"คุณคือ...?" ต่งเสี่ยวเสี่ยวชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นคนแปลกหน้า
ชายคนนั้นกำลังจ่ายยาให้กับหญิงที่นั่งรออยู่ด้านหน้าพอได้รับยาแล้ว เธอก็รีบจากไปทันที
ต่งเสี่ยวเสี่ยวกำลังจะหันหลังกลับชายคนนั้นก็คว้าแขนเธอไว้ "ฉันเป็นหมอคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านนี้หมอหลี่หัวใจวายเฉียบพลันเมื่อสองวันก่อน เลยต้องเข้าโรงพยาบาล"
"น้องสาวคนสวย ฉันขอแนะนำตัวเองหน่อยถึงยังไงพวกเราก็คนหมู่บ้านเดียวกันทั้งนั้น"
"เรียกฉันว่าหวังเต๋อก็ได้"
หลังจากการแนะนำสามครั้งติดกัน
ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็หันกลับไปมองเธอเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของหวังเต๋อที่สะท้อนอยู่บนกระจก
เธอรู้สึกขยะแขยงขึ้นมาทันที
เธอสะบัดมือหวังเต๋อออก"ไม่ต้องแนะนำตัวหรอกค่ะ ฉันพอมีความรู้เรื่องการแพทย์อยู่บ้างพวกเราคงไม่รบกวนหมอหวังหรอกค่ะ"
พูดจบก็หมุนตัวเดินจากไป พร้อมจูงมือเด็กๆทั้งสามออกไป เธอเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
หวังเต๋อยืนอยู่ที่ประตูมองตามแผ่นหลังของเธอด้วยสายตาครุ่นคิด
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกได้ถึงสายตาคู่นั้น
หัวใจของเธอเต้นระรัวหวังเต๋อไม่ใช่คนดีแน่ๆ โดยเฉพาะสายตาที่มองมา
เหมือนกับมองทะลุเสื้อผ้าของเธออย่างนั้นแหละ
"น้องสาวเธอรู้จักต่งเสี่ยวเสี่ยว..." พวกเธอกำลังรีบเดินให้ไวแต่จู่ๆ ก็ชนเข้ากับรถม้าคันหนึ่ง คนบนรถม้า จึงลงมาจากรถเพื่อถามหาคน
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เงยหน้าขึ้นพอดี
"น้องสาว เป็นเธอจริงๆ ด้วย!"บนรถม้าคือคู่สามีภรรยาและคุณป้าคนนั้นที่เคยพบกันมาก่อน
วันนั้นผู้หญิงคนนี้ยังพูดจาต่อว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวอีกหลายคำตอนแรกหล่อนก็ไม่เชื่อมั่นในตัวของต่งเสี่ยวเสี่ยวอยู่แล้วแต่แม่ของเธอกลับยืนกรานที่จะไปซื้อยา
พวกเขาจึงจำใจต้องทำตามความต้องการ
ไม่คิดว่าหลังจากซื้อยาชุดนั้นกลับไปกินได้ไม่กี่วันอาการป่วยของแม่เธอก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ตอนแรกพวกเขาตั้งใจจะมาหาต่งเสี่ยวเสี่ยวโดยตรงแต่เพราะมีธุระที่บ้านจึงต้องจัดการให้เรียบร้อยเสียก่อน ตอนนี้ว่างพอดีจึงคิดจะมาให้เธอช่วยรักษา
"พวกเรามาหาเธอเพื่อจะให้เธอช่วยฝังเข็มให้อีกสักหน่อยเธอพอจะช่วยพวกเราได้ไหม?" หญิงคนนี้ชื่อหลี่อวิ๋นเฟินเธอเปิดร้านขายเต้าหู้ในตลาด
หลังจากแนะนำตัวกันเสร็จพวกเขาก็พากันเดินมาถึงบ้านของต่งเสี่ยวเสี่ยว
แต่ในขณะที่พวกเขาเพิ่งจะหันกลับ จู่ๆก็มีชายคนหนึ่งที่ดูท่าทางเหมือนนักเลงรีบวิ่งไปทางสถานีอนามัยที่อยู่หน้าหมู่บ้าน
ชายผู้นั้นบุกเข้าไปในสถานีอนามัยอย่างเร่งรีบ
หวังเต๋อแต่งตัวเสร็จกำลังเดินออกมากระดุมเม็ดบนสุดไม่ได้ติด รอยลิปสติกเปื้อนอยู่เต็มหน้าอกแต่ผู้ชายคนนั้นกลับแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น
เขาชี้ไปทางของบ้านต่งเสี่ยวเสี่ยวด้วยท่าทีร้อนรน"มีคนตั้งใจจะมาหาคุณหมอสองคนแต่ถูกต่งเสี่ยวเสี่ยวฉกตัวไปกลางทาง!"
"ต่งเสี่ยวเสี่ยวคนนี้คุณต้องระวังให้ดีตอนที่หมอหลี่ยังอยู่ เขาให้ความสำคัญกับเธอเป็นพิเศษเลยนะ"
"ถ้าไม่ใช่เพราะขาของสามีเธอถูกทับจนหักเธอก็คงได้ทำงานที่สถานีอนามัยนี้ไปนานแล้ว" ชายคนนั้นพูดพลางนั่งลงบนเก้าอี้แล้วแกล้งทำเป็นรินน้ำใส่แก้ว
หวังเต๋อผลักเขาออกไป"อย่ามาวุ่นวายที่นี่ คราวหน้าถ้าไม่มีอะไรสำคัญอย่ามาที่นี่แบบนี้อีก"
"ไปได้แล้วเรื่องนี้ฉันรู้ดีอยู่แล้วผู้หญิงคนนั้นไม่ช้าก็เร็ว เธอจะต้องเป็นของฉัน!"หวังเต๋อแสยะยิ้ม ด้วยตำแหน่งหมอประจำหมู่บ้านก่อนหน้านี้ตอนที่เขาอยู่ในหมู่บ้านอื่นเขาลอบมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงมาหลายคนแล้ว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็คงไม่ต่างกัน
ยังไงเธอก็ต้องตกเป็นของเขา ไม่มีทางหนีพ้น
"คุณคิดข้ามแม่น้ำแล้วรื้อสะพานทิ้ง[1] แบบนี้เลยงั้นเหรอ?" ชายคนนั้นรู้สึกไม่พอใจมาก
หวังเต๋อหยิบเข็มฉีดยาจากด้านข้างขึ้นมา"ถ้านายไม่เห็นด้วยเราสองคนจะคุยกันให้มากขึ้นกว่านี้ก็ได้นะ..."
เขายังพูดไม่ทันจบผู้ชายคนนั้นก็รีบวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
หวังเต๋อมองไปทางของต่งเสี่ยวเสี่ยวเขาคิดแผนการมากมายขึ้นมาในใจ
เขากำลังรอเวลาที่เหมาะสม
ทางบ้านของต่งเสี่ยวเสี่ยว
หลี่อวิ๋นเฟินประคองแม่ของเธอให้นั่งลงบนเก้าอี้ต่งเสี่ยวเสี่ยวย่อตัวลงตรงหน้าคุณป้า พอตรวจดูอาการเรียบร้อยแล้วก็ฝังเข็มเงินลงไปสองเล่มพร้อมกัน
ใช้เข็มเงินสามเล่มควบคุมจุดสำคัญตรงกลางส่วนเข็มเงินที่อยู่ด้านข้างทั้งสองเล่มสั่นไหวเล็กน้อย
"ก๊อกๆ"
ตอนนั้นเองก็มีคนเคาะประตูฉินไห่หยางเปิดประตูออก คนที่มาคือบรรดาป้าๆ ในหมู่บ้าน
พวกป้าๆ มาที่นี่เพราะพวกเธอได้ยินข่าวเรื่องหนึ่ง
ข่าวในหมู่บ้านละแวกใกล้เคียงมักจะกระจายถึงกันหมดเรื่องที่หวังเต๋อจู้พาต่งเสี่ยวเสี่ยวไปขายสมุนไพรก็ลอยไปถึงหูพวกเธอ
ได้ยินว่าขายได้เงินเยอะมากพวกเธอจึงมาโดยไม่มีธุระอะไรอื่นแอบแฝง
พวกเธออยากรู้ว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวจะพาพวกเธอไปขายสมุนไพรด้วยได้ไหม
"มีอะไรหรือเปล่าคะ?" ต่งเสี่ยวเสี่ยวย่นคิ้วเล็กน้อย คนพวกนี้ไม่เหมือนกับป้าหลิว
ปกติแล้วพวกเธอชอบนั่งอยู่ใต้ต้นไม้คอยพูดคุยเรื่องซุบซิบนินทาต่างๆ
"โธ่เอ๊ย" เพราะเห็นว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวกำลังยุ่ง พวกเธอเลยยกเก้าอี้จากในบ้านมานั่ง"พวกเราแค่อยากจะมาดูว่าอาการป่วยของฉินซู่ว่าเป็นยังไงบ้างแล้วก็มาคุยเรื่องบางอย่างกับเธอด้วย"
"ถ้าเธอมีธุระก็ทำไปก่อนได้เลยพวกเราจะรอให้เธอทำธุระเสร็จก่อน แล้วค่อยคุยกัน"
พวกเธอแกล้งทำเป็นคนเห็นอกเห็นใจต่งเสี่ยวเสี่ยวจึงถอนหายใจออกมา
เธอรู้ดีว่าพวกนั้นคิดอะไร
แต่เธอไม่ได้พูดอะไรเพราะตอนนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญในการรักษา
เมื่อเห็นเธอฝังเข็มอยู่ พวกป้าๆที่มาก็พูดคุยกับหลี่อวิ๋นเฟิน
หลี่อวิ๋นเฟินยิ้ม"น้องคนนี้เป็นหมอที่เก่งมากๆ เลยนะคะ ถ้าไม่ได้เธอแม่ฉันคงต้องไปนอนโรงพยาบาล เสียเงินตั้งร้อยสองร้อยหยวนแน่ะ"
"แต่ครั้งนี้..." หลี่อวิ๋นเฟินทำท่าลับๆ ล่อๆ ตอนแรกตั้งใจจะพูดความจริงแต่พอเห็นสีหน้าจ้องจับผิดของคนพวกนี้ เธอก็กระแอมเบาๆ "ถึงจะเสียเงินไปเกือบจะเท่าๆ กัน แต่น้องต่งเสี่ยวเสี่ยวรักษาได้ดีกว่าไม่ต้องผ่าตัดด้วย"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวได้ยินคำพูดนั้นพอดีเกือบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่
ซื้อยาแค่ชุดสองชุด อย่างมากก็แค่ห้าหยวน
มันคนละเรื่องกับการไปโรงพยาบาลเลย
แต่ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็หวังว่าหลี่อวิ๋นเฟินจะพูดแบบนั้นเพราะเธอเองก็ไม่อยากรักษาให้กับคนมีเจตนาอื่นแอบแฝง
การรักษาคนไข้เป็นหน้าที่ของหมอแต่เธอก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกได้
อย่างน้อยก็ไม่อยากให้คนพวกนี้คิดว่าที่มาหาเธอเป็นเพราะค่ารักษาถูกกว่า
"แพทย์แผนจีนจะใช้ได้ผลจริงๆ เหรอ?"พวกป้าๆ ยังคงไม่ค่อยเชื่อ
"ทำไมจะไม่ได้ผลล่ะคะ?" หลี่อวิ๋นเฟินเปลี่ยนความคิดไปแล้ว "แต่ไหนแต่ไรบรรพบุรุษของเราก็พึ่งพาแพทย์แผนจีนมาตลอดจนถึงตอนนี้ก็ยังรักษาโรคต่างๆ ได้ตั้งเยอะไม่ใช่เหรอ?"
คำพูดนี้ก็ฟังดูมีเหตุผลอยู่บ้าง
ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ดึงเข็มเงินออกทั้งหมด แล้วเดินเข้าไปในบ้านเพื่อเขียนใบสั่งยา
ยังกระซิบบอกอะไรบางอย่างกับฉินซู่
"เอายาชุดนี้กลับไปกินนะคะกินสักสามวันแล้วค่อยกลับมาให้ฉันตรวจชีพจรใหม่ หลังจากจ่ายยาอีกชุดแล้วก็น่าจะหายดี" ตอนที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวจริงจังเธอจะเปล่งประกายความมั่นใจออกมา
พวกป้าๆ ที่มองอยู่ถึงกับตะลึง
นี่คือต่งเสี่ยวเสี่ยวที่เคยซอมซ่อและเอาแต่คลุกคลีอยู่กับเฮ่อเจี้ยนหมิงจริงๆงั้นเหรอ?
ทำไมถึงดูไม่เหมือนกันเลย?
"น้องสาว นี่เงินเล็กๆ น้อยๆเอาไว้ใช้จ่ายนะ" หลี่อวิ๋นเฟินยื่นธนบัตรให้"ถ้าไม่ได้เธอช่วย แม่ฉันคงต้องไปผ่าตัดที่โรงพยาบาล ทรมานแย่"
"เมื่อก่อนที่ฉันพูดจาไม่ดีฉันขอโทษด้วยนะ" หลี่อวิ๋นเฟินเป็นคนกล้าทำกล้ารับเธอรีบโค้งคำนับให้ต่งเสี่ยวเสี่ยว
"อย่าเลยค่ะๆ"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรีบดึงเธอขึ้นมาแล้วมองเงินสิบหยวนในมือ ก่อนจะเม้มปาก "ห้าหยวนก็พอแล้วค่ะที่เหลือพวกคุณเอาไปใช้จ่ายเถอะ ถ้าไม่ยอมต่อไปก็อย่ามาหาฉันอีกนะคะ"
เชิงอรรถ
[1] ข้ามแม่น้ำแล้วรื้อสะพานทิ้ง หมายถึงพอได้ดีแล้วก็ลืมบุญคุณคนที่ช่วยมาก่อน