่เช้าที่สดใสอากาศเย็นสบายหนิงเหมยที่จัดการตนเองเสร็จก็เดินออกมาด้านนอกเรือนก่อนจะมองหาซีซวนทันทีวันนี้นางตั้งใจจะให้เขาออกไปด้านนอกเป็เพื่อนนางหลังจากที่ไม่ได้ออกจากจวนมานานไม่รู้ว่าเขาผู้นั้นจะอนุญาติหรือไม่ เมื่อวานก็มีสาวใช้ฮูหยินนำเงินส่วนของนางมาให้ทั้งหมด 1 ตำลึงทอง เป็แค่ลูกอนุที่มีแต่คนรังเกียจเงินที่ได้แต่ละเดือนจะเยอะได้อย่างไรเมื่อก่อนข้าใช้ฟุ้มเฟือยได้อย่างไรกันนะ
ก่อนที่จะส่งเสียงเรียกนางก็ได้กลิ่นหอมลอยออกมาจากห้องครัวน้อยๆของนาง นางค่อยๆเดินไปดูก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังคนน้ำแกงในหมออยู่พร้อมกับส่งเสียงพูดใส่เ้าตัวเล็กที่ชี้ก้านตนเองไปมาคล้ายเด็กอยากกินขนม
"ไม่ได้ของเ้าไม่มี นี่คืออาหารของคุณหนู อย่างเ้าจะมากินอาหารของคนได้อย่างไร"
เ้าตัวเล็กขยับไปมาด้วยความไม่พอใจแต่ก่อนข้ายังกินขนมนายหญิงได้เลยเ้าซื่อบื้อ จากนั้นมหกรรมการต่อสู้เล็กๆก็เกิดขึ้นต่างไม่มีใครยอมใคร
"คิด คิก "
เสียงหัวเราะราวกระดิ่งลู่ลมดังขึ้นมาเบาๆอย่างคนอารมณ์ดี หนิงเหมยอดหัวเราะทั้งสองคนไม่ได้ทะเลาะกันเป็เด็กๆเลยเชียว ทั้งคู่หยุดก่อนที่เ้าตัวเล็กจะลอยมาออดอ้อนนางส่วนซีซวนก็กลอกตาอย่างอดทน
"คุณหนู ข้าถือวิสาสะมาทำอาหารให้ขออภัยด้วยขอรับ"
"หืม ไม่เป็ไรหรอกแต่เดี๋ยวทางครัวก็ส่งอาหารมาเ้าไม่จำเป็ต้องทำตอนเช้า และตอนเย็นก็ได้ถ้าอยากทำ่เที่ยงมีเวลาเยอะแยะ"
หนิงเหมยพูดออกมาอย่างสบายๆไม่คิดอะไรเพราะนางชินแล้ว แต่กับซีซวนถึงกับงง แต่ตอนนี้มันสายมากแล้วเขารู้ว่าคุณหนูตื่นสายไม่เหมาะที่กุลสตรีพึงทำแต่เขาเห็นจนชิน แต่คนส่งอาหารเช้านี่สิหลังๆเริ่มมาส่งสายขึ้นเรื่อยๆเขากลัวคุณหนูตื่นมาไม่มีอะไรทานจึงได้เข้าครัวให้ถึงแม้เขาจะไม่ได้ทำอร่อยเหมือนเหล่าอาหารแต่รับรองกินได้แน่นอน
"ไม่ได้ขอรับตอนนี้พวกนางยังไม่มาส่งอาหารสักที ข้าทำให้คุณหนูเสร็จแล้ว ลองทานดูก่อนเถอะขอรับเดี๋ยวคุณหนูจะปวดท้องเอาได้"
หนิงเหมยที่กำลังหยอกล้อกับเ้าตัวเล็กอยู่เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักนานแล้วที่ไม่มีคนคอยเป็ห่วงและบอกให้นางทานข้าว มือที่แหย่เล่นกับเ้าตัวเล็กค่อยๆลูบช้าลงนางหันมามองหน้าของเขานิ่ง ซีซวนที่มือหนึ่งถือที่ตักอยู่ในมือยืนมองนางนิ่งเช่นกันสายลมเบาบางคล้ายพัดพาความสัมพันธ์เข้ามาทีละน้อย ซีซวนที่ยืนมองคุณหนูเห็นนางยืนมองเขานิ่งคล้ายคนตกในภวังชายเสื้อคลุมสีเขียวอ่อนที่เคลื่อนไปตามแรงลมพัด ใบหน้าที่ไร้การตกแต่ง ผมที่ปล่อยสยายโดยที่เ้าตัวไม่คิดจะจัดทรงแค่มัดไว้ด้วยแถบผ้าไว้ด้านหลังหลวมๆ ทำให้เขาใจเต้นทำไมถึงไมคุณหนูถึงงดงามเช่นนี้
หนิงเหมยมององค์รักษ์ที่การแต่งตัวช่างขัดกับหน้าที่ที่กำลังทำจนน่าขบขันใบหน้าที่หล่อเหล่าอบอุ่นช่างเป็ชายหนุ่มที่ไม่เหมาะกับการต่อสู้จริงๆ นางยิ้มออกมาก่อนจะเดินเข้าไปใกล้เขาเชิงหยอกล้อ ซีซวนตัวเกร็งทันทีเมื่อเห็นคุณหนูเดินเข้ามาในระยะที่เกือบจะชิดกัน หนิงเหมยกลั้นขำก่อนจะบอกเขาเสียงเบา
"ขอบใจเ้ามาก แต่ข้าชินแล้ว ยกออกมาข้างนอกเถอะ"
หนิงเหมยเดินขำออกไปเมื่อเห็นเขาหูแดง เ้าตัวเล็กก็ทำท่าเยาะเย้ยแค่นี้ทำเป็อาย ซีซวนพ่นลมหายใจดังฟู่ ระยะนี้อันตรายยิ่งนักเขาคงต้องระวังตัวสักหน่อยแล้ว เขาสะบัดหน้าไปมาก่อนจะยกสำรับออกไปให้นางด้านนอก
"มานั่งกินด้วยกันสิ กินคนเดียวคงไม่หมดหรอก"
"ข้ากินในครัวได้ขอรับ"
เขาบอกอย่างเกรงใจยังไงก็เ้านายไม่ควรทำตัวเสมอนาย
"ไม่เป็ไร ที่นี่ไม่มีคนอื่นไม่มีกฏเกณฑ์มาเถอะข้ากินคนเดียวคงเหงาแย่"
เ้าตัวเล็กที่กำลังกินเนื้อที่นางมอบให้เงยหน้ามองทันทีพี่ใหญ่ก็หยุดเคลื่อนไหวก่อนจะโน้มกิ่งลงมา อยู่มาตั้งหลายเดือนเหงาที่ตรงไหนกัน นางไม่สนใจปฏิกิริยาโดยรอบแค่มองหน้าเขานิ่งๆ ซีซวนถอนหายใจก่อนจะเดินไปนำข้าวมาอีกหนึ่งที่แล้วเข้าไปนั่งตรงข้ามนาง
"กินเถอะ"
นางบอกเสียงเรียบก่อนจะลงมือกินทั้งสองคนไม่พูดอะไรแค่กินเงียบๆท่ามกลางมวลบุปผาที่เริงระบำอย่างมีความสุข แม้ไม่มีการพูดคุยแต่บรรยากาศกลับผ่อนคลายและอบอุ่นขึ้นมาอย่างปะหลาด นางยิ้มเบาบางก่อนจะกินอย่างผ่อนคลายมีคนมาอยู่ด้วยก็ทำให้นางคลายเหงาได้บ้าง ซีซวนก็เต็มใจมาที่นี่อย่างน้อยชีวิตนี้นางไม่ได้้าอะจากที่นี่เขาจะเอาเื่ของนางไปรายงานหรือไม่ก็แล้วแต่ นางไม่สนใจสักนิดแค่ไม่หักหลังทำร้ายกันก็พอ
ซีซวนไม่เคยเจอเ้านายที่เป็กันเองเช่นนี้จึงอดแปลกใจไม่ได้ ก่อนจะอุ่นวาบในอกเขาเริ่มมีความคิดที่จะปกป้องนางขึ้นมาทีละนิดโดยไม่รู้ตัวรอยยิ้มนี้เขาจะรักษาเอาไว้เอง เมื่อทานอาหารเสร็จซีซวนนำถาดสำรับเข้าไปเก็บในห้องครัว หนิงเหมยนั่งบนเก้าอี้ด้วยท่าทางเกียจคร้าน เมื่อเขาเดินออกมาเห็นก็ยิ้มอย่างอ่อนใจก่อนจะส่ายหัว เขากำลังจะตักเตือนก็ได้ยินเสียงสาวใช้คนหนึ่งะโเข้ามาก่อนจะเห็นคนตัวเล็กวิ่งฉิ่วผ่านหน้าเขาไป
"คุณหนู พี่สาวว เ้าค่ะ พรึ่บ "
หนิงเหมยกำลังนั่งเพลินๆ ก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงของรั่วซีและการปรากฏตัวที่รวดเร็วยิ่ง ส่วนเ้าตัวเล็กก็ใหงายหลังไปเป็ที่เรียบร้อยเถาวัลย์รีบยื่นมารับอย่างทันท่วงที
"รั่วซี เ้าทำไมมาแบบนี้ข้าใหมด"
ตอนแรกเขาจะเข้าไปกันแต่พอเห็นคุณหนูเรียกชื่อก็ต้องชะงัก สาวใช้ที่คุณหนูอยากได้มารับใช้นั่นเอง
"ก็ข้าเป็ห่วงท่านนิเ้าค่ะไม่ได้มาหลายวันท่านเป็อย่างไรบ้างเ้าค่ะ"
"ข้าสบายดี"
"หรือเ้าค่ะ ค่อยยังชั่ว..."
เสียงของรั่วซีขาดหายเมื่อใจสงบลงก็ทำให้เห็นทัศนียภาพโดยรอบก่อนจะใอ้าปากค้าง หันมองรอบๆและหันมองหน้าคุณหนูสลับกันไปมา
"นี่...ที่นี่...คุณหนู"
หนิงเหมยขำก่อนจะบอกว่านางทำเอง และยังแนะนำซีซวนคนข้างกาย ให้นางรู้จักกันทั้งสองทำความรู้จักกันก่อนที่ซีซวนจะะโไปนั่งบนกำแพงอย่างเคยชิน
"โอ้โห คุณหนูเก่งจังเลยเ้าค่ะ อย่างกับอยู่ใน์เลยสวยงามมากรู้สึกเย็นสบายด้วยเ้าค่ะ"
หนิงเหมยยิ้มเอ็นดูก่อนจะเลียบเคียงถามว่านางอยากมาอยู่เป็คนของนางหรือไม่
"เ้าอยากมาอยู่กับข้าหรือไม่ แค่ดูแลข้าไม่เื่มากอะไร"
"ได้เหรอเ้าค่ะ ข้ายินดี"
นางคิดอย่างดีใจตอนแรกก็ตั้งใจจะมาขออยู่กับพี่สาวอยู่แล้วไม่คิดว่าพี่สาวจะเอ่ยปากก่อนด้วยตนเอง นางเบื่อความวุ่นวายในครัวและเสียงนินทาจากพวกสาวใช้จะแย่พอทราบว่าท่านแม่ทัพยกเลิกบทลงโทษก็ดีใจรีบวิ่งมาทันที
"ข้าจะแวะไปแจ้ง แม่ครัวด้วยตนเองตอนออกไปข้างนอกเ้าก็ย้ายมาอยู่ก่อนได้เลย"
"ไปไหนเ้าค่ะ เอ่อ เื่กำไลข้าไม่มีโอกาสได้ออกไปขอโทษด้วยเ้าค่ะข้านำมาคืนเพราะเห็นว่าคุณหนูไม่โดนลงโทษแล้ว"
นางยื่นมือเรียวไปรับกำไลสีขาวนวลสลักลวดลายดอกเหมยสีแดงสดดูงดงามสะดุดตานี่คือของท่านแม่ที่เหลือชิ้นสุดท้าย ตอนนั้นเพราะไม่คิดว่าจะโดนยกเลิกบทลงโทษจึงจำใจขายไป แต่ตอนนี้เหตุการณ์พลิกผันได้มันกลับคืนมานางสวมใส่ข้อมือขาวเนียนทันทีทำให้กำไลดูสวยงามยิ่งขึ้นเมื่ออยู่ในที่ที่เหมาะสม
"เ้าจะไปกับข้าหรือ" นางเงยหน้าถามสาวใช้ตัวน้อย
"เ้าค่ะของบ่าวมีไม่มากขนแปปเดียวก็เสร็จออกไปเป็เพื่อนคุณหนูก่อนได้เ้าค่ะ"
"งั้นก็ไปกันเถอะ ซีซวนไปกันเถอะ"
หนิงเหมยเดินกลับไปนำแบบวาดเครื่องประดับที่นางวาดเมื่อคืนออกมา เพื่อนำไปเสนอขายที่ร้านเครื่องประดับจันทราเสี้ยวที่เป็ที่โด่งดังในเมืองหลวง พวกนางสามคนต่างพากันเดินไปตามทางก่อนจะออกจากเขตท้ายจวน ซีซวนปิดประตูอย่างแ่า นางมองพื้นที่ด้านนอกที่คุ้นเคยและไม่คุ้นเคยก่อนจะพากันเดินไปแจ้งที่ครัวและตรงไปยังประตูข้างที่ใช้เวลานานพอสมควร แต่นางกลับบอกให้ซีซวนไปแจ้งพ่อบ้านเื่สาวใช้และจะออกไปข้างนอกก่อน ส่วนนางจะค่อยๆเดินไปเอง
ซีซวนรีบหายตัวไปแทนที่จะเดินไปนางส่ายหัวก่อนจะเดินไปกับรั่วซีสองคน ข้ารับใช้พอเห็นคุณหนูสามก็เบือนหน้าหนีไม่ทำความเคารพไม่สนใจไดได หนิงเหมยก็ไม่สนใจแค่เดินไปเรื่อยๆไม่รีบร้อน แต่รั่วซีกลับขมวดคิ้วบ่นอย่างไม่พอใจ
"เป็แค่ขี้ข้าแต่ดูทำพฤติกรรมเข้าสิเหมือนคนไม่ได้รับการอบรม"
"ช่างเถอะเ้าจะเก็บเื่พวกนี้มาคิดให้ตนเองอารมณ์เสียทำไม แค่สิ่งที่ไม่มีค่าให้สนใจ"
นางพูดไม่เบาไม่ดังแต่ข้ารับใช้แถวนั้นกลับได้ยินทั้งหมดก็แสดงสีหน้าไม่พอใจแต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไร รั่วซีก็สงบปากไม่พูดอะไรอีกพวกนางเดินต่อไปจนถึงหน้าประตูข้างเห็นยามเฝ้าประตูสองคนมองหน้ากันก่อนจะทำความเคารพ
"คุณหนูสามจะไปที่ไดหรือขอรับ"
"ข้าจะออกไปข้างนอกทำธุระน่ะ"
ทำธุระปกติออกไปเที่ยวเล่นมิใช่หรือมาตอนนี้บอกทำธุระ พวกเขาทำหน้างงจนเห็นท่านพ่อบานเดินมาพร้อมกับองค์ครักษ์หนึ่งคนก็ก้มหัวให้ทันที
"ท่านพ่อบ้าน"
"อืม คุณหนูสามนายท่านอนุญาตขอรับแต่กำชับว่าห้ามก่อเื่อีกเด็ดขาด"
"ข้ารู้แล้ว ไปกันเถอะรั่วซี"
"เ้าค่ะ"
จากนั้นทั้งสามคนก็เดินออกมาหน้าจวนด้านนอกอากาศร้อนนิดหน่อยมีลมพัดแรงพอประมาณทำให้หนิงเหมยอดแสบผิวไม่ได้นางมองหารถม้าของจวน ซีซวนเห็นเช่นนั้นจึงได้ไปถามเอาจากด้านข้างของจวนแต่พอเห็นที่ซีซวนนำมาก็อดคิ้วกระตุกไม่ได้ สภาพรถม้าที่ทำจากไม้ธรรมดาคล้ายจะพังลงมาไม่มีตราประทับของตระกูลคล้ายรถม้าของคนใช้อย่างไรอย่างนั้น หึ
"คุณหนู คือ.."
"ช่างเถอะ ไว้มีเงินข้าจะซื้อรถม้าเป็ของตัวเอง"
หนิงเหมยก้าวขึ้นรถม้าอย่างว่องไวไม่มีการโวยวายสักนิด ซีซวนและรั่วซีต่างมองหน้ากันซื้อใหม่หรือ
จากที่รถม้าเคลื่อนที่ออกไปสู่ความวุ่นวายในเมืองหลวงผู้คนมากมายเดินจับจ่ายซื้อของ มีร้านถังหูลู่ ร้านอาหาร ร้านเครื่องประดับข้างทาง ร้านขายเสื้อผ้าที่สวยงาม นางมองที่เสื้อผ้าตนเองที่นางเลือกใส่แต่สีธรรมดาไม่ฉูดฉาดเหมือนแน่ก่อนเน้นสีขาว เขียว ฟ้า ชมพูอ่อน เหลืองอ่อนแล้วก็ไม่มีสีอื่นอีก นางมองอย่างชั่งใจรอขายแบบได้จะแวะสักหน่อย
รถม้าคันเก่าคล้ายจะพังเคลื่อนที่มาจอดข้างร้านจันทราเสี้ยวก่อนที่รั่วซีจะยืนรอรับคุณหนูลงมาจากรถม้าอย่างระมัดระวังภาพหญิงสาวที่งดงามแต่งตัวเรียบง่าย คล้ายคนไม่สนโลกลงมาจากรถม้าคันเก่าดึงดูดผู้คนแถวนั่นได้เป็อย่างดี ใบหน้าเรียวงดงามสบายตาพิศมองแล้วสบายใจยิ่ง รูปร่างที่สมส่วนดูบอบบางลู่ลม ทรงผมที่ผูกไว้หลวมๆม้วนด้านหน้าสองข้างเล็กน้อยประดับไว้แค่ผ้าผูกผมสีฟ้าอ่อน ปลายผมปลิวไปตามสายลมชุดสีเขียวอ่อนทับด้านในสีขาวไม่มีลวดลายไดไดชวนให้คล้ายเซียนน้อยที่สูงส่งยิ่งนัก
ซีซวนรีบออกมายืนบังคุณหนูทันทีด้วยใบหน้าเคร่งขรึม หนิงเหมยยืนงงสักครู่ที่ซีซวนมายืนบังตนเองก่อนจะเข้าใจทุกคนต่างมองมาที่นาง แต่หาได้สนไม่นางแตะแขนเขาเบาๆแล้วพยักหน้าเชิงบอกว่าอย่าสนใจก่อนจะพากันเดินเข้าไปด้านใน
"นั่นแม่นางคนนั้นคือเซียนน้อยที่ไหนทำไมดูงดงามขนาดนี่"
ชายผู้หนึ่งที่ถูกใบหน้างดงามทำให้ตะลึงเอ่ยออกมาอย่างล่องลอย
"ข้าว่า ข้าคุ้นหน้าแปลกๆนะ"
ชายอีกคนกอดอกครุ่นคิดแบบจริงจัง
"เอ๋...คล้ายคุณหนูสามลู่หนิงเหมยที่ร้ายกาจเลยนะเ้าว่ามั้ย"
"ห้ะ!! จริงด้วย"
"อะไรนะ!!"
ทั้งสามคนไม่รับรู้ว่าด้านนอกจะตกตะลึงแค่ไหนและคาดเดาไปต่างๆนาๆ หนิงเหมยตรงไปที่คนต้อนรับของร้านทันที
"มีอะไรให้ข้าน้อยรับใช้หรือไม่ขอรับ"
ชายที่แต่งตัวสุภาพเอ่ยทักทายคุณหนูที่งดงามด้านหน้าด้วยความนอบน้อมตามแบบฉบับที่ได้สั่งสอนมา
"ข้ามีแบบมานำเสนอเผื่อเ้านายของเ้าจะสนใจ"
คนต้อนรับมองหน้าทั้งสามคนเงียบๆก่อนจะผละไปหลังร้านแล้วออกมาพร้อมผู้หญิงที่มีอายุแต่ยังสวยงามอยู่นางมองประเมิณสาวน้อยด้านหน้าด้วยความตะลึง จะมีสักกี่คนที่ไม่แต่งแต้มแล้วยังงดงามเช่นนี้ของแท้ไม่มีการเสริมแต่งจริงๆนางอดอิจฉาไม่ได้
"น้องสาวเ้ามีอะไรมาเสนอแก่พี่สาวเช่นนั้นหรือ" นางใช้คำเรียกที่สนิทสนมทันที
"นี่เ้าค่ะ" หนิงเหมยี้เีพูดนักจึงได้ยื่นกระดาษให้ดู
จื่อหยาเห็นเช่นนี้ก็เลิกคิ้วก่อนจะคลี่กระดาษออกดูก็ต้องอึ้งไป รูปกำไลข้อมือที่มีลวดลายดอกไม้ที่นางไม่รู้จัก เลื้อยพันอยู่รอบตัวกำไลที่เด่นชัดและดูงดงามเปล่งประกายนางไม่เคยเห็นฝีมือการวาดภาพใครดีเท่านี้มาก่อน แม่นางน้อยผู้นี้เป็คุณหนูจวนไดกัน มีคนติดตามแค่สองคนผู้ชายนั่นน่าจะเก่งกาจพอตัว สาวใช้ก็ดูฉลาดเฉลียวนางชักสนใจขึ้นมาแล้วสิ
"นี่..งดงามมากดูอ่อนหวานงดงามแต่ก็แฝงด้วยความเศร้าพี่สาวขอถามได้หรือไม่นี่คือดอกไม้อะไรหรือ"
"ข้าก็ไม่ทราบเ้าค่ะ เห็นสวยเลยวาดมาให้"
"อ๋อ..เช่นนั้นหรือแบบนี้งดงามถูกใจพี่สาวมากเช่นนั้นพี่สาวจะซื้อไว้แล้วกันน้องสาวถ้ามีแบบใหม่ๆอีกก็นำมาขายที่พี่สาวได้"
"เ้าค่ะ"
จื่อหยาจัดการจ่ายเงินเรียบร้อยก็ถามชื่อน้องสาวผู้งดงามออกไป
"น้องสาวชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไรหรือ พี่สาวชื่อ จื่อหยาแห่งร้านจันทราเสี้ยว"
"ข้า ลู่หนิงเหมย ลาเ้าค่ะ"
เมื่อได้เงินมานางก็ไม่รั้งอยู่อีกพากันเดินออกมาก่อนจะสั่งให้ซีซวนพาไปร้านเสื้อผ้าที่ไม่ใหญ่มาก หนิงเหมยดูเงิน 20 ตำลึงทองที่ได้มาด้วยความพอใจดอกไม้นั้นนางไม่รู้จักแต่ลักษณะมันน่าสนใจดูสวยงาม อ่อนหวานแลคล้ายแทนความเศร้าด้วยนางจึงเลือกมาเป็แบบแรก
ภายในร้านทุกคนต่างตกตะลึงคุรหนูลู่หนิงเหมยที่ร้ายก
าจน่าตาไม่งดงามผู้นั่นนะเหรอจื่อหยาส่งเสียง หึ ออกมาก่อนจะพูดเสียงเบา
"เชื่อคำเล่าลือไม่ได้จริงๆ"
นางมองลวดลายในกระดาษอย่างดีก่อนจะไล่สายตาไปที่มุมกระดาษมีชื่อขนาดเล็กเขียนไว้ว่า...
..เครื่องประดับเหมยลี่..
เครื่องประดับเหมยลี่หรือชื่อเ้าของน่าสนใจดี หึหึ จื่อหย่าเดินเข้าไปทางหลังร้านด้วยใบหน้าที่ลูกน้องก็เดาไม่ออก