ผมชื่อนัท ปีนี้เพิ่งขึ้น ม.3 เกิดในครอบครัวธรรมดามีสมาชิกสามคน พ่อเป็นักธุรกิจ แต่่ไม่กี่ปีมานี้ธุรกิจไม่ค่อยดี เลยปิดบริษัท ตอนนี้ใช้เงินเก็บที่สะสมไว้มาลงทุนเล็กๆน้อยๆพอมีกำไรบ้าง ส่วน แม่ เป็ครู สอนภาษาไทยในโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดและหวังว่าผมจะสอบเข้าโรงเรียนของแม่ได้หลังจบ ม.3 แม่ของผมชื่ออลิสา ปีนี้อายุ 38 ปี
ใบหน้าของแม่สวยคม ดวงตากลมโต จมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากบางเรียว ผิวขาวอมชมพูละเอียด ทำให้แม่ดูโดดเด่นเป็สง่าอย่างยิ่ง สมัยสาวๆแม่เป็ถึงดาวโรงเรียน ครอบตระกูลของแม่เป็ครูกันเกือบหมดั้แ่รุ่นทวด แม่จึงเติบโตมาในครอบครัวที่มีแต่หนังสือ ตาของแม่เป็คนใจดีมาก ตอนเด็กๆผมชอบไปบ้านตา ไปวาดรูปเล่นบนสมุดหนังสือเก่าๆ ของตา ตาก็จะอุ้มผมหัวเราะร่า ไม่เคยดุว่าผมเลย แถมยังชอบเล่านิทานให้ผมฟัง รามเกียรติ์ อิเหนา ตาเล่าให้ผมฟังั้แ่เด็ก ทำให้ผมคุ้นเคยกับวรรณคดีไทยมาั้แ่เด็ก ส่วนยายจะเป็คนเ้าระเบียบ ตอนสาวๆเป็พยาบาล ถึงแม้ว่ายายจะดูเข้มงวด แต่ก็ไม่เคยดุผมเหมือนกัน ตอนเด็กๆพ่อกับแม่ยังเคยบ่นว่า ตากับยายตามใจผมมากเกินไป
แม่ เติบโตมาในครอบครัวที่มีการศึกษา ทำให้แม่เป็คนใฝ่เรียนรู้ แม่เป็เด็กเรียนเก่งมาั้แ่เด็ก พอเรียนจบมหาวิทยาลัย แม่ก็แต่งงานกับพ่อ ซึ่งทำงานเป็โฟรแมนในตอนนั้น ทั้งคู่คบหาดูใจกันได้ปีเดียวก็แต่งงานกัน และมีผมหลังจากแต่งงานได้สามปี แม่เป็คนเ้าระเบียบ สูงประมาณ 166 เิเ ถือว่าสูงสำหรับผู้หญิงไทย ถ้าใส่ส้นสูงก็จะสูงเกิน 170 เิเ แม่ได้รับยีนเด่นๆ จากตากับยายมาเต็มๆ ถึงแม้ว่าแม่จะไม่ใช่ผู้หญิงที่ดูแลตัวเองเก่ง แต่ก็มีใบหน้าที่สวยคมสะกดสายตา ทำให้เพื่อนเก่าของแม่ ที่เจอกันทีไรเป็ต้องอิจฉาตาร้อน พวกเขาเป็เพื่อนสนิทของแม่มาั้แ่สมัยเรียน ยังคงนัดเจอสังสรรค์กันเดือนละครั้ง
แม่ของผมเข้มงวดกับผมมาก ความสนุกสนานหลายอย่างของเด็กวัยรุ่นคนอื่นๆผมไม่เคยได้ัั เพื่อนผู้ชายในห้องเรียนต่างก็อ่านหนังสือการ์ตูน ดูหนัง เล่นเกมส์ ต่างกับผมนานๆทีจะเล่นสนุกเหมือนเพื่อนเพราะแม่ ไม่อนุญาตให้ผมอ่านหนังสืออื่นนอกเหนือจากหนังสือเรียน แม้แต่นิยายแม่ ก็ยังควบคุมอย่างเข้มงวด อนุญาตให้อ่านแต่วรรณกรรมเยาวชนและวรรณกรรมคลาสสิกของไทยและต่างประเทศเท่านั้น และผมก็ค่อนข้างกลัวแม่ ถึงแม้ว่าแม่จะไม่เคยตีผม แต่เวลาที่แม่ทำหน้าดุขึ้นมา จะมีออร่าแห่งความน่าเกรงขามแผ่ออกมา แม้แต่พ่อยังต้องยอมแม่สามส่วน นับประสาอะไรกับผม ถึงแม้ว่าจะเป็แบบนั้น ผลการเรียนของผมก็ไม่ได้ดีเด่อะไร อาจจะเป็เพราะผมไม่ใช่คนหัวดีโดยธรรมชาติ ผลการเรียนส่วนใหญ่อยู่ในระดับกลางๆของห้อง ไม่ได้ดีแต่ก็ไม่ได้แย่ แต่ถ้าจะสอบเข้าโรงเรียนที่แม่สอนอยู่ ก็ยังไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ แม่ เลยเริ่มติวให้ผมแบบตัวต่อตัวั้แ่ผมขึ้น ม.2 หลังจากที่แม่สอนหนังสือเสร็จแล้ว ถึงแม้ว่าแม่ จะเป็ครูสอนภาษาไทย แต่ด้วยความเป็เด็กเรียนเก่งของแม่ การติวการบ้านระดับชั้น ม.ต้น ก็ไม่ใช่เื่ยากเกินความสามารถของแม่อยู่แล้ว วิชาที่ผมอ่อนที่สุดคือ คณิตกับวิทยาศาสตร์ เรียนยังไงก็ไม่เก่งสักที ถึงแม้ว่าครูประจำวิชาจะบอกว่าอย่ากดดันตัวเองมากเกินไป แต่เพราะแม่ เก่งเกินไป แม่ ดูเหมือนจะเป็ผู้หญิงที่ไร้ที่ติ ทำให้ผมรู้สึกกดดันมากขึ้นไปอีกเวลาอยู่ที่บ้าน เพราะผมก็อยากจะเก่งให้ได้อย่างแม่ อยากจะเป็คนเก่งเหมือนแม่ ชีวิตก็ดำเนินไปเรื่อยๆ ภายใต้แรงกดดันจากการเรียน แต่แล้วใน่ปิดเทอมใหญ่ขึ้น ม.3 ผมก็ดันไปมีแฟน เธอหัวหน้าห้องชื่อพลอย จริงๆแล้วเธอไม่ได้สวยมากแต่มีเค้าโครงหน้าคล้ายแม่ หลายๆอย่างของเธอดีไปหมด ยกเว้นเื่กีฬาที่ไม่ค่อยเก่ง นอกนั้นก็เป็ลูกคนโปรดของพ่อแม่กว่าพี่น้องคนอื่นๆ ตอนนั้นเพราะที่นั่งเรียนอยู่ใกล้กัน เลยเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น เธอคอยช่วยอธิบายเนื้อหาบทเรียนที่ผมไม่เข้าใจให้ฟังบ่อยๆ ผมว่าตอนที่เราเรียนไปด้วยกัน ช่วยกันพัฒนาไปด้วยกัน ผมก็อดใจไม่ไหวที่จะจับมือเธอในระหว่างทางกลับบ้าน เพราะผมเคยอ่านนิยายมา พระเอกนางเอกในนิยายก็เป็แบบนี้แหละ ถ้าชอบใครสักคน ก็จะจับมือกันโดยไม่รู้ตัว แต่ พลอย ก็ไม่ได้สะบัดมือผมออก พวกเราเดินไปด้วยกันท่ามกลางแสงไฟสลัวๆ ไปตลอดทาง ไม่ได้ขึ้นรถเมล์กลับบ้าน แต่เดินไปเรื่อยๆ เกือบครึ่งชั่วโมงจนถึงหน้าอพาร์ตเมนต์ของเธอ พูดคุยกันแต่เื่เรียน ไม่มีอะไรเกินเลย แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน ครูประจำชั้นก็เรียกพวกเราไปคุย บอกว่าครูรู้เื่ที่เราแอบคบกันแล้ว แถมผู้ปกครองของทั้งสองฝ่ายก็กำลังเดินทางมา ตอนนั้นผมไม่ได้พูดอะไร เพราะในใจผมก็รู้สึกดีกับพลอยอยู่บ้าง แต่ความรู้สึกดีๆนั้นเป็แค่เพราะผมรู้สึกว่าเธอมีหลสยอย่างคล้ายแม่ ที่เก่งกาจ ผมไม่รู้ว่าจริงแล้วผมชอบเธอหรือแค่มีบางที่เหมือนแม่ ผมมารู้ทีหลังว่าอาการแบบนี้เรียกว่า ปมรักแม่
พลอย เองก็คิดว่าพวกเราเป็แค่ความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ไม่ได้มีอะไรเกินเลย แถมยังช่วยกันเรียน ช่วยกันพัฒนา ถึงแม้ว่าครูจะมองว่าเป็การรักในวัยเรียน แต่มันก็มีแต่ผลดีต่อการเรียน ไม่มีผลเสีย ครูประจำชั้นแค่บอกให้พวกเรารอผู้ปกครองมาก่อน แล้วค่อยคุยกันอีกที ครูประจำชั้นแจ้งเื่ให้แม่ของผมและแม่ของพลอยทราบ จริงๆ แม่ของผมใส่เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้ม กางเกงขายาวสีดำ รองเท้าหนัง เพราะรีบร้อนมา หน้าผากเลยมีเหงื่อซึมออกมา ทั้งสองคนเคยเจอกันในงานประชุมผู้ปกครองมาก่อน ไม่ได้เป็คนแปลกหน้า พอครูประจำชั้นเปิดประเด็น ทุกคนก็เงียบ
พลอย ดูเหมือนจะร้อนใจ เพราะเธอเป็หัวหน้าห้อง ถ้าครูประจำชั้นมองว่าพวกเราแอบคบกัน มันต้องส่งผลเสียต่อห้องเรียนแน่ๆเธอแอบดึงชายเสื้อผมเบาๆ แอบหลบอยู่ข้างหลังผมอย่างจงใจ
"คุณครูครับ คุณแม่ คุณแม่ของพลอยจริงๆแล้วระหว่างผมกับพลอย อาจจะเป็เพราะผมรู้สึกดีกับเขา แต่พวกเราไม่ได้ทำอะไรเกินเลยจริงๆ แม้แต่กอดก็ไม่เคย แค่จับมือกันเท่านั้น พลอยเป็ผู้หญิงที่เก่งมาก สิ่งที่ดึงดูดใจผมก็คือความสามารถของเขา ไม่ใช่ความอยากรู้อยากเห็นในรูปร่างหน้าตาของผู้หญิงผู้ชาย"
ผมจับมือพลอยตอบ เธอยิ่งอายเข้าไปใหญ่ ดึงชายเสื้อผมหลบไปข้างหลัง
ครูประจำชั้นค่อนข้างจนปัญญา ทั้งสองคนเป็นักเรียนที่ครูชอบทั้งคู่แถมพลอย ยังเป็เด็กเรียนเก่งอันดับต้นๆ ของห้องมาหลายเดือนติด ถ้าเธอผลการเรียนตกต่ำเพราะเื่รักในวัยเรียน ครูประจำชั้นอย่างเขาก็คงโดนตำหนิไม่น้อย
แม่ของพลอย เป็ผู้หญิงที่แต่งตัวเรียบง่าย ดูจากชุดที่เธอยังใส่ชุดทำงานจากโรงงานมา น่าจะรีบร้อนมาจนไม่มีเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้า เธอเหลือบมองพวกเรา มองหน้าแม่ของผมแล้วส่ายหน้า ไม่พูดอะไร
ตอนนั้นเอง แม่ของผมก็พูดขึ้น เธอเหลือบมองผม "ลูกชอบเขาเหรอ?"
ครูประจำชั้นถึงกับงง เขาอาจจะคิดว่าผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายคงไม่อนุญาตเื่รักในวัยเรียน แต่ไม่คิดว่าแม่ ในฐานะครู จะมีแนวโน้มว่าจะเห็นด้วย
ผมกำมือพลอยแน่นขึ้น ไม่กล้ามองตาแม่ก้มหน้าตอบ "ผะ...ผม น่าจะชอบเขานะครับ เพราะ...เพราะผมอ่านในหนังสือ เขาเขียนว่า ถ้าชอบใครสักคน ก็จะจับมือคนนั้น"
แม่ของ พลอย หัวเราะออกมา แต่ก็รีบหุบยิ้มทันที แต่เสียงหัวเราะของเธอก็ช่วยคลายบรรยากาศตึงเครียดระหว่างพวกเราไปได้เยอะ
ตอนนั้นเอง ครูประจำชั้นก็ทนไม่ไหว "ผู้ปกครองทั้งสองท่านครับ เื่รักในวัยเรียนเป็เื่ที่ละเอียดอ่อนมาก ตอนนี้ใกล้สอบปลายภาคแล้ว ผมในฐานะครูประจำชั้น ไม่อยากให้นักเรียนทั้งสองคนต้องเสียอนาคตเพราะเื่ส่วนตัวเล็กๆน้อยๆเลยครับ"
แม่ของผมมองหน้าพวกเรา แล้วหันไปพูดกับครูประจำชั้น "คุณครูคะ คุณครูก็รู้ว่าดิฉันก็เป็ครู ดิฉันรู้ดีถึงข้อดีข้อเสียของเื่นี้ แต่ดิฉันอยากจะถามคุณครูสักคำถาม คุณครูคิดว่าถ้าเราไม่อนุญาตให้พวกเขารักกัน พวกเขาจะเชื่อฟังเราจริงๆเหรอคะ?"
แม่ พูดทีละคำ ทีละคำ ช้าๆอย่างอ่อนโยน แต่กลับทำให้รู้สึกเหมือนเสียงฟ้าร้อง ตอนนั้นเอง แม่ของ พลอย ก็พูดขึ้นบ้าง "คุณครูคะ ส่วนตัวดิฉันไม่เห็นด้วยกับเื่รักในวัยเรียนนะคะ แต่ว่านี่เป็เพราะดิฉันคิดว่าพวกเขาจะมัวแต่รักกันจนไม่สนใจเรียน แต่ถ้าเป็แค่เหมือนที่พวกเขาพูด คือไม่ได้มีพฤติกรรมที่เกินเลย ดิฉันว่าเราก็ยังพอจะดูๆไปก่อนได้ค่ะ"
แม่ของพลอย พูดอย่างใจเย็น ไม่คิดว่าผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายจะไม่คัดค้านเื่รักในวัยเรียน แบบนี้เขาก็กลายเป็คนใจแคบ เป็ผู้ร้ายกีดกันความรักของเด็กๆไปเสียแล้ว เขาเลยหันมามองพวกเรา "นักเรียนทรงวิทย์ นักเรียนลลิตา พวกเธอไม่ได้ทำอะไรเกินเลยจริงๆ ใช่ไหม?"
จริงๆแล้วพวกเราแอบคบกันได้แค่ไม่กี่วัน ครูเห็นพวกเราจับมือกันเดินข้ามถนนตรงป้ายรถเมล์โดยบังเอิญ ครูเลยไม่แน่ใจว่าพวกเราไปถึงขั้นไหนกันแล้ว ผมกำลังจะพูดพลอย ก็รีบออกมาพูดแทน "ไม่ค่ะคุณครู ไม่ได้ทำจริงๆค่ะ พวกเราแค่...แค่จับมือกัน จับมือเดิน...เอ่อ...เอ่อ...เขาคุยกับหนูแต่เื่เรียนค่ะ " พลอยพูดจบก็หลบไปอยู่ข้างหลังผมอีกครั้ง
"ฮ่าๆๆๆ" เสียงหัวเราะดังมาจากแม่ แม่มองพลอย ด้วยสายตาอ่อนโยนเห็นด้วยราวกับว่าพลอยจะเป็ลูกสะใภ้ในอนาคต "คุณครูคะ ดิฉันเคยได้ยินชื่อเสียงของนักเรียนพลอยมาบ้างแล้วค่ะ เขาว่ากันว่าเป็เด็กที่ได้ที่หนึ่งในการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกวิชาการของจังหวัดปีนี้ แถมยังได้ที่หนึ่งในการแข่งขันคัดลายมืออีก ด้วยเด็กที่เก่งขนาดนี้ ดิฉันไม่คิดว่าเขาจะปล่อยให้เื่แบบนี้มาทำให้ตัวเองเสียการเรียนหรอกค่ะ คุณแม่ของพลอยว่าจริงไหมคะ?"
แม่ พูดจบก็หันไปมอง แม่ของพลอย ด้วยรอยยิ้ม แม่ของพลอย "อ๊ะ" แล้วก็รีบพยักหน้าเห็นด้วย
ถึงตอนนี้ เื่รักในวัยเรียนของพวกเราถึงจะยังไม่มีข้อสรุป แต่ก็มีการทำข้อตกลงกับครูประจำชั้น พวกเราต้องสอบปลายภาคกลางเดือนให้ได้อันดับไม่เกินยี่สิบของห้อง เพราะผลการเรียนระดับท็อปยี่สิบของห้อง ถือว่าดีพอที่จะสอบเข้าโรงเรียนที่ดีที่สุดในจังหวัดได้แล้ว คำพูดนี้เห็นได้ชัดว่าพูดให้ผมฟัง เพราะผลการเรียนของ พลอย ต่อให้หลับตาทำข้อสอบ ก็ยังไงก็ต้องติดอันดับท็อปเทนอยู่แล้ว แต่ผลการเรียนของผมไม่ได้ดีเด่นขนาดนั้น การจะสอบให้ติดอันดับท็อปยี่สิบ ถือว่ายากพอสมควร
ผมหันไปมองหน้าแม่ด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ แม่ ไม่ได้ว่าอะไร แค่เหลือบมองผมด้วยสายตาดุๆ แล้วพยักหน้าเห็นด้วย เื่นี้ก็เลยเป็อันตกลง
พลอยดูมีความสุขมาก เพราะเธอคิดว่าครูประจำชั้นไม่ได้ตั้งกำแพงที่พวกเราข้ามไม่ได้ แค่บอกให้พวกเราตั้งใจเรียนให้มากขึ้น สอบเข้าโรงเรียนมัธยมที่แม่ของผมสอนให้ได้และเพราะคำพูดประโยคนั้น ทำให้ผมต้องพยายามมากขึ้นเกือบสิบเท่าแม่ มีเวลาติวเข้มให้ผมมากขึ้นด้วย
"ข้อนี้ผิดไวยากรณ์ไม่ถูก ตรงนี้ก็ผิดนัทบอกแม่มาซิ ว่าที่แม่พูดไปเมื่อกี้ ลูกได้ฟังบ้างหรือเปล่า?"
พัดลมโบกสะบัดอยู่ข้างๆแม่ ลมแ่เบาพัดพากลิ่นกายหอมอ่อนๆของแม่ เข้ามาแตะจมูกผม ่เวลานี้ที่ได้ใกล้ชิดกับพลอย ทำให้ผมเริ่มเปิดโลกแห่งความอยากรู้อยากเห็นในเื่ความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง ผมค่อยๆเรียนรู้ที่จะชื่นชมความงามภายนอกของผู้หญิง ผมจะรู้สึกว่าท่อนล่างของตัวเองแข็งตัวขึ้นเวลาที่โอบกอดพลอยและมันจะไปดันตรงหน้าท้องน้อยๆของเธอ ส่วนเธอก็จะหน้าแดงก่ำ บิดตัวไปมา พยายามหลบเลี่ยงและด้วยเหตุนี้เอง พวกเราก็เลยเสียจูบแรกให้กัน จูบแรกนั้นมันช่างเงอะงะ พวกเราแค่กัดริมฝีปากของกันและกันอย่างแรง จนกระทั่งครั้งหนึ่ง ผมรู้สึกว่าริมฝีปากมันแห้งผาก เลยยื่นลิ้นออกไปเลียพลอย เหมือนจะใ สะดุ้งเฮือก แล้วก็อ้าปากออกมา สิ่งที่ต้อนรับผมกลับกลายเป็ลิ้นของเธอ ผมเหมือนเรียนรู้ด้วยตัวเองโดยสัญชาตญาณว่าต้องดูดดื่มน้ำหวานจากปากเธอ จนกระทั่งวินาทีนั้นเอง ผมถึงได้รู้ว่าจริงๆแล้วการจูบปากมันเป็เื่ที่น่าสนใจขนาดนี้
"นัท?" แม่ตบต้นขาผมเบาๆ ในภวังค์ความคิด จู่ๆ ควยของผมก็เริ่มตื่นตัวขึ้นมาซะอย่างนั้น ผมหลบสายตาแม่ อย่างเลี่ยงไม่ได้ ในวินาทีนั้นเอง ผมถึงได้รู้ว่าผมเอาภาพแม่ ไปซ้อนทับกับภาพพลอย คนที่ผมชอบอาจจะเป็แม่ ที่เก่งกาจ
แม่ ใส่ชุดอยู่บ้านสีเหลือง ชายกระโปรงยาวคลุมเข่า เรียวขาสีขาวผ่องโผล่ออกมาจากใต้กระโปรง นิ้วเท้าเรียวสวยเหมือนองุ่นสิบลูกสวมอยู่ในรองเท้าแตะ ผมเคยคิดว่าแม่ ก็คือแม่ แต่หลังจากที่จูบกับ พลอยไปแล้ว ผมก็เริ่มที่จะชื่นชมความงามของผู้หญิง หน้าอกของแม่อวบอิ่ม แค่ใส่เสื้อผ้าที่แนบเนื้อหน่อย ก็จะเห็นทรวดทรงองค์เอวของแม่ ได้อย่างชัดเจน หน้าท้องแบนราบ ไม่มีไขมันส่วนเกินเหมือนผู้หญิงวัยนี้ทั่วไป อาจจะเป็เพราะแม่ ชอบดูวิดีโอแอโรบิกในทีวีแล้วออกกำลังกายตามเป็ประจำ สะโพกกลมกลึง น่าจะเป็ส่วนที่เย้ายวนใจที่สุดของแม่ ผมเคยจับสะโพกของพลอย ถึงแม้ว่าจะมีเนื้ออยู่บ้าง แต่ดูยังไงก็ไม่เหมือนสะโพกกลมกลึงของแม่ สะโพกของแม่ เป็งานศิลปะที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา ผมมารู้ทีหลังว่าสะโพกแบบนี้เขาเรียกว่าสะโพกลูกพีช เรียวขาของแม่ ไม่ได้เรียวยาว แต่เพราะออกกำลังกายแอโรบิก ทำให้ดูแข็งแรงมาก เวลาใส่กางเกงออกกำลังกายรัดรูป จะเห็นเรียวขากลมกลึงอย่างชัดเจน ยิ่งเข้ากับสะโพกที่เป็งานศิลปะนั่นแล้ว พลอยและเด็กผู้หญิงคนอื่นๆ เทียบไม่ได้เลยจริงๆ
"นัท!"
แม่เรียกผมอีกครั้ง ผมรีบรู้สึกตัวในชั่วพริบตา ผมเห็นเงาของเทพธิดาในใจตัวเองแล้ว ไม่ใช่ พลอย แต่เป็แม่ ที่เก่งกาจเหมือนกับเธอ!
"นัท ถ้าลูกยังชอบพลอ อยู่จริงๆ ลูกก็ต้องตั้งใจเรียนให้สุดชีวิต ที่นี่บ้านแม่แท้ๆลูกยังเหม่อลอยได้!" หน้าอกอวบอิ่มของแม่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจรางๆ ยังเห็นเสื้อชั้นในสีเนื้อข้างใน
ผมรีบพยักหน้าขอโทษแม่ แล้วสะบัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว
"ลูกออกไปล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นหน่อยไป แม่ จะจัดเตรียมแผนการสอน"
แม่ ปิดหนังสือเรียน คว้าตำราเรียนของตัวเองจากที่ไม่ไกลนัก แล้วเปิดอ่านใหม่
ผม "อือ" ตอบรับ แล้วเปิดประตูห้องเดินไปล้างหน้าที่ห้องน้ำ แต่ในหัวกลับวนเวียนแต่ภาพสะโพกกลมกลึงแน่นกระชับกับริมฝีปากสวยได้รูปของแม่ ผมอยากจะจูบริมฝีปากของแม่ เหมือนที่จูบกับ พลอย ผมอยากจะลูบคลำสะโพกคู่นั้นที่สวยราวกับงานศิลปะจริงๆ แล้วผมยังไม่ค่อยเข้าใจเื่ความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง เื่เล็กๆ น้อยๆ ในเื่ความรักส่วนใหญ่ก็ได้มาจากละครทีวี บางทีเวลาที่คู่พระนางในละครพูดว่า "เราไปนอนกันเถอะ" ผมก็นึกว่าพวกเขาจะไปนอนหลับพักผ่อนจริงๆจนกระทั่งครั้งหนึ่ง ผมไปเห็นหนังสือที่พวกเพื่อนผู้ชายในห้องทำตกไว้ ในหนังสือมีคำบรรยายที่ค่อนข้างโจ่งแจ้ง เช่น "สมชายถอดเสื้อผ้าของสมหญิงออกทั้งสองคนลูบไล้ร่างกายที่เร่าร้อนของกันและกัน จนกระทั่งสมหญิงส่งเสียงครางออกมา ทั้งสองคนก็หลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกัน"
ตอนนั้นเอง ผมก็จะจินตนาการว่าตัวเองเป็พระเอกในเื่ ส่วนนางเอกบางทีก็เป็พลอย บางทีก็เป็ แม่ พอคบกับพลอย ผมก็ค่อยๆเรียนรู้กลเม็ดเคล็ดลับต่างๆออกมาบ้าง เช่นการจูบที่ใบหูผมค้นพบว่าแค่จูบที่ใบหูของพลอย เธอก็จะอ่อนระทวยไปทั้งตัว ยอมให้ผมทำอะไรก็ได้ สนุกดีเหมือนกัน ส่วนผมเองก็ค้นพบว่าแค่ให้ควยแข็งตัวแล้วเอาไปถูไถกับตัวเธอ มันก็รู้สึกดีมากๆเหมือนกัน พวกเราเหมือนจะค่อยๆเรียนรู้ความสุขแบบผู้ใหญ่กันไป
แบบนี้
ไม่รู้ว่าถ้าเปลี่ยนนางเอกเป็แม่ มันจะสนุกกว่านี้หรือเปล่านะ?