาเต็นท์แพทย์ก็มาจากอีกทางหนึ่ง ไม่ใช่จุดเดียวกัน”
“ใช่” คาเอลตอบ
“มันกำลังกระจายเส้นทางหลายชั้น และตอนนี้บางเส้นกำลังมุ่งเข้าหาคนเจ็บโดยตรง”
เรนาร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“งั้นผลที่ได้จากจุดที่พวกนายทำลายมีแค่ชะลอมัน?”
คาเอลเหลือบไปทางแนวซ้าย เสียงกระแทกของฝูงด้านนั้นดูเบาลงจริง แต่ไม่หยุด ฝูงเปลี่ยนรูปมาใช้จุดอื่นมากขึ้นแทน ราวกับน้ำที่ถูกปิดทางหนึ่งแล้วไหลหาอีกทางทันที
“ใช่ ชะลอได้ชั่วคราว แต่ไม่หยุด” เขาพูด
“ถ้าอยากหยุดการโจมตีในค่ายจริง ๆ เราต้องตัดโหนดรวมที่ใหญ่กว่า ก่อนมันเปิดหลุมใต้แนวกลางหรือใต้เต็นท์แพทย์”
“แล้วข้างล่างยังมีใหญ่กว่านั้นไหม?” คีรอนถาม เขาเพิ่งเดินกลับเข้ามา เสียงเขายังหอบ ใบหน้าซีดแต่ดวงตาจับคำตอบของคาเอลอย่างไม่ยอมหลบ
นิกซ์ยืนใกล้โต๊ะอีกด้าน เขาไม่ได้แตะอะไร มือขวายังสั่นเป็่ ๆ ใต้แขนเสื้อที่เปื้อนเืของเซิร์กลิง เด็กหนุ่มตอบแทนคาเอลโดยไม่รู้ตัว
“มี” เขาพูดเบา
“มันอยู่ลึกกว่าเดิม และ…มันใหญ่มากกว่าที่เจอมา”
มิเลียมองเขาทันที แต่ไม่ได้ถาม นั่นดีแล้ว เพราะนิกซ์ดูเหมือนคนที่ถามอีกนิดเดียวอาจแตกออกเป็ชิ้น ๆ เขากลัวสิ่งที่เขาได้ยิน แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือเขาเริ่มแยกแยะมันได้ เขาเริ่มบอกทิศ เริ่มบอกจังหวะ เริ่มรู้ว่าทางไหนว่างเกินไป ทางไหนถูกจัดไว้ และทางไหนมีบางอย่างรออยู่ ความสามารถนั้นช่วยชีวิตพวกเขา แต่มันก็กัดกินความเป็ตัวเองของเขาทีละนิด
บัลธาซาร์พูดขึ้นเป็ครั้งแรก
“มันไม่ได้เริ่มจากเส้นทางจุดที่พวกนายเห็นเท่านั้น… นั่นเป็แค่ปลายทางของมัน”
ทุกคนหันไปมองเขา
เขายังคงมองแผนที่ ไม่ใช่หน้าคนใดคนหนึ่ง
“มันเริ่มส่งกำลังจากตรงนี้”
คาเอลรู้สึกเหมือนคำเดียวของเขาทำให้ภาพในหัวคมขึ้นทันที ไม่ใช่รัง ไม่ใช่หลุมเกิด แต่เป็ระบบลำเลียง ระบบที่ดันฝูงผ่านเส้นเืใต้เมืองขึ้นมายังจุดที่้า ถ้าทำลายจุดส่งเล็ก มันเพียงเปลี่ยนเส้นทาง ถ้าตัดโหนดใหญ่กว่า อาจทำให้พื้นที่นี้เงียบลงได้นานพอให้ค่ายหายใจ
“คุณรู้ได้ยังไง” คาเอลถาม
บัลธาซาร์เงยหน้าขึ้นช้า ๆ ดวงตาของเขาสบกับคาเอลเพียงครู่เดียว ในความนิ่งนั้นมีอะไรบางอย่างที่เก่ากว่าสนามรบคืนนี้ เก่ากว่าค่าย เก่ากว่า VR ร้านเล็ก ๆ ที่คาเอลเคยคิดว่าเป็แค่ร้านเกม
“ถ้าสังเกตดีๆ มันเริ่มต้นจากตรงนี้” เขาตอบ
“ถ้าพวกมันมาเองจะไม่มีแบบแผน จะกระจัดกระจาย แต่ที่เห็น…มันเคลื่อนไหวมีระบบ พูดง่าย ๆ คือมีสิ่งที่ควบคุมมัน คอยส่งเ้าพวกนี้มาโจมตีเรา”
คำตอบเหมือนอธิบาย แต่ไม่ใช่ทั้งหมด คาเอลรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างถูกเก็บไว้หลังประโยคนั้น เขาอยากถามต่อ แต่เสียงวิทยุแตกพร่าดังขึ้นก่อน
“แนวเหนือรายงานะุเหลือต่ำกว่าครึ่ง…ย้ำ ะุต่ำกว่าครึ่ง…”
อีกเสียงแทรกมาแทบพร้อมกัน
“เต็นท์แพทย์ขอคนช่วยย้ายผู้าเ็ออกจากพื้นกลางค่าย จุดนั้นเริ่มสั่นอีกครั้ง…”
อลิน่าะโจากฝั่งเต็นท์ทันที
“แจ็กซ์! ยกแผ่นไม้มา ไม่ใช่ลังเปล่า แผ่นไม้!”
“ครับ ๆ แผ่นไม้ อันที่เป็ไม้จริง ๆ ใช่ไหม ไม่ใช่ฝา—”
“แจ็กซ์!”
“ได้ครับ!”
เสียงแจ็กซ์ยังคงมีอารมณ์สั่น ๆ แต่เขาขยับเร็วขึ้นกว่าเดิม เขาวิ่งไปยกแผ่นไม้กับทหารอาสาอีกคน ลินายืนหลบอยู่ข้างมาร่า ใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอซีดในแสงไฟฉุกเฉิน แต่มือยังจับไฟฉายเล็กช่วยอลิน่าโดยไม่สั่นมากเท่าก่อน คาเอลมองภาพนั้นเพียงเสี้ยวเดียวแล้วหันกลับมา ภาพคนที่ต้องอยู่บนพื้น้าทำให้คำว่า “ต้องลงไปอีกครั้ง” หนักขึ้นทันที ไม่ใช่เพราะเขากลัวตายข้างล่าง แต่เพราะถ้าเขาช้าข้างล่าง คนข้างบนจะตายแทน
เรนาร์มองแผนที่ มองแนว แล้วหันกลับมาคาเอล
“ถ้าลงไปทำลายมัน มีวิธีอะไรบ้าง”
คำถามนั้นทำให้ทุกคนเงียบลง มิเลียกดนิ้วบนเส้นท่อค้างไว้ โวร่าที่เดินกลับมาจากแนวซ้ายหยุดอยู่ด้านหลังคาเอลเล็กน้อย นิกซ์หลุบตามองพื้น คีรอนยืนนิ่งเหมือนอยากให้คำตอบออกมาเป็อย่างอื่น
คาเอลพูดช้า ๆ แต่ไม่มีความลังเล
“หาจุดศูนย์กลางที่ใหญ่กว่า ทำลายตรงจุดรวมนั้น เราไม่จำเป็ต้องทำลายทุกเส้น แต่ถ้าตัดทำลายผิด มันจะเปลี่ยนทางอื่น ถ้าตัดถูก เส้นทางใต้ค่ายที่พวกมันมาจะถูกตัดการเชื่อมต่อ”
“มันเสี่ยงระดับไหน” เรนาร์ถาม
โวร่าตอบก่อนคาเอล
“เหมือนเอาชีวิตไปทิ้ง”
ทุกคนหันไปมองเธอ เธอยืนพิงเสาเหล็กชั่วคราว แขนข้างที่มีแผลยังมีเืซึม แต่สายตาไม่สั่น
“พื้นที่ข้างล่างไม่ใช่มีแค่ศัตรู” เธอพูด
“พื้นที่ ที่เราเหยียบลงไปมันก็เป็ศัตรูด้วย ถ้าลงไปอีก มันจะไม่ปล่อยให้เราเดินกลับออกมาหรอก"
เรนาร์มองคาเอล
คาเอลพยักหน้า
“มันรู้ว่าเราทำลายไปจุดหนึ่งแล้ว ครั้งต่อไปมันจะป้องกันหนาแน่นขึ้นแน่นอน”
“ถ้าเป็แบบนั้น ทำไมพวกเรายังต้องลงทำลายมันอีก” คีรอนถาม เสียงเขาไม่ได้ท้าทาย แต่มันหลุดออกมาจากความกลัวทีมีมากภายในใจเขา
“ไม่ตั้งรับจนกว่ากำลังเสริมจะมา”
ไม่มีใครตำหนิเขา เพราะคำถามนั้นอยู่ในใจหลายคน
คาเอลหันไปมองเขา เห็นเด็กหนุ่มที่ยังมีเืซึมจากแผล เห็นมือที่กำปืนจนสั่น เห็นคนที่ไม่อยากลงไปอีกแต่คงลงถ้าถูกสั่ง และนั่นทำให้คำตอบของเขาหนักขึ้น
“เพราะการตั้งรับอย่างเดียว จะทำให้มันมีเวลาเลือกจุดโจมตีเรา” คาเอลพูด
“พวกมันจะเปิดหลุมตรงไหน เมื่อไหร่ก็ได้ ใกล้เต็นท์แพทย์ ใต้แนวกลาง หรือใต้คนเจ็บ ถ้าเราจัดการศูนย์กลางใหญ่มันได้ อาจจะไม่ถึงเรียกว่าจัดการมันได้เด็ดขาด แต่อย่างน้อยก็ขัดขวางการโจมตีของมันชั่วขณะ และค่ายจะได้มีเวลาพักหายใจ”
คำว่า “หายใจ” ทำให้ทุกคนเงียบไปอีกชั้น เพราะทุกคนรู้ว่าค่ายเหลือการหายใจไม่มากแล้ว
เรนาร์หลับตาเพียงครึ่งเสี้ยววินาที ก่อนลืมขึ้น
“ทีมเดิม”
คีรอนตัวแข็ง
โวร่าพยักหน้าเหมือนรู้อยู่แล้ว
นิกซ์ไม่ได้พูด แต่ใบหน้าเขาซีดกว่าเดิม
คาเอลหันไปหานิกซ์
“นายไม่จำเป็ต้อง—”
“จำเป็” นิกซ์พูดทันที เร็วเกินกว่าจะเป็ความมั่นใจ
“ถ้าผมไม่ลง พวกคุณจะไม่รู้ทาง”
เขาพยายามยืนตรงขึ้น แต่การเคลื่อนไหวทำให้แขนขวากระตุก เขารีบกดมันไว้ สีหน้าของเขาบอกชัดว่าไม่ได้อยากเป็คำตอบ แต่ถูกทำให้เป็คำตอบแล้ว
บัลธาซาร์มองนิกซ์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดกับคาเอลโดยไม่ละสายตาจากเด็กหนุ่ม
“อย่าใช้เขาเหมือนเครื่องมือ”
คำพูดนั้นทำให้คาเอลนิ่งไป
บัลธาซาร์พูดต่อ เสียงยังเรียบเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้มีความหนักที่คาเอลไม่เคยได้ยินจากเขา
“ต่อให้เขาชี้ทางได้ ก็ไม่แปลว่าเขาทนได้”
คาเอลสบตาเขา ในอกเกิดความไม่พอใจวาบหนึ่ง เพราะเขาไม่ได้คิดจะใช้เพื่อนเป็เครื่องมือ แต่ความไม่พอใจนั้นดับลงเร็วมากเมื่อเขารู้ว่าบัลธาซาร์ไม่ได้กล่าวหา เขาเตือน เตือนเหมือนคนที่เคยเห็นใครบางคนทำแบบนี้มาก่อน และเสียบางอย่างไป
“ผมรู้” คาเอลตอบ
บัลธาซาร์มองเขานานเกินกว่าปกติ
“หวังว่าเ้าจะรู้ทันเวลา”
คำว่า “เ้า” หลุดออกมาแปลกหู คาเอลสะดุดในใจเล็กน้อย แต่เสียงะเิจากแนวด้านนอกดึงทุกคนกลับสู่ปัจจุบันอีกครั้ง
เรนาร์ตัดบท
“เตรียมลงในสามนาที เราจะกดแนวหน้าให้เบาที่สุดเท่าที่ทำได้ โรแวนจะคุมช่องเดิม บัลธาซาร์ คุณอยู่กับบัญชาการ”
บัลธาซาร์ไม่ได้ตอบรับทันที เขาเพียงมองคาเอลอีกครั้งแล้วหันกลับไปที่แผนที่
“ถ้ามันเงียบเกินไป…อย่าเชื่อมัน” เขาพูด
คาเอลจำประโยคนั้นไว้โดยไม่ต้องพยายาม
[04:55 น.]
สามนาทีผ่านไปเร็วกว่าที่ควร โวร่าพันผ้ารอบแขนที่มีแผลแน่นขึ้นด้วยฟันและมือข้างเดียว เืซึมผ่านผ้าทันทีแต่เธอไม่สน คีรอนเปลี่ยนแม็กกาซีนใหม่ มือสั่นน้อยลงแต่ใบหน้ายังซีด นิกซ์นั่งพิงเสาเหล็กชั่วคราว หลับตาเหมือนพยายามปิดเสียงใต้พื้น แต่ปลายนิ้วซ้ายยังเคาะหน้าอกตัวเองตามจังหวะที่ไม่มีใครได้ยิน คาเอลมองทุกคนทีละคนแล้วรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ทีมที่ควรถูกส่งลงไป ไม่มีใครพร้อมจริง ไม่มีใครสภาพสมบูรณ์ ไม่มีใครรู้ว่าจะกลับมาครบหรือไม่ แต่ไม่มีทีมที่ดีกว่านี้อยู่ในค่าย
ก่อนลง แจ็กซ์เดินเข้ามาหาคาเอล เขายังถือท่อนเหล็กอยู่ในมือและมองมันเหมือนเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองถืออะไร
“ฉันรู้ว่านายจะบอกให้ฉันช่วยข้างบน” เขาพูด “ฉันช่วยอยู่ แต่…ถ้านายกลับขึ้นมาแล้วฉันไม่อยู่ตรงนี้ แปลว่าฉันพาลินากับคนเจ็บย้ายไปจุดหลัง ไม่ใช่ฉันทิ้งใคร”
คาเอลมองเขาแล้วพยักหน้า
“ดีแล้ว”
แจ็กซ์ทำหน้าคล้ายไม่พอใจกับคำตอบที่สั้นเกินไป แต่สุดท้ายก็ถอนหายใจ
“ห้ามตายนะเพื่อน กลับมาให้ได้ล่ะ”
ประโยคนั้นกระแทกคาเอลแรงกว่าที่ควร เขาไม่ตอบทันที เพราะไม่แน่ใจว่าตัวเองจะรักษาคำตอบได้หรือไม่ สุดท้ายเขาเพียงพยักหน้าอีกครั้ง แจ็กซ์เข้าใจ นั่นทำให้บรรยากาศหนักขึ้นแทนเบาลง
ลินามองมาจากเต็นท์แพทย์ เธอไม่ได้พูดเหมือนเดิม คาเอลยกมือขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่โบก ไม่ใช่สัญญา แค่ให้เธอรู้ว่าเขาเห็นเธอ เด็กหญิงกอดหุ่นตัวเล็กแน่นขึ้น แล้วพยักหน้าช้า ๆ ครั้งเดียว
พวกเขาลงไปอีกครั้ง
ครั้งนี้ช่องเดิมไม่ได้เหมือนเดิม ขอบคอนกรีตชื้นกว่าเดิม กลิ่นจากข้างล่างแรงขึ้น ราวกับสิ่งที่อยู่ใต้ค่ายเปิดปากกว้างรออยู่ โวร่าลงก่อนเช่นเคย แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้ปล่อยตัวลงเร็ว เธอค่อย ๆ ลดร่างลง ฟังเสียงพื้นด้านล่างก่อนลงน้ำหนักเต็มตัว คาเอลตาม นิกซ์ และคีรอนเป็คนสุดท้าย พอลงมาครบ แสงจาก้าดูไกลกว่าครั้งก่อนทั้งที่ระยะไม่เปลี่ยน ความรู้สึกของการถูกตัดขาดมาถึงเร็วกว่าครั้งแรก
ทางที่พวกเขาเคยผ่านถูกเปลี่ยนไปแล้ว บางผนังที่เคยเปิดกลับปิดเป็แผ่นเมือกหนา บางช่องที่เคยแคบขยายขึ้นพอให้ผ่าน แต่คาเอลไม่รู้ว่ามันเปิดเพราะเป็ทางจริงหรือเพราะอยากให้พวกเขาเข้าไป นิกซ์ยืนเงียบอยู่กลางทาง แววตาของเขาเหมือนคนกำลังฟังเสียงหลายเสียงพร้อมกันจนเกือบแยกตัวเองออกจากมันไม่ได้
“ทางซ้าย” เขาพูด
คีรอนหันไปมอง ซ้ายดูแคบและมืดกว่าเดิม
“แน่ใจไหม”
นิกซ์หัวเราะเบา ๆ ไม่มีความขำ
“ไม่ แต่ทางขวาเงียบเกินไป”
คาเอลคิดถึงบัลธาซาร์ทันที ถ้าพื้นเงียบเกินไป อย่าเชื่อมัน
“ซ้าย” เขายืนยัน
โวร่านำเข้าไปก่อน ร่างของเธอหายเข้าไปในช่องมืดอย่างเงียบผิดปกติ คีรอนมองตามแล้วพูดเบา ๆ
“เธอเดินเหมือนรู้ทางเลย ทั้งที่ไม่เคยมาที่นี่”
คาเอลตอบโดยไม่ละสายตาจากด้านหน้า
“เธอไม่ได้รู้ทาง แค่รู้ว่าทางไหนจะฆ่าเราก่อน”
คีรอนกลืนน้ำลาย
“ฟังแล้วดีขึ้นนิดเดียว”
ทางซ้ายพาพวกเขาลึกลงไปกว่าเดิม อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่ร้อนแบบไฟ แต่ร้อนแบบร่างกายของสิ่งมีชีวิตใหญ่ที่อยู่ใกล้เกินไป ความชื้นกลายเป็ไอน้ำบาง ๆ เกาะบนผิวหน้า คาเอลรู้สึกเสื้อแนบหลัง มือจับปืนลื่นขึ้นจนต้องขยับนิ้วใหม่ เสียงในผนังเงียบอย่างน่ากลัว เงียบจนเขานึกถึงคำเตือนของบัลธาซาร์
“หยุด” คาเอลพูด
โวร่าหยุดทันที แม้ยังไม่เห็นอะไร คีรอนเกือบชนหลังนิกซ์แต่หยุดทัน
ทุกอย่างเงียบ
ไม่มีเสียงขูด
ไม่มีเสียงหายใจ
ไม่มีแม้แต่หยดของเหลว
ความเงียบสมบูรณ์แบบเกินไป
คาเอลยกปืนไปยังพื้นด้านหน้า
"ถอยหลังออกมาครึ่งก้าว”
ทุกคนทำตาม
พื้นตรงหน้าะเิขึ้นในวินาทีถัดมา ไม่ใช่ะเิไฟ แต่เป็การเปิดออกของดินและคอนกรีต เซิร์กลิงสองตัวพุ่งขึ้นพร้อมกันจากจุดที่พวกเขาเกือบยืนอยู่ ตัวแรกพุ่งตรง ตัวที่สองพุ่งเฉียงไปด้านหลัง โวร่าขยับเข้าเร็วมาก เธอใช้ตัวแรกเป็ที่บังจากตัวที่สองชั่วครู่ แทงเข้าคอแล้วหมุนร่างมันให้ชนตัวที่สอง คาเอลยิงตัวที่สองตอนมันเสียจังหวะ ะุเจาะหัวพอดี คีรอนยิงซ้ำอีกนัดจนมันนิ่ง
นิกซ์หอบ
“มันซ่อนเสียงได้แล้ว…”
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนเย็นลงไปอีกชั้น
ถ้ามันซ่อนเสียงได้ สิ่งที่พวกเขาใช้เอาชีวิตรอดก่อนหน้านี้ก็เริ่มใช้ไม่ได้
คาเอลมองศพทั้งสองตัว มองหลุมที่มันขึ้นมา มองรอยบนพื้นรอบหลุม รอยขูดไม่ได้ชี้มาจากทางเดียว มันเหมือนถูกเตรียมไว้ใต้พื้นมานาน
“มันเริ่มป้องกันแกนหลัก” เขาพูด
“แปลว่าเราใกล้?” คีรอนถาม
“หรือมันอยากให้เราคิดว่าใกล้”
โวร่าเช็ดเืจากปลายอาวุธกับผนังข้างตัวอย่างรวดเร็ว
“ไม่ว่าจะอย่างไหน มันก็อยู่ข้างหน้า”
พวกเขาเดินต่ออีกหลายสิบก้าว ทางเริ่มกว้างขึ้นช้า ๆ ผนังสองข้างมีเส้นใยหนากว่าเดิม จากเส้นเล็กเท่านิ้ว กลายเป็เส้นใหญ่เท่าข้อมือ บางเส้นเต้นแรงจนมองเห็นด้วยตาเปล่า ของเหลวสีเข้มไหลผ่านข้างในเป็จังหวะเร็วขึ้น พื้นรอบตัวเริ่มมีร่องหลายเส้นมากัน ทุกอย่างเหมือนพาพวกเขาเข้าสู่จุดรวมที่ใหญ่กว่าเดิม คาเอลรู้สึกถึงแรงดันในอก เหมือนเข้าใกล้เครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ไม่มีเสียงเครื่อง แต่มีชีพจร
แล้วพวกเขาก็เห็นมัน
พื้นที่เปิดออกเป็โพรงกว้างกว่าโหนดแรกหลายเท่า ผนัง้าโค้งต่ำเหมือนเพดานโบสถ์ที่ถูกสร้างจากดิน คอนกรีตแตก และเนื้อเยื่อสีเข้ม เส้นใยจำนวนมากจากหลายทิศมารวมกันตรงกลาง เป็ก้อนโครงสร้างขนาดใหญ่ฝังอยู่ในพื้นและผนังพร้อมกัน มันไม่ใช่ก้อนเดียว แต่เหมือนรากจำนวนมากพันกันจนกลายเป็แกนกลาง ของเหลวไหลขึ้นลงในเส้นใยเ่าั้ตามจังหวะที่ชัดเจนจนพื้นทั้งโพรงสั่นตาม ทุกครั้งที่มันเต้น เสียงต่ำจะดังจากลึกลงไปเหมือนกลองไกล ๆ ที่กระทบอยู่ใต้เมือง
คีรอนยืนตัวแข็ง
“นี่…ใหญ่กว่าจุดเมื่อกี้มาก”
นิกซ์ยกมือกดขมับ สีหน้าเจ็บจนแทบทรุด
“มันเสียงมันดังมาก…”
โวร่าไม่ได้มองแกนนาน เธอมองทางเข้า ทางออก รอยแตกบนพื้น รูบนผนัง และช่องที่ศัตรูอาจโผล่ เธอพูดช้า ๆ
“ที่นี่สู้ยาก”
คาเอลพยักหน้า
“เพราะมันเลือกให้เราสู้ที่นี่”
คำพูดนั้นทำให้คีรอนหันมามองเขา
“แล้วเราจะสู้ที่นี่หรอ”
คาเอลมองจุดศูนย์กลางใหญ่ตรงหน้า เห็นของเหลวไหลเข้าออก เห็นเส้นใยแยกไปหลายแขนง เห็นจังหวะที่มันส่งแรงขึ้นไป้าในทุกการเต้น และในหัวเขา ภาพแผนที่ของมิเลียทับลงบนโพรงนี้พอดี จุดนี้น่าจะเชื่อมแนวซ้าย แนวกลาง และพื้นใต้เต็นท์แพทย์บางส่วน ถ้าตัดได้ ค่ายอาจมีเวลามากขึ้น ถ้าไม่ตัด สิ่งนี้จะดันฝูงขึ้นจากใต้ค่ายจนแนวป้องกันกลายเป็เื่ไร้ความหมาย
"พวกเราไม่มีทางเลือก” เขาตอบ
เสียงขูดรอบโพรงเริ่มดังขึ้นทันที ราวกับคำตอบของเขาเป็สัญญาณเริ่มต้น
โวร่าขยับไปทางซ้ายโดยไม่ต้องมีคำสั่ง
“ฉันปิดทางซ้าย”
คีรอนยกปืน
“ผมปิดขวา”
นิกซ์ยืนกลาง หายใจแรง
คาเอลมองเขา
“นายไม่ต้องเข้าใกล้มัน”
นิกซ์พยายามหัวเราะ แต่เสียงออกมาเหมือนหายใจติดขัด
“มันคงดีมากถ้ามันเห็นด้วย”
พื้นใต้พวกเขากระแทกขึ้นหนึ่งจังหวะ แรงพอให้ทุกคนเข่าทรุดเล็กน้อย รูบนผนังหลายรูเปิดพร้อมกัน ไม่ใช่ทั้งหมด แต่พอให้ความมืดข้างในเหมือนมีดวงตาจำนวนมากลืมขึ้นพร้อมกัน
“มาแล้ว” โวร่าพูด
ตัวแรกพุ่งจากรูด้านซ้ายสูงกว่าระดับเอว โวร่าไม่ยิง เธอขยับเข้าไปก่อนที่มันจะถึงจุดลง ใช้การเคลื่อนของมันพาใบมีดตัวเองเข้าหาช่องใต้เกราะ เธอแทงแล้วหมุนร่างไปด้านข้าง ปล่อยให้แรงพุ่งของมันพาร่างไถลลงพื้น ตัวที่สองมาต่ำกว่า เธอยกเข่ากระแทกหัวมันให้เสียมุม แล้วแทงซ้ำอย่างแม่นยำ คาเอลแทบไม่เห็นการเคลื่อนไหวแยกเป็จังหวะ เธอไม่ได้ต่อสู้แบบคนใช้แรงมากที่สุด เธอต่อสู้เหมือนคนที่รู้ว่าต้องอยู่ตรงไหนครึ่งวินาทีก่อนศัตรูจะมาถึง
ทางขวา คีรอนยิงเป็ชุดสั้น ไม่สาดะุเหมือนตอนแรก เขายิงต่ำตามที่คาเอลเคยเตือน ตัวแรกเสียขา ตัวที่สองสะดุดร่างมัน คาเอลยิงตัวที่รออยู่ด้านหลังพวกนั้นก่อนมันจะพุ่งในจังหวะ บรรจุะุใหม่ ของคีรอน ะุเจาะหัวมันตรงเวลาพอดี คีรอนหันมามองคาเอลหนึ่งเสี้ยว ดวงตาเต็มไปด้วยความใที่เริ่มเปลี่ยนเป็ความเชื่อใจ
“ขอบคุณครับ!”
“อย่าบรรจุะุพร้อมกัน” คาเอลตอบ
“ครับ!”
นิกซ์สะดุ้งเมื่อพื้นด้านหน้าเขาเปิด เซิร์กลิงตัวหนึ่งพุ่งขึ้นมาใกล้เกินไป เขายกปืนไม่ทัน มือขวากระตุกแรง เส้นสีดำขึ้นจากข้อมือถึงศอกในพริบตา เขาพยายามกดมันไว้ แต่ร่างนั้นพุ่งเข้ามาแล้ว คาเอลเห็นนิกซ์กัดฟัน ดวงตาเต็มไปด้วยความกลัวและความพยายามในเวลาเดียวกัน แขนขวาของเขาพุ่งออกไป แต่ครั้งนี้มันไม่เหวี่ยงมั่ว เขาคว้าขากรรไกรของเซิร์กลิงไว้แล้วบิดไปด้านข้างแทนการฉีกทันที คาเอลยิงเข้าหัวมัน ร่างนั้นทรุดลง
นิกซ์ถอยหนึ่งก้าว หอบหนัก
“ผมคุมมันได้มากขึ้น…”
“อย่าฝืนเกินไป” คาเอลพูด
“ถ้าไม่ฝืน เราจะตาย”
คำตอบของนิกซ์แทงใจเกินกว่าจะเถียง
คาเอลหันกลับไปยังจุดศูนย์กลางใหญ่ จุดที่ต้องยิงไม่ใช่ก้อนใหญ่ทั้งหมด มันใหญ่เกินไป ยิงมั่วไม่มีประโยชน์ เขามองการไหลของของเหลว มองเส้นใยที่เต้นแรงที่สุด มองจุดที่ทุกจังหวะรวมตัวกันก่อนกระจายออกไป แกนนี้มี “คอ” อยู่ จุดแคบที่แรงดันผ่านก่อนกระจาย ถ้าตัดตรงนั้น ระบบอาจช็อกชั่วคราว
เขายกปืนเล็ง แต่โพรงทั้งโพรงสั่นขึ้นอีกครั้ง รู้าเปิดพร้อมกันสามจุด เซิร์กลิงพุ่งลงมาเหมือนฝนสีดำ โวร่ามองเห็นตัวแรกก่อนใคร เธอพุ่งเข้าไปใต้เงามัน แทนที่จะถอย เธอใช้พื้นที่ใต้ตัวมัน แทงขึ้น พาร่างมันตกลงด้านข้าง แต่ตัวที่สองหลุดผ่าน เฉียดไปทางคาเอล
คีรอนยิงทันที ะุโดนไหล่มัน มันเสียทิศพุ่งกระแทกพื้นใกล้คาเอล คาเอลเหยียบถอยครึ่งก้าวแล้วยิงซ้ำจนมันนิ่ง
“ตอนนี้ละ!” โวร่าะโ
คาเอลหันกลับไปยังจุดคอของโหนด ช่องเปิดตามจังหวะเต้น
หนึ่ง
สอง
เปิด
ปัง
ะุเจาะเข้าไป ของเหลวพุ่งออกเป็สายหนา กลิ่นคาวรุนแรงกระแทกเข้าใส่จนคีรอนสำลัก โหนดสั่น แต่ยังไม่พอ เส้นใยรอบมันเต้นเร็วขึ้นเหมือนกำลังชดเชยแรงดัน
“อีก!” นิกซ์ะโ เสียงเขาแปลกกว่าปกติ เหมือนมีหลายเสียงซ้อนอยู่ข้างใน
คาเอลไม่ลังเล
ปัง
ปัง
นัดที่สองและสามเจาะซ้ำใกล้จุดเดิม เส้นใยเส้นใหญ่หนึ่งเส้นขาดสะบัด ของเหลวสาดใส่พื้น โพรงทั้งแห่งครางต่ำ ๆ เหมือนสัตว์าเ็ เสียงนั้นไม่ได้ดังมาก แต่มันลึกจนหน้าอกของทุกคนสั่นตาม พื้นกระแทกขึ้นแรง โวร่าล้มลงเข่าข้างหนึ่งแต่ยันตัวขึ้นทันที คีรอนชนผนัง นิกซ์กุมหัว ร้องออกมาครั้งแรก
“มันดังมากขึ้น…ดังเกินไป!”
ดวงตาบนผนังหลายดวงปิดพร้อมกัน แล้วเปิดใหม่ในตำแหน่งอื่น ราวกับระบบกำลังรีเซ็ตการมอง คาเอลเห็นเส้นใยบางส่วนหยุดเต้น เสียงจากด้านหนึ่งของโพรงเงียบลง แต่ด้านลึกกว่าเดิมกลับดังขึ้น ชีพจรต่ำที่อยู่ไกลกว่าเริ่มตอบรับ
“ต้องยิงซ้ำ มันยังไม่พอ” คาเอลพูด
โวร่าหันมาทันที
“หมายความว่าไง”
“เรายังทำลายไม่ทั้งหมด”
ทันใดนั้น พื้นใต้โหนดใหญ่ยุบลงเป็ช่องลึก เงาขนาดใหญ่กว่าที่เคยเห็นเคลื่อนอยู่ใต้รอยแตก ไม่โผล่ขึ้นมาเต็มตัว แต่พอให้เห็นเกราะหนาและเส้นใยที่เชื่อมกับหลังของมัน มันเหมือนสิ่งที่ไม่ได้เป็เพียงนักล่า แต่เป็ส่วนหนึ่งของระบบส่งกำลัง คาเอลยังไม่เห็นรูปทรงชัด แต่แรงกดที่มันพามาด้วยทำให้อากาศหนักขึ้นในทันที
คีรอนถอยโดยไม่รู้ตัว
“นั่นตัวอะไร…”
ไม่มีใครตอบ
เพราะไม่มีใครรู้
หรือบางทีไม่มีใครอยากรู้ตอนนี้
โหนดใหญ่ที่ถูกยิงเริ่มหดตัว เส้นใยบางเส้นพันเข้าหากันเหมือนพยายามปิดแผล พื้นรอบตัวพวกเขาแตกเป็รอยใหม่หลายเส้น ทางที่เข้ามาเริ่มถล่มลงทีละส่วน
“ถอน!” โวร่าะโ
“เดี๋ยวนี้!”
คาเอลยังมองโหนด เขาเห็นว่าถ้ายิงอีกจุดหนึ่ง จุดที่เชื่อมเส้นใหญ่ด้านล่าง อาจทำให้มันพังหนักกว่าเดิม แต่เงาขนาดใหญ่ใต้พื้นกำลังขยับขึ้น และทีมของเขากำลังจะถูกตัดทาง คาเอลรู้สึกเวลายืดออกเป็เสี้ยว ๆ เห็นทางเลือกสองทางชัดเจน ยิงต่อเพื่อทำลายมากขึ้น เสี่ยงติดอยู่กับสิ่งใหญ่ หรือถอยตอนนี้พร้อมผลลัพธ์บางส่วนและปล่อยให้ระบบยังหายใจได้
เขาเกลียดคำว่า “บางส่วน”
แต่เขาเกลียดภาพลินาในเต็นท์แพทย์ที่รออยู่้ามากกว่า
“ถอย!” เขาะโ
พวกเขาหันกลับ โวร่านำเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้เคลื่อนลื่นเหมือนก่อน แผลที่แขนทำให้จังหวะเธอสั้นลงเล็กน้อย คาเอลเห็น แต่เธอไม่ยอมให้มันกลายเป็ช่อง นิกซ์ตามหลัง เงยหน้ามองทางด้วยสีหน้าทรมาน คีรอนปิดท้ายตอนแรก แต่คาเอลดึงเขามาอยู่กลางทันที
“ฉันปิดท้ายเอง”
“แต่—”
“นี่ไม่ใช่เวลาถาม”
คีรอนกัดฟันและทำตาม
เสียงจึกศูนย์กลางจากด้านหลังบิดตัวดังชื้น ๆ เหมือนเนื้อขนาดใหญ่ถูกฉีก เสียงขูดจำนวนมากดังขึ้นพร้อมกันจากทางลึก ศัตรูไม่ได้ซ่อนอีกต่อไป มันไล่ ทุกช่องที่ผ่านเริ่มขยับ ผนังบีบ พื้นยุบ เส้นใยสะบัดเหมือนแส้เปียก ๆ โวร่าตัดเส้นหนึ่งที่ฟาดลงมาขวางทางด้วยอาวุธในมือ ของเหลวสาดใส่แก้มเธอ เธอปาดออกด้วยไหล่โดยไม่หยุด
คีรอนสะดุดตรงรอยแตก เขาเสียหลักล้มลงเข่าข้างหนึ่ง เสียงกรงเล็บด้านหลังใกล้ขึ้นทันที คาเอลหันยิงสองนัด นัดแรกโดนตัวที่พุ่งใกล้ที่สุด นัดที่สองถากตัวที่ตามมาแค่พอให้มันชะงัก
“ลุกเร็ว!”
คีรอนพยายามลุก แต่ไหล่เจ็บทำให้แรงหาย นิกซ์หันกลับไปคว้าคอเสื้อเขาด้วยมือซ้าย มือขวายังสั่นเหมือนจะขยับเอง
“อย่าให้ผมต้องใช้ข้างนั้นอีก” นิกซ์กัดฟันพูด
“ลุกเอง!”
คีรอนหัวเราะหอบ ๆ ทั้งที่หน้าซีด
“คำขู่แปลกมาก แต่ได้ผลครับ”
เขาลุกขึ้นได้ โวร่ากลับมาดึงเขาไปต่อด้วยมือข้างที่ยังไม่เจ็บ
ทางกลับไม่เหมือนตอนมา บางช่องปิด บางช่องเปิดใหม่ บางส่วนเหมือนตั้งใจให้เห็นทางลัดที่น่าสงสัย คาเอลมองฝุ่น มองแรงลม มองจังหวะเสียง และเลือกทางที่ไม่เงียบที่สุด ไม่โล่งที่สุด แต่มีเสียงของ้าแทรกเข้ามาเบาที่สุด เสียงปืนจากค่ายยังอยู่ ไกลแต่ชัดขึ้นทีละน้อย
“ทางนี้!”
พวกเขาเลี้ยวซ้ายผ่านช่องแคบที่ต้องก้มต่ำ เส้นใยบนเพดานเฉียดหลังคาเอลไปไม่ถึงฝ่ามือ ความร้อนจากมันแผ่ลงมาจนรู้สึกเหมือนอยู่ใต้ท้องของสิ่งมีชีวิต คาเอลได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองชัดเกินไป เหนื่อยจนปอดร้อน แต่ความคิดยังไม่หยุด ไม่ได้เพราะเขาเก่ง แต่เพราะถ้าความคิดหยุด ขาของเขาอาจหยุดตาม
แสงจาก้าปรากฏเป็เส้นเล็ก ๆ ในความมืด
คีรอนเกือบเร่ง แต่คราวนี้เขาหยุดเองก่อนคาเอลเตือน เขายกปืนขึ้นและมองเพดานใกล้ทางออก
โวร่าพูดเบา ๆ
“เรียนรู้แล้วนี่”
คีรอนหอบ
“อยากเรียนในแบบอื่นมากกว่าครับ”
เสียงแตกดังขึ้นก่อนพวกเขาถึงช่องออก เซิร์กลิงสองตัวพุ่งลงจาก้าของทาง ไม่ใช่เพื่อฆ่า แต่เพื่อขวาง โวร่าพุ่งเข้าใส่ตัวแรก เธอใช้ผนังช่วยบังคับมุมแทง บิดแล้วดันร่างมันไปขวางตัวที่สอง คาเอลยิงตัวที่สองผ่านช่องระหว่างร่างแรกกับผนัง ะุเจาะหัวมัน คีรอนยิงซ้ำเพื่อให้มันไม่ดิ้น นิกซ์ยืนหอบอยู่ข้างหลัง มือขวาสั่นจนคาเอลได้ยินเสียงเล็บขูดกับเกราะแขนของเขาเอง
“เกือบถึงทางออกแล้ว” คาเอลพูด
นิกซ์พยักหน้า
“พวกมันก็รู้เหมือนกัน มันตามเราใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ”
พื้นใต้เท้ากระแทกขึ้นแรงกว่าทุกครั้ง รอยแตกวิ่งตามหลังพวกเขามาเหมือนเส้นสีดำ โวร่าพุ่งขึ้นจากช่องก่อน คาเอลดันคีรอนขึ้นตาม นิกซ์ปีนขึ้นด้วยมือขวา คาเอลเป็คนสุดท้าย เขารู้สึกถึงลมจาก้าแตะหน้า กลิ่นควัน กลิ่นดินแห้ง กลิ่นเืสดของค่ายตีเข้ามาแทนกลิ่นชีวภาพใต้ดิน มือเขาจับขอบคอนกรีต ขอบคมบาดฝ่ามือซ้ำแผลเดิม แต่เขาดึงตัวเองขึ้นมาได้ในจังหวะที่พื้นใต้ช่องแตกปิดลงครึ่งหนึ่งจากแรงบีบของโครงสร้างข้างล่าง
แสงไฟฉุกเฉินและเสียงปืนกระแทกเข้ามาพร้อมกันเหมือนถูกโยนกลับเข้าสู่สนามรบคนละโลก
แต่โลก้าแย่กว่าตอนที่พวกเขาลงไปมาก
แนวกลางมีควันหนากว่าเดิม แผงเหล็กหนึ่ง่ล้มลงครึ่งหนึ่ง ทหารสามคนกำลังดันมันกลับเข้าที่โดยมีโรแวนยืนสั่งเสียงแหบจนแทบกลายเป็คำราม เสียงปืนจากแนวขวากระหน่ำเป็ชุดสั้น ๆ แต่มี่ว่างระหว่างชุดยาวขึ้น แปลว่าะุเริ่มไม่พอ เต็นท์แพทย์เต็มจนคนเจ็บถูกวางออกมานอกเต็นท์ อลิน่ายังทำงานอยู่ มือเธอเปื้อนเืจนดูเหมือนสวมถุงมือสีแดง ลินายืนข้างมาร่า มีแจ็กซ์บังเธอไว้ครึ่งตัว เขาถือท่อนเหล็กในมือและหันไปมองทุกเสียงเหมือนพร้อมจะกลัวทุกทิศ แต่ยังไม่หนี
แล้วเสียงหนึ่งดังขึ้นแทรก
“ถอยครึ่งก้าว! อย่ายืนเส้นเดียว!”
เสียงนั้นไม่ดังที่สุด แต่คมพอให้คนขยับตามทันที
คาเอลหันไปมอง เดวิสยังยืนอยู่ตรงแนวนั้น แขนซ้ายพันผ้าใหม่แน่นกว่าเดิม เืซึมผ่านเป็สีเข้มใต้ผ้าขาว แต่ปืนในมือขวาของเขายังนิ่ง เขายิงเป็ชุดสั้น ไม่รีบ ไม่ฝืนจังหวะ
ตัวที่พุ่งต่ำถูกกดล้มก่อนถึงแผง
อีกตัวกระแทกเหล็กแล้วชะงัก
เดวิสก้าวครึ่งก้าวเข้าไปแทนช่องว่างนั้นทันที เหมือนเขายืนตรงนั้นมาตลอด ไม่ใช่คนที่เพิ่งลุกจากเต็นท์แพทย์เสียงปืนจากแนวขวากระหน่ำเป็ชุดสั้น ๆ แต่มี่ว่างระหว่างชุดยาวขึ้น แปลว่าะุเริ่มไม่พอ...
เรนาร์เห็นพวกเขาขึ้นมาแล้วเดินเข้ามาทันที เสียงรอบตัวดังมากจนเขาต้องพูดใกล้กว่าปกติ
“ผล?”
คาเอลหายใจเข้า กลิ่นควันแสบปอด แต่เขาพูดชัด
“ทำลายจุดศูนย์กลางใหญ่ได้บางส่วน เส้นทางย่อยของมันทำงานได้ไม่เต็มที่ แต่ยังไม่ใช่ฐานพวกทันทั้งหมด มีสิ่งที่ใหญ่กว่าอยู่ลึกลงไป และมันเริ่มป้องกันตัวจริงแล้ว”
เรนาร์มองเขา สีหน้าไม่เปลี่ยนมาก แต่ดวงตาหนักขึ้น
“บางส่วนพอไหม”
คาเอลมองแนวที่กำลังถูกกด มองพื้นกลางค่ายที่ยังสั่นเบา ๆ มองคนเจ็บที่ถูกยกออกจากเต็นท์ มองโวร่าที่ใช้มือกดแผลแขนตัวเองแต่สายตายังอยู่ที่ช่องแนว มองนิกซ์ที่เกือบทรุดแต่ยังฝืนยืน มองคีรอนที่หายใจไม่เป็จังหวะแต่ไม่ยอมปล่อยปืน
“พอให้พวกเรามีเวลาพัก” เขาตอบ
“แต่ไม่พอให้เราชนะ”
เสียงกระแทกจากแนวซ้ายดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้จังหวะของฝูงสะดุดลงเล็กน้อย เหมือนบางเส้นทางใต้พื้นถูกบีบให้เปลี่ยน คาเอลเห็นมัน เรนาร์ก็เห็น โรแวนที่แนวหน้าหันกลับมาะโโดยไม่รู้ข้อมูลข้างล่าง
“พวกมันช้าลง! กดดันมันกลับ!”
เสียงปืนดังขึ้นอีกชุด ฝูงด้านซ้ายถอยไปหนึ่งระยะเป็ครั้งแรกในรอบหลายนาที แต่ด้านลึกของพื้นยังสั่นอยู่ ไม่ใช่ถอย ไม่ใช่ยอมแพ้ มันเพียงเปลี่ยนจังหวะ เหมือนสิ่งที่าเ็กำลังคิดว่าจะกัดกลับตรงไหน
นิกซ์พูดเบามาก แต่คาเอลได้ยิน
“มันโกรธเรามากเลยพี่”
คาเอลมองพื้นใต้เท้า
แรงสั่นตอบขึ้นมาหนึ่งครั้ง ต่ำ ลึก และชัดเจนเกินกว่าจะเป็เพียงผลจากการถล่มใต้ดิน
เขารู้ว่าที่พวกเขาทำลายไม่ใช่หัวใจทั้งหมด
มันเป็แค่รากเส้นหนึ่ง
และพวกเขาเพิ่งทำให้สิ่งที่อยู่ใต้เมืองรู้ว่า มนุษย์ตัวเล็ก ๆ ้าเริ่มรู้วิธีทำให้มันเจ็บ
คาเอลกำปืนแน่นขึ้น เืจากฝ่ามือไหลซึมตามด้ามจับ แต่เขาไม่ปล่อย สายตาของเขาเลื่อนจากพื้นไปยังแนวป้องกัน จากแนวป้องกันไปยังท้องฟ้ามืดเหนือค่ายที่ยังไม่มีเครื่องบิน ไม่มีแสงช่วยเหลือ มีเพียงควันและเสียงปืน
คืนนี้ยังไม่จบ
และใต้เมือง รากส่วนที่เหลือกำลังตื่น.