วันนี้เป็เช้าวันเสาร์ ฉันดีใจมากที่ไม่ต้องไปโรงเรียน
ตื่นเช้าขึ้นมาก็รู้สึกหิว แปลกใจจังทำไมเช้าวันนี้พ่อไม่มาเรียกให้กินข้าว
เดินไปหาพ่อก็ไม่เจอ ฉันเปิดประตูห้องของพ่อดู ห้องยังคงเรียบร้อยเหมือนเดิม
เมื่อคืนพ่อคงไม่ได้กลับบ้าน
ฉันต้องเดินไปบ้านคุณย่าที่ไกลออกไปประมาณ200เมตร
ระหว่างทางนั้น รู้สึกแปลกๆหวิวๆชอบกล
อากาสวันนี้มีแสงแดดจ้า แต่ทำไมมันร้อนๆหนาวๆอย่างไรไม่รู้
ลมเย็นพัดวูบวาบตลอดเวลา
ฉันขนลุกซู่ ได้ยินเสียงนกการ้องดังขึ้น เหมือนมันบินอยู่ใกล้ๆหลังใบหูนี้เอง
เมื่อหันหลังกลับไปดู ก็เจอแมวสีดำตัวหนึ่ง มันจ้องเขม็งมาทางฉัน อย่างไม่ละสายตา
ฉันเดินไปจับมันขึ้นมาอุ้ม มันก็ยอมให้อุ้มแต่โดยดี ฉันพามันเดินไปจนถึงบ้านย่า
ย่ากำลังกวาดใบไม้รอบๆบ้าน ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยย่นๆ
ปากสีแดงเหมือนเืนั้นเกิดจากการกินหมากนั้นเอง
หญิงชราสีหน้าตาบูดบึ้ง หันมาถามฉันด้วยท่าทางเหนื่อยหน่ายใจ
ย่า: "พ่อเอ็งมันไม่กลับบ้านอีกล่ะสิ เมาหัวราน้ำทุกวันศุกร์เลยนะ วันเสาร์ไม่ต้องตื่นเช้าไปส่งเอ็งโรงเรียน ก็ไม่ได้หมายความว่าเอ็งจะไม่หิวไม่กินนะโว๊ย เด็กมีแต่พ่อไม่มีแม่ก็แบบนี้แหละ อดๆอยากๆ ผู้ชายเลี้ยงลูกมันจะไปดีเท่าผู้หญิงได้ยังไง กูส่งให้เรียนได้ดิบได้ดีเป็ตำรวจ ดันไปคว้าผู้หญิงเลวๆมาทำเมีย ชีวิตตกต่ำ มีลูกมีเต้าแล้วมาตายทิ้งไป ก็เป็ภาระกูอีก ข้าวสารก็แพง ไหนจะค่าน้ำค่าไฟ กูก็แก่จนปูนนี้แล้วนะ ถ้าไม่มีกูสักคนเอ็งจะทำยังไงว่ะ"
เสียงด่าเสียงบ่นของย่ายังดังไปเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง เป็แบบนี้ทุกครั้งที่ฉันมาที่นี้
ฉันยืนฟังอยู่ครู่นึง ก็เดินเข้าบ้านไป ในบ้านย่าจะมีอาหาร
นี้คือเหตุผลเดียวที่ทำให้ฉันยังอยากมาที่นี้ ฉันไม่ลืมที่จะแบ่งอาหารให้แมวดำตัวนั้นด้วย
หลังจากที่ฉันกับแมวกินอิ่มแล้วก็พากันอุ้มเดินออกมาหน้าบ้าน
ย่าที่กำลังยืนรดน้ำต้นใบพลูอยู่ ก็หันมามองอีกครั้งพร้อมกับสีหน้าบึ้งตึงเช่นเคย
ย่า: "อิ่มแล้วเหรอเอ็ง ดีนะกินตัวเดียวไม่พอ พาแมวมาผลาญกูด้วย เจริญกันล่ะทีนี้ เลี้ยงลูกให้ได้ดีก็เสือกไม่รักดี อายุปาไปจะ40แล้วยังเป็ภาระกูอีก มีหลานมันก็มาผลาญกู เอ็งรู้มั้ยว่า กว่าจะส่งพ่อเอ็งเรียนจนจบ กูขายวัว ขายควาย ขายที่นา เหน็ดเหนื่อยสายตัวแทบขาด ดูสิ๊ ถ้าไม่ได้แม่เอ็งมาเป็เมีย ป่านี้ได้เป็เ้าคนนายคนไปแล้ว เจ็บใจจริงๆทิ้งลูกเสือลูกตะเข้ไว้ตัวนึง ก็ไม่รู้มันจะสำนึกบุญคุณกูบ้างหรือเปล่า ชีวิตกูล่ะเป็ทุกข์เพราะพวกเอ็งจริงๆ"
เสียงย่าก็ยังบ่นดังไปเรื่อยๆ ฉันไม่ได้เสียใจกับคำพูดของเขาหรอกนะ
จริงๆก็คือ ฉันเสียใจแต่ในตอนแรกๆเท่านั้น ตอนนี้ฉันรู้วิธีรับมือแล้ว
นั้นก็คือเงียบๆซะ เพราะถ้าฉันพูดอะไรขึ้นมา ย่าจะยิ่งโมโหและตะคอกเสียงดังกว่าเดิม
ฉันเบื่อที่จะต้องร้องไห้
ฉันเดินกลับบ้านก็เห็นเด็กกลุ่มนึงรุ่นราวคราวเดียวกับฉัน3คน
พวกเขากำลังเล่นน้ำในคู ในมือมีขวดแก้วสำหรับใส่ลูกปลาตัวเล็กๆ
หนึ่งในนั้นมีคนนึงชื่อไอ้โป้ง มันเป็เด็กเกเร และเป็ญาติลูกพี่ลูกน้องกับฉันด้วย
โป้ง:"เอ๊ย นั้นไอ้ดำนิ ไปจับมันมาอาบน้ำเร็ว"
โป้งชี้มือชี้ไม้มาที่แมวดำ เด็กพวกนั้นเดินสาวเท้าเข้ามาอย่างรวดเร็วด้วยท่าทีมุ่งร้าย
ฉันกอดแมวดำไว้แน่นเป็การปกป้องเพื่อนใหม่ตัวเดียวของฉัน
โป้ง: "เอามานี้นะอีใบ้ นี้แมวบ้านกู"
โป้งตะคอกเสียงดังลั้น แต่ฉันไม่ยอมแน่ ฉันรู้ว่าถ้าปล่อยไปแมวดำตัวนี้จะไม่ปลอดภัย
เด็กเกเรพวกนี้ ต้องเล่นพิเรน ทำร้ายจนแมวดำอาจตายได้
ฉันจึงเดินหนีทันที แต่โป้งกับเพื่อนก็มาดักหน้าดักหลัง
โป้งกระชากคอแมวดำไปจากฉัน แมวมันใ ข่วนแขนฉันจนเืออก
ฉันคว้าแมวจากมือโป้งแต่ไม่สำเร็จ ฉันโกรธมากและร้องกรี๊ดเสียงดัง
เด็กเกเรพวกนั้นพากันใ แมวดำะโหลุดจากมือโป้ง รีบวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนโป้งกับเพื่อนๆก็พากันวิ่งหนี พวกเขาะโเยาะเย้ยเสียงดังว่า
"อีบ้า อีใบ้มันเป็บ้า" แล้วพวกเขาก็ยังพากันหัวเราะอย่างสนุกสนาน ฉันกำหมัดแน่น
ฉันคิดว่าทำไมคนเลวๆแบบนี้ถึงไม่ตายไปซะ
จากนั้นลมเย็นพัดแรงวูบเข้ามาที่หน้าของฉัน แขนขาฉันอ่อนแรงมากๆจนยืนไม่ไหว
ฉันล้มลงกองกับพื้น วูบหมดสติ จากนั้นในภาพก็ปรากฏ
หมอกสีดำปกคลุมอีกแล้ว นี้มันสะพานไม้ผุๆและกลิ่นไหม้
ข้างหน้าปรากฎเงาดำๆของผู้หญิง ฉันอ้าปากจะกรีดร้องแต่อ้าปากไม่ได้ ส่งเสียงไม่ได้
ฉันพยายามเรียกผู้หญิงคนนั้นว่า"แม่"แต่ก็ขยับริมฝีปากไม่ได้เลย
แม่: "ขวัญอยากพูดกับแม่ใช่มั้ยลูก"
เสียงเยือกเย็นแต่อบอุ่นนั้น เป็เสียงของแม่จริงๆฉันจำได้ หัวใจฉันเริ่มเต้นแรง
จากความกลัวสุดขีดกลายเป็ความอบอุ่นใจในทันที ฉันพยักหน้าตอบรับ
แม่: "ขวัญจะได้คุยกับแม่ ก็ต่อเมื่อขวัญทำตามสัญญา ต้องให้ของชิ้นนั้นกับใครก็ได้ที่ลูกเกลียด แล้วจากนั้นขวัญจะถามแม่ได้1คำถาม แม่จะตอบความจริงกับลูก แต่ถ้าขวัญไม่ทำ ครั้งนี้จะเป็ครั้งสุดท้ายที่เราจะพบกัน แม่รักขวัญนะลูก แม่รอขวัญอยู่นะ อย่าทำให้แม่ผิดหวังนะลูกรัก"
เงาดำเข้ามาโอบกอดฉัน ฉันรู้สึกเย็นะเืไร้ความอบอุ่น ไม่เหมือนตอนที่พ่อกอด
แต่ฉันก็มีความสุข เพราะเชื่อว่านี้คืออ้อมกอดเย็นๆจากแม่ของฉันเอง
ฉันมีความสุขเหลือเกิน หมอกดำคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้งฉันสำลักกลิ่นไหม้จนหายใจแทบไม่ออก
ชั่วอึดใจหนึ่งเท่านั้นก่อนฉันจะขาดใจ ฉันหลับตาแล้วรู้สึกเหมือนตัวฉันลอยละลิ้วไร้น้ำหนัก
จากนั้นก็เหมือนตกลงมาจากตึกสูง หัวใจสั่นวูบ แล้วพอลืมตาอีกทีก็เจอหน้าพ่อ ฉันฟื้นมาที่โรงพยาบาล
พ่อ: "เป็เด็กเป็เล็กหัดเป็ลม พ่อใหมดเลยรู้มั้ย"
พ่อเดินเข้ามากอดฉันแน่นจนหายใจแทบไม่ออก อ้อมกอดอุ่นๆของพ่อมันทำให้ฉันสบายใจเสมอ
แต่มันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆหรอกนะ เพราะั้แ่เราเสียแม่ไป พ่อก็ไม่เคยสนใจฉันอีกเลย
ไม่ค่อยพูดกับฉันด้วยซ้ำ ถ้าการที่ป่วยแล้วได้กอดพ่อ ฉันก็อยากป่วยทุกวัน