เมื่อซือจิ้งเจอแผนผังทางเดินน้ำต้นฉบับ จึงถือมาวางลงข้างๆโต๊ะที่ลี่ถังกำลังนั่งดูแผนที่หนังสัตว์อยู่ เขาเริ่มลงมือคัดลอกแผนผังฉบับใหม่ทันที ฉันจึงเดินไปนั่งลงข้างๆลี่ถัง และมองดูแผนที่หนังสัตว์ที่ขุดได้จากสุสานราชวงศ์ แผนที่อยู่ในสภาพเก่ามากเหมือนอยู่มานานเกือบร้อยปี ในแผนที่มีแต่ภาพเขียนเป็รูปูเาสูง มีต้นไม้ แม่น้ำ เหมือนกับแผนที่ทั่วๆไป
ลี่ถังจึงชื้นิ้วให้ฉันอ่านอักษรโบราณที่เขียนอยู่มุมบนซ้ายมือของแผนที่ เป็อักษรโบราณตัวเล็กๆที่คุ้นตาจึงจำได้ว่าเป็อักษรของชนเผ่าไม้ดำ ซึ่งเขียนไว้ว่า หุบเขาจันทร์ดับ ลี่ถังกับซือจิ้งพอได้ยินชื่อหุบเขาจันทร์ดับ ก็ร้องอุทานแปลกใจออกมาพร้อมกันทันที เพราะคนทั้งสองไม่คิดว่าจะมีแผนที่หุบเขาจันทร์ดับจริง ซือจิ้งจึงคิดว่าอาจจะเป็แผนที่ปลอมที่ใครบางคนนึกสนุกเขียนขึ้นมาเองก็ได้
ลี่ถังจึงแย้งขึ้นมาว่า ใครจะอุตรินำแผนที่ปลอมเข้าไปซ่อนในสุสานราชวงศ์ สถานที่หวงห้ามเช่นนั้นไม่มีใครเข้าไปได้ง่ายๆ ซ้ำแผนที่ยังถูกเก็บซ่อนอยู่ใต้อัฐิขององค์ชายสี่แห่งราชวงศ์รุ่ยอีก แสดงว่าต้องเป็คนรุ่นอดีตนำมาเก็บซ่อนไว้เป็แน่ แต่ที่ลี่ถังประหลาดใจมากคือ หุบเขาจันทร์ดับ เป็เพียงเื่เล่าต่อๆกันมาเหตุใดจึงมีแผนที่นี้ขึ้นมาได้ ทั้งป่าเขาต้นไม้ และแม่น้ำลำธารที่ปรากฏอยู่ในแผนที่นี้ไม่มีตรงกับสถานที่ใดเลยในแคว้น แม้กระทั่งแคว้นใกล้เคียงลี่ถังกับหลี่จวินเคยลองเทียบแผนที่ดูแล้วก็ไม่มีตรงกันเลย ฉันจึงถามคนทั้งสองด้วยความสงสัยและสนใจว่าหุบเขาจันทร์ดับมีเื่เล่าลือเป็อย่างไร
ซือจิ้งเล่าให้ฟังสั้นๆว่า หุบเขาจันทร์ดับเป็เขาลึกลับอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านชนเผ่าไม้ดำ หุบเขานี้เป็เขาวงกตเต็มไปด้วยสัตว์ร้าย ูเาจะปรากฏให้เห็นเฉพาะในคืนเดือนดับ และมีสมบัติล้ำค่าซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่งในหุบเขาแห่งนี้ การจะเข้าไปในเขาจันทร์ดับจำเป็ต้องหาทางเข้าไปในหมู่บ้านชนเผ่าไม้ดำให้เจอเสียก่อน จึงจะเดินทางต่อไปที่เขาจันทร์ดับได้
แต่นั่นเป็เพียงเื่เล่าเพราะไม่เคยมีใครเคยเห็นหุบเขาจันทร์ดับ และยิ่งยากไปกว่านั้นก็คือไม่มีใครรู้ทางเข้าหมู่บ้านชนเผ่าไม้ดำ จะมีเพียงบางครั้งที่คนชนเผ่าไม้ดำออกมาจากหมู่บ้าน เดินปะปนอยู่กับฝูงชนในเมืองแต่ก็แทบจะแยกกันไม่ออก ถ้าพวกเขาไม่แสดงตัวว่าเป็คนชนเผ่าไม้ดำ ครั้นจะจับตัวมาเค้นถามทางเข้าหมู่บ้านก็ใช่ว่าคนกลุ่มนี้จะจับตัวได้ง่ายๆ เพราะคนชนเผ่าไม้ดำที่ออกมาจากหมู่บ้านล้วนเป็คนมีฝีมือดียากจะรับมือไหว อีกทั้งเื่เล่าเหล่านี้ก็ไม่มีใครสนใจกันอีกแล้ว มีเพียงคนบางกลุ่มเท่านั้นที่ยังหลงไหลเื่การค้นหาสมบัติโบราณและยังสนใจเื่นี้อยู่
ฉันจึงนึกไปถึงคืนนั้น คืนที่หยางเค่อรู้ว่าซิ่นปิงชายหนุ่มหุ่นล่ำเป็คนชนเผ่าไม้ดำมาถามทางไปร้านตีเหล็ก แต่หยางเค่อกลับไม่เข้าไปเผชิญหน้ากับซิ่นปิงโดยตรง ทั้งๆที่หยางเค่อคือหนึ่งในกลุ่มคนที่หลงไหลการค้นหาสมบัติโบราณจนเข้าเส้น หยางเค่อคงรู้ดีว่าเขาไม่อาจรับมือกับซิ่นปิงไหว จึงพุ่งเป้ามาใช้ประโยชน์จากฉันแทน มาถึงตอนนี้ฉันเองยังนึกเสียดายที่ไม่ได้ตีสนิทกับซิ่นปิงไว้ให้มากกว่านี้ เพราะนับั้แ่คืนนั้นฉันไม่เคยเจอกับซิ่นปิงอีกเลย
ฉันจึงนั่งดูแผนที่กับลี่ถังอย่างละเอียดอีกครั้ง ไล่ดูไปทีละจุดทีละส่วน ดูไปจนถึงบริเวณยอดูเา พลันสายตาเหมือนถูกดึงดูดให้มองตรงบริเวณใกล้ยอดเขาลูกหนึ่ง ฉันเห็นหน้าผาเล็กๆลางๆปรากฏขึ้นเป็หน้าผาที่คุ้นตาเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน จึงบอกลี่ถังให้มาช่วยดูอีกคน ลี่ถังเมื่อดูแล้วก็บอกว่ามีส่วนคล้ายคลึงกับหน้าผาแต่เลือนลางมาก ถ้าไม่สังเกตุดีๆจะมองไม่เห็นเลย
ฉันจึงพยายามนึกว่าเคยเห็นหน้าผานี้ที่ไหน แล้วฉันก็นึกออกได้ว่าเป็หน้าผาแบบเดียวกันที่อยู่ในตำราหมื่นบุปผา จึงรีบลุกไปปลดผนึกตู้เก็บตำราหมื่นบุปผาออกมาดีดหน้ากระดาษให้ลี่ถังกับซือจิ้งดู และบอกด้วยความตื่นเต้นว่า แผนที่หนังสัตว์ผืนนี้น่าจะเป็ของจริง แต่ต้องรอให้เหยียนเหล่ยเข้ามาดูและช่วยยืนยันอีกครั้งว่าเป็ของจริงแท้หรือไม่
ซือจิ้งจึงอาสาจะเดินออกไปบอกเหยียนเหล่ยให้เข้ามาดูแผนที่ เพราะเขาต้องออกไปรายงานเื่แผนที่สำคัญให้กับหลี่จวินรับทราบตามคำสั่งที่ได้รับมา แล้วบอกกับลี่ถังที่เป็รองหัวหน้าหน่วยให้ช่วยคัดลอกแผนผังทางเดินน้ำแทนเขา เพราะเป็งานเร่งด่วนที่จะต้องนำไปมอบให้กับท่านอ๋องหกภายในวันนี้ เนื่องจากวันพรุ่งนี้จะมีราชอาคันตุกะเดินทางมาพบกับท่านอ๋องหกเพื่อมาศึกษาวิธีการวางทางเดินน้ำ แล้วเขาจะรีบกลับมา
แต่ลี่ถังตอบกลับทันทีว่า ตนนั้นคัดลอกแผนผังไม่เป็ ซ้ำยังไม่ถนัดวาดภาพ จึงจะรับหน้าที่ไปตามหลี่จวินให้มาที่นี่ แต่ซือจิ้งให้เหตุผลว่าจะให้เขาอยู่กับฉันตามลำพังสองคนภายในห้องทำงานที่มีเตียงนอนดูจะไม่เหมาะ ให้เขาออกไปตามหลี่จวินเองจะดีกว่า ฉันจึงตัดปัญหาด้วยการอาสาจะช่วยคัดลอกแผนผังทางเดินน้ำให้ เพราะฉันเคยเรียนเขียนแบบมาจากในโรงเรียนตอนที่ฉันอายุสิบห้า แม้จะเขียนแบบไม่เก่งแต่ก็ยังไม่เคยเขียนแบบผิดพลาดไปส่งอาจารย์เลยสักครั้ง
อีกอย่างแผนผังทางเดินน้ำที่จะคัดลอกใหม่ ฉันดูแล้วเป็แผนผังไม่ยุ่งยากซับซ้อนสักเท่าไหร่นัก จะช่วยคัดลอกให้ส่วนหนึ่งแล้วที่เหลืออีกส่วนหนึ่งให้ซือจิ้งกลับมาทำต่อ ซือจิ้งแม้จะทำหน้าแปลกใจที่ฉันบอกว่าจะช่วยคัดลอกแผนผังให้ แต่เขาก็รีบตอบกลับแบบคนไม่คิดเยอะว่า “ขอฝากด้วย” จากนั้นเขาก็รีบเดินออกจากห้องไปทันที และได้ยินเสียงของเหยียนเหล่ยถามซือจิ้งที่เดินออกไปจากห้องว่า
เหยียนเหล่ย : ตรวจสอบแผนที่เสร็จแล้วรึ?
ซือจิ้ง : ข้ากำลังจะมาบอกท่านอยู่พอดี ว่าแผนที่ผืนนั้น มี่จื่อ บอกว่าเป็แผนที่หุบเขาจันทร์ดับ ที่อยู่ใกล้กับหมู่บ้านชนเผ่าไม้ดำ นางตรวจพบหน้าผาในแผนที่ตรงกับหน้าผาในตำราของท่านอ๋องหกด้วย นางยังบอกอีกว่าแผนที่ผืนนั้นเป็ของจริง ข้ากับท่านรองลี่ถังดูแล้วก็เชื่อว่าเป็ของจริงเช่นกัน ข้าอยากให้คุณชายต่งเข้าไปตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งเพื่อยืนยันให้แน่ใจว่าเป็ของจริงแท้หรือไม่ แต่ตอนนี้ข้าต้องรีบไปตามหัวหน้าหลี่ให้มามาดูแผนที่ อ้อ! พอดีวันนี้ข้ามีแต่งานเร่งด่วนเลยฝากให้แม่นางมี่จื่อช่วยคัดลอกแผนผังทางเดินน้ำให้ ข้าต้องขออภัยคุณชายต่งที่ถือวิสาสะไหว้วานแม่นางมี่จื่อให้ช่วยทำงานแทนข้า
เหยียนเหล่ย : ไม่เป็ไร เ้ารีบไปเถอะ!
เหมยหลิน : เอ๊ะ! หญิงรับใช้มี่จื่อเข้าใจภาษาชนเผ่าไม้ดำด้วยรึ?! ข้ารู้มาว่าภาษาชนเผ่าไม้ดำเป็ภาษาโบราณที่ยากที่สุดในทุกภาษา หรือนางเป็คนชนเผ่าไม้ดำ?
เหยียนเหล่ย : มี่จื่อไม่ใช่คนชนเผ่า แต่มี่จื่อสามารถพูด และอ่านภาษาชนเผ่าได้หลายภาษา เอ่อ… ตอนนี้ข้ามีงานเร่งด่วนต้องไปทำ ต้องขออภัยคุณหนูเว่ย ข้าจะให้คนเดินไปส่งคุณหนูเว่ยที่จวนหลังใหญ่
เหมยหลิน : งั้นข้าไม่รบกวนเวลาทำงานของคุณชายต่ง ข้าขอลา
เหมยหลินเดินกลับออกไปจากจวนฮุ่ยเฉิงกับสาวใช้คนสนิทผู้ติดตาม โดยมีหญิงรับใช้ของจวนฮุ่ยเฉิงคนหนึ่งที่เหยียนเหล่ยเรียกให้เดินไปส่งเหมยหลินกลับไปที่จวนหลังใหญ่ เหมยหลินเดินไปถึงซุ้มทางออกจวนจึงหันไปบอกให้หญิงรับใช้ของจวนฮุ่ยเฉิงไม่ต้องเดินตามไปส่ง เมื่อหญิงรับใช้คนดังกล่าวเดินห่างออกไปแล้ว หญิงรับใช้คนสนิทของเหมยหลินก็พูดกับเหมยหลินเบาๆว่า
อิงเถา : ข้าหมั่นใส้หญิงรับใช้มี่จื่อยิ่งนัก จองหองอวดดี ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ไว้รอให้คุณหนูเว่ยของข้าแต่งเข้าจวนฮุ่ยเฉิงก่อนเถอะ ข้าจะกำหราบให้นางได้รู้จักว่าใครเป็ใครเ้าค่ะ
เหมยหลิน : หึ! ตอนนี้ปล่อยให้นางยะโสชูคอไปก่อน เพราะข้าเข้าใจอารมณ์ของผู้ชาย ย่อมมีไขว้เขวไประบายความใคร่กับหญิงรับใช้ในจวน เื่เช่นนี้เกิดขึ้นได้กับผู้ชายทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งท่านพ่อของข้า
อิงเถา : คุณหนู ยังไม่หายโกรธนายท่านอีกเหรอเ้าคะ แต่จะว่าไปนายท่านก็เหลือเกิน เห็นหญิงรับใช้หน้าตาจิ้มลิ้มสะสวยไม่ได้จะต้องแอบเข้าหาทุกครั้ง จนคุณหนูไล่พวกนางออกไปจนแทบจะหมดจวนอยู่แล้ว
เหมยหลิน : หึ! ช่างเถอะ! แต่เื่ในวันนี้ที่มี่จื่ออวดตัวว่าอ่านภาษาโบราณของชนเผ่าไม้ดำได้ ยังไงข้าก็ไม่เชื่อว่าหญิงรับใช้กระจอกเช่นนางจะทำได้ ดูยังไงก็เป็เื่โกหก เมื่อเทียบกันกับข้าแล้วนางไม่มีอะไรดีไปกว่าข้าเลย
อิงเถา : ใช่แล้วเ้าค่ะ! คุณหนูเว่ยทั้งเก่ง ทั้งสวย ทั้งฉลาด เป็คู่ที่เหมาะสมกับคุณชายต่งดุจกิ่งทองใบหยก คุณหนูของข้าช่างมีสายตาหลักแหลมที่เลือกคุณชายต่งมาเป็คู่ครอง ข้ารู้สึกอิจฉาคุณหนูจังเลยเ้าค่ะ
เหมยหลิน : แน่ล่ะ! เพราะข้าเคยได้ยินชื่อเสียงของคุณชายต่งมานาน และข้าก็ถูกใจคุณชายต่งั้แ่แรกเห็นที่วังหลวง จึงส่งคนไปสืบประวัติซี่งเขาก็เหมาะสมที่จะเป็สามีในอนาคตที่ดีของข้า อิงเถา! เรารีบไปกันเถอะ ข้ามีเื่ที่จะคุยกับท่านพ่อ หึหึ
●
●
●
หมายเหตุ
*เหมยหลิน แปลว่า ดอกกุหลาบ และป่าไม้
*อิงเถา แปลว่า เชอร์รี่
*ซือจิ้ง แปลว่า ความสุข และความสงบ