อย่างไรก็ตามในไม่ช้าทุกคนก็ตั้งสติได้ พวกเขามีอิสระที่จะเลือกว่าจะทานอาหารที่ไหนแล้วจะต้องรู้สึกผิดไปไย?
แต่กลับเป็นหลี่จ่างกุ่ยที่มิทำหน้าที่ดูแลกิจการหอสุราประตูมังกรกลับวิ่งมายังร้านอาหารของตระกูลซูแห่งนี้เพื่อกระทำสิ่งใดหรือว่าจะมาสร้างปัญหากัน?
เมื่อคิดได้ดังนั้นสายตาของทุกคนจึงเต็มไปด้วยความสงสัย มองสำรวจหลี่จ่างกุ่ยอย่างถี่ถ้วนในใจก็ตัดสินแล้วว่าอีกฝ่ายต้องมาหาเรื่องอย่างแน่นอน
ถึงแม้ว่านับตั้งแต่ภัตตาคารซานไห่แห่งนี้เปิดทำการพวกเขาเหล่านี้จะมิได้ไปทานอาหารที่หอสุราประตูมังกรอีกเลยแต่ก็คาดเดาได้ว่ากิจการของหอสุราประตูมังกรย่อมต้องได้รับผลกระทบบ้างไม่มากก็น้อยท้ายที่สุดแล้ว ลูกค้าประจำของภัตตาคารซานไห่ในปัจจุบันนี้ หลายคนก็ล้วนเป็นคนที่เคยเข้าออกหอสุราประตูมังกรเป็นประจำ
เพียงแต่คำกล่าวของหลี่จ่างกุ่ยนั้นก็ยากที่จะโต้แย้งเช่นกันต่อให้เขาเป็นผู้จัดการของหอสุราประตูมังกร ก็ไม่มีเหตุผลใดที่กำหนดว่าเขาจะมาทานอาหารที่ร้านอาหารอื่นมิได้
การเคลื่อนไหวของทุกคนซูอี้หว่านย่อมมิอาจไม่สังเกตเห็นได้ เมื่อพิจารณาท่านหลี่จ่างกุ่ยอย่างลับๆก็เกิดความระแวดระวังขึ้นมาเล็กน้อยลางสังหรณ์ของนางกระซิบบอกว่าคนผู้นี้ประสงค์ร้าย คงมิใช่มาดีแน่
เพียงแต่มีลูกค้ามากมายอยู่ที่นี่แล้วอีกฝ่ายก็มิได้แสดงท่าทีที่จะหาเรื่องจริงๆ หากรีบไล่คนผู้นี้ออกไปในเวลานี้ก็จะดูเหมือนว่านางกระทำอย่างไม่สมควร
ในเมื่อหอสุราประตูมังกรได้สังเกตเห็นภัตตาคารซานไห่ของพวกนางแล้วต่อให้หลบพ้นไปได้ในวันนี้ พรุ่งนี้มะรืนนี้ไม่ช้าก็เร็ววันหนึ่งก็คงหลบไม่พ้นอยู่ดี
สหายร่วมอาชีพคือศัตรูซูอี้หว่านรู้มานานแล้วว่าการทำธุรกิจนี้อาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นบ้างแต่ก็มิจำเป็นต้องหวาดกลัว
หลี่จ่างกุ่ยผู้นี้มีจุดประสงค์อันใดนางจะคอยดูอย่างละเอียดในวันนี้ ไม่ว่าจะอย่างไร นี่ก็คือร้านอาหารของพวกตนเองจะยอมให้อีกฝ่ายมาเอาเปรียบไปได้อย่างไร?
เมื่อคิดได้ดังนั้นซูอี้หว่านก็มิได้กระทำการใดๆ โดยตรง เพียงแต่สังเกตผู้จัดการผู้นั้นอย่างลับๆมองดูเขาทำทีท่าเหมือนลูกค้าคนอื่นๆ ศึกษาเมนูอย่างมีแบบแผนจากนั้นก็สั่งอาหารกับเสี่ยวเอ้อร์ นางก็มิได้เอ่ยปากห้ามปราม
อย่างไรก็ตามหลังจากที่หลี่จ่างกุ่ยสั่งอาหารเสร็จสิ้นซูอี้หว่านกลับส่งสัญญาณให้ลูกน้องทั้งสองคนที่อยู่ข้างๆ อย่างลับๆทั้งยังแลกเปลี่ยนสายตากับจางอ้ายหลินที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะกุ้ยไถแล้วจึงหมุนตัวกลับไปยังห้องครัว
เมื่อเห็นซูอี้หว่านที่สวมชุดกระโปรงสีเขียวเดินเข้าไปในห้องครัวหลี่จ่างกุ่ยก็หรี่ตาลงมองสำรวจจางอ้ายหลินที่ยืนอยู่หลังโต๊ะกุ้ยไถอีกครั้งในใจก็คาดเดาถึงฐานะของพวกเขาได้รางๆ
ลูกน้องของเขาเคยบอกกับว่าร้านอาหารเล็กๆ แห่งนี้เป็นของแม่ม่ายนางหนึ่งที่เลี้ยงดูลูกชายลูกสาวคู่หนึ่ง
ผู้ที่ควบคุมกระทะในห้องครัวนั้นก็คือบุตรีคนเล็กของนาง มองดูจากภายนอกแล้วผู้ที่อยู่หลังโต๊ะกุ้ยไถน่าจะเป็นแม่ม่ายผู้นั้นส่วนเด็กสาวที่เพิ่งเดินเข้าไปในห้องครัวเมื่อครู่นี้ ก็คือผู้ที่ควบคุมกระทะ
เขากลับรู้สึกอยากรู้อยู่บ้างเด็กสาวที่มีรูปร่างหน้าตาแค่ราวๆ สิบสี่ถึงสิบห้าปี จะมีฝีมือเช่นไรถึงทำให้เหล่านักชิมต่างพากันชื่นชมแย่งชิงลูกค้าของหอสุราประตูมังกรของพวกเขาไปได้
หากให้เขาดูแล้วต้องเป็นเพราะนักชิมเหล่านั้นไม่มีรสนิยม อาหารของร้านแมลงวันเล็กๆ เช่นนั้นจะสามารถเทียบกับโรงสุราของพวกเขาได้อย่างไร?
ด้วยความดูแคลนหลี่จ่างกุ่ยยกจิบชาบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นก็อุทานเสียงเบาด้วยความประหลาดใจ
เขาขยับริมฝีปากเล็กน้อยและอดมิได้ที่จะส่งชาเข้าปากอีกอึกหนึ่ง เขาหลับตาลง ดื่มด่ำรสชาติอย่างพิถีพิถัน
ต้องกล่าวว่ารสชาติของชานั้นทำให้เขารู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
เขาดื่มเพียงจิบเดียวก็รู้ว่าชานี้มิใช่ชาที่มีชื่อเสียงและราคาแพง โดยทั่วไปชาเช่นนี้เมื่อลิ้มรสจะมีรสขมปร่าติดลิ้น ความหอมก็คงจะไม่โดดเด่นเช่นนี้
ทว่าชาในกานี้ซึ่งชงด้วยวิธีใดมิทราบได้ กลับส่งกลิ่นหอมอบอวล เมื่อดื่มด่ำลงไปกลิ่นหอมยังคงอบอวลในปาก รสชาติที่ตามมานั้นก็หวานละมุนมิได้ด้อยไปกว่าชาชั้นดีราคาแพงเหล่านั้นเลย
เดิมทีหลี่จ่างกุ่ยก็มิได้ให้ความสำคัญกับอาหารที่สั่งไปนักแต่บัดนี้กลับบังเกิดความสงสัยขึ้นมาเสียแล้วหรือว่าฝีมือของเด็กสาวผู้นี้จะดีจริง?
ด้วยความสงสัยเช่นนี้เขาจึงไม่กล้าประมาทจนเกินไปอีกทั้งยังลอบสังเกตท่าทางของผู้คนที่รับประทานอาหารอยู่ในร้านขณะเดียวกันก็รอคอยให้อาหารของตนเองมาจัดวาง
กลิ่นหอมโชยมาเป็นระลอกๆจากห้องครัวไปยังหน้าร้าน สีหน้าของหลี่จ่างกุ่ยก็ยิ่งเคร่งเครียด
ส่วนประกอบอาหารที่ไม่ได้นำไปผัดล้วนถูกล้างและหั่นเตรียมไว้ล่วงหน้าส่วนประกอบที่ต้องใช้เวลาเตรียมนาน ก็ถูกจัดการพร้อมใช้ไว้เป็นบางส่วน ด้วยเหตุนี้อาหารจึงออกไว
เพียงเวลาไม่ถึงหนึ่งถ้วยชาอาหารเจ็ดถึงแปดอย่างที่หลี่จ่างกุ่ยสั่งไป ก็ทยอยนำมาจัดวางบนโต๊ะจนครบ
เมื่อได้เห็นหน้าตาของอาหารเหล่านั้นสีหน้าของหลี่จ่างกุ่ยก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมมากยิ่งขึ้นทุกคนกล่าวว่าอาหารที่ดีจานหนึ่งจะต้องมีสีสัน กลิ่น และรสชาติที่ครบถ้วนสมบูรณ์ทว่าทั้งสีสันและกลิ่นของอาหารเหล่านี้ ก็มีครบถ้วนแล้วรูปร่างหน้าตาก็ได้ด้อยไปกว่าหอสุราประตูมังกรของพวกเขาจริงๆ
หลังจากพิจารณาอยู่ชั่วครู่ในที่สุดหลี่จ่างกุ่ยก็เงยหน้าขึ้น พร้อมกับหยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วยื่นตะเกียบไปที่หมูผัดเปรี้ยวหวานซึ่งวางอยู่ตรงหน้าอย่างลังเล
ในฐานะผู้จัดการหอสุราผู้เจนจัดและมากประสบการณ์สิ่งที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้แม้ว่าจะไม่ได้เชี่ยวชาญไปเสียทั้งหมดแต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้เรื่องรู้ราวเสียทีเดียว
อย่างน้อยเขาก็ทราบว่าการทำหมูผัดเปรี้ยวหวานมิใช่เรื่องยากเย็นและดูเหมือนความยากจะอยู่ในระดับปานกลางทว่าแท้จริงแล้วกลับเป็นการวัดกึ๋นของพ่อครัวในการปรุงรสเป็นอย่างยิ่งและยังรวมถึงความชำนาญในการควบคุมความร้อนขณะผัดอาหาร
เพียงแค่รสชาติเปรี้ยวหวานนี้พ่อครัวสิบคน เกรงว่าจะมีเก้าคนที่ทำออกมาได้ไม่เหมือนกัน
บางคนนั้นเน้นรสเปรี้ยวมากกว่ารสหวานบางคนนั้นเน้นรสหวานมากกว่ารสเปรี้ยวยังมีบางคนที่ใช้น้ำตาลและน้ำส้มสายชูในปริมาณที่มากเกินไปจนกลบรสชาติเดิมของวัตถุดิบเมื่อรับประทานเข้าไปแล้วก็เหลือเพียงรสชาติของเครื่องปรุง รสชาติเลี่ยนจนสุดจะทน
เดิมทีเขาคิดว่าทั้งเมืองอวิ๋นเฉิงมีเพียงพ่อครัวของหอสุราประตูมังกรของพวกเขาเท่านั้นที่ทำอาหารจานนี้ได้ดีที่สุด
เมื่อได้ลิ้มลองสิ่งนี้แล้วเขาถึงได้พบว่าฝีมือของเด็กสาวซูอี้หว่านมิได้ด้อยไปกว่าพ่อครัวของหอสุราประตูมังกรเลยแม้แต่น้อยสามารถกล่าวได้ว่าเหนือกว่าไปอีกขั้นเสียด้วยซ้ำ
เขาไม่อยากยอมรับความจริงข้อนี้แต่ถ้ามองอย่างเป็นกลาง นี่ก็คือความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธ
หลี่จ่างกุ่ยขบคิดเท่าไรก็ยังไม่เข้าใจถึงบุคคลนั้นจะเป็นอัจฉริยะผู้โดดเด่นหรือมีพรสวรรค์ด้านการทำอาหารอันเป็นเลิศมาตั้งแต่เกิดก็ไม่น่าจะมีฝีมือถึงเพียงนี้ได้ในวัยเพียงสิบกว่าปี นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
เขากระทั่งนึกสงสัยว่าอาหารเหล่านี้มิได้มาจากเด็กสาวผู้นั้นบางทีในห้องครัวด้านหลังนั้น อาจจะมีพ่อครัวอีกคนก็เป็นได้
ความสงสัยเช่นนี้ทำให้จ่างกุ่ยใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวขณะที่ลิ้มรสชาติอาหารอื่นๆ สายตาก็จับจ้องอยู่ที่ห้องครัวด้านหลังแทบจะทนไม่ไหวที่จะบุกเข้าไปดูด้วยตาตนเอง
ซูอี้หว่านในขณะที่ปลดผ้ากันเปื้อนก็เดินมายังด้านหน้า เมื่อเปิดม่านขึ้นก็สบเข้ากับสายตาของหลี่จ่างกุ่ยที่แฝงไปด้วยความใคร่ครวญ
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัวนางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ซูอี้หว่านจึงตัดสินใจก้าวเท้าเดินมาทางนี้
"ท่านลูกค้า ไม่ทราบว่าท่านมีความคิดเห็นอันใดต่ออาหารที่ข้าทำหรือไม่?"ขณะที่ซูอี้หว่านเอ่ยถาม ใบหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้มทว่าดวงตากลับไร้ซึ่งความรู้สึกดุจผิวน้ำ