เรือนใหญ่เลี่ยงหรง
หญิงสาวถูกพาตัวเข้ามาที่เรือนใหญ่ของจวน ซึ่งมีทุกคนรออยู่ด้วยสีหน้าช่างชวนภิรมย์ใจเสียจริง นี่หรือคือสีหน้าของพวกคนที่้าให้นางกลับมาอยู่ด้วย
"เพิ่งมาถึงก็สร้างเื่ให้สกุลจ้าวของเราต้องขายหน้าเสียแล้ว...ช่างดียิ่งนัก" ประมุขของจวนเอ่ยขึ้นด้วยความไม่สบอารมณ์ เมื่อเห็นหน้าบุตรสาวคนรองของตนถูกบุรุษทั้งสองลากตัวเข้าในโถง
"ข้าขอโทษเ้าค่ะ" น่านน้ำเอ่ยเสียงเศร้าราวกับรู้สึกผิดเหมือนเช่นที่จ้าวลี่ถิงชอบเอ่ย ในเมื่อมาอยู่ในร่างของนางก็ต้องเล่นละครให้เหมือนเสียหน่อยหญิงสาวคิด เพราะหากทำตัวแข็งกระด้างออกไปเลยก็คงไม่ดีเท่าไหร่
"ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี เ้าก็ชอบทำตัวให้น่าสงสารมิเคยเปลี่ยนเลยจริง ๆ" ฮูหยินซูซินหยานเดินเข้ามาจับหน้าหวานให้เงยหน้าขึ้นสบตาคมของนาง น่านน้ำได้แต่ทนฝืนทำหน้าให้ดูเป็ปกติที่สุดแม้จะรู้สึกเจ็บแก้มจากแรงบีบของมารร้ายหมายเลขหนึ่งของจ้าวลี่ถิงและมารดาของนาง
"ท่านบีบแก้มพี่สาวของข้าแรงเช่นนี้ ท่านไม่คิดว่าคนบอบบางเช่นนางจะเจ็บหรือเ้าคะ" หยางฝูเห็นพี่สาวของตนโดนทำเช่นนั้นก็รีบไปแกะมือของฮูหยินใหญ่ของจวนออกอย่างไม่กลัวเกรง
"เ้าคงเป็ลูกชู้ของอนุเซียวสินะ หึ...จะว่าไปก็หน้าคล้ายคนเลี้ยงม้ามิน้อย แต่เ้ามาช้าไปเพราะบิดาผู้ให้กำเนิดของเ้าโดนนายท่านไล่ออกไปเมื่อวันก่อนแล้ว" ฮูหยินซูซินหยานกล่าวจบจึงยอมปล่อยมือจากหน้าหนาวของจ้าวลี่ถิง ก่อนจะเงื้อมือขึ้นหมายตบหน้าสั่งสอนนางเด็กไม่รู้ที่ต่ำที่สูง แต่น่านน้ำก็ผลักหยางฝูออกจากเงื้อมมือปีศาจ จนทำให้หน้าหวานหันตามแรงตบนั้นแทน
"หึ...อวดดีเหมือนแม่เ้าไม่มีผิด สมแล้วที่โดนเช่นนี้" นายท่านจ้าวเหวินิยกยิ้มเหยียดให้กับลูกสาวด้วยความสมเพช
"โง่...เ้ามันคนโง่งม" จ้าวซิงเหยียนคุณหนูใหญ่เดินออกมายืนข้างมารดา ก่อนจะใช้ชี้ผลักหน้าผากงามของน้องสาวต่างมารดาด้วยความหมั่นไส้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใดความเกลียดชังของนางที่มีต่อน้องสาวคนนี้ไม่เคยลดน้อยลงเลย แม้คนผู้นี้จะไม่เคยทำอะไรตนก็ตาม แต่เห็นท่าทีเรียบร้อย อ่อนหวาน และสีหน้าซื่อ ๆ โง่ ๆ ก็ทำเอานางไม่สบอารมณ์แล้ว
"มันจะเกินไปแล้วนะ ในเมื่อพวกท่านดูไม่้าพี่สาวของข้าเลย แล้วเหตุใดต้องให้คนไปตามนางมาที่นี่ด้วย" หยางฝูถามออกไปด้วยความไม่พอใจ ที่คนพวกนี้ทำกับพี่สาวของตนเช่นนี้
"จ้าวคนนอก มีสิทธิ์อะไรเข้ามาแส่เื่ของคนในครอบครัวข้า" จ้าวจื่อรั่วคุณหนูสาว บุตรสาวคนโตของอนุรองเวินหลันฮวาผู้แสนดี ที่คอยช่วยเหลือสองแม่ลูกเงียบ ๆ แต่ต่างกับลูกสาวของนางทั้งสองที่ไม่เคยชอบหน้าพี่สาวคนรองของพวกนางเลย แม้มารดาจะคอยบอกให้ทำดีกับพี่หญิงรองของพวกตนมาก ๆ ก็ตามที
น่านน้ำเห็นหยางฝูกำลังจะเถียงจ้าวจื่อรั่วกลับก็รีบห้ามเอาไว้ก่อน เพราะนางมีแผนที่ดีไว้ตอบแทนคนพวกนี้แล้ว ปล่อยคนพวกนี้สนุกปากกันไปก่อนแล้วกัน
"นี่ก็ค่ำแล้วข้าว่าเราให้ทั้งสองไปพักก่อนดีกว่านะเ้าคะ แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาคุยกันใหม่" อนุรองเวินหลันฮวาว่าขึ้น เมื่อเห็นว่าเื่จะวุ่นไปหนักกว่าเดิม อีกอย่างหากปล่อยไว้อาผิงของนางจะต้องโดนคนอื่น ๆ รังแกหนักกว่าเดิมแน่ และนางก็ต้องรู้สึกผิดบาปกับอนุเซียว อดีตสาวใช้คนสนิทและเปรียบเสมือนพี่สาวของนาง หากเพราะไม่ใช่ความดื้อดึง้าตามหารักแท้ของนางในตอนนั้น แล้วให้เซียวหม่านเข้าหอกับสามีแทนนางในคืนเข้าหอ สองแม่ลูกคงไม่ต้องลำบากกันขนาดนี้
ครั้นจะกลับไปแก้ไขอดีตก็คงไม่มีโอกาสแล้ว เพราะพี่สาวที่แสนดีของนางได้จากโลกนี้ไปแล้ว หลังจากทนทุกข์ในจวนนี้มาหลายปี เื่นี้ไม่เคยมีใครรู้และถึงแม้นางอยากจะบอกให้ทุกคนทราบ เพื่อพวกเขาจะได้ไม่เข้าใจผิดคิดว่าอนุเซียว้าถีบตัวเองจากสาวใช้ขึ้นมาเป็อนุของนายท่านจ้าว แต่เซียวหม่านก็ห้ามเอาไว้เพราะไม่้าให้คนเช่นนางต้องมาโดนดึงเข้ามามีส่วนด้วย อีกอย่างในยามนั้นสกุลเวินก็ตกอยู่ในสถานการณ์ไม่ดีนัก หากมีเื่ขึ้นมาคงไม่เป็การดี ทำให้นางในวัยสิบเจ็ดหนาวที่มักทำอะไรตามใจตนก็เปลี่ยนมาเป็นิ่งเงียบ และแอบช่วยเหลือสองแม่ลูกมาั้แ่นั้นเป็ตนมา ด้วยหากจะเสนอไปช่วยตรง ๆ เซียวหม่านก็ปฏิเสธทั้งสิ้น
"เช่นนั้นก็เอาตามที่อนุเวินว่า พรุ่งนี้ยามเหม่าพวกเ้าก็มารวมกันที่นี่ พ่อมีเื่จะคุยด้วย.... เ้าด้วย" กล่าวจบจ้าวเหวินหมินก็หันหลังเดินออกไปจากตรงนี้เลย ส่วนคนอื่น ๆ ก็พากันทยอยเดินตามออกไปเช่นกัน โดยไม่มีใครสนใจสองสาวที่เพิ่งมาถึงที่นี่เลย
"เรือนพักเก่าของเ้ากับมารดา แม่สั่งให้คนไปทำความสะอาดไว้ให้แล้ว เ้ากับน้องสาวก็พากันไปพักที่นั่นเถอะ ส่วนอาหารแม่จะให้คนยกไปให้ หากมีอะไรให้ช่วยเ้าคงไม่ลืมใช่หรือไม่ว่าต้องทำอย่างไร"
"ขอบคุณแม่สามที่เมตตาเ้าค่ะ"
"เรียกแม่สี่อย่างเดิมจะดีกว่า คนอื่นจะเรียกอย่างไรก็ให้เรียกไป แต่สำหรับอาผิงต้องเรียกแม่เช่นนี้ เพราะสำหรับแม่ มารดาของเ้ามาก่อน แม่มิอาจให้เ้าเรียกคำอื่นได้" อนุรองเวินหลันฮวายกยิ้มมุมปากแบบที่นางชอบทำ ก่อนดึงร่างบางเข้าสวมกอดด้วยความคิดถึง บ่อยครั้งนางก็ได้แอบส่งคนให้ดูความเป็อยู่ของจ้าวลี่ถิง หลังจากทราบเื่ว่ามารดาของนางจากไป แต่ก็รู้สึกคลายกังวลมิน้อยเมื่อทราบว่านางมิได้อยู่คนเดียว แถมรอบตัวยังมีแต่คนรักและเอ็นดูนาง ดูแล้วก็เห็นจะมีชีวิตดีกว่าอยู่ที่นี่ก็ให้พลอยสบายใจ
"แม่สี่พอจะทราบหรือไม่ว่าเหตุใดท่านพ่อต้องให้คนไปตามข้ากลับมาเ้าคะ"
"เอาไว้พรุ่งนี้แม่จะเล่าทุกอย่างให้เ้าฟัง ส่วนสถานที่แม่จะบอกอีกที หลังเข้าพบท่านพ่อของเ้าเสร็จ นี่ก็ดึกมากแล้วรีบพากันกลับไปพักเถอะ"
"เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ" ครั้นน่านน้ำกล่าวจบ ทั้งสองก็ค้อมหัวให้กับผู้าุโด้วยความนอบน้อม ก่อนจะพากันเดินไปยังเรือนพักหลังน้อยที่สร้างต่อเติมจากโรงครัวใหญ่ ซึ่งอยู่ด้านหลังของเรือนพักฝั่งปีกซ้ายของอนุเจียงถานมี่และลูก ๆ ของนาง
หลังจากทั้งสองเดินมาถึงเรือนพักที่พวกตนต้องอยู่ คนใช้ของอนุเวินก็ยกสำรับอาหารมาให้ เพราะคนที่จวนนี้พากันกินข้าวไปหมดแล้ว ตอนนี้ก็คงจะไปรวมตัวพูดคุยกันอยู่ที่ไหนสักที ไม่ก็คงเข้าที่พักของพวกเขา
"ขอบคุณนะ ว่าแต่พวกเ้ากินข้าวกันมาหรือยัง มากินด้วยกันก่อนสิ" น่านน้ำเปิดประตูเชิญสาวใช้ทั้งสองเข้ามาในเรือนพักของนาง
ในเรือนหลังนี้แทบไม่มีอะไรเลย นอกจากเตียงหนึ่งหลัง ตรงมุมห้องติดกับประตู มีตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่อยู่ตรงผนังฝั่งติดโรงครัว และโต๊ะน้ำชาเล็ก ๆ มีเก้าอี้อยู่สองตัวตรงปลายเตียงเท่านั้น นอกนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว
"พวกข้าไปกินกับคนอื่น ๆ ดีกว่าเ้าค่ะ พวกคุณหนูพากันกินเลยเ้าค่ะ"
"ไม่เอาสิ หรือเ้ารังเกียจเราสองคนเช่นผู้อื่นอย่างนั้นเหรอ" หญิงสาวหลี่ตามองทั้งสองที่พากันก้มหน้าหลบสายตาของนาง
"ข้ามิกล้าเ้าค่ะ" หญิงสาวร่างบาง ตัวเล็กตอบ
"เช่นนั้นก็เข้ามากินด้วยกินทั้งหมดนี่ล่ะ" น่านน้ำไม่ว่าเปล่ายังเดินออกไปดันหลังทั้งสองให้เข้ามาในเรือนพักด้วย
"มา ๆ เรารีบลงมือกินกันเถอะ ปล่อยไว้นานกว่านี้จะไม่อร่อยได้"
ระหว่างนั่งกินข้าวกันอยู่นั้น น่านน้ำก็ได้เอ่ยถามเื่ทั่วไปเพื่อผูกมิตรกับนางสองคน ก่อนจะตะล่อมเื่ที่คนพวกนี้ตามตัวจ้าวลี่ถิงกลับมาที่จวน แต่ผลที่ได้ได้กลับไม่ได้อะไรเลย เพราะพวกนางบอกว่าเป็เพียงสาวใช้ที่อนุเวินจ้างมาทำงานที่นี่ได้ไม่นาน พวกนางจึงไม่ค่อยรู้เื่ภายในจวนนี้เลย
"เอาไว้ วันพรุ่งนี้มากินข้าวด้วยกินอีกนะ อาิ อาฉี" หญิงสาวออกมาส่งสาวใช้ทั้งสอง หลังจากพากันกินข้าวและอยู่พูดคุยกันจนดึกพอสมควร
"พี่ถิงถิง ข้ารู้สึกว่าท่านทำตัวแปลก ๆ นะเ้าคะ ั้แ่หัวค่ำที่หน้าจวนแล้ว หรือทั้งหมดนี้เป็เพราะท่านตกจากรถม้ากัน" หยางฝูจ้องตานิ่งราวหาคำตอบ ขณะนางช่วยประคบรอบช้ำจากการโดนฮูหยินตบ หลังจากช่วยทำแผลที่มือทั้งสองข้างที่นางใช้ค้ำเพื่อไม่ให้หน้าไถลไปกับดินเต็มแรง เพราะหากเป็เช่นนั้นมีหวังได้หน้าพังแน่ หมอศัลยกรรมก็ไม่มีให้ไปช่วยแก้หน้าใหม่ ทางที่ดีไม่เสียงจะดีเป็ที่สุด
"จริงด้วยอาฝู ตอนที่ข้าเงยหน้ามาเจองูเลื้อยอยู่เต็มพื้นไปหมด เ้าไม่เห็นจริง ๆ เหรอ" ทั้งที่นางมั่นใจว่าตัวเองตาไม่ฝาด แล้วเหตุใดตอนนั้นหยางฝูจึงบอกว่ามันไม่มีได้ หรือเป็เพราะ.... หญิงสาวเหลือบไปมองกำไลข้อมือธรรมดา ๆ วงจิ๋วบนข้อมือตัวเองที่เพียงตนคนเดียวมองเห็นมัน เพราะหากเห็นก็ต้องมีคนสังเกตเห็นบ้างสิ แต่นี่พวกเขาทำเหมือนไม่เห็นเลย
"จริงสิเ้าค่ะ ข้าใมากเลยตอนนั้น ที่จู่ ๆ ท่านก็เงยหน้าขึ้นมาโวยวายว่ามีงู และก็ลุกขึ้นนั่งก้มหน้า ร้องไห้จนตัวสั่น ท่านรู้หรือไม่ตอนนั้นมีคนมามุงดูท่านเยอะมาก พรุ่งนี้คงรู้กันทั้งเมืองก็เป็ได้นะเ้าคะ" สิ้นคำหยางฝู หญิงสาวก็อยากจะกรีดร้องออกมาดัง ๆ นี่สินะอำนาจของกำไลข้อมือวงนี้ของชายชราคนนั้นพูดถึง หากนางเอาร่างของจ้าวลี่ถิงไปทำให้นางาเ็ถึงขั้นเืตกยางออกหรือทรมาน ผลที่ตามมาคือนางต้องเห็นภาพหลอนของสิ่งที่ตนกลัว ซึ่งงูก็คือหนึ่งในนั้น แต่ทุกอย่างก็ยังสรุปไม่ได้อยู่ดีว่าสิ่งที่นางคิดมันถูก เพราะตอนถูกฮูหยินนั่นตบเธอกลับไม่เจออะไรเลย ‘ข้าจะต้องรู้ให้ได้ว่าแท้จริงแล้วกำไลนี้จะทำอะไรกับข้าต่อไป’ น่านน้ำคิด
"ขอบคุณมากจะอาฝู"
"เราเป็พี่น้องกันมิใช่หรือเ้าคะ เอาไว้พรุ่งนี้เราไปหาพี่ใหญ่กันนะเ้าคะ"
"อืม...เช่นนั้นวันนี้เราก็พักกันเถอะ" สิ้นคำของหญิงสาว หยางฝูก็ะโขึ้นไปนอนแผ่หลาบนเตียงทัน ก่อนจะตบที่ว่างข้าง ๆ ตน เพื่อบอกให้หญิงสาวลงมานอนด้วยกัน
เมื่อน่านน้ำเดินมาล้มตัวลงนอนข้างนาง เ้าเด็กตัวดีก็กอดนางต่างหมอนข้างทันที แถมใช้แขนของนางเป็หมอนหนุนตามเคย
"พี่ถิงถิงไม่ต้องกลัวนะ ข้ากับพี่ใหญ่จะช่วยกันปกป้องท่านเอง" หยางฝูเอ่ยงึมงำข้างหูของนาง ก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ส่วนคนโดนก็ได้แต่ยกยิ้มส่ายหัวให้เ้าเด็กน่ารักนองนางพร้อมกับลูบหลับกล่อมเด็กน้อยนอน "น้องสาวใครไม่รู้น่ารักเสียจริง ขอบคุณนะอาฝู"