3
ความทรงจำเมื่อพบเธอ 2
หลังจากพักเที่ยง กิจกรรมภาคบ่ายคือ การแนะแนวคณะต่างๆ จากรุ่นพี่ น้องๆ ที่สนใจสามารถเข้าไปสอบถามได้ตามสะดวก ไข่มุกดึงมือเพื่อนทั้งสองตรงไปที่คณะแพทย์
“สวัสดีค่ะ” ไข่มุกเอ่ยก่อน
“พี่ไนท์” นินิวเรียกพี่ชาย
“นี่น้องสาวฉัน” ไนท์แนะนำเพื่อน
“อ้อ น้องคนที่ะโเรียกนายเมื่อเช้านิ”
“น่ารักนิหว่า จีบได้ป๊ะ” เพื่อนแอบกระชิบที่ข้างหูไนท์ ไนท์ทำตาดุให้เพื่อน
“อย่าบอกนะว่าเธอสนใจคณะแพทย์” ไนท์ถามน้องสาว
“เปล่าสักหน่อย เพื่อนนิเขาสนใจ พี่เรียนคนเดียวก็พอแล้ว” นินิวทำหน้าย่นให้พี่ชาย ส่วนไนท์ก็ยักคิ้วตอบเป็การรู้กันกับน้องสาว
“พู่สนใจคณะพี่หรอ” ภาคินถามพู่กัน เพื่อนของภาคิน และเพื่อนของนินิวต่างทำหน้างงกับการทักของพี่หมอสุดหล่อ
“เปล่าค่ะ พู่พาเพื่อนมาสอบถามค่ะ” เพื่อนทั้งสองของเธอต่างส่งสายตาให้เธอเป็คำถาม
“ยายพู่รู้จักพี่เขาทำไมไม่บอกกันเลย” คำถามจากสายตาของสองเพื่อนสาวที่กำลังส่งตรงมาที่เธออย่างชัดเจน
“บอกเื่อะไรละ” พู่กันส่งสายตาตอบเพื่อน
“เอ่อ อ้อ น้อง เอ่อ”
“ไข่มุกค่ะ” ไข่มุกรีบละสายตาจากกพู่กันเพื่อบอกชื่อตัวเองกับพี่ชายของเพื่อน
“น้องไข่มุกอยากรู้อะไรเพิ่มเติมครับ ถามพี่ได้เลย” เป็ไนท์ที่ขัดจังหวะสามสาวที่กำลังเงียบพิฆาตกันอยู่
“พู่เลือกคณะหรือยัง สนใจคณะไหน” ภีมถามพู่กันอีกครั้ง
“ยังค่ะ คิดๆ อยู่เหมือนกัน น่าจะศิลปะกรรมมั้งค่ะ พู่อยากจะแบ่งเบางานให้คุณปู่ค่ะ”
ภีมรู้ว่าธุรกิจของคุณปู่สุรศักดิ์เป็ธุรกิจเกี่ยวกับแฟชั่น อัญมณีและเครื่องประดับ เป็บริษัทที่มีชื่อเสียงเป็อันดับต้นๆ ของเมืองไทย
“แล้วพี่ภีมเป็ยังไงบ้างคะเรียนหนักหรือเปล่า”
พู่กันถามภาคิน เพราะเธอไม่ได้เจอเขานานพอสมควรั้แ่เขาเริ่มเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย เขาคงจะยุ่งมาก
“อืม ก็ค่อนข้างเรียนเยอะมาก แล้วคุณปู่สบายดีไหม”
“สบายดีค่ะ”
“ถ้ามีโอกาสพี่จะเข้าไปเยี่ยมคุณปู่นะ”
“ค่ะ” พู่กันโดนเพื่อนสาวดึงตัวออกมากระซิบถามอย่างเร็ว
“อะไรยังไงก่อน” เป็นินิวที่ถามก่อน
“เป็พี่ที่รู้จักั้แ่เด็ก”
“รู้จักั้แ่เด็ก!!” เพื่อนทั้งสองอุทานพร้อมกัน
“แล้วไม่คิดจะบอกอะไรเพื่อนบ้างเลย นิ่งเงียบเชียว” เป็นินิวที่ยิงคำถามพร้อมใบหน้าอันสงสัย
“บอกอะไรละ” พู่กันตอบซื่อๆ
“ก็บอกสิ่งที่เพื่อนยังไม่รู้ไง”
“เขาเป็คู่หมั้นฉัน”
“อะไรนะ!!!” เพื่อนทั้งสองของพู่กันใยิ่งกว่าเดิมอีก
“คู่หมั้น!!!” การทวนคำของเพื่อนทั้งสองของเธอทำให้บรรดานักเรียนที่เดินกันอยู่แถวนั้นต่างหันมามองพวกเธอเป็ตาเดียว
“เบาๆ สิ พวกเธอเสียงดังทำไมเนี่ย” พู่กันดุเพื่อนทั้งสอง สงสัยเธอคงต้องเล่าหมดเปลือกแล้วละ เพราะยายเพื่อนตัวแสบทั้งสองคงไม่ยอมปล่อยเธอไปแน่พู่กันคิดในใจ พร้อมจ้องมองไปที่สายตาอันเต็มไปด้วยคำถามของเพื่อนเธอ จากนั้นเธอก็เริ่มเล่าเื่ราวของเธอกับภาคินให้ไข่มุกกับนินิวฟัง
บ้านพิพิธพงศ์
รถยนต์คันหรูวิ่งเข้ามาจอด คุณปู่สุรศักดิ์ออกมายืนต้อนรับแขกผู้มาเยือน คุณปูบดินทร์ลงจากรถเดินเข้ามากอดเพื่อนรัก ภาคินลงจากรถตามคุณปู่ของเขาเข้าไปทักทายคุณปู่สุรศักดิ์
“สวัสดีครับคุณปู่” ภาคินยกมือไหว้คุณปู่
“อ้าวภีมก็มาด้วยหรอลูก ดีๆ ปู่ไม่เจอตั้งนานโตเป็หนุ่มแล้ว”
“ครับ เข้าบ้านกันเถอะ”
คุณปู่สุรศักดิ์ชวนเพื่อนรักของเขาและหลานชายเข้าบ้าน คุณปู่ทั้งสองเป็เพื่อนรักกันั้แ่สมัยหนุ่มๆ พึ่งพาช่วยเหลือกันแม้ยามลำบาก เมื่อต้องเจอปัญหาและอุปสรรคอะไร ทั้งสองต่างยื่นมือเข้าช่วยเหลือซึ่งกันและกันโดยที่อีกฝ่ายไม่จำเป็ต้องเอ่ยปากขอ ทั้งสองตระกูลต่างรู้กันเป็อย่างดี รวมถึงการหมั้นหมายของพู่กันและภาคินที่มีขึ้นั้แ่พู่กันพึ่งเกิด สัญญานี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเกิดของพู่กันเลยก็ว่าได้
พู่กันเดินลงมาจากห้องเมื่อรู้ว่าที่บ้านมีแขกคนสำคัญมาเยือน เธอเดินเข้าไปทักทายคุณปู่และภาคิน
“สวัสดีค่ะคุณปู่บดินทร์ สวัสดีค่ะพี่ภาคิน”
“ไหว้พระลูก ไหนเข้ามาใกล้ปู่หน่อย” พู่กันเดินเข้าไปนั่งใกล้ๆ คุณปู่โดยที่ภาคินขยับที่ให้เธอ ปู่บดินทร์พินิจหลานสาวอยู่นาน
“โตเป็สาวสวยขนาดนี้แล้วหรือนี่ ยิ่งโตยิ่งสวยนะ ตาภีมของปู่โชคดีจริงๆ เลย” คุณปู่บดินทร์หันมายิ้มให้หลานชาย
พู่กันและภาคินปล่อยให้คุณปู่ทั้งสองได้พูดคุยกัน พวกเขาออกมาเดินเล่นที่สนามหน้าบ้าน
“่นี้เธอทำอะไรอยู่หรอ” ภาคินเอ่ยถามพู่กัน
“อืม พู่ฝึกทำโจทย์ของปีที่แล้วอยู่ค่ะ”
“เป็ยังไงบ้างทำได้ไหม ติดปัญหาอะไรหรือเปล่า ถามพี่ได้นะ”
“ดีเลยค่ะมีบางข้อที่ไม่เข้าใจ รบกวนพี่ภีมด้วยนะคะ” พู่กันยิ้มให้ภีม
“ได้สิ เดี๋ยวพี่ช่วยดูให้”
“งั้นพี่ภีมไปรอพู่ที่เรือนนั่งเล่นตรงนั้นก่อนนะคะ เดี๋ยวพู่ขึ้นไปเอาข้อสอบลงมาทำข้างล่างกัน” ภาคินพยักหน้าให้พู่กัน จากนั้นเธอก็รีบวิ่งกลับเข้าไปในบ้าน ภาคินยิ้มตามกับท่าทางน่ารักของเธอ ยังเหมือนเดิมเลยนะยายตัวแสบภาคินเอ่ยกับตัวเองในใจ
ภาคินกำลังนั่งดูมือถือระหว่างรอพู่กัน เสียงที่ดังมาจากข้างหลังไกลๆ ทำให้เขาละสายตาจากหน้าจอหันหลังกลับไปมอง เห็นพู่กันกำลังวิ่งมาทางเขาพร้อมกับหอบหนังสือกองใหญ่ ภาพตรงหน้าทำให้เขารีบเก็บมือถือลงในกระเป๋ากางเกงแล้วรีบวิ่งไปหาเธอทันที่ด้วยความเป็ห่วง พู่กันหอบหนังสือมาเต็มอก เหมือนว่าหนังสือที่เธอถืออยู่กำลังจะหล่นลงพื้นเธอจึงพยายามเลื่อนมือบังคับหนังสือในมือให้แน่นขึ้น ด้วยความหนักของหนังสือที่มีมาก บวกกับความพยายามไม่ให้หนังสือหล่น เป็จังหวะให้การทรงตัวของเธอไม่นิ่ง
เท้าที่กำลังก้าวเดินพลาดท่าทำให้ข้อเท้าเธอดันพลิก เมื่อเสียการทรงตัวร่างบางจึงพุ่งตัวไปด้านข้างประจวบกับภาคินที่วิ่งมาถึงพอดี เลยรีบเข้าไปกอดเอวบางแล้วดึงกลับเข้ามาหาตัวเขาเองทันที หนังสือในมือกำลังร่วงหล่นลงพื้น พู่กันใรีบหันหน้ามาตามแรงดึงของภาคิน ใบหน้าของเธอกับเขาแทบจะชนกัน เขากอดเธอแน่น เธอจ้องหน้าเขานิ่ง ความเงียบเพียงชั่วขณะทำให้ได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจเมื่อได้ชิดใกล้กับชายหนุ่ม “ตึกตึก ตึกตึก ตึกตึก” นานนับนาทีที่ตกอยู่ในอ้อมกอดของภาคินดวงตากลมโตมีแววหวั่นไหว ใบหน้าเนียนขาวผ่องกำลังซับสีแดงระเรื่อ ทำให้ภาคินเริ่มได้สติ
“พู่เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” เสียงเอื้อนเอ่ยขัดขึ้น พู่กันสะดุ้งรีบดันตัวเองออกจากอ้อมกอดของภาคินทันที
“โอ้ยยย” เสียงอุทานด้วยความเ็ป
“เท้าค่ะ เหมือนว่าจะเป็ที่ข้อเท้า” ภาคินก้มลงมองที่เท้าของเธอ จากนั้นเขาก็อุ้มเธอแล้วเดินไปยังเรือนนั่งเล่น พู่กันใรีบกอดคอภาคินเพราะเธอกลัวตก
“พี่ภีม พู่น่าจะเดินได้ค่ะ”
“พู่ห้ามขยับแล้วกอดให้แน่นๆ” พู่กันมองหน้าคมนิ่งยอมให้เขาอุ้มอย่างว่าง่าย ภาคินวางพู่กันลงบนเก้าอี้ตัวยาว เขาคุกเข่านั่งที่พื้นยกเท้าสองข้างมาวางที่ขาตัวเองแล้วทำการตรวจดูที่ข้อเท้าของเธอ
“โอ๊ยยย” เสียงร้องของพู่กันเมื่อภาคินกดตรงข้อเท้า ภาคินเงยหน้าขึ้นมามองเธอแล้วถามอย่างอ่อนโยน
“เจ็บมากไหม” พู่กันพยักหน้า
“นั่งรอพี่ตรงนี้ก่อนนะ พี่จะไปเอาน้ำแข็งมาประคบให้ เธอน่าจะข้อเท้าแพลง ห้ามลุกเดินไปไหน เข้าใจไหม” พู่กันพยักหน้า
เธอมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินหายเข้าไปในบ้านด้วยความเร็ว เมื่อภาคินเดินลับตาไปเธอรีบเอามือตบที่หน้าตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติ แปะ! แปะ!
“เป็อะไรไปนะ”
รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัวเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่ แล้วก็อมยิ้มออกมา บ้าไปแล้ว
…..
ไม่นานนักภาคินก็เดินกลับมาพร้อมกับชามใส่น้ำแข็งและก็ผ้าหนึ่งผืน เขาวางชามลงข้างๆ
“พี่จะประคบเย็นให้เธอสัก 15 นาทีน่าจะดีขึ้น ถ้าอาการไม่ดีขึ้นต้องไปหาหมอ”
“หมอก็นั่งอยู่ตรงนี้แล้วไงค่ะ” เธอพูดเสียงเบา แล้วเหลือบไปมองหน้าภาคิน เขาส่งสายตาดุกลับมาให้เธอจนเธอต้องหลบสายตาคู่นั้น ภาคินจับขาของเธอวางพาดที่ตักของเขา ใช้ผ้าห่อน้ำแข็งที่เตรียมมาวางลงตรงข้อเท้าที่ปวด เขาทำอย่างเบามือ พู่กันจ้องมองการกระทำของเขา จนคนถูกจ้องต้องเงยหน้าขึ้นมามอง เป็เหตุให้เธอต้องรีบหันหน้าไปทางอื่น
“ดีขึ้นไหม”
“ดีขึ้นค่ะ”
“ตอนนี้ยังปวดอยู่ไหม”
“ไม่ค่อยปวดแล้วค่ะ”
“อืม ดีแล้ว ่นี้เดินให้น้อยลดการเคลื่อนไหว วางขาไว้ที่สูงลดอาการบวม หากปวดก็กินยาลดปวด ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่ดีขึ้นก็ไปหาหมอนะ”
“รับทราบครับคุณหมอ” พู่กันยกมือสามนิ้วขึ้นมาแตะที่คิ้ว ภาคินยิ้มให้กับความทะเล้นขี้เล่นของเธอ เขามองใบหน้าเล็กแล้วหยิบอมยิ้มในกระเป๋าออกมายื่นให้เธอ พู่กันเห็นอมยิ้ม แล้วยิ้มอย่างอารมณ์ดี
“ขอบคุณค่ะ”