“คัท!!” เสียงของผู้กำกับโฆษณานามว่า พี่หนุ่ย ดังขึ้น
“พี่อยากให้มันเป็ธรรมชาติมากกว่านี้หน่อยอ่ะ ลินน์ปล่อยตัวตามสบายเลยนะ ไม่ต้องเกร็ง เอาใหม่ ๆ”
ระหว่างกำลังถ่ายทำกันอย่างขะมักเขม้นนั้น บุคคลที่ทุกคนตั้งตารอคอยก็เดินเข้ามาเงียบ ๆ
“เป็ยังไงบ้างครับ” ท่านประธานถามชมพูที่กำลังนั่งมองการถ่ายทำผ่านหน้าจอมอนิเตอร์อย่างตั้งใจ
“อุ๊ย...สวัสดีค่ะท่านประธาน” ชมพูเด้งตัวจากเก้าอี้ทันทีที่ได้ยินเสียง
“เห็นว่ามีปัญหา” ท่านประธานถาม
“ไม่มีอะไรแล้วค่ะ ทุกอย่างราบรื่น ชมพูเคลียร์เรียบร้อยแล้วค่ะ”
“โอเคครับ แต่ถ้ามีปัญหาหรือติดตรงไหนแจ้งเลขาผมได้เลยนะครับ”
“ขอบคุณค่ะท่านประธาน”
หลังจากยืนมองการถ่ายทำด้วยสีหน้าครุ่นคริดอยู่ครู่หนึ่ง ท่านประธานก็เอ่ยขึ้น
“เอ...ทำไมผมถึงรู้สึกคุ้นหน้านางเอกโฆษณาจัง”
“น้องเค้าเป็นักศึกษาฝึกงานค่ะ ชื่อน้องลินน์ พอดีเกิดเหตุสุดวิสัยนิดหน่อย ชมก็เลยให้น้องมาช่วย แต่น้องเก่งมากนะคะ ให้ทำอะไรทำได้หมดทุกอย่าง คนอะไรไม่รู้ทั้งเก่งทั้งสวย” ชมพูเอ่ยชมลินน์พิตาให้ท่านประธานฟัง
“ลินน์เหรอ” ชายหนุ่มพึมพำในใจคนเดียว พลางจ้องมองไปที่หญิงสาวอย่างไม่วางตา “ไม่ได้เจอหลายปี สาวน้อยในวันนั้นกลายเป็สาวสวยไปซะแล้ว” ทำเอาเขาจำแทบไม่ได้ แล้วเขาเป็อะไรเนี่ย!! ทำไมถึงละสายตาจากเธอไม่ได้เลย
“คัท!!!” เสียงที่ดังขึ้นไม่ใช่เสียงจากผู้กำกับ ไม่ใช่เสียงชมพู ไม่ใช่เสียงจากทีมงาน เสียงใคร ??
“ท่านประธาน” ทีมงานทุกคนพร้อมใจเอ่ยออกมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ฉากที่โดนคัทจากท่านประธานก็คือฉากที่คู่พระนางกำลังจะจูบกันโดยจะใช้มุมกล้องช่วย เพราะทีมงานต้องช่วยเซฟลินน์พิตาอย่างเต็มที่อยู่แล้ว
“เอ่อ...ผมคิดว่าแค่จับมือยืนสบตากันแบบซึ้งๆ ก็พอครับ ผมอยากให้คนดูได้ััถึงอารมณ์ของคู่รักที่ถ่ายทอดผ่านทางสายตา มันน่าจะตราตรึงและโดนใจใครหลาย ๆ คนมากกว่า” ท่านประธานออกความเห็น แม้ทีมงานจะยังไม่หายจากอาการงงก็ตามที แต่ในเมื่อเป็ความ้าของผู้บริหารก็มิอาจจะปฏิเสธได้
ทันทีที่ใดยินเสียงอันคุ้นเคยดังขึ้น ลินน์พิตารีบเงยหน้ามองหาเสียงนั้นอย่างเร็ว และก็ไม่ผิดจากที่คิดไว้ คนที่เธอรอคอยการกลับมาอย่างใจจดใจจ่อตลอดระยะเวลากว่าสามปี “พี่ดลกลับมาแล้วสินะ” ท่านประธานที่ทุกคนพูดถึงก็คือ ณดล นั่นเอง
หลังจากถ่ายทำเสร็จเธอก็ไม่เห็นพี่ดลอีกเลย ไม่รู้แอบกลับไปตอนไหน “ใจร้ายกับเธออีกแล้วนะ” ทำเหมือนคนไม่เคยรู้จักกันไปได้