99 วัน หน้ากากฆาตลวง (มีอีบุ๊ค)

    ตอนที่ 10: หมากแรกบนกระดาน

            ไม่ทันไรก็มาถึงวันเสาร์ วันที่รินเฝ้าคอยอย่างร้อนใจมาตลอด


            เธอนั่งอยู่หน้ากระจกในห้องแต่งตัว มองใบหน้าของนิชาที่ทาลิปสติกสีแดงสด ชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มเปิดไหล่ข้างเดียว ผมยาวหวีเรียบ ทุกอย่างดูเหมือนอาวุธ


            ริมฝีปากของเธอรู้สึกถึงความเย็นเจือปนอยู่เสมอใน๰่๥๹นี้ Kiss of Illusion รอคอยอย่างนิ่งสงบ ราวกับคาดหวังว่าคืนนี้จะเป็๲คิวที่มันได้ออกโรงสักที


            เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านข้อความของรันต์ที่ส่งมาเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน


            ‘ทีมเข้าประจำจุดแล้ว สี่คน โต๊ะผมอยู่ทางขวาห่างสามโต๊ะ อีกสองคนอยู่ที่บาร์กับหน้าประตู ถ้าเริ่มเห็นว่าอันตราย ให้คุณถอดต่างหูข้างซ้ายวางบนโต๊ะ แล้วเราจะรีบเข้าไปทันทีครับ’


            รินอ่านซ้ำสองรอบ เพื่อให้จำสัญญาณได้ขึ้นใจ


            ‘เข้าใจแล้วค่ะ’ เธอตอบกลับ


            รินวางโทรศัพท์ มองหน้าตัวเองในกระจกอีกครั้ง แล้วพูดเบาๆ กับเงาในกระจก “คืนนี้ได้เวลาเดินหมากแรกแล้ว”


     

            รถสปอร์ตของวินแล่นเข้ามาจอดหน้าประตูคฤหาสน์ตรงเวลาหนึ่งทุ่มพอดี


            รินลงมาพบเขาด้วยย่างก้าวที่เชื่องช้า วินลงจากรถมาเปิดประตูให้ สายตาของเขากวาด๻ั้๹แ๻่หัวจรดเท้าของเธออย่างรวดเร็วก่อนที่รอยยิ้มจะผลิบานออกมา


            “วันนี้คุณก็สวยเหมือนเดิมเลยนะครับ คุณนิชา” เขาพูด น้ำเสียงอบอุ่น


            “ขอบคุณค่ะ” รินตอบสั้นๆ แล้วขึ้นรถ


            ตลอดทางไปร้าน พวกเขาคุยกันเ๱ื่๵๹เล็กๆ น้อยๆ งานศิลปะนิทรรศการที่เพิ่งเปิด ราคาหุ้นกลุ่มเวชภัณฑ์ที่ขยับขึ้น ร้านอาหารอิตาเลียนที่กำลังจะไป รินตอบในสิ่งที่นิชาน่าจะตอบ


            แต่เธอก็ไม่ลืมที่จะคอยสังเกตวินอยู่ตลอด เขาขับรถอย่างสบายๆ ไม่มีสัญญาณแสดงให้เห็นว่าเขารู้สึกผิดปกติอะไร


            แต่รินรู้ดีว่าสมองของเขากำลังครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลาภายใต้หน้ากากนั้น


            แค่เขาปกปิดเก่งกว่าคนส่วนใหญ่


     

            ร้านอาหารอิตาเลียนตกแต่งด้วยแสงสีส้มสลัว เพลงคลาสสิกเปิดคลอเบาๆ โต๊ะวางห่างกันพอเหมาะให้ความรู้สึกเป็๲ส่วนตัวแต่ไม่โดดเดี่ยว


            รินกวาดสายตาไปรอบร้านอย่างรวดเร็วในตอนที่พนักงานพาไปที่โต๊ะ พบรันต์นั่งอยู่ห่างออกไปสามโต๊ะในชุดลำลองพร้อมกับชายอีกคน ก้มหน้าดูเมนูอย่างเป็๲ธรรมชาติ


            ภาพนั้นทำให้รินรู้สึกใจชื้นขึ้นมาหน่อย


            วินดึงเก้าอี้ให้เธอก่อนนั่งลงตรงข้าม สั่งไวน์แดงที่เขาจำได้ว่าเธอชอบจากครั้งก่อน รินสังเกตว่าเขาจำทุกรายละเอียดเสมอ นั่นคือหนึ่งในวิธีที่เขาทำให้เหยื่อรู้สึกว่าตัวเองพิเศษกว่าใคร


            อาหารถูกเสิร์ฟทีละจาน บทสนทนาดำเนินไปอย่างราบรื่น วินเล่าเ๱ื่๵๹ประสบการณ์จากการไปประชุมวิชาการแพทย์ที่เวียนนา รินฟังและโต้ตอบ แต่สายตาของเธอคอยอ่านเขาอยู่ตลอด ท่าที่เขาถือช้อนส้อม ความถี่ที่เขายกแก้วขึ้นจิบ จังหวะที่เขากะพริบตา ทุกอย่างบอกว่าคืนนี้เขาระวังตัวมากกว่าปกติ


            รินรอจนอาหารจานหลักถูกเสิร์ฟ แล้วจึงเริ่มเปิดเกม


            “คุณกวินทร์คะ นิชาได้ยินมาว่า๰่๥๹นี้บริษัทในเครือของคุณ ที่ดูแลเ๱ื่๵๹เวชภัณฑ์น่ะค่ะ กำลังโดนสุ่มตรวจสต๊อกสารเคมีจากทาง อย. จริงไหมคะ เพื่อนที่ทำงานราชการเล่าให้ฟัง บอกว่ายอดสั่งซื้อบางตัวมันเยอะผิดปกติจนต้องมีคนมาไล่เช็กบัญชีย้อนหลัง”


            มีดหั่นสเต็กในมือของวินหยุดนิ่งไปเสี้ยววินาที


            “เ๱ื่๵๹ปกติของธุรกิจเวชภัณฑ์ครับ ยอดสั่งซื้อผันผวนตามฤดูกาลอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าเพื่อนคุณได้ยินมาจากไหน” เขาพูด รอยยิ้มยังอยู่ แต่แววตาหลังแว่นนิ่งขึ้นผิดปกติ


            “ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แค่คิดว่าน่าสนใจดี ธุรกิจที่ดูสะอาดเรียบร้อยที่สุด บางทีก็มีตัวเลขที่อธิบายยากซ่อนอยู่เหมือนกัน” รินยักไหล่เบาๆ เจตนาไม่ตรึงประเด็นไว้นานเกินไป


            วินเงียบไปนานกว่าปกติ หยิบผ้าเช็ดปากขึ้นมาซับมุมปากช้าๆ ราวกับใช้จังหวะนั้นซื้อเวลาคิด


            “คุณนิชาสนใจเ๱ื่๵๹ธุรกิจของผมมากเป็๲พิเศษนะครับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มลง


            “ตระกูลนิชาลงทุนกับหลายบริษัทค่ะ เลยติดนิสัยดูตัวเลข”


            เธอเห็นบางอย่างขยับอยู่หลังดวงตาของเขา คล้ายว่ากำลังพยายามอ่านเจตนาของเธอ


            หลังจากของหวานมาเสิร์ฟ วินวางส้อมเค้กลง แล้วเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยรอยยิ้มที่กลับมาบานเต็มหน้าอีกครั้ง


            “คุณนิชาครับ คืนนี้อากาศดีเหลือเกิน แถวนี้มีทางเดินริมน้ำที่สวยมาก เดี๋ยวเราไปเดินย่อยอาหารกันสักหน่อยก่อนกลับไหมครับ”


            นี่คือโอกาส คือจังหวะที่พลาดไม่ได้โดยเด็ดขาดสำหรับริน


            “ได้ค่ะ นิชาชอบเดินเล่นตอนกลางคืนอยู่แล้ว” เธอยิ้มให้อย่างเป็๲ธรรมชาติ


            หลังจากทั้งสองกินเสร็จ รินก็ขอแวะเข้าห้องน้ำ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความส่งบอกรันต์สั้นๆ


            ‘วินชวนไปเดินเล่นริมน้ำค่ะ’


            ทางเดินริมแม่น้ำมีไฟสีเหลืองนวลส่องตามทาง ลมเย็นพัดผ่านผิวน้ำ มีคู่รักเดินสวนกันเป็๲ระยะๆ วินเดินช้าๆ มือไขว้หลัง ปล่อยระยะห่างจากเธอครึ่ง๰่๥๹ตัวอย่างสุภาพ


            “ผมชอบแม่น้ำตอนกลางคืนแบบนี้ แม้จะดูนิ่ง แต่จริงๆ มันไหลอยู่ตลอดเวลา คนส่วนใหญ่มองไม่ออกหรอกครับว่าอะไรกำลังเคลื่อนที่อยู่ข้างใต้” เขาพูดพลางมองไปทางผิวน้ำที่สะท้อนไฟ


            รินรู้สึกถึงน้ำหนักในประโยคนั้น เหมือนมันไม่ใช่แค่การบรรยายทิวทัศน์


            “เหมือนใครหลายคนเลยนะคะ ข้างนอกดูนิ่งสงบ แต่ข้างในไหลเชี่ยวตลอดเวลา” เธอตอบ ขณะมองไปทางเดียวกับเขา

    วินหันมองเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย “คุณนิชาชอบพูดอะไรเป็๞นัยยะลึกซึ้งเหมือนกันนะครับ”


            “อาจเป็๞เพราะนิชาเคยประสบอุบัติเหตุมาค่ะ คนที่เคยเฉียดตายมักจะมองอะไรลึกกว่าเดิม” รินตอบด้วยคำโกหกที่ซ้อมมาอย่างดี


            “เฉียดตาย…” วินพูดทวน แล้วเงียบไปครู่หนึ่ง เขาหยุดเดิน แล้วหันหน้าตรงมองเธอ


            “คุณนิชาครับ ผมขอถามอะไรตรงๆ ได้ไหม” เสียงเขาต่ำลง


            หัวใจของรินเต้นแรงขึ้นหนึ่งจังหวะ แม้สีหน้าเธอจะนิ่งสนิท “ได้ค่ะ”


            “จริงๆ คุณรู้สึกยังไงกับผม” สายตาจับจ้องที่ดวงตาเธอไม่ปล่อย


            คำถามนี้ทั้งง่ายกว่า และอันตรายกว่าที่เธอกลัวไว้ในเวลาเดียวกัน


            รินยิ้มบางๆ เอียงหน้าเล็กน้อยราวกับกำลังคิด “นิชาว่าคุณกวินทร์เป็๞คนที่น่าค้นหาค่ะ เหมือนมีอะไรซ่อนอยู่มากกว่าที่คนอื่นเห็น นิชาชอบแบบนั้น”


            ไม่ใช่คำโกหก ไม่ใช่คำสารภาพ แต่คลุมเครือพอที่จะฟังดูจริงใจ


            วินจ้องเธอนิ่งๆ อยู่หลายวินาที นานพอที่รินจะรู้สึกว่าลมหายใจของตัวเองดังเกินไป


            แล้วเขาก็ยิ้มกว้างแบบพอใจ “เป็๞คำตอบที่ดีจังครับ ผมชอบคนที่ตรงไปตรงมา”


            รินตามหลังเขาที่เริ่มออกเดินต่อ เธอรู้สึกถึงเหงื่อเย็นที่ไหลอยู่ใต้เสื้อผ้า


            เขายังดูระแวงเธอ และไม่ได้เชื่อคำตอบของเธอทั้งหมด


     

            วินขับรถไปส่งเธอที่บ้าน ระหว่างทางเขาเงียบกว่าตอนขามา เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่


            รถจอดหน้าประตูบ้าน วินลงมาเปิดประตูรถให้ตามเดิม


            “คืนนี้ขอบคุณมากนะครับ ผมสนุกมากเลย” เขาพูดพร้อมยิ้มจนตาหยี


            “นิชาก็สนุกมาก ขอบคุณที่ชวนค่ะ” รินตอบ และลงจากรถ


            แม้เธอจะไม่หันกลับไปดู เธอก็รู้ได้ว่าเขาใช้เวลาสักพักกว่าจะขับรถออกไป เหมือนเขาลังเลอะไรบางอย่าง


            รินเข้าบ้าน ปิดประตู แล้วพิงหลังกับประตู ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งกับพื้น


            โทรศัพท์ดังขึ้น


            รันต์พูดด้วยเสียงที่เข้มขรึม “คุณทำได้ดีมาก แต่เขาก็ระวังตัวมาก คืนนี้เราไม่มีอะไรที่ชัดเจนพอสำหรับการสืบสวนเลยครับ”


            “รู้ค่ะ แต่นี่แค่หมากแรก” รินตอบ


            รันต์เงียบสักครู่ “คุณโอเคไหม”


            รินนึกถึงใบหน้าของวินที่นั่งตรงข้ามเธอตลอดสองชั่วโมง ใบหน้าที่เธอเคยรักหมดหัวใจ ใบหน้าที่ฆ่าเธอ ใบหน้าที่เธอต้องนั่งยิ้มให้


            “ฉันโอเคค่ะ”


            เธอไม่ได้โกหก แต่มันก็ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด


            เหลืออีก 83 วัน