บทที่ 33 เธออยากเข้าทำงานที่บริษัท
กว่าเสิ่นเมิ่งจะกลับถึงบ้านก็เป็นเวลาอาหารเย็นแล้ว
ในตอนนี้ลู่ผิงที่อาการดีขึ้นเล็กน้อย กำลังนั่งซดโจ๊กอยู่ที่โต๊ะอาหาร พอเห็นเสิ่นเมิ่งเดินเข้ามา ใบหน้าของเธอก็เผยรอยยิ้มออกมาทันที โบกมือเรียกให้เธอมานั่งด้วย
“เมิ่งเมิ่ง มานี่เร็ว ป้าหวังทำซุปกระดูกหมูที่ลูกชอบไว้ให้ด้วยนะ”
“ค่ะ หนูกำลังไปค่ะ” เสิ่นเมิ่งพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นของเธอดูฝืน ๆ ไปหน่อย
ลู่ผิงชะงักไปเล็กน้อย เธอจ้องมองลูกสาวด้วยสายตาที่อ่อนโยน ขณะที่เสิ่นเมิ่งกำลังล้างมือ ก่อนจะเอ่ยปากถามอย่างแผ่วเบา “เป็นอะไรรึเปล่าเมิ่งเมิ่ง เจอเรื่องไม่สบายใจมาเหรอ ลองเล่าให้แม่ฟังไหม?”
“ไม่มีหรอกค่ะ หนูมีพ่อกับแม่ดูแลเอาใจใส่ขนาดนี้ จะมีเรื่องไม่สบายใจได้ยังไงล่ะคะ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” เสิ่นเมิ่งยิ้มหวานและดูซุกซน เธอเอื้อมมือไปรับซุปที่ป้าหวังส่งมาให้ ดื่มเข้าไปอึกใหญ่แล้วก็หรี่ตา มองด้วยความพอใจ “อ้าาาา ซุปกระดูกหมูของป้าหวังนี่อร่อยที่สุดเลย อร่อยจริง ๆ!”
“คุณหนูนี่ล่ะก็ปากหวานจริง ๆ เลย” ป้าหวังกับลู่ผิงหัวเราะพร้อมกัน แต่ทั้งสองสบตากันด้วยสายตาเป็นกังวลเล็กน้อย
เสิ่นเมิ่งต้องเจอเรื่องไม่สบายใจอะไรมาแน่ ๆ เธอกำลังพยายามปกปิดอารมณ์ที่แท้จริงของตัวเองอยู่
แต่ถ้าเธอไม่ยอมพูดออกมา พวกเธอก็ทำได้แค่เฝ้าดูอย่างเงียบ ๆ
ตอนนั้นเอง คุณเสิ่นจงเฉิงก็กลับมา พอเดินเข้ามาในบ้านก็ได้ยินเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาเช่นกัน รีบก้าวเท้ายาว ๆ เข้ามาในบ้านทันที “คุยอะไรกันอยู่ ดูน่าสนุกเชียวนะ”
“พ่อ!” เสิ่นเมิ่งร้องเรียก เธอลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งมาหาเสิ่นจงเฉิง พร้อมกับตักซุปเต็มช้อนส่งเข้าไปในปากของเสิ่นจงเฉิง ดวงตากลมโตของเธอจ้องมองรอคอยปฏิกิริยาของผู้เป็นพ่ออย่างใจจดใจจ่อ “อร่อยไหมคะ?”
“อืม อร่อยมาก” เสิ่นจงเฉิงลิ้มรสชาติของซุปกระดูกอย่างตั้งใจ พลางพยักหน้าไม่หยุด “ซุปที่ลูกสาวสุดที่รักป้อนให้นี่มันอร่อยเป็นพิเศษจริง ๆ!”
เสิ่นเมิ่งก็เอียงคอ ยิ้มอย่างภูมิใจ
ทันใดนั้นทุกคนในบ้านต่างพากันหัวเราะออกมา
ลู่ผิงหัวเราะอย่างมีความสุข แต่ก็อดไม่ได้ที่จะดุเบา ๆ “ดูเด็กคนนี้สิ โตจนป่านนี้แล้วยังทำตัวแบบนี้อยู่อีก ชอบป้อนข้าวป้อนน้ำให้พ่ออยู่เรื่อยเลย”
“ก็ได้ค่ะ รู้แล้วว่าท่านหญิงของเรากำลังหึง งั้นข้าน้อยผู้นี้ขอถวายซุปให้ท่านแม่ลองชิมดูบ้างนะเจ้าคะ” เสิ่นเมิ่งรีบวิ่งกลับไปที่โต๊ะอาหาร ตักซุปกระดูกหมูป้อนเข้าไปในปากของลู่ผิง
ลู่ผิงไม่ทันตั้งตัว เกือบสำลักออกมา แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหันไปยิ้มให้ป้าหวัง “เธอดูลูกสาวฉันสิ ซนจริง ๆ เลย เหมือนลิงไม่มีผิด!”
“คุณหนูก็แค่ร่าเริงตามประสาวัยรุ่น ฉันว่าก็น่ารักดีออก!” ป้าหวังรีบเดินเข้าไปช่วยลูบหลังให้ลู่ผิงพลางพูดด้วยรอยยิ้ม
ทุกคนพากันหัวเราะออกมาอีกครั้ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความรักความอบอุ่น เสิ่นเมิ่งดื่มด่ำกับความอบอุ่นและกลมเกลียวราวกับล่องลอยอยู่บนสรวงสวรรค์ เหมือนกับเธอกำลังอยู่ในความฝัน
นานแค่ไหนแล้วนะที่เธอไม่ได้กินข้าวกับครอบครัวแบบนี้ ตั้งแต่วันเกิดครบรอบสิบแปดปีของเธอ วันที่เสิ่นเจียจงใจไปค้นใบรับรองการรับเลี้ยงดูบุตรบุญธรรมจากห้องทำงานพ่อมาให้เธอดู ตั้งแต่นั้นมาเธอก็ไม่เคยสนิทสนมกับพ่อแม่แบบนี้อีกเลย
เสิ่นเมิ่งเอาแต่คิดว่าตัวเองไม่ใช่ลูกแท้ ๆ พ่อกับแม่คงไม่ได้รักเธอจริง ๆ เธอจึงจงใจทำตัวงี่เง่าและห่างเหินกับพวกท่าน สร้างกำแพงขึ้นมากั้น แถมยังทำเรื่องให้พวกท่านเสียใจอีกตั้งหลายเรื่อง…
หลังจากวันเกิดครบรอบสิบแปดปี บ้านของพวกเราก็ไม่ค่อยมีเสียงหัวเราะที่สนุกสนานแบบนี้อีกเลย ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเสิ่นเจียกับเสิ่นจงเฉิน สองพ่อลูกคู่นั้นวางแผนไว้ตั้งนานแล้ว ลงมือกันตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เสิ่นเมิ่งก็รู้สึกเจ็บปวดหัวใจ เมื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในครั้งนี้ เธอจะไม่ยอมให้สองพ่อลูกคู่นั้นสมหวังอีกเด็ดขาด เธอต้องปกป้องครอบครัวของเธอ และต้องรีบลงมือ...
ระหว่างที่เสิ่นจงเฉิงนั่งลงกินข้าว เสิ่นเมิ่งก็ถือโอกาสเอ่ยปากพูดขึ้น
“พ่อคะ พวกเราอยู่ปีสี่กันแล้ว เหลือเรียนอีกไม่กี่วิชา อาจารย์ก็สนับสนุนให้พวกเราไปฝึกงาน หนูอยากเข้าไปเรียนรู้งานที่บริษัทค่ะ”
ทันทีที่เสิ่นเมิ่งพูดจบ เสิ่นจงเฉิงกับลู่ผิงก็ถึงกับชะงักไป...