3
กวีวัธน์ ฟัด ชลธร
.......... วันศุกร์
Part ชลธร
" ไอ้ชล .. เปิดประตูให้กูเดี๋ยวนี้นะเว้ย " .. เสียงของวี ที่ตะคอกใส่ผมอย่างสุดเสียงของเขา
" กูไม่เปิด.. แล้วมึงก็เลิกแหกปากซะที น่ารำคาญนะรู้ไหม?? " ... ผมที่ค่อยๆประโลม ให้วีใจเย็นลงและหันมาคุยดีๆกับผม
" แล้วมึงจะพากูไปไหน กูมีเรียนต่อนะเว้ย เปิดประตูให้กูเดี๋ยวนี้!! " .... วียังคงชักสีหน้าใส่ผมไม่เลิก
" สภาพมึงเละขนาดนี้ มึงไปเรียนได้หรอวะ"
" อีกอย่าง...มึงไม่อายคนอื่นเขาหรอวะ เนื้อตัวมึงมอมแมมแบบนี้ มึงรับได้หรอวี " ... ผมดุปนบ่นๆให้วีฟัง จนวีนิ่งเงียบไปสักพัก
" แล้วมึงจะพากูไปไหน ..ไอ้ชล " ... วีที่นั่งอยู่นิ่งๆ ถามกลับผมด้วยเสียงที่เบาๆนิ่งๆลง พร้อมกับทำสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
" กูจะพามึงกลับหอ ไปเปลี่ยนเสื้อแล้วกลับมาเรียนต่อ "... ผมตอบคำถามวีด้วยน้ำเสียงที่เย็นๆลง
" อึม!! .... " .... ปลายเสียงของคนที่นั่งอยู่ข้างๆผม ตอบรับด้วยระดับที่เบาๆ เหมือนรับรู้และยอมทำในสิ่งที่ผมกำลังจะทำ ... หลังจากที่เถียงกันอยู่สักพัก ผมก็เริ่มขับรถพาวีกลับไปเปลี่ยนเสื้อที่หอทันที
.........
"หอพักนักศึกษาชาย ตึกที่15"
" เดี๋ยวๆๆๆ ไอ้ชล นี่มันไม่ใช่หอกู " .... ใช่ครับ ผมพาวีมาเปลี่ยนเสื้อของผมก่อน เนื่องจากหอของวี ยังต้องไปอีกไกล บวกกับเวลาเรียนคาบบ่ายใกล้เข้ามาเต็มที ผมเลยจะให้วีใส่เสื้อของผมไปก่อน
" มันกี่โมงละวี ... ไปหอมึงจะทันหรอ ใส่ของกูไปก่อนนะ ทนใส่หน่อยถ้าไม่อยากอายใครเขา"....
" แต่ชล...!! " ... วีที่คอยจะขัดผมตลอดเวลา
" ดื้อชิปหายเลยนะมึงอ่ะ .. จะขึ้นไปดีๆหรือตะให้กูอั้มขึ้นไป!! มึงเลือกเอานะวี".... ผมที่รีบตัดบท และบังคับให้วีขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อนักศึกษา แทนตัวที่เปื้อนคราบกาแฟ เพื่อที่จะได้ทันเวลาเรียนใน่บ่าย
" เออ มึงก็พาขึ้นไปดิวะ "... วีตอบผมด้วยเสียงห้วนๆ
............... ผมเดินนำหน้าเพื่อพาวีขึ้นไปยังห้องของผม วีก็คงจะเติมใจเดินขึ้นมาด้วยแหละมั้ง เห็นท่าเดินแล้วเหมือนกับซอมบี้ที่กำลังป่วย เหยาะๆแหยะๆ เหมือนไม่อยากเหยียบที่นี่ยังไงก็ไม่รู้
" เชิญเข้าห้องครับ คุณกวีวัธน์ ".... ผมที่เปิดประตูห้องแล้วผายมือเชิญวีเข้าไปในห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อ
" เออน่ะ.. ยุ่ง!!! ขอบใจ ".... วีตอบผมด้วยน้ำเสียงห้วนๆเหมือนเดิม
" ไหนๆก็จะเปลี่ยนเสื้อละ มึงอาบน้ำเลยดีกว่า "... ผมยังบังคับวีให้อาบน้ำต่อ
" อาบพ่อง!!! เปลี่ยนเสื้อก็พอแล้ว " ... วีตอบผมด้วยท่าทางกวนๆ
" กูบอกให้มึงอาบน้ำ.." .. ผมเริ่มกัดฟันพูดอีกครั้ง
" ทำไมกูต้องอาบวะ " .... วีเลิกคิ้วขึ้นแล้วถามผมแบบกวนๆอีกครั้ง
" มันเหนียว มันสกปรก.. ถ้าเป็กูกูอาบนะ คนจะได้ไม่มองว่ากูโสโครก " .... ผมตอบกวนๆวีไป
" หลอกด่าหรอไอ้สัส!! " ... วีเริ่มจะวีนผมอีกแล้ว
" ใครด่า ไม่มี!! .. แค่พูดให้คิดน่ะ ว่ามันเหนียวเหนอะหนะ และสกปรกมากๆ "... ผมตอบวีด้วยการชักสีหน้าจริงจังใส่อีกครั้ง
“ เออ อาบก็อาบวะ ไหนล่ะผ้าเช็ดตัว” … วีที่กำลังทำหน้าคิ้วขมวดถามหาผ้าเช็ดตัว
“ ในห้องน้ำก็มี ทำไม!! มึงอยากจะใช้ผืนเดียวกันกับกูหรอ”….. ผมย้อนถามวีด้วยสีหน้ากวนๆ
“ หึ้ย!!! น่ารำคาญจริงๆ ”…. วี ถอนหายใจดังๆ แล้วรีบเดินเขาห้องน้ำเพื่ออาบน้ำก่อนจะเปลี่ยนชุดไปเรียน
“ เฮ้ออ!! คนอะไรวะแม่ง… โคตรขี้บ่น ขี้นอยด์ชิปหาย ”….. หลังจากที่ผมพรึมพรำกับตัวเออยู่พักใหญ่ๆ วีก็ได้อาบน้ำเสร็จพอดี … แต่ภาพที่ผมได้เห็นทำให้ผมถึงกับต้องนั่งตาค้างตะลึง …เรือนร่างของชายที่ค่อนข้างสันทัด ผิวขาวเนียนอมชมพู มีกล้ามนิดๆพอเป็เสน่ห์ อยู่ในสภาพที่มีผ้าขนหนูพันรอบเอวไว้แบบไม่หลวมมาก มือทั้งสองข้างที่กำลังถือผ้าขนหนูผืนเล็กทำท่าเช็ดผมของตัวเองอยู่หน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้งของผมอย่างละเมียดละไม .. ซึ่งอิริยาบทของวี ทำให้ผมถึงกับทำอะไรไม่ถูก พูดอะไรไม่ออก … ผมที่นั่งเหม่อมองจ้องไปที่วีอยู่พักใหญ่ อาจทำให้วีรู้สึกว่าอาจจะมีใครจ้องมองเขาอยู่ และแน่นอนเขาให้หันหางตามาที่ผมทันที
“ มองอะไรวะ!! ” …. วีที่ถามผมบวกกับทำสีหน้าสงสัย
“ ป่าว .. รีบแต่งตัวซะ เดี๋ยวไปไม่ทันนะเว้ย!! ” … ผมที่พยายามดึงอารมณ์ของผมให้กลับมาปกติ หลังจากที่หยุดการเคลื่อนไหวไปพักใหญ่
“ เออ .. ทันน่ะ มึงไม่ต้องมาเร่งกูหรอก ”… วีชักสีหน้าบ่ายเบี่ยงแบบไม่สนใจ แล้วหันกลับไปเซ็ตทรงผมต่อ .. ทรงงผมที่วีบรรจงจัดนั้น ทำให้ผมต้องตะลึงอีกครั้ง เพราะว่าผมไม่เคยเห็นวีทำผมทรงนี้ให้ผมเห็นเลย .. ทรงผมที่ปัดเปิดหน้าผากไปทางข้างขวา ทำให้เห็นใบหน้าเรียวๆได้ชัดขึ้นกว่าเดิม เจตนาของวีที่ทำผมทรงนี้ก็อาจจะพ่วงผลที่มาจากการที่วีได้สระผมซึ่งก็ยังไม่แห้งก็เป็ได้ หลังจากที่วีได้จัดการกับทรงผมของตัวเองเรียบร้อย ก็จัดการแต่งองค๋ทรงเครื่องในเครื่องแบบนักศึกษาของผมที่เตรียมไว้ให้จนเสร็จเรียบร้อยดี
“ เสร็จแล้ว ไปสิรออะไรล่ะ .. เดี๋ยวเขาก็เช็คขาดหรอก”… วีที่หันหน้ามาหาผม แล้วชวนผมให้รีบออกไปเรียนให้ทันเวลา
“ เสื้อตัวใหญ่มากนะ กูใส่เป็ชุดนอนยังได้เลย” … วีชวนคุยด้วยสีหน้าท่าทางที่กวนๆ
“ ก็เกิดมาตัวเล็กเอง ทำใจนะ ” …. ฺผมที่ตอบวีแบบส่งๆไป
“ บูลลี่หรอ ตัวเล็กแล้วไงวะ ดังกว่าคนอื่นก็แล้วกัน ”… ฺวีเบะปากใส่ผมคณะที่คุยด้วยกันอยู่บนรถของผม
“ บูลลี่อะไรวะ .. กูพูดความจริง รับไม่ได้เลยหรือไง .. ไอ้ตี๋เล็ก!!”…… ผมตอบวีแบบกวนๆต่อไป
“ ผมไม่เล็กนะค๊าบบบ …. โด่วว!!! ” ….. วีที่ตอบกวนๆใส่ผมต่อ ทำให้ผมไปไม่เป็กับคำพูดที่ออกมาจากปากของเขา เพราะผมไม่เคยคิดว่า คนที่หน้าตาน่ารักๆ ดูซื่อๆอย่างวีจะมีมุมนี้กับคนอื่นเขาด้วย
“ ใหญ่มากนักหรอ ถึงได้อวดซะแรงเลย ”… ผมที่ยังรับมุขของวีอยู่ตลอด ด้วยสีหน้าที่น้ำเสียงที่ออกแนวกวนๆ
“ เออ .. ใหญ่แล้วจะทำไมวะ ” …. วีที่ยังกวนผมไม่เลิกรา
“ ก็อยากจะรู้เหมือนกันแหล่ะวะ ว่าจะใหญ่ขนาดไหน .. ลองจับขอกูแล้วก็เอไปเทียบกับของมึงดูก็ได้นะ”… ผมไม่รู้ว่าตอนนั้นผมคิอไปถึงไหน และคิดอะไรอยู่กันแน่ ถึงได้เผลอหลุดปากพูดแบบนั้นออกไปให้วีได้ยิน
“ ไอ้ชล!! นี่มึงคิดอะไรอยู่ .. ทำไมกูต้องจับอะไรของมึงด้วยวะ?? ”… วีชักสีหน้ากลับทันทีที่ได้ยินผมเผลอหลุดบูดแบบนั้นออกไป
“ อ้าว .. ก็คุยว่าใหญ่นักใหญ่หนา ก็มาลองจับของกูดูดิ มันพอจะใหญ่เท่าของมึงมั้ย?? ”…. ผมที่แก้้ตัวแบบส่งๆ
“ เชี้ยยย!! …. ความคิดอกุศลเยนะมึง จังไรชิปหายคนอะไรวะเนี่ย .. ”
“ ที่กูพูดว่ากูก็ไม่ได้เล็กอ่ะ .. คือตัวกูต่างหากเว้ย กูไม่ได้ตัวเล็กนะ ตัวกูก็เกือบเท่าๆมึงเลยแหล่ะ ”
“โอ้โห!! มึงนี่นะ แม่งโคตรหมกมุ่นว่ะ ” …. วีนั่งบ่นแกมด่าผมไปตลอดทาง .. แต่ผมก็ไม่ได้คิดมาอะไรนะครับ เพราผมคิดไปมากกว่าเื่ขนาดตัวของวีจริงๆ .. ผมทำได้แค่นั่งอมยิ้มปนแอบขำไปกับความน่รักของวี ที่คอยนั่งบ่นให้ผมฟังไปตลอดทาง จนผมขับรถมาถึงตึกคณะของวี
…………………………. 12.50 น.
“ รำคาญว่ะ นั่งรถมากับมึงเนี่ย!! ” …. จนจะลงจากรถแล้ว วีก็ยังไม่เลิกบ่นให้ผมเลย
“ แต่กูไม่เคยรำคาญมึงเลยนะวี .. ไม่เคยเลยแม้แต่ครั้งเดียว ”…. คำตอบของผมที่สวนกลับไป ทำให้วีต้องหยุดพูดไปชั่วขณะ เพราะผมพูดออกมาจากความรู้สึกของผม ที่ผมไม่เคยรำคาญวีเลยแม้แต่สักครั้งเดียว
“ …………” วีที่นั่งเงียบๆ ใส่ผมอยู่ในขณะนี้
“ วี.. เลิกเรียนกี่โมง ”… ผมถามวีด้วยน้ำเสียงนุ่มๆ
“ ทำไมวะ .. กูจะเลิกเรียนเวลาไหน มันเกี่ยวอะไรกับมึงวะไอ้ชล ”…. วีหันหน้ากลับมาเหวี่ยงๆใส่ผมต่อ
“ วี กูซีเรียสเว้ย .. เลิกเรียนกี่โมง บอกกูเร็วๆ กูจะมารับ ” …… ผมพยายามอ้อนวอนวีให้ตอบคำถามของผม
“ จะมารับกูทำไมไอ้ชล วันนี้กูขับรถมา”
“ ให้เพื่อนมึงขับไปจอดไว้ให้มึงนะ… กูขอร้อง ช่วยกูหน่อยนะ เลิกเรียนกี่โมง เดี๋ยวกูมารับ”….. ผมพยายมเกลี่ยกล่อมให้วีตอบตกลงผม
“ ช่วย .. ช่วยอะไรของมึงวะ วู้ว!!”…. วีก็ยังทำท่าไม่พอใจผมไปเรื่อยๆ
“ ไปกับกูหน่อยนะ ไปช่วยกูหน่อย กูขอร้องล่ะ … กูต้องให้มึงช่วยจริงๆ กูนึกถึงใครไม่ได้เลย นอกจากมึงคนเดียว เพื่อนกูก็ช่วยกูไม่ได้ ต้องเป็มึง มึงคนเดียวเท่านั้นนะวี กูขอร้อง!!!!! ” ….. ผมชักสีหน้าจริจังที่สุกให้วีได้รับรู้ถึงการขอร้องของผม
“ เอออ!!! บ่ายสามครึ่ง กูจะลงมารอมาหน้าคณะ ช่าห้านาทีกูกลับหอแน่… ”….. ในที่สุด วีก็ตอบตกลงกับผม ทำให้ผมอุ่นใจไปแล้วครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งให้ันเกิดขึ้นใน่เวลาที่เหลือในวันนี้ก็แล้วกัน
“ เห้ย!! ขอบใจนะเว้ยย .. โอ้จอรจ์ แม่งโคตรยอดเลย … ขอบคุณมากนะมึง”….. ผมที่ดีใจกับการที่วีตอบตกลงผม ทำให้เผลอไปจับมือขาวๆนุ่มๆของวีโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะเป็อาการใตามสัญชาติญาณ .. จนทำให้วีต้องใกับการกระทำของผม
“ ไอ้เชี้ยชล!! ปล่อยกู กูเจ็บนะเว้ย!! จับมือหรือบีบมือวะเนี่ย โอ๊ยย!!” ….. วีทำหน้าเหยเกเพราะผมเผลอบีบมือของวี จนทำให้วีต้องเจ็บมือแล้วรีบสะบัดมือออกจากผมทันที
“ วี!! เจ็บมากไหม กูขอโทษ กูไม่ได้ตั้งใจ ”…. ผมรีบขอโทษวีทันที
“ ถ้าตั้งใจมือกูหักแน่นอน … คนอย่างมึงอ่ะนะ”….. วีที่ตอนนี้กำลังมองค้อนให้ผม
“ เปิดประตู กูจะไปเรียนแล้ว …”
“ เออๆๆๆ .. เดี๋ยวมารับนะ ” .. ผมเปิดประตูรถให้วีลงรถ
“ เดี๋ยวก่อนวี!! ”…. ผมเลื่อนกระจกรถลงแล้วเรียกวีไว้ จนวีเดินกลับมาที่รถของผมอีกครั้ง
“ อะไรของมึงอีกวะเนี่ย!!! กูจะรีบไปเรียน” …
“ ตั้งใจเรียนนะครับวี ^^ ”…. ไม่รู้ว่าเป็เพราะเหตุใด ที่ทำให้ผมพูดกัวีออกปแบบนั้น ซึ่งก็ทำให้ตัวผมเองเขินไม่แพ้กับวีทีกำลงยืนหูแดงให้ผมเห็นอยู่ในเวลานี้
“ หู้ว! … พูดอะไรวะ ไปๆๆๆ ไปเรียนได้แล้วมึงอ่ะ ”…. วีแก้เขินด้วยการไล่ให้ผมกลับบไปเรียนที่คณธ ซึ่งผมก็ไม่รอช้า รีบขับรถไปคณะเภสัชทันที เพราะกลัวจะพรีเซนต์งานไม่ทัน อีกอย่างเพื่อนผมก็รออยู่ที่คณะั้แ่เที่ยงแล้ว
………………………………………
“คณะเภสัชศาสตร์”
Part แกงค์ช้างเผือก
“ ไอ้ที มันจะรู้ไหมวะน่ะ ว่าอาจารย์ยกคลาส ” ชลัมพล ถามเพื่อนอ่างนทีด้วยความสงสัย
“ คงรู้แล้วล่ะ ไม่งั้นมันคงมาแล้วล่ะว่ะ ”
“ เห้ย!! จะพรีเซนต์งานอยู่ละ มึงสองตัวมานั่งสง่าอะไรตรงนี้วะเนี่ย ”.. ชลธร รีบเดินเข้ามาหาเพื่อนที่นั่งรออยู่ตรงหน้าตึกของคณะ
“ รอมึงมานี่แหล่ะไอ้สัตว์!! มึงพามันไปเปลี่ยนชุดที่บ้านหรอวะ มาจนป่านนี้ อีกอย่างอาจารย์ยกคลาสเป็ที่เรียบร้อยเว้ย ไม่มีการเรียนการสอน มึงอ่านบ้างป่ะ ไลน์กลุ่มอ่ะ” …. นที ที่ปวดหัวกับชลธรไม่อ่านไลน์กลุ่ม
“ อ้าวจริงดิ .. กูจะเอาเวลาไหนไปดูโทรศัพท์วะ .. แม่งชวนกูทะเลาะั้แ่ขาไปยันขากลับ มึงรู้ไหมว่ากูต้องสู้กับมันหนักแค่ไหนจนกว่ามันจะหยุด”… ชลธร บ่นไปพรางๆ
“ แล้วมันหยุดไหมล่ะ??” … ชลัมพล ถามเพื่อนตัวเอง
“ ไม่ว่ะ แม่งไฟท์เก่งกว่าบัวขาวอีกว่ะ ” … ชลธร ตอบเพื่อนด้วยสีหน้าเอือนๆ
“ ฮ่าๆๆๆๆ .. กูว่าแล้ว!!! ”… ชลัมพล กับ นที หัวเราะลั่นถึงกับอุทานออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“ ใครได้เป็แฟนหรือเป็เมียนะ แม่งหูดับแน่ๆว่ะ แต่ละวันคงสรรหาเื่มาบ่นให้ฟัง”… ชลธรตัดพ้อเพื่อนๆ
“ ฮ่าๆๆๆ เออ..ก็จริงของมึงนะไอ้ชล .. ”
“คนอะไรวะ น่ารักชิปหาย แต่โคตรขี้บ่นเลย … แต่เวลามันอยู่กับคนที่ชมรมหรือเวลามันอยู่กับไอ้ภพน้องกูอ่ะมันไม่ได้เป็คนแบบนี้เลยนะเว้ย เท่าที่กูสังเกตมาอ่ะนะ ” … นที พูดกับชลธรด้วยความงุนงง
“ หรือว่ารอบเดือนไม่มาวะ” …. ชลธร ยิงคำถามกวนๆใส่เพื่อนตัวเอง
“ ไอ้สัตว์!! ไอ้วีเป็ผู้ชาย ไม่มีกีจ้าาา .. กวนตีนไอ้สัตว์”.. ชลัมพล รีบตัดมุขของชลธรทันที
“ ฮ่าๆๆๆ+ กูก็พูดไปงงั้นแหล่ะ แต่มันอยู่กับกูมันบ่นเก่งจริงๆ .. เหมือนไม่ค่อยชอบหน้ากูอย่างงั้นแหล่ะ ” ชลธร ถามเพื่อนด้วยความงุนงงอีกครั้ง
“ ก็แหงแหล่ะ … มึงทำกับมันไว้เยอะ กวรตีนกับมันไว้เยอะ .. แล้วก็ทำแบบนี้กับมันั้แ่เข้าปีหนึ่งใหม่ๆแล้วเว้ย มีหรอที่มันจะชอบหน้ามึง .. ถ้ากูเป็มันอ่ะนะ กูแทบอยากจะไม่เจอมึงด้วยซ้ำแหล่ะไอ้หมอชล ” … ชลัมพล ตอกย้ำเพื่อนไปอีกหนึ่งครั้งเกือบจุก
“ นี่กูทำกับมันไว้เยอะขนาดนั้นเลยหรอวะ.. ”…
“กูแค่หยอกๆมันนะเว้ย ไม่เห็นจะต้องเก็บไปเจ็บใจอะไรเลย” … ชลธร ชักสีหน้าสงสัยใส่เพื่อนทั้งสองคน
“ เยอะเลยล่ะ กรรมของมึง ที่ทำไว้กับไอ้วีมันอ่ะ .. ไอ้วีมันก็มีหัวใจนะเว้ย มึงก็คิดบ้างเวลาจะคุยหรือจะแหย่มันอ่ะ ความรู้สึกของคนเราไม่ใช่เครื่องมือหรือมีไว้เป็สนามอารฒณ์ของใครนะชล .. กูว่ามึงหัดทำตัวดีๆกับไอ้วีมันบ้างเถอะว่ะ บางทีกูก็สงสารมันนะเว้ยที่เห็นมึงแกล้งมันอ่ะ .. มันตัวนิดเดียวแล้วดูตัวมึงสิ อย่างกับั์ เป็กูกูก็ไม่เอามึวเหมือนกันแหละวะ ”… นที ยังคงทำหน้าที่ผู้ปกครองประจำกลุ่มอยู่ตลอดเวลา นทีคือเซฟโซนที่ดีที่สุดของเพื่อนในกลุ่มเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าใครจะมีปัญหาในเื่ไหน นทีก็จะใช่้สติปัญญาที่มีแก้ไขปัญหาได้สำเร็จและจบอย่างสวยงามเสมอ
“ เชี่ย!! .. มึงสวด จนกูอยากบวชให้ไอ้วีเลยว่ะเพื่อน .. กููจะสำนึกไม่ทันแล้วนะเว้ยย ”… ชลธร ที่เริ่มคิดได้กับการกระทำของตัวเองที่ได้เทียวแกล้งเทียวล้อกับกวีวัธน์อยู่ประจำ เวลาที่ได้เจอหน้ากันทุกๆครั้ง
“ สำนึกแล้วก็ดี .. ต่อไปก็หัดทำตัวดีๆ ให้มันได้เห็นว่ามึงเป็เพื่อนมันอีกคก็แล้วกันนะ ”… ชลัมพล ตอกย้ำคำพูดของนทีไปอีกหนึ่งรอบ เพื่อให้ชลธรได้จดจำความเจ็บใจที่กวีวัธน์ได้รับจากชลธร
………………………………… 15.25 น.
“คณะอักษรศาสตร์”
“ มาไวเหมือนกันนะมึงอ่ะ … ” กวีวัธน์ เอ่ยทักชลธรที่ได้มารอตนอยู่ที่หน้าตึกคณะ
“ อื้ม!!! กูมาตั้งนานแล้ว พอดีอาจารย์ยกคลาสอ่ะ เลยมารอมึงที่นี่เลย” … ชลธร ตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มๆ
“ คนไม่มองมึงตายห่าหรอ อยู่ดีๆมานั่งเล่นที่คณะกูเนี่ย”
“ จะเหลือหรอ กูแจกลายเซ็นจนมือกูหงิกหมดละเนี่ย ไหนคนจะขอถ่ายรูปอีก .. เบื่อชิปหายเกิดมาหล่อ หนักใจว่ะ ”
“ จะอ้วกไอ้สัตว์ .. เลี่ยนชิปหาย ไปจะพากูไปไหนก็ว่ามา กูบอกเพื่อนกูไปหมดละ”… กวีวัธน์ รีบตัดเข้าบททันที
“ เชิญครับ!! ” … ชลธร เดินไปเปิดประตูรถฝั่งคนนั่งให้กวีธน์ขึ้นไปนั่งข้างๆ … ในขณะที่เขาสองคนกำลังเปิดประตูให้กัน เหล่าบรรดาสาววายทั้งที่เป็แฟนคลับของชลธร ทั้งแฟนคลับของกวีวัธน์ .. ต่างก็ได้ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปโมเมนต์ของเขาทั้งสองคน และรูปภาพนั้นก็ยังถูกนำไปโพสต์ในเพจ Y'ชน เป็ที่เรียบร้อย .. รูปที่ถูกโพสต์ เป็รูปที่ชลธร เดินจูงมือของกวีวัธน์ รวมไปถึงรูปที่ชลธรเปิดประตูรถให้กวีวัธน์ขึ้นไปนั่งบนรถของตัวเอง .. ยังไม่พอรูปทั้งหมดที่เหล่าบรรดาถ่ายไว้ ก็ถูกเอาไปแชร์ลงในทวิตเตอร์จนติดแฮชแท็กอันดับที่สองขึ้น ด้วยแฮทแท็กที่วานั้นมีอยู่ว่า #นักพิสูจน์อักษรอยากเรียนจัดยา .. ทำให้ชลธรกับกวีวัธน์ ต่างก็พากันอดยิ้ม และอดหัวเราะไม่ได้ กับกระแสของเขาสองคนในตอนนี้
……….
“ ทีนี้มึงจะบอกได้ยัง ว่าจะพากูไปไหน”….. กวีวัธน์ ถามย้ำด้วยความสงสัย
“ ออ ไปบ้านกูอ่ะ อยุธยา ” … ชลธร ตอบคำถามที่อัดอั้นภายในใจกวีวัธน์มานานนับชั่วโมง
“ เออแล้วไป… ” ….
“ฮ๊ะ!! อะไรนะ อยุธยา!!! เชี่ยเอ๊ยยยยย มึงนี่นะไอ้ชล.. จะไปทำไมไม่บอกกูก่อนล่ะวะ เสื้อผ้าก็ไม่มีเปลี่ยน ใจมึงเหี้ยมมากเลยนะรู้ตัวป่าววะไอ้ชล … KUAY เอ๊ย!!”… กวีวัธน์ ใเป็อย่างมากที่ชลธรจะพาตนเองไปเจอแม่ และไปค้างที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาทั้งสองคืน โดยที่ชลธรไม่ได้บอกให้รู้ก่อน .. จึงทำให้กวีวัธน์หัวร้อนขึ้นมาทันที และบ่นให้ชลธรฟังไปตลอดทาง
“ วีครับ .. ชลขอโทษครับ .. ขอโทษที่ไม่ได้บอกก่อน เพราะถ้าชลบอก วีจะยอมมากับชลไหมล่ะคร๊าบบ” … ชลธร หันหน้าไปทำท่าทีออดอ้อนกวีวัธน์ ที่นั่งรถมามาด้วยกัน .. ด้วยท่าทางที่อ้อนๆของชลธรบวกกับความหล่อเหลาที่เขามี กวีวัธน์ที่ได้เห็นมุมนี้ของชลธร ต้องถึงกับเงียบสงัดทันทีเหมือนโดนมนต์สะกดเข้าไปอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
“ ชลขอโทษนะคร๊าบ .. เดี๋ยวเสื้อผ้า ชลซื้อให้ใหม่เองนะคร๊าบ .. วีเลิกดุชลเถอะนะคร๊าบ ชลสำนึกผิดแล้วคร๊าบบ”… ชลธร ที่ยังอ้อนกวีวัธน์ไปเรื่อยๆ .. จนทำให้กวีวัธน์เสียอาการ จนตัดบทเพื่อไม่ให้ตัวเองนิ่งจนผิดสังเกตไปมากกว่านี้
“ เออๆๆๆ … พอๆๆๆ … ไม่ด่ามึงแล้วเว้ย ละก็อย่าลืมซื้อเสื้อกูไว้ให้เปลี่ยนด้วยนะเว้ย!! ” …. หลังจากกวีวัธน์ แพ้ลูกอ้อนของชลธรเข้าไปอย่างเต็มๆ .. จึงทำให้เขานั่งฮัมเพลงไปตลอดทางจนถึงบ้านของชลธรที่จังหวัด พระนครศรีอยุธยา
……………………………..
to be continued
ฝากติดตาม กดไลค์ คอมเม้นต์ติชม กันด้วยนะครับ ^^
แล้วไว้มาอัพต่อน๊าาาา